[quote/]
คนไทย ส่วนมาก ร้อยละ 80 เลยล่ะมั้งไม่เข้าจะ ว่าประชาธิปไตยคืออัลไร
#47
สมัยที่2 ของทักกี้ ตอนนั้นคนรุ่นใหม่ช่วงนั้น แบบผม เลือกทักกี้ต่อนะครับ ไม่เลือกปชป.
เหตุผลง่ายๆ คือ นโยบายปชป.ตอนนั้นมันดูไม่เป็นรูปเป็นร่าง สู้กับทักกี้ไม่ได้เลย อ่ะนะ
ส่วนปชป. ตอนหลังๆ มานี้ขุดหลุมฝังตัวเองทั้งนั้น ผมเคยเจอคนใต้ที่มาหากินใกล้ๆ กัน
แกด่าไว้เลยว่า น้ำหน้าอย่างไอ้(ชื่อหัวหน้าพรรค)แม่งได้ไม่เกิน 60 คนแน่ๆ
แล้วก็ตามสภาพ รู้สึกว่าคนทางนั้นแค้นฝังใจว่ามันเคยทำอะไรเอาไว้
ส่วนสนธิ สนน้ำหน้ามันไป โดนหักหลังไปกี่รอบแล้ว ตอนนี้ได้แต่ทำช่องยูทูปหลอกคนไปเรื่อยๆ
แค่นั้นแหละ เพราะต่อให้ออกมาประท้วงอีกจะเรียกคนได้สักแค่ไหน คนแถวบ้านผมนี่เขาล่ะเบื่อมันเต็มที่เลยนะ
หมายถึงคะแนนทักษิณประมาณ 15 ล้าน
คะแนน ปชปประมาณ 12 ล้านน่ะครับ
ไปชปก็ราวๆนี้มาตลอด ขอเพียงคอยให้ทักษิณคะแนนน้อยลงในสมัยต่อๆไป โอกาสชนะก็ใช่้ว่าไม่มี
แต่อย่างทีท่านพูดก็ถูก คนไปเลือกทักษิณเพราะดูชัดเจนกว่า
อย่างที่บอก ผมเป็นคนผลประโยชน์นิยม
ทักษิณเปิดโอกาสให้ทางอิอสานปลูกยางได้ จากการที่โดนจำกัดในพื้นที่ตามกม.มาก่อนหน้านั้น
ผมถึงมองมาตลอดว่า ที่ว่าภาคใต้ปลูกยางนั้นน่ะ
เพราะมีคนออกแบบกม.ให้เป็นอย่างนั้นต่างหาก
พอเปิดโอกาสให้ทางอีสานก็กลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของทางใต้ได้ ขอเพียงเปิดโอกาสให้ทำแข่งกันเท่านั้นล่ะ
ผมถึงไม่ตำหนิคนใต้ หากจะไม่เผาผีทักษิณ
ที่ทำให้เตนเองเสียผลประโยชน์
แต่ผมก็ไม่ตำหนิคนอีสานเช่นกัน ที่จะเลือกทักษิณหากทำให้ตนเองได้ประโยชน์จากการมีพื้นที่ปลูกยางได้เพิ่มมากขึ้นแบบภาคใต้บ้าง
ที่ผมค่อนข้างอวยอเมริกาก็เพราะว่า
อเมริกาเต็มไปด้วยนักปลุกระดมอย่างสนธิ
มีแค่คนอย่างนี้ไม่กี่คนอาจจะน่ากลบัว
แต่หากมีนักปราศรัยไม่ต่ำกว่าสองร้อยคน
แต่ละคนก็จะคานอำนาจกันเองล่ะครับ
อย่างที่บอกผมเชื่อเรื่องการให้คนชั่วขัดขากันเอง
ที่ต้องชมทักษิณในช่วงหนึ่งแม้จะมีการด่าสารพัดว่าโกงกิน
เพราะช่วงทักษิณ คือช่วงที่คนตั้งความหวังและมาตรฐานกับรัฐบาลไว้สูงมากจริยธรรมทางการเมืองหรือ รัฐบาลเงาที่ตั้งขึ้นมาจับตาดูรัฐบาล ผลประโยชน์ทับซ้อน หนังสือวิจารณ์ต่างๆฯลฯ
เป็นอะไรที่ดีมาก
ควรจะทำอย่างนั้นให้ได้ในสมัยนี้เช่นกัน
หากเราไม่ตั้งมาตรฐานเดียวกันไว้ในสมัยนี้ต่อนักการเมือง
แปลว่าเรายอมรับกัยนหมดแล้วล่ะครับว่า ทักษิณมันเก่งกว่าพวกปัจจุบันจริงๆ
