แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: แลนด์บริด คือโครงการสูบเงินวิจัยและเงินสำรวจเข้ากระเป๋าพรรคพวกตัวเอง  (อ่าน 1772 ครั้ง)

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,765
  • ถูกใจแล้ว: 1946 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
แสด สนข.ทำงานแม่ม อุตส่าส่งเอกสาร ไปเกือบเดือน โทรตามเจ้าหน้าที่บอกสงสัยส่งผิดเข้าเมลเดิมที่เลิกใช้  พอไปดูเมลที่เขาให้ใหม่ก็เมลเดียวกันนั่นแหล่ะถูกแล้ว
เลยส่งให้ใหม่ แล้วถามตามเวลาปิดโครงการศึกษาวันไหน บอกหมดเขตวันที่ 3
พอส่งใหม่เสร็จวันศุกร์ ตกเย็น รองนายกประกาศโครงการไม่คุ้มค่า บริหารจัดการช้าไปและอื่นๆ


คือถ้าเห็นเอกสารก่อน 1 เดือนที่ส่งไปนั่น จะเห็นว่าทำไงให้คุ้มค่า และความเร็วก็เปลี่ยนได้


แอบเซ็ง ส่งงานเสร็จ ดันประกาศว่าไม่ทำละวันเดียวกัน


แต่ก็ไม่เป็นไร ไปโครงการท่าแหลมฉบังต่อ งานดินเขาใกล้เสร็จละ
อาจไปเสนอในหลักการเพิ่มประสิทธิภาพได้ แล้วทำเพิ่ม ยังไงกว่าเขาจะสร้างเสร็จหมดเปิดใช้งานเฟสใหม่ 100% อีกหลายปีอยู่


แต่คือเซ็งมาก คือถ้าเอกสารมันไม่ผ่านการพิจารณาก็ว่าไป
อันนี้คือ ส่งไปแล้ว แต่น่าจะไปปนกับช่องทางร้องเรียน
คนแรกเห็นไฟล์ แล้วให้ส่งต่อไปอีกช่อง เลยคิดว่าเอกสารถึงมือแล้ว แค่ให้ส่งไปเก็บเพื่อเข้าระบบ


กลับกลายเป็น คนที่รับเมล์ไปไม่ใช่คนรับเรื่อง แต่พอไปตามคนรับเรื่องไม่ได้เอกสาร
น่าจะไปปนกับ เมลขยะจนเขาไม่เห็น พอตามเรื่องเขาให้ส่งเอกสารเพิ่ม
อ้าวแปลว่าไอ้คนรับโทรศัพท์แล้วให้ส่งเรื่องต่อมันไม่ใช่คนรับเรื่องนี่หว่า


โทรไปๆ เขาก็ต่อสายหาเจ้าของเรื่องเองทั้งนั้น ดันส่งเรื่องพัฒนาไปปนกับอีเมลร้องเรียน


แล้วก็อุตส่าส่งเอกสารไปหา บ.ที่ปรึกษาด้วย คือเขารับเอกสารไปแล้ว
ลอจิคเอกสาร คือสนับสนุนโมเดลธุรกิจโครงการ และถ้าจะเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้น
ต้องใช้เทคเราสิ


อีเมล เลยตอบมาทำนองว่า ถ้าสนใจเทค จะติดต่อไป
เลยคิดว่า รบ.มีธง ว่าทำชัวๆแล้ว เขาเลยไม่ติดต่อมา รอสรุปผลก็ได้


ปรากฏว่ามีธงจริงคือไม่คุ้มจะทำ
คือด้านวิศวกรรม ด้านโมเดลธุรกิจ เราช่วยให้เกิดความคุ้มค่าได้
แต่สังคมสิ่งแวดล้อม การเมือง และต่างประเทศ เราช่วยอะไรไม่ได้


ถ้าการขนถ่ายช้าไป ก็แค่ปรัปสเปกให้ไว ปรับขั้นตอนที่ถ่วงเวลา
ถ้าแพงไป ก็หาว่าใครจะยอมจ่ายมีเยอะแค่ไหน
พอไล่ไปๆ มันก็มีจุดขายที่เอาชนะช่องแคบบางส่วนได้
คือเหมือน กลุ่มใหญ่ไปช่องแคบ กลุ่มน้อยมาแลนด์บริดจ์ แต่มันก็ใหญ่พอให้เกิด


คือถ้ามันพิจารณาว่า เทคนี้ยังไม่มีการพิสูจน์ แต่โครงการมันก็ปัดเป็นรอผการศึกษาร่วมอีก 1 ปี
แล้วให้แนวทางพัฒนาภาคใต้ สรุปมาก่อนว่าจะยังไง แล้วจะแตกโครงการอะไรยังไงค่อยว่ากันอีกที
ก็จะมีเวลาเอาสมมุติฐาน และแนวทางไปทดสอบก่อนได้ ว่าพร้อมใช้ไหม


แต่นี่ เหมือนเอกสารไปไม่ถึงคนตัดสินใจแล้วล้มโครงการ


ถ้าให้เดา ปัญหา การเมือง หรือไปคุยกับ บ.ต่างๆแล้วเขาไม่เล่นด้วย แบบตามแผนที่วางไว้
คือ ถ้าสร้าง บ.ต่างๆ อาจจะมาใช้ แต่ไม่การันตียอด และไม่สนใจลงทุน 100%
คือ รบ.ต้องจ่ายเงินสร้างเอง แล้วเขาจะมาใช้บางส่วน


ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวเวลาผ่านไป 1-2 ปี เดี๋ยวก็อาจกลับมาใหม่
แต่ไม่รอหรอกเฟ้ย ถ้าท่าเรือแหลมฉบัง ไม่เปิดรับการแก้ไขเพิ่มเติมบางอย่างลงไป


ก็พยายามไปหา บ.เอกชน ที่อยากจะลุยไปท่าเรือ อินโดนีเซียก็ได้ หลักการข้อจำกัดน้อยกว่าแลนด์บริดจ์อีก


ถ้าวันนึงไม่สำเร็ในไทยแต่ไปสำเร็จต่างประเทศก็แค่มีเรื่องเล่าเพิ่ม ว่าหน่วยงานไทย ไม่เปิดรับเทคใหม่ๆของคนไทย
จนต้องไปใช้พัฒนาประเทศคู่แข่งแทน ;D
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: humandroy

