[quote/]
ถ้าขุดคลองอย่างเดียวให้เรือผ่านยังไงก็เจ๊งครับ มันต้องทำส่วนอื่นไปด้วย
เช่นออกกฎหมายให้ทั้งจังหวัดระนอง เป็นพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม แล้วก็สร้างฐานทัพเรือบริเวณคลองคอดกระเพื่อดูแลฝั่งอันดามัน
ถ้าเราทำหลายๆอย่างในการลงทุนครั้งเดียวมันจะคุ้มครับ เพราะ Facility เดียวใช้ได้หลายอย่างพร้อมกัน
แลนบริดจ์ เนี่ย ผมถามว่าใครจะใช้ครับ อย่ามองในมุมของรัฐ
มองในมุมของเอกชน ใครมันจะซื้อ เรือมา Double สองฝั่ง ให้เสียค่าเสื่อม(Depreciation)แบบ Double
ระหว่างค่าเสื่อมเครื่องจักรจากเรือพาณิชย์ กับ ค่าน้ำมัน อะไรมันแพงกว่าถูกกว่าครับ?
ลงบัญชีทีหนึ่ง เอกชนรับภาระค่าเสื่อมเครื่องจักรคูณสอง การบินไทยเจ๊งส่วนหนึ่งเพราะรับภาระค่าเสื่อมของเครื่องจักรและอะไหล่ที่ดองเอาไว้เยอะมากนะครับ
อิตาเลี่ยน-ไทยก็เหมือนกัน เคยไปเห็นเครื่องจักรที่ซื้อมาแต่ไม่ได้ใช้วางดองหรือเปล่าครับ นั่นแหละ ค่าเสื่อมวิ่งทุกวัน
อย่าโลภเพียงแค่ได้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากจีน หลายประเทศแอฟริกาเจอแบบนี้มาเยอะแล้วนะครับ
Feastibility ของแลนด์บริดจ์ก็ไม่ผ่าน ยังจะดันทุรังทำ ไม่ต่างอะไรกับ Infra ของแอฟริกาที่จีนออกเงินกู้ให้
ถ้าใครคิดว่าแลนด์บริดจ์คุ้มนะ ลองไปดูการขนตู้คอนเทนเนอร์ขึ้น-ลงเรือ ใช้เวลา 1 วันกว่าจะหมดลำ
แล้วคุณจะขนจากท่าเรืออีกฝั่งไปอีกฝั่งยังไง? อย่าบอกนะว่าใช้รถบรรทุก Trailer? ตีไปอีกครึ่งวัน
แล้วกว่าจะขนคอนเทนเนอร์ลงเรืออีกลำ ไปอีก 1 วัน
สรุป คุณเสียเวลาไป 2-3 วัน กว่าจะย้ายไปเรืออีกลำที่อยู่ฝั่งอันดามัน ขณะที่ผ่านช่องแคบมะละกาแค่ 2 วัน
นอกจากเสียเวลาเพิ่ม ยังจะทำให้เอกชนต้องรับภาระค่าเสื่อมเครื่องจักรเรือเดินสมุทรเพิ่มเป็นสองเท่า
เชื่อผมเถอะ ลงทุนทีเดียวด้วยการขุด คุ้มที่สุดทั้งในแง่เศรษฐกิจและความมั่นคง
- เศรษฐกิจ เอกชนเลือกผ่านอยู่แล้ว เพราะ ระยะทางน้อยลง ประหยัดน้ำมันมากขึ้น
- เมืองระนอง ซึ่งมีคลองคอดกระผ่าน สามารถทำเป็นอู่ต่อเรือแห้ง(Dry Dock) หรือ ท่าเรือนานาชาติไปฝั่งอันดามันได้ แถมถ้าให้ดีก็ตั้งเป็นนิคมอุตสาหกรรมไปเลย
- ความมั่นคง มันทำให้ประเทศไทยมีทางออกสู่ทะเลนานาชาติหลายทาง มันทำให้ประเทศไทยไม่โดนปิดล้อมเหมือนในอดีต
วิธีชนะประเทศไทยที่ง่ายสุดคือแค่ปิดล้อมอ่าวไทยก็จะทำไม่ได้แล้ว เหตุการณ์ฮอลันดาปิดอ่าวไทย เหตุการณ์รศ.112 ยังเป็นบทเรียนไม่พอเหรอครับ? ว่าถ้ามีทางออกทะเลทางเดียวแล้วเขาปิดประตูตีแมว เราตายทันที
