[quote/]
NPV กับ IRR ได้เท่าไหร่ครับ และใช้ดอกเบี้ยกี่ % เป็นสมมุติฐานในการคิดครับ
ผมคิดแค่ roi เพราะตัวเลขได้ไม่ครบ คือประเด็นมันอยู่ที่ ผมใช้สมมุติฐาน สินค้าที่เขาไม่เปิดเผยตัวเลขแบบคนรู้ คือ บ.ที่ส่งสินค้าเขาไม่เปิดเผยตัวเลขสาธารณะ
เช่น ผมคิดตามมูลค่าที่ผู้เป็นเจ้าของสินค้าจะสูญเสียไป+เพิ่ม เช่น ค่าคงคลังค่าเสื่อมต่างๆ เพื่อหาตัวเลขที่เขาพร้อมจ่าย
แต่ปัญหาคือ สินค้าทั้งหมด ไม่สามารถรู้ได้ ว่ามีตัวเลขเท่าไหร่เป็นแค่ประมาณการ แบบคนที่รู้คือ บ.ขนส่ง และเขาไม่มีข้อมูลสาธารณะ
โดยสามารถ อ้างอิงจากค่าสัญญา ค่าปรับ จากการส่งล่าช้าก็ได้ แต่ก็แน่นอน เขาก็ไม่เปิดเผยข้อมูลอีก
เลยเสนอเอกสารไปทำนอง หนทางการเพิ่มรายได้ จากความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการส่งล่าช้าและค่าปรับ
เพราะงั้น มันเลยต้องขายความแม่นยำ ไม่ใช่ขายให้เรือทุกลำสินค้าทุกตู้ผ่าน และไม่ใช่แบบ ถ่ายหมดทั้งลำ
ตัวเลขมันเลยจะตอบยากว่าจะใช้บริการเท่าไหร่
มีทั้งสินค้าผ่านท่าเรือ 2 ฝั่ง และสินค้า มาจากรรถไฟต่อเรือฝั่งอันดามัน และถ่ายลำเรือที่อันดามัน
แต่ตัวเลขสินค้า อาจไปถึง 15-20 ล้าน teu ในทุกบริการ ทั้งแบบไม่สนใจเวลา
โดยค่าบริการมีหลายอย่าง ทั้งแบบราคาปกติ และราคาแซงคิว ขอส่งด่วน
โดย roi ที่ได้คือ 15 ปี จากการลงทุนตามเฟสโดยอ้างอิงจากเฟสการลงทุนตาม สนข. แต่เพิ่มงบลงทุนราวๆ 10-20%
เพื่อปรับ ประสิทธิภาพให้รองรับ ผลิตภัณฑ์ การปรับ flow การทำงานใหม่เพื่อสามารถรับรองสินค้า vip ได้
แต่ตัวเลข roi ไม่เป๊ะหรอก เพราะทุกอย่างเป็นประมาณการณ์หมด ไม่มีใครตอบได้ว่า โครงการลงทุนจริงจะเอาระดับไหน
ถ้าไม่เปลี่ยนไม่ลงทุนเพิ่มเลย ตัวเลขคนมาใช้ ก็เป็นไปตามที่เขาว่าคืนทุนช้านั่นแหล่ะ
คือผมไม่ได้คำนวน ตัวเลขอื่นๆ เพราะผมไม่ได้เอกสารข้อมูลครบ มีแต่ตัวเลขเผยแพร่การลงทุนต่างๆ ที่ไม่ละเอียด มีแนวๆสรุปเช่น งานเครื่องจักร งานขนส่ง งานท่าเรือ
สรุปแบบหัวข้อหลักๆ ต้องมาแก่ะเอง ว่าน่าจะเท่าไหร่ เครื่องจักรรุ่นไหนยังไม่รู้เลย เพราะรายงานสรุป มันสรุปจริงๆ มันไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลออกแบบ หรือรายการแบบละเอียด
ผมเลยคิดแค่ roi ส่วนในเทคผมเท่านั้น จำไม่ได้ละ ว่าค่าบริการเท่าไหร่ แต่แพงกว่า สนข. ที่แพงกว่า 4600+ ต่อตู้ที่เขาพูดกันอีก
คือไม่ได้เน้นรองรับสินค้าทุกชนิด แต่รองรับแค่สินค้าพรีเมี่ยม ที่ราคาสูงและเวลามีผลต่อมูลค่า เช่นพวกคอม ชิป ยา อะไรพวกเนี้ย
แล้วมันเป็นตัวเลขที่ปริมาณฟันธงไม่ได้ เช่น semi conductor อันนี้คุ้มแน่นอนแต่เขาจะส่งเท่าไหร่ ตัวเลขผลิตหรือรับของประเทศพอประเมิณได้แต่ มันไม่บอกว่ามันมาทางทิศไหน ถ้าส่งไปอเมริกา ไม่ผ่านโครงการ ต้องส่งไปยุโรป แต่ตัวเลขตรงๆดันไม่บอกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนรถยนต์ คอม อุปกรณ์ตกแต่งต่างๆวิ่งผ่านช่องแคบเท่าไหร่ ไม่รู้เลย
พวก eirr นี่แทบไม่ต้องพูดถึงเลย ผมไม่มีข้อมูลทั้งเล่มที่เขาศึกษามา เลยคำนวนได้แค่ roi
แต่ roi 15 ปีก็น่าลงทุนแล้วมั้ง แต่ก็นะ ตัวเลขพวกนี้ เชื่อถือไม่ได้ เพราะข้อมูลไม่ชัดเยอะมาก ต้องไปเอาข้อมูลจริงมาคำนวนอีกที