ออฟไลน์ Rem 870

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY4
  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,651
  • ถูกใจแล้ว: 1427 ครั้ง
  • ความนิยม: +2/-0
ดูข่าวเห็นว่ายกเลิกโครงการไปแล้วนี่ครับ
 

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,765
  • ถูกใจแล้ว: 1946 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
ดูข่าวเห็นว่ายกเลิกโครงการไปแล้วนี่ครับ
ใช่ ยกเลิกละ เหตุผลหลักๆส่วนนึงคือ ทีรายงานผม ร้อยกว่าหน้า หาตัวเลขแก้มาให้หมดละ
แต่รายงานไม่ถึงผู้บริหาร เพราะคนแรกที่รับสาย แค่โยนงานออกจากตัว แล้วฝั่งรับต่อเขาไม่อ่านเมล

ต่อไปก็พยายามไปขายไอเดียกับโครงการใหม่ละ ที่จะไปต่อตามคิว ก็แหลมฉบัง อันนี้น่าจะยาก เพราะเขาเริ่มสร้างไปไกลละ

อาจจะไปขายต่อ ท่าเรือต่างประเทศแทน แต่ต้องไปหาดีลกับ บ.ไทยก่อนให้ได้ เพราะมันยังไม่ใช่เทคที่ทำได้ทันที
แต่มันเป็นการจัดสเปก ที่มันทำได้ค่อนข้างแน่นอน แค่ต้องมาการทดลองในการบางอย่าง เช่น แบบจำลองทิศทาง ลม น้ำ พวก บ.ออกแบบเขามีโปรแกรมคำนวนอยู่ละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 25, 2026, 05:46:13 PM โดย deaddy »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Rem 870

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,806
  • ถูกใจแล้ว: 2891 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-344
แสด สนข.ทำงานแม่ม อุตส่าส่งเอกสาร ไปเกือบเดือน โทรตามเจ้าหน้าที่บอกสงสัยส่งผิดเข้าเมลเดิมที่เลิกใช้  พอไปดูเมลที่เขาให้ใหม่ก็เมลเดียวกันนั่นแหล่ะถูกแล้ว
เลยส่งให้ใหม่ แล้วถามตามเวลาปิดโครงการศึกษาวันไหน บอกหมดเขตวันที่ 3
พอส่งใหม่เสร็จวันศุกร์ ตกเย็น รองนายกประกาศโครงการไม่คุ้มค่า บริหารจัดการช้าไปและอื่นๆ


คือถ้าเห็นเอกสารก่อน 1 เดือนที่ส่งไปนั่น จะเห็นว่าทำไงให้คุ้มค่า และความเร็วก็เปลี่ยนได้


แอบเซ็ง ส่งงานเสร็จ ดันประกาศว่าไม่ทำละวันเดียวกัน


แต่ก็ไม่เป็นไร ไปโครงการท่าแหลมฉบังต่อ งานดินเขาใกล้เสร็จละ
อาจไปเสนอในหลักการเพิ่มประสิทธิภาพได้ แล้วทำเพิ่ม ยังไงกว่าเขาจะสร้างเสร็จหมดเปิดใช้งานเฟสใหม่ 100% อีกหลายปีอยู่


แต่คือเซ็งมาก คือถ้าเอกสารมันไม่ผ่านการพิจารณาก็ว่าไป
อันนี้คือ ส่งไปแล้ว แต่น่าจะไปปนกับช่องทางร้องเรียน
คนแรกเห็นไฟล์ แล้วให้ส่งต่อไปอีกช่อง เลยคิดว่าเอกสารถึงมือแล้ว แค่ให้ส่งไปเก็บเพื่อเข้าระบบ


กลับกลายเป็น คนที่รับเมล์ไปไม่ใช่คนรับเรื่อง แต่พอไปตามคนรับเรื่องไม่ได้เอกสาร
น่าจะไปปนกับ เมลขยะจนเขาไม่เห็น พอตามเรื่องเขาให้ส่งเอกสารเพิ่ม
อ้าวแปลว่าไอ้คนรับโทรศัพท์แล้วให้ส่งเรื่องต่อมันไม่ใช่คนรับเรื่องนี่หว่า


โทรไปๆ เขาก็ต่อสายหาเจ้าของเรื่องเองทั้งนั้น ดันส่งเรื่องพัฒนาไปปนกับอีเมลร้องเรียน


แล้วก็อุตส่าส่งเอกสารไปหา บ.ที่ปรึกษาด้วย คือเขารับเอกสารไปแล้ว
ลอจิคเอกสาร คือสนับสนุนโมเดลธุรกิจโครงการ และถ้าจะเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้น
ต้องใช้เทคเราสิ


อีเมล เลยตอบมาทำนองว่า ถ้าสนใจเทค จะติดต่อไป
เลยคิดว่า รบ.มีธง ว่าทำชัวๆแล้ว เขาเลยไม่ติดต่อมา รอสรุปผลก็ได้


ปรากฏว่ามีธงจริงคือไม่คุ้มจะทำ
คือด้านวิศวกรรม ด้านโมเดลธุรกิจ เราช่วยให้เกิดความคุ้มค่าได้
แต่สังคมสิ่งแวดล้อม การเมือง และต่างประเทศ เราช่วยอะไรไม่ได้


ถ้าการขนถ่ายช้าไป ก็แค่ปรัปสเปกให้ไว ปรับขั้นตอนที่ถ่วงเวลา
ถ้าแพงไป ก็หาว่าใครจะยอมจ่ายมีเยอะแค่ไหน
พอไล่ไปๆ มันก็มีจุดขายที่เอาชนะช่องแคบบางส่วนได้
คือเหมือน กลุ่มใหญ่ไปช่องแคบ กลุ่มน้อยมาแลนด์บริดจ์ แต่มันก็ใหญ่พอให้เกิด