ใช่ครับ สายเดินเรือ อยากใช้คลอง แต่ประเด็นคือใครจะลงทุนขุดคลองครับ ตัวเลขคืนทุนไม่มี ปัญหาสิ่งแวดล้อมเรือหาย
แล้วขุดคลองเสร็จ ทุกอย่างต้องมีเหมือนแลนด์บริดจ์หมดเลย ไม่ว่าจะท่าเรือ และกิจกรรมหลังท่า
สรุปค่าลงทุนราวๆ ขุดคลอง+ 60% ของแลนด์บริดจ์ที่ต้องใช้
แล้วยังเรื่องความมั่นคง และไม่มีใครจะมาลงทุนให้ นอกจากสัมปทาน 99 ปี ที่คนในประเทศก็ด่าอยู่ดีว่าขายชาติ
ในขณะที่แลนด์บริด เราต้องมีตามโครงการ ราวๆ 70% อยู่แล้ว ไม่ว่าจะท่าเรือฝั่งอันดามัน ถนน รถไฟ มีแค่ท่าเรือฝั่งอ่าวไทยที่ไม่รีบ
ส่วนใครจะใช้ ก็คนไทยไงครับ ไทยใช้ชัวๆ 3 ล้านกว่าได้ และอีก 50 ปี ก็คงทะลุ 10 ล้าน ด้วยไทยเองล้วนๆ
เรียกว่าท่าฝั่งอ่าวไทย ไม่จำเป็นเท่าไหร่ เพราะปรกติเราใช้ แหลมฉบัง เปิดเฟส 2 3 4 ไปเรื่อยๆได้ ส่วนฝั่งอันดามันควรมีรองรับ 1 ที่ แล้วทำทางเชื่อมไปเข้าระบบขนส่งในประเทศ
สรุป โครงการแลนด์บริดจ์ เราต้องการท่าเรือ ราวๆ 4-5 ล้าน ฝั่งอันดามัน แล้วค่อยขยายไป แล้วก็รถไฟ กับ ถนน
สรุปโครงการอาจจะราวๆ 3-6 แสนล้าน แค่นั้น มีคนใช้แค่นอน
คือถ้าด้วยโครงการตามแผนเดิมส่วนใหญ่ ก็ตามที่เขาว่าๆกันว่าต้องลดขนาดนั่นแหล่ะ
มีแค่ 2 แบบที่พอจะหากินได้ คือ ทางสำรอง ซึ่งจะเกิดเมื่อช่องแคบเต็ม ซึ่งยากกว่าแผนแน่นอน
เพาะจริงๆ แผนว่าช่องแคบจะเต็มมีนานแล้ว แต่สายเดินเรือ เพิ่มขนาดเรือ ทำให้จำนวนเรือลดลง
มันเลยมีช่องว่างเพิ่ม ทั้งที่สินค้าโตทุกปี
ส่วนหากินอีกกรณี คือ สินค้าเข้าไทยอยู่แล้ว ไม่ว่าจะนำเข้าส่งออก
ส่วนถ่ายลำเรือแบบข้ามฟากยากอยู่ ถึงจะไวกว่าถ่ายสิงคโปรก็จริง แต่เรือมันต้องใช้ 2 ฝั่ง ค่าถ่ายสูงขึ้น เวลาต่างกันแค่ 2 วัน
ถ้าไม่มีแผนรองรับ เรือได้ผลประโยชน์น้อยไป คือเรือมันมี เวลาตามแผนไว้อยู่แล้ว แล้วสายเดินเรือส่วนใหญ่ลงทุนในท่า สิงคโปร์มาเลเซียไปแล้ว
ถ้าให้เดา ถ้าขายด้วยความถูก ไวกว่า 2 วันน้อยไป เพราะมันมีค่ารถไฟ ถึงจะประหยัดเวลาทำให้ค่าใช้จ่ายลดแต่ไม่พอ
แต่สมการจะเปลี่ยนทันที ถ้าเป็นจีนมาลงทุน เพราะมันไว 2 วัน เมื่อเทียบกับไปใช้ที่สิงคโปร์ เพราะจีนขนสินค้ามาเยอะคุ้มค่าของเขาอยู่
คาดว่าที่ รบ.จะผลักดัน คือหวังอี มาให้ความเชื่อมั่นไปแล้ว รบ.เลยจะดัน
เผื่อไม่รู้ 80 ของสินค้าที่ สิงคโปร์ =แลนด์บริดจ์ ที่ตัดรถไฟออก
แปลว่าถ้าจีนตกลงมาใช้ท่าเรือแลนด์บริดจ์ก็จบ 30+ ล้าน teu ของสิงคโปร์ เป็นของจีนเท่าไหร่ไม่รู้ แต่ถ้าเขาย้ายมา เฟสแรกๆก็รอด
แต่ตลาดที่จะชนกับแลนด์บริดจ์ อินโดวางแผนสร้างท่าเรือ +60 ล้าน teu มาเลเซีย 17-20 ล้าน สิงคโปร์ 20+ ล