เหมือนกับเราจะตำหนิเดคิซึงิที่ไม่ได้คะแนนเต็มร้อย
แต่จะชมโนบิตะที่ได้ 15 คะแนน ไม่ได้0 คะแนนก็พอใจแล้วว่าอย่างนรั้น
ประชาธิปไตยควรจะเป็นแบบยุคนั้น
ที่เราสามารถแต่งเพลงด่าทักษิณ มีหนังสือมาวิจารณืรัฐบาล
รัฐบาลเอาใจประชาชนสารพัด
มันมีมุกว่านักการเมืองไม่รักษาสัญญาต่างในมุกการ์ตูนการเมืองก่อนหน้านั้น
แต่ตอนนั้นสัญญาจากนักการเมืองมันกลายเป็นของจริงที่เห็นได้
นั่นคือการที่เรามองมาตรฐานการเมืองในขั้นสูงมากๆ
เรามองข้ามสัญยากับประชาชนและเรื่องความสามารถไปและตั้งเป้าต่อจริยธรรมของทักษิณ
ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากๆ
ปัจจุบันเราลดมาตฐานที่สูงลิ่วในสมัยนั้นมาจนเต่ำเรี่ยดินในสมัยนีั้
กลับมาที่ให้เกี่ยวกับหัวข้อกระทู้คือ
คนชั่ว หัวหน้าสหพันธ์ที่โกงกินนั้น
ตราบใดที่ยังมีฝ่ายแค้นที่..ยิ่งเป้ฯคนชั่วพอๆกันก็ยิ่งดี
หัวหน้าสหพันธ์ก็จะไม่สามารถโกงกินได้อย่างง่ายดายหรือประเจิดประเจ้อ
ต่อให้มีคนลอบสังหารหัวหน้าสหพันะ์ก็จะมีรองมาเสียบตำแหน่งแทน
แบบเดียวกับที่คนมมองอเมริกาในปัจุบัน
ลอบสังหารทรัมป์ไปก็มีเพนซ์มาเสียบแทนและรัฐมนตรีคนต่อไปมาเสียบแทนเรื่อยๆตามรธน.
มีความคงทนต่อการลอบสังหารและความผันแปรของอายุขัยของผู้นำ
มันคือระบบที่สร้างมาจากพื้นฐานว่าไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า
ตามเนื้อเรื่องควรจะมีการโชว์ความคงทนในการตอบรับความเปลี่ยนแปลงขอสหพันธ์ดวงดาวในแง่นี้
ว่าต่างกับจักรวรรดิ ที่พอไคเซอร์ จักรพรรดิ์ซี้ไป เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ขึ้นมาทันที
[quote/]
ผิดแล้วครับ ในยามที่วิกฤติที่สุดประชาธิปไตยคือสิ่งที่จะแย่น้อยที่สุด
สมมุติว่า King คนแรกเป็นคนดีมีความสามารถ ผมถามกลับว่ารุ่นลูก รุ่นหลาน คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาดีจริง (จริงๆ King ของทุกที่เริ่มต้นก็มาจากคนธรรมดานี่แหละ ไม่ใช่ยิ่งใหญ่อะไร มีสองมือสองขา 1 หัวเหมือนกับเรา แต่หลายคนเชิดชูจนกลายเป็นเทวดา กลายเป็นเทพก็มิปาน)
เหมือนกันกับเผด็จการ ความคิดของคนๆเดียว แน่ใจเหรอว่านั่นตัดสินใจถูกต้อง แล้วมีอะไรตรวจสอบการใช้อำนาจ ถ้าใช้อำนาจเกินขอบเขต
ผมสรุปสั้นๆ ตามรูป
1.ประชาธิปไตย(ฝ่ายซ้าย-ล่าง)
หลักการคนทุกคนเท่ากัน และ กระจายอำนาจ
โดยมีกลไก 2 กลไก คือ การเลือกผู้แทน กับ การแบ่งแยก+คานอำนาจ
2.คอมมิวนิสต์+สังคมนิยม(ฝ่ายซ้าย-บน)
หลักการคนทุกเท่ากัน และ รวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง
โดยมีกลไก คือ รัฐคือเจ้าของที่ดินและทรัพยากรในประเทศอย่างแท้จริง(ส่วนเอกชนเป็นเจ้าของในนาม หรือ เช่าชั่วคราว) และการจัดเก็บภาษีแบบ Progressive หรือก็คือ คนที่รวยเกิดจากการใช้ทรัพยากรมาก ผู้ที่ใช้ทรัพยากรมากต้องจ่ายมาก ผู้ที่ใช้ทรัพยากรน้อยจ่ายน้อย เช่น ภาษีอัตราก้าวหน้า(ขั้นบันได) ภาษีที่ดิน(เพื่อไม่ให้นายทุนเก็บที่ดินไว้กับตัวโดยไม่ทำประโยชน์นอกจากเก็งกำไร)
3.อนาธิปไตย+ทุนนิยม (ฝ่ายขวา-ล่าง) (ระบบชนเผ่า ช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมในเมกา)
หลักการคนทุกคนไม่เท่ากัน มีลำดับชั้นในสังคม แต่อำนาจการบริหารกระจาย ทุกคนมีสิทธิดูแลตนเอง หาทรัพยากรด้วยตนเองเท่าที่ตัวเองต้องการ มีชนชั้นทางสังคม
กลไกไม่ต้องมี มีแต่ค่านิยมคนมีเงิน=มีอำนาจ คนมีเงินมีอำนาจ= มีหน้ามีตาในสังคม
4.ระบอบกษัตริย์ ระบอบเผด็จการฟาสซิสต์(ลัทธิบูชาตัวบุคคล) คณาธิปไตย ฟิวดัล(ศักดินา) (ฝ่ายขวา-บน)
หลักการคือคนทุกคนไม่เท่ากัน มีชนชั้นวรรณะทางสังคม อำนาจบริหารรวมศูนย์อยู่ที่คนๆเดียวหรือกลุ่มๆเดียว
กลไก คือ การแบ่งหน้าที่ของคนตั้งแต่เกิดตามชาติกำเนิดให้มีหน้าที่และสิทธิที่ได้รับแตกต่างกัน คนชั้นล่างจะไม่มีสิทธิเรียกร้องการบริหารของคนชั้นบนที่มีอำนาจ
[img/]
ปล.ถ้าคุณเข้าใจกราฟนี้ แสดงว่าคุณเข้าใจการเมืองในระดับนึงแล้ว
อย่างที่ผมเคยบอกล่ะครับ
ประชาธิปไตยมันมองในแง่ร้าย
แต่ว่ากันถึงที่สุด มันคือระบบเดียวที่อนุญาตให้มีความเมตตาต่อผู้แพ้ได้
ไม่ต้องทำอย่าง
"ตัดหวายอย่าไว้หน่อ ฆ่าพอ่ออย่าไว้ลูก"
ที่เกิดขึ้นในระบบการปกครองแบบอื่นๆ
มองว่าความขัดแย้งที่มีอยู่ตลอดเวลาในการด่า การวิจารณ์กัน
คือสิ่งที่ดีมากกว่าการฆ่าล้างตระกูลกัน
อารมณ์ของการที่ทรัมป์แม้จะหนุนอาวุธปืน แต่พอมีการยิงกันในโรงเรียน ทรัมป์ก็ต้องประปนีประนอม ให้งดขายศูนย์เล็งอะไรต่างๆ
อย่างที่ผมมบอกว่ามันนำมาซึ่ง
eternal mediocre ความกลางๆตลอดกาลก็เพราะเหตุนี้
ไม่ได้หวังว่าจะยิ่งใหญ่ ขอเพียงไม่ผิดพลาดครั้งใหญ่ เกิดหายนะก็พอแล้ว
มีการเบรกโครงการในหลายๆอย่างให้รอบคอบ
ในสตาวอส์ อนาคินมองว่าสาธารณรัฐนั้นเคลื่อนไหวช้า
ที่แท้จริงแล้ว มันออกแบบมาไว้เพื่ให้เป็นอย่างนั้นต่างหาก
ว่าความชักช้า ความดกงกิน การเถียงกัน
คือสิ่งที่แสดงข้อดีของประชาธิปไตย
ว่าเราด่าว่ามันโกงกิน รู้ตัวว่ามันมีการโกงกินและทำแคมเปญน์ว่าไอ้นี่มันโกวงกิน เลือก นายกคนใหม่ของสหพันธ์ดวงดาวได้