คือถ้ามันพิจารณาว่า เทคนี้ยังไม่มีการพิสูจน์ แต่โครงการมันก็ปัดเป็นรอผการศึกษาร่วมอีก 1 ปี
แล้วให้แนวทางพัฒนาภาคใต้ สรุปมาก่อนว่าจะยังไง แล้วจะแตกโครงการอะไรยังไงค่อยว่ากันอีกที
ก็จะมีเวลาเอาสมมุติฐาน และแนวทางไปทดสอบก่อนได้ ว่าพร้อมใช้ไหม


แต่นี่ เหมือนเอกสารไปไม่ถึงคนตัดสินใจแล้วล้มโครงการ


ถ้าให้เดา ปัญหา การเมือง หรือไปคุยกับ บ.ต่างๆแล้วเขาไม่เล่นด้วย แบบตามแผนที่วางไว้
คือ ถ้าสร้าง บ.ต่างๆ อาจจะมาใช้ แต่ไม่การันตียอด และไม่สนใจลงทุน 100%
คือ รบ.ต้องจ่ายเงินสร้างเอง แล้วเขาจะมาใช้บางส่วน


ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวเวลาผ่านไป 1-2 ปี เดี๋ยวก็อาจกลับมาใหม่
แต่ไม่รอหรอกเฟ้ย ถ้าท่าเรือแหลมฉบัง ไม่เปิดรับการแก้ไขเพิ่มเติมบางอย่างลงไป


ก็พยายามไปหา บ.เอกชน ที่อยากจะลุยไปท่าเรือ อินโดนีเซียก็ได้ หลักการข้อจำกัดน้อยกว่าแลนด์บริดจ์อีก


ถ้าวันนึงไม่สำเร็ในไทยแต่ไปสำเร็จต่างประเทศก็แค่มีเรื่องเล่าเพิ่ม ว่าหน่วยงานไทย ไม่เปิดรับเทคใหม่ๆของคนไทย
จนต้องไปใช้พัฒนาประเทศคู่แข่งแทน ;D


NPV กับ IRR ได้เท่าไหร่ครับ และใช้ดอกเบี้ยกี่ % เป็นสมมุติฐานในการคิดครับ
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,765
  • ถูกใจแล้ว: 1946 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
[quote/]


NPV กับ IRR ได้เท่าไหร่ครับ และใช้ดอกเบี้ยกี่ % เป็นสมมุติฐานในการคิดครับ


ผมคิดแค่ roi เพราะตัวเลขได้ไม่ครบ คือประเด็นมันอยู่ที่ ผมใช้สมมุติฐาน สินค้าที่เขาไม่เปิดเผยตัวเลขแบบคนรู้ คือ บ.ที่ส่งสินค้าเขาไม่เปิดเผยตัวเลขสาธารณะ


เช่น ผมคิดตามมูลค่าที่ผู้เป็นเจ้าของสินค้าจะสูญเสียไป+เพิ่ม เช่น ค่าคงคลังค่าเสื่อมต่างๆ เพื่อหาตัวเลขที่เขาพร้อมจ่าย
แต่ปัญหาคือ สินค้าทั้งหมด ไม่สามารถรู้ได้ ว่ามีตัวเลขเท่าไหร่เป็นแค่ประมาณการ แบบคนที่รู้คือ บ.ขนส่ง และเขาไม่มีข้อมูลสาธารณะ
โดยสามารถ อ้างอิงจากค่าสัญญา ค่าปรับ จากการส่งล่าช้าก็ได้ แต่ก็แน่นอน เขาก็ไม่เปิดเผยข้อมูลอีก


เลยเสนอเอกสารไปทำนอง หนทางการเพิ่มรายได้ จากความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการส่งล่าช้าและค่าปรับ
เพราะงั้น มันเลยต้องขายความแม่นยำ ไม่ใช่ขายให้เรือทุกลำสินค้าทุกตู้ผ่าน และไม่ใช่แบบ ถ่ายหมดทั้งลำ
ตัวเลขมันเลยจะตอบยากว่าจะใช้บริการเท่าไหร่
มีทั้งสินค้าผ่านท่าเรือ 2 ฝั่ง และสินค้า มาจากรรถไฟต่อเรือฝั่งอันดามัน และถ่ายลำเรือที่อันดามัน


แต่ตัวเลขสินค้า อาจไปถึง 15-20 ล้าน teu ในทุกบริการ ทั้งแบบไม่สนใจเวลา
โดยค่าบริการมีหลายอย่าง ทั้งแบบราคาปกติ และราคาแซงคิว ขอส่งด่วน


โดย roi ที่ได้คือ 15 ปี จากการลงทุนตามเฟสโดยอ้างอิงจากเฟสการลงทุนตาม สนข. แต่เพิ่มงบลงทุนราวๆ 10-20%
เพื่อปรับ ประสิทธิภาพให้รองรับ ผลิตภัณฑ์ การปรับ flow การทำงานใหม่เพื่อสามารถรับรองสินค้า vip ได้


แต่ตัวเลข roi ไม่เป๊ะหรอก เพราะทุกอย่างเป็นประมาณการณ์หมด ไม่มีใครตอบได้ว่า โครงการลงทุนจริงจะเอาระดับไหน
ถ้าไม่เปลี่ยนไม่ลงทุนเพิ่มเลย ตัวเลขคนมาใช้ ก็เป็นไปตามที่เขาว่าคืนทุนช้านั่นแหล่ะ


คือผมไม่ได้คำนวน ตัวเลขอื่นๆ เพราะผมไม่ได้เอกสารข้อมูลครบ มีแต่ตัวเลขเผยแพร่การลงทุนต่างๆ ที่ไม่ละเอียด มีแนวๆสรุปเช่น งานเครื่องจักร งานขนส่ง งานท่าเรือ
สรุปแบบหัวข้อหลักๆ ต้องมาแก่ะเอง ว่าน่าจะเท่าไหร่ เครื่องจักรรุ่นไหนยังไม่รู้เลย เพราะรายงานสรุป มันสรุปจริงๆ มันไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลออกแบบ หรือรายการแบบละเอียด


ผมเลยคิดแค่ roi ส่วนในเทคผมเท่านั้น จำไม่ได้ละ ว่าค่าบริการเท่าไหร่ แต่แพงกว่า สนข. ที่แพงกว่า 4600+ ต่อตู้ที่เขาพูดกันอีก
คือไม่ได้เน้นรองรับสินค้าทุกชนิด แต่รองรับแค่สินค้าพรีเมี่ยม ที่ราคาสูงและเวลามีผลต่อมูลค่า เช่นพวกคอม ชิป ยา อะไรพวกเนี้ย