เพราะมาร์จิ้น งานท่าเรือเท่าไหร่ มันไม่เปิดเผย
แต่ถ้ากดเครื่องคิดเลขคร่าวๆ สมมุติค่าบริการ 7000 บาท ต่อ teu 20 ล้าน teu มาร์จิ้น 50% ก็ roi 14.2 ปี
ประเด็นคือ ตู้ที่จะยอมจ่าย 7000+บาทต่อ teu มีได้จริง แต่เท่าไหร่ ต้องไปเก็บข้อมูลเพิ่ม
สูตรราวๆ มูลค่าตู้ *0.2/365 =ค่าเสื่อมค่าคงคลัง ค่าต่างๆ ที่เสียไปต่อวัน
สมมุติ 7000 บาทต่อวัน = 7000*365/0.2 =12.77 ล้านบาทต่อตู้
สมมุติเป็นมือถือ ราคา 5000 ต่อชิ้น สมมุติกล่องนึง หนา 10 กว้าง 10 ยาว 25 ซม. ตู้คอนเทนเนอร์กว้าง 2.5*2.5*10 ม. คือเผื่อชั้นวางแทรกไป
แปลว่าวางได้ 25*25*40= 25,000 ชิ้น ชิ้นละ 5000 = 125 ล้านบาทต่อตู้
แปลว่าตู้ขนมือถือ คุ้มค่าในการลดเวลา หรือการันตีเวลาแน่นอน เพราะเซฟไปได้ 68000 บาทต่อตู้ต่อวัน
ตีว่า 30 ล้านเครื่องจากจีน ไปส่งยุโรปต่อปี ก็ 1200 ตู้ น้อยนิดมาก เมื่อเทียบกับขนาดโครงการ
หรือสินค้ามูลค่าสูงที่ผ่านช่องแคบราวๆ 20-25% ก็ราวๆ 20 ล้าน teu
คือตัวเลขมันถึงในด้านความจุ ของท่าเรือ แต่ประเด็นคือ ถ้าขนถ่ายเกิน 1 วันมันไม่คุ้ม เพราะวิ่งยาวไปผ่านช่องแคบ เสียเวลาต่างแค่ 2 วัน
ถ้าขนลงแบบ 2 วัน ไม่คุ้มแน่นอน
ตอนนี้เครน ไวสุดราวๆ 40 ตู้ต่อ ชม. เรือใหญ่สุด เคยทำสถิติ 11 เครน ทำงานพร้อมกัน ตีว่า 9 เครนพอ =360 ทำงาน 10 ชม. = 3600 ตู้
ถ้าเกิน 3600 ตู้ จะผ่านแลนด์บริดจ์แล้วไม่คุ้มเวลาที่เซฟได้
แต่มันมีสินค้าที่ไปสลับเรือที่สิงคโปร์ แปลว่า สินค้าเขาต้องรวมเวลาท่าเรือ ตีว่าเท่ากัน 2 ประเทศ
ที่สิงคโปร์ เป็นสินค้าถ่ายลำ ราวๆ 80% ก็ 40/2*0.8*0.25 = 4 ล้าน teu สำหรับสินค้ามูลค่าสูงที่ไปสลับลำเรือที่สิงคโปร์
เนื่องจาก สินค้ากลุ่มถ่ายลำเรือที่สิงคโปร์ 4 ล้าน teu ตีว่าเวลาจัดการเท่ากัน แต่ต่างที่ระยะเวลาบนทะเล ก็ต่าง 2 วันตรงๆเลย
แปลว่า 4 ล้าน teu คือตัวเลข ที่เราจะแข่งกับ สิงคโปร์ตรงๆ ท่าเรือ แลนด์บริดจ์เฟสแรก ความจุ 6 ล้าน teu
3 ล้าน คือตัวเลขค้าขายประเทศไทย กับฟากไปทิศตะวันตก
1 ล้าน ระบบรถไฟจากจีนด้านบนมาเชื่อม
แปลว่า ตัวเลข ราว 8 ล้าน ที่น่าจะใช้งาน โดยประมาณ
ส่วนตัวเลข เซฟ 1 วัน อาจจะยากหน่อย แต่ถ้าเวิค เขาก็มาใช้ได้ เพดานราวๆ 20 ล้าน teu
และแน่นอน ถ้ารวมเทคผมเข้าไป ตัวเลขมันจะเปลี่ยนอีก
แต่ตัวเลขยอดผู้ใช้ที่ผมเพิ่มโมเดลธุรกิจเข้าไป ตัวเลขคนน่าจะใช้ ก็ปาไป 8 ล้านละ ถ้าเวลาผ่านไป 10 ปี ยอดสินค้าก็จะเพิ่มขึ้น
แน่นอนว่าสมการทั้งหมดเป็นแค่การประมาณ หน้างานจริง ยังมีบนเรือเป็นสินค้าตู้ผสมต้องปรับการรับสินค้าอีก
แต่หลักการที่ส่งไปเป็นแค่ส่วนสนับสนุน ไม่ได้ขายเทค เพราะถ้ารวมเทค เวลาที่ใช้ในการขนถ่ายจะไวขึ้น ทำให้ สัดส่วนการดึงตู้สินค้ามูลค่าสูงจะมากขึ้น
จากกอง 20 ล้าน teu อาจดึงได้ รวม 15 ล้าน teu รวมๆกับไทยค้าขายเอง กับรถไฟจีน ก็ปาไป 19 ล้าน teu ละ
พอผ่านไป 10 ปี ถ้าช่องแคบแออัด เวลาที่เซฟได้ก็เพิ่มอีก กลายเป็น อาจจะไต่ขึ้นเป็น 20 ล้านได้
แต่ตัวเลข รองนายก บอกคำนวนใหม่ ละ การค้า 2 ฟากโลก อาจจะลดลงเพราะสงคราม สมมุติฐานสินค้าเปลี่ยนอีก