แล้วมันเป็นตัวเลขที่ปริมาณฟันธงไม่ได้ เช่น semi conductor อันนี้คุ้มแน่นอนแต่เขาจะส่งเท่าไหร่ ตัวเลขผลิตหรือรับของประเทศพอประเมิณได้แต่ มันไม่บอกว่ามันมาทางทิศไหน ถ้าส่งไปอเมริกา ไม่ผ่านโครงการ ต้องส่งไปยุโรป แต่ตัวเลขตรงๆดันไม่บอกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนรถยนต์ คอม อุปกรณ์ตกแต่งต่างๆวิ่งผ่านช่องแคบเท่าไหร่ ไม่รู้เลย


พวก eirr นี่แทบไม่ต้องพูดถึงเลย ผมไม่มีข้อมูลทั้งเล่มที่เขาศึกษามา เลยคำนวนได้แค่ roi
แต่ roi 15 ปีก็น่าลงทุนแล้วมั้ง แต่ก็นะ ตัวเลขพวกนี้ เชื่อถือไม่ได้ เพราะข้อมูลไม่ชัดเยอะมาก ต้องไปเอาข้อมูลจริงมาคำนวนอีกที
เพราะมาร์จิ้น งานท่าเรือเท่าไหร่ มันไม่เปิดเผย
แต่ถ้ากดเครื่องคิดเลขคร่าวๆ สมมุติค่าบริการ 7000 บาท ต่อ teu  20 ล้าน teu มาร์จิ้น 50% ก็ roi 14.2 ปี


ประเด็นคือ ตู้ที่จะยอมจ่าย 7000+บาทต่อ teu มีได้จริง แต่เท่าไหร่ ต้องไปเก็บข้อมูลเพิ่ม 


สูตรราวๆ มูลค่าตู้ *0.2/365 =ค่าเสื่อมค่าคงคลัง ค่าต่างๆ ที่เสียไปต่อวัน


สมมุติ 7000 บาทต่อวัน = 7000*365/0.2 =12.77 ล้านบาทต่อตู้
สมมุติเป็นมือถือ ราคา 5000 ต่อชิ้น สมมุติกล่องนึง หนา 10 กว้าง 10 ยาว 25 ซม. ตู้คอนเทนเนอร์กว้าง  2.5*2.5*10 ม. คือเผื่อชั้นวางแทรกไป
แปลว่าวางได้ 25*25*40= 25,000 ชิ้น ชิ้นละ 5000 = 125 ล้านบาทต่อตู้   


แปลว่าตู้ขนมือถือ คุ้มค่าในการลดเวลา หรือการันตีเวลาแน่นอน เพราะเซฟไปได้ 68000 บาทต่อตู้ต่อวัน
ตีว่า 30 ล้านเครื่องจากจีน ไปส่งยุโรปต่อปี ก็ 1200 ตู้ น้อยนิดมาก เมื่อเทียบกับขนาดโครงการ 


หรือสินค้ามูลค่าสูงที่ผ่านช่องแคบราวๆ 20-25% ก็ราวๆ 20 ล้าน teu


คือตัวเลขมันถึงในด้านความจุ ของท่าเรือ แต่ประเด็นคือ ถ้าขนถ่ายเกิน 1 วันมันไม่คุ้ม เพราะวิ่งยาวไปผ่านช่องแคบ เสียเวลาต่างแค่ 2 วัน
ถ้าขนลงแบบ 2 วัน ไม่คุ้มแน่นอน 


ตอนนี้เครน ไวสุดราวๆ 40 ตู้ต่อ ชม. เรือใหญ่สุด เคยทำสถิติ 11 เครน ทำงานพร้อมกัน ตีว่า 9 เครนพอ =360 ทำงาน 10 ชม. = 3600 ตู้
ถ้าเกิน 3600 ตู้ จะผ่านแลนด์บริดจ์แล้วไม่คุ้มเวลาที่เซฟได้


แต่มันมีสินค้าที่ไปสลับเรือที่สิงคโปร์ แปลว่า สินค้าเขาต้องรวมเวลาท่าเรือ ตีว่าเท่ากัน 2 ประเทศ
ที่สิงคโปร์ เป็นสินค้าถ่ายลำ ราวๆ 80% ก็ 40/2*0.8*0.25 = 4 ล้าน teu สำหรับสินค้ามูลค่าสูงที่ไปสลับลำเรือที่สิงคโปร์


เนื่องจาก สินค้ากลุ่มถ่ายลำเรือที่สิงคโปร์ 4 ล้าน teu ตีว่าเวลาจัดการเท่ากัน แต่ต่างที่ระยะเวลาบนทะเล ก็ต่าง 2 วันตรงๆเลย


แปลว่า 4 ล้าน teu คือตัวเลข ที่เราจะแข่งกับ สิงคโปร์ตรงๆ ท่าเรือ แลนด์บริดจ์เฟสแรก ความจุ 6 ล้าน teu
3 ล้าน คือตัวเลขค้าขายประเทศไทย กับฟากไปทิศตะวันตก
1 ล้าน ระบบรถไฟจากจีนด้านบนมาเชื่อม


แปลว่า ตัวเลข ราว 8 ล้าน ที่น่าจะใช้งาน โดยประมาณ
ส่วนตัวเลข เซฟ 1 วัน อาจจะยากหน่อย แต่ถ้าเวิค เขาก็มาใช้ได้ เพดานราวๆ 20 ล้าน teu


และแน่นอน ถ้ารวมเทคผมเข้าไป ตัวเลขมันจะเปลี่ยนอีก 


แต่ตัวเลขยอดผู้ใช้ที่ผมเพิ่มโมเดลธุรกิจเข้าไป ตัวเลขคนน่าจะใช้ ก็ปาไป 8 ล้านละ ถ้าเวลาผ่านไป 10 ปี ยอดสินค้าก็จะเพิ่มขึ้น


แน่นอนว่าสมการทั้งหมดเป็นแค่การประมาณ หน้างานจริง ยังมีบนเรือเป็นสินค้าตู้ผสมต้องปรับการรับสินค้าอีก


แต่หลักการที่ส่งไปเป็นแค่ส่วนสนับสนุน ไม่ได้ขายเทค เพราะถ้ารวมเทค เวลาที่ใช้ในการขนถ่ายจะไวขึ้น ทำให้ สัดส่วนการดึงตู้สินค้ามูลค่าสูงจะมากขึ้น
จากกอง 20 ล้าน teu อาจดึงได้ รวม 15 ล้าน teu รวมๆกับไทยค้าขายเอง กับรถไฟจีน ก็ปาไป 19 ล้าน teu ละ


พอผ่านไป 10 ปี ถ้าช่องแคบแออัด เวลาที่เซฟได้ก็เพิ่มอีก กลายเป็น อาจจะไต่ขึ้นเป็น 20 ล้านได้




แต่ตัวเลข รองนายก บอกคำนวนใหม่ ละ การค้า 2 ฟากโลก อาจจะลดลงเพราะสงคราม สมมุติฐานสินค้าเปลี่ยนอีก
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,806
  • ถูกใจแล้ว: 2891 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-344
[quote/]


ผมคิดแค่ roi เพราะตัวเลขได้ไม่ครบ คือประเด็นมันอยู่ที่ ผมใช้สมมุติฐาน สินค้าที่เขาไม่เปิดเผยตัวเลขแบบคนรู้ คือ บ.ที่ส่งสินค้าเขาไม่เปิดเผยตัวเลขสาธารณะ


เช่น ผมคิดตามมูลค่าที่ผู้เป็นเจ้าของสินค้าจะสูญเสียไป+เพิ่ม เช่น ค่าคงคลังค่าเสื่อมต่างๆ เพื่อหาตัวเลขที่เขาพร้อมจ่าย
แต่ปัญหาคือ สินค้าทั้งหมด ไม่สามารถรู้ได้ ว่ามีตัวเลขเท่าไหร่เป็นแค่ประมาณการ แบบคนที่รู้คือ บ.ขนส่ง และเขาไม่มีข้อมูลสาธารณะ
โดยสามารถ อ้างอิงจากค่าสัญญา ค่าปรับ จากการส่งล่าช้าก็ได้ แต่ก็แน่นอน เขาก็ไม่เปิดเผยข้อมูลอีก


เลยเสนอเอกสารไปทำนอง หนทางการเพิ่มรายได้ จากความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการส่งล่าช้าและค่าปรับ
เพราะงั้น มันเลยต้องขายความแม่นยำ ไม่ใช่ขายให้เรือทุกลำสินค้าทุกตู้ผ่าน และไม่ใช่แบบ ถ่ายหมดทั้งลำ
ตัวเลขมันเลยจะตอบยากว่าจะใช้บริการเท่าไหร่
มีทั้งสินค้าผ่านท่าเรือ 2 ฝั่ง และสินค้า มาจากรรถไฟต่อเรือฝั่งอันดามัน และถ่ายลำเรือที่อันดามัน


แต่ตัวเลขสินค้า อาจไปถึง 15-20 ล้าน teu ในทุกบริการ ทั้งแบบไม่สนใจเวลา
โดยค่าบริการมีหลายอย่าง ทั้งแบบราคาปกติ และราคาแซงคิว ขอส่งด่วน


โดย roi ที่ได้คือ 15 ปี จากการลงทุนตามเฟสโดยอ้างอิงจากเฟสการลงทุนตาม สนข. แต่เพิ่มงบลงทุนราวๆ 10-20%
เพื่อปรับ ประสิทธิภาพให้รองรับ ผลิตภัณฑ์ การปรับ flow การทำงานใหม่เพื่อสามารถรับรองสินค้า vip ได้


แต่ตัวเลข roi ไม่เป๊ะหรอก เพราะทุกอย่างเป็นประมาณการณ์หมด ไม่มีใครตอบได้ว่า โครงการลงทุนจริงจะเอาระดับไหน
ถ้าไม่เปลี่ยนไม่ลงทุนเพิ่มเลย ตัวเลขคนมาใช้ ก็เป็นไปตามที่เขาว่าคืนทุนช้านั่นแหล่ะ


คือผมไม่ได้คำนวน ตัวเลขอื่นๆ เพราะผมไม่ได้เอกสารข้อมูลครบ มีแต่ตัวเลขเผยแพร่การลงทุนต่างๆ ที่ไม่ละเอียด มีแนวๆสรุปเช่น งานเครื่องจักร งานขนส่ง งานท่าเรือ
สรุปแบบหัวข้อหลักๆ ต้องมาแก่ะเอง ว่าน่าจะเท่าไหร่ เครื่องจักรรุ่นไหนยังไม่รู้เลย เพราะรายงานสรุป มันสรุปจริงๆ มันไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลออกแบบ หรือรายการแบบละเอียด


ผมเลยคิดแค่ roi ส่วนในเทคผมเท่านั้น จำไม่ได้ละ ว่าค่าบริการเท่าไหร่ แต่แพงกว่า สนข. ที่แพงกว่า 4600+ ต่อตู้ที่เขาพูดกันอีก
คือไม่ได้เน้นรองรับสินค้าทุกชนิด แต่รองรับแค่สินค้าพรีเมี่ยม ที่ราคาสูงและเวลามีผลต่อมูลค่า เช่นพวกคอม ชิป ยา อะไรพวกเนี้ย


แล้วมันเป็นตัวเลขที่ปริมาณฟันธงไม่ได้ เช่น semi conductor อันนี้คุ้มแน่นอนแต่เขาจะส่งเท่าไหร่ ตัวเลขผลิตหรือรับของประเทศพอประเมิณได้แต่ มันไม่บอกว่ามันมาทางทิศไหน ถ้าส่งไปอเมริกา ไม่ผ่านโครงการ ต้องส่งไปยุโรป แต่ตัวเลขตรงๆดันไม่บอกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนรถยนต์ คอม อุปกรณ์ตกแต่งต่างๆวิ่งผ่านช่องแคบเท่าไหร่ ไม่รู้เลย


พวก eirr นี่แทบไม่ต้องพูดถึงเลย ผมไม่มีข้อมูลทั้งเล่มที่เขาศึกษามา เลยคำนวนได้แค่ roi
แต่ roi 15 ปีก็น่าลงทุนแล้วมั้ง แต่ก็นะ ตัวเลขพวกนี้ เชื่อถือไม่ได้ เพราะข้อมูลไม่ชัดเยอะมาก ต้องไปเอาข้อมูลจริงมาคำนวนอีกที
เพราะมาร์จิ้น งานท่าเรือเท่าไหร่ มันไม่เปิดเผย
แต่ถ้ากดเครื่องคิดเลขคร่าวๆ สมมุติค่าบริการ 7000 บาท ต่อ teu  20 ล้าน teu มาร์จิ้น 50% ก็ roi 14.2 ปี


ประเด็นคือ ตู้ที่จะยอมจ่าย 7000+บาทต่อ teu มีได้จริง แต่เท่าไหร่ ต้องไปเก็บข้อมูลเพิ่ม 


สูตรราวๆ มูลค่าตู้ *0.2/365 =ค่าเสื่อมค่าคงคลัง ค่าต่างๆ ที่เสียไปต่อวัน


สมมุติ 7000 บาทต่อวัน = 7000*365/0.2 =12.77 ล้านบาทต่อตู้
สมมุติเป็นมือถือ ราคา 5000 ต่อชิ้น สมมุติกล่องนึง หนา 10 กว้าง 10 ยาว 25 ซม. ตู้คอนเทนเนอร์กว้าง  2.5*2.5*10 ม. คือเผื่อชั้นวางแทรกไป
แปลว่าวางได้ 25*25*40= 25,000 ชิ้น ชิ้นละ 5000 = 125 ล้านบาทต่อตู้   


แปลว่าตู้ขนมือถือ คุ้มค่าในการลดเวลา หรือการันตีเวลาแน่นอน เพราะเซฟไปได้ 68000 บาทต่อตู้ต่อวัน
ตีว่า 30 ล้านเครื่องจากจีน ไปส่งยุโรปต่อปี ก็ 1200 ตู้ น้อยนิดมาก เมื่อเทียบกับขนาดโครงการ 


หรือสินค้ามูลค่าสูงที่ผ่านช่องแคบราวๆ 20-25% ก็ราวๆ 20 ล้าน teu


คือตัวเลขมันถึงในด้านความจุ ของท่าเรือ แต่ประเด็นคือ ถ้าขนถ่ายเกิน 1 วันมันไม่คุ้ม เพราะวิ่งยาวไปผ่านช่องแคบ เสียเวลาต่างแค่ 2 วัน
ถ้าขนลงแบบ 2 วัน ไม่คุ้มแน่นอน 


ตอนนี้เครน ไวสุดราวๆ 40 ตู้ต่อ ชม. เรือใหญ่สุด เคยทำสถิติ 11 เครน ทำงานพร้อมกัน ตีว่า 9 เครนพอ =360 ทำงาน 10 ชม. = 3600 ตู้
ถ้าเกิน 3600 ตู้ จะผ่านแลนด์บริดจ์แล้วไม่คุ้มเวลาที่เซฟได้


แต่มันมีสินค้าที่ไปสลับเรือที่สิงคโปร์ แปลว่า สินค้าเขาต้องรวมเวลาท่าเรือ ตีว่าเท่ากัน 2 ประเทศ
ที่สิงคโปร์ เป็นสินค้าถ่ายลำ ราวๆ 80% ก็ 40/2*0.8*0.25 = 4 ล้าน teu สำหรับสินค้ามูลค่าสูงที่ไปสลับลำเรือที่สิงคโปร์


เนื่องจาก สินค้ากลุ่มถ่ายลำเรือที่สิงคโปร์ 4 ล้าน teu ตีว่าเวลาจัดการเท่ากัน แต่ต่างที่ระยะเวลาบนทะเล ก็ต่าง 2 วันตรงๆเลย


แปลว่า 4 ล้าน teu คือตัวเลข ที่เราจะแข่งกับ สิงคโปร์ตรงๆ ท่าเรือ แลนด์บริดจ์เฟสแรก ความจุ 6 ล้าน teu
3 ล้าน คือตัวเลขค้าขายประเทศไทย กับฟากไปทิศตะวันตก
1 ล้าน ระบบรถไฟจากจีนด้านบนมาเชื่อม


แปลว่า ตัวเลข ราว 8 ล้าน ที่น่าจะใช้งาน โดยประมาณ
ส่วนตัวเลข เซฟ 1 วัน อาจจะยากหน่อย แต่ถ้าเวิค เขาก็มาใช้ได้ เพดานราวๆ 20 ล้าน teu


และแน่นอน ถ้ารวมเทคผมเข้าไป ตัวเลขมันจะเปลี่ยนอีก 


แต่ตัวเลขยอดผู้ใช้ที่ผมเพิ่มโมเดลธุรกิจเข้าไป ตัวเลขคนน่าจะใช้ ก็ปาไป 8 ล้านละ ถ้าเวลาผ่านไป 10 ปี ยอดสินค้าก็จะเพิ่มขึ้น


แน่นอนว่าสมการทั้งหมดเป็นแค่การประมาณ หน้างานจริง ยังมีบนเรือเป็นสินค้าตู้ผสมต้องปรับการรับสินค้าอีก


แต่หลักการที่ส่งไปเป็นแค่ส่วนสนับสนุน ไม่ได้ขายเทค เพราะถ้ารวมเทค เวลาที่ใช้ในการขนถ่ายจะไวขึ้น ทำให้ สัดส่วนการดึงตู้สินค้ามูลค่าสูงจะมากขึ้น
จากกอง 20 ล้าน teu อาจดึงได้ รวม 15 ล้าน teu รวมๆกับไทยค้าขายเอง กับรถไฟจีน ก็ปาไป 19 ล้าน teu ละ


พอผ่านไป 10 ปี ถ้าช่องแคบแออัด เวลาที่เซฟได้ก็เพิ่มอีก กลายเป็น อาจจะไต่ขึ้นเป็น 20 ล้านได้




แต่ตัวเลข รองนายก บอกคำนวนใหม่ ละ การค้า 2 ฟากโลก อาจจะลดลงเพราะสงคราม สมมุติฐานสินค้าเปลี่ยนอีก


ปกติจะนำเสนอโครงการ มันต้องคิด NPV กับ IRR ไม่ใช่เหรอครับ
แล้วถ้าผมจำไม่ผิด สภาพัฒน์ฯกำหนดว่า NPV จะต้องเป็นบวก และ IRR ต้องเกิน 12% ถึงโครงการจะผ่านรอบแรกเพื่อนำเข้าไปสู่การพิจารณาขั้นถัดไป
ถ้าไม่ถึงตามเกณฑ์ มันจะถูกปัดตกหมด


เว้นเสียแต่ว่ามีใบสั่งมา ให้โครงการที่ผลประโยชน์ไม่ถึง 12% ผ่านได้ (ถ้ากรณีนี้ มีโอกาสเข้าข่ายคอรัปชั่น เพราะผิดระเบียบการ)
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,765
  • ถูกใจแล้ว: 1946 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
[quote/]


ปกติจะนำเสนอโครงการ มันต้องคิด NPV กับ IRR ไม่ใช่เหรอครับ
แล้วถ้าผมจำไม่ผิด สภาพัฒน์ฯกำหนดว่า NPV จะต้องเป็นบวก และ IRR ต้องเกิน 12% ถึงโครงการจะผ่านรอบแรกเพื่อนำเข้าไปสู่การพิจารณาขั้นถัดไป
ถ้าไม่ถึงตามเกณฑ์ มันจะถูกปัดตกหมด


เว้นเสียแต่ว่ามีใบสั่งมา ให้โครงการที่ผลประโยชน์ไม่ถึง 12% ผ่านได้ (ถ้ากรณีนี้ มีโอกาสเข้าข่ายคอรัปชั่น เพราะผิดระเบียบการ)


ไม่ได้ไปในนาม ผู้ผลักดัน ถ้าคิดตัวเลขครบต้องได้ตัวเลขครบ แต่มันไม่มีไง ตัวเลขที่เหลือมันไม่ได้เปิดเผย :(
คือถ้าเขาเอารายงานฉบับเต็มมาเผยแพร่ ก็คิดตัวเลขได้หมดนั่นแหล่ะ


แต่ข้อมูลส่วนใหญ่มีแต่ข้อมูลสรุปผล คนนอกได้แค่แก่ะตัวเลขย้อนกลับ มันเลยเสนอตัวเลขโครงการไม่ได้
สิ่งที่ทำได้มีแค่ตัวเลขคร่าวๆ ว่าเราควรลุยไหม ไม่ใช่ไปผลักดันให้ รบ.ลุย


แต่ต้องพยายามเข้าไปในทีมคณะทำงานให้ได้ก่อน ซึ่งมันจบที่เขาไม่ได้อ่านทันเวลาสรุปผล
ตอนแรกกะแค่ นำเสนอแนวคิดเพื่อให้เขาเอาบางส่วนไปสนับสนุนโครงการพอ แล้วหลังจากนั้นก็เปิดช่องให้โดนเรียกตัวไปคุย


แต่ก็รอลุ้นเอาแหล่ะ ถึงส่งช้า ก็ไม่ได้หมายความว่าโครงการจบหมด แค่เขาต้องไปตั้งโครงการใหม่




ยังไงโดยพื้นฐาน มันฝืนอยู่ คือไม่ใช่แลนด์บริดไม่คุ้มเกิดไม่ได้ แต่มันออกแนว ไม่ควรทำทั้งโครงการทันที ควรเริ่มจากท่าเรือฝั่งอันดามันก่อน
พอได้ตัวเลข และดูแนวโน้มค่อยสร้างฝั่งอ่าวไทย


คือแผนทางฝั่ง มาเลเซีย สิงคโปร์ ยึดความร่วมมือสายเดินเรือหลักๆไปหมดแล้ว
ถ้าจะเอาชนะ ต้องกระโดดไปเหนือสายเดินเรือ นั่นคือเจ้าของสินค้า คือ บ.ขนส่งที่ส่งสินค้าให้สายเดินเรือ


แล้วมันมีหลายเรื่องที่ต้องแก้และดำเนินการเยอะมาก ส่งเอกสารไปชุดเดียวไม่จบหรอก
โฟกัสแค่ เนื้อหาน่าสนใจ ให้เรียกไปคุยให้ได้ก่อนพอ


ขนาดเอกสารไม่ครบ ผมยังใช้เวลาเป็นเดือนเลย คือภาษาพูดๆแค่ 10-20 นาทีจบ
แต่พอต้องเปลี่ยนเป็นเอกสาร มันใช้เวลาเยอะมาก เพราะต้องมาวางแผนว่าอะไรควรเปิดอะไรควรปิด ควรสื่อสารยังไง อันไหนพูดได้ตอนนี้อันไหนควรพูดหลังจากเซ็นต์สัญญารักษาความลับ


มันมีหลายไอเดียด้านเทคนิคที่ไม่ควรเปิดเผยสาธารณะ จดเป็นสิทธิบัตรได้


เหมือนคนอื่นใช้การออกแบบโดยมุ่งเน้นความคุ้มค่าเชิงลดต้นทุน แต่ผมออกแบบโดยเน้นประสิทธิภาพ ค่าลงทุนสูงขึ้น
แต่เมื่อคิดย้อนกลับมาเป็นสักยภาพที่ทำได้ เทียบงบลงทุนแล้วมันก็คุ้มค่า เพียงแต่มันเป็นแค่หลักการ มันต้องมาแตกรายการให้ครบ


แล้วถ้าให้ผมคิดตจนครบน่ะ เป็นปีจะเสร็จไหมยังไม่รู้เลย ยังไม่นับเรื่องที่ผมไม่ใช่วิศกรที่ออกแบบได้แต่แรกนะ


คือพอนึกออกไหม เราสามารถประเมิณคร่าวๆได้แต่ออกแบบไม่ได้ เช่น เรารู้ว่างานดิน สมมุติถมดิน 1 ล้านคิว มูลค่า 500 ล้าน
แต่รายงานมีแต่ข้อสรุป เราไม่รู้ว่าใน 500 ล้าน มีค่าอะไรบ้าง แต่เราก็เทียบได้ว่าถ้าเป็น 2 ล้านคิวควรจะราวๆ 1000 ล้าน
แต่เรื่องจริง อาจไม่มีที่ทิ้งดินแล้ว ถ้าจะรู้ ต้องไปดูหน้างานจริง


แล้วการออกแบบไม่ใช่แค่เรื่องทำได้หรือไม่ มีเรื่องข้อระเบียบมาตรฐานไทย ของสากล ของประกัน นู่นนี่นั่น
ถ้าจะดูจนครบไม่ไหวหรอก เรารู้แค่ว่า ราวๆไหนพอ แล้วส่งเรื่องเพื่อไปขอคุยรายละเอียดทีหลัง ให้เข้าไปในทีมให้ได้ก่อน
 

ออฟไลน์ humandroy

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,321
  • ถูกใจแล้ว: 361 ครั้ง
  • ความนิยม: +23/-23
อีก 25 ถึง 30 ปีข้างหน้า น้ำจะท่วมภาคกลางตอนล่าง พื้นที่การเกษตรส่วนใหญ่ของไทยจะจมน้ำทะเลฐาวร
ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ยังไงมันก็ไม่คุ้มครับ

แต่ถ้าขุดคลอง แล้วเอาดินมาทำเขื่อนกันน้ำ มันก็เป็นอีกเรื่องนึง

 

ออฟไลน์ redxsword

  • เจ้าสำนักหมี
  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • *****
  • กระทู้: 3,311
  • ถูกใจแล้ว: 20994 ครั้ง
  • ความนิยม: +1619/-194
  • เพศ: ชาย
  • ของแท้ต้องมีรูปฮีจังอยู่ที่ปก
    • สำนักกฎหมายเอสแอนด์เอ็น
สมัยก่อนขุดคลองก็คุ้มแหละ สมัยนั้นยังไม่มีเรือทะเลน้ำลึกที่มีระวางเรือเท่าปัจจุบัน จะขุดคลองตรงคอคอดกะค่าใช้จ่ายก็เยอะ กำไรขาดทุนเท่าไหร่ล่ะ จะต้องใช้เวลากี่ปีถึงจะคืนทุน อย่างต่ำก็ 20+ ปี มองแล้ว จุดที่คุ้มค่าสุดในการสร้างคลองคอคอดกะ น่าจะเมื่อ 100 ปีก่อนด้วยซ้ำ เหมือนเรื่องตลกจากละครเวทีตลกของจีน ที่เล่าเรื่องไลฟ์โค้ชสอนซื้อบ้านว่า ผมจะสอนพวกคุณซื้อบ้าน นักเรียนก็เรียนกันอย่างตั้งใจอย่างยาวนาน 5 ปี พอจบการสอน อาจารย์ไลฟ์โค้ชก็บอกว่า ช่วงเวลาทองที่สุดในการซื้อบ้าน คือ เมื่อ 5 ปีก่อน

พูดง่ายๆ คือ เลิกคิด แล้วไปหาอุตสาหกรรมอื่นดีกว่า

ปัจจุบัน ช่องแคบมะละกากลายเป็นเส้นทางหลักไปแล้ว จะมาสร้างคลองคอคอดกะให้เมื่อยทำไม สู้สร้างทางท่าฝั่งอันดามันเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูงจากภาคพื้นถึงภาคทะเลไม่ได้หรอก โครงการนี้ถ้าทำดีๆมันจะได้ผลดีจริงๆ แต่ก็รู้ๆกันว่าหน่วยงานไทยเป็นยังไง  ???
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 31, 2026, 02:07:43 PM โดย redxsword »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: humandroy

ออฟไลน์ humandroy

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,321
  • ถูกใจแล้ว: 361 ครั้ง
  • ความนิยม: +23/-23
สมัยก่อนขุดคลองก็คุ้มแหละ สมัยนั้นยังไม่มีเรือทะเลน้ำลึกที่มีระวางเรือเท่าปัจจุบัน จะขุดคลองตรงคอคอดกะค่าใช้จ่ายก็เยอะ กำไรขาดทุนเท่าไหร่ล่ะ จะต้องใช้เวลากี่ปีถึงจะคืนทุน อย่างต่ำก็ 20+ ปี มองแล้ว จุดที่คุ้มค่าสุดในการสร้างคลองคอคอดกะ น่าจะเมื่อ 100 ปีก่อนด้วยซ้ำ เหมือนเรื่องตลกจากละครเวทีตลกของจีน ที่เล่าเรื่องไลฟ์โค้ชสอนซื้อบ้านว่า ผมจะสอนพวกคุณซื้อบ้าน นักเรียนก็เรียนกันอย่างตั้งใจอย่างยาวนาน 5 ปี พอจบการสอน อาจารย์ไลฟ์โค้ชก็บอกว่า ช่วงเวลาทองที่สุดในการซื้อบ้าน คือ เมื่อ 5 ปีก่อน

พูดง่ายๆ คือ เลิกคิด แล้วไปหาอุตสาหกรรมอื่นดีกว่า

ปัจจุบัน ช่องแคบมะละกากลายเป็นเส้นทางหลักไปแล้ว จะมาสร้างคลองคอคอดกะให้เมื่อยทำไม สู้สร้างทางท่าฝั่งอันดามันเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูงจากภาคพื้นถึงภาคทะเลไม่ได้หรอก โครงการนี้ถ้าทำดีๆมันจะได้ผลดีจริงๆ แต่ก็รู้ๆกันว่าหน่วยงานไทยเป็นยังไง  ???
เอาจริงๆราชการทั่วโลก ไม่ได้ต่างกันมากนักครับ
แม้แต่สังคมนิยม ที่ไม่อู้ฟู่ ก็เพราะคนส่วนใหญ่กลายเป็นกึ่งราชการไปหมดนั่นแหละ
เมื่อทุกคนทำตามหน้าที่ พวกเขาก็จะทำแค่พอให้เสร็จตามหน้าที่ไปวันๆ ไม่ได้คิดจะแก้ปัญหาอะไรให้สำเร็จตามหน้าที่จริงๆจังๆ มันไม่ใช่ว่าระบบไม่ดี แต่มันเป็นที่คนในระบบ หรือระบบไม่เหมาะกับคน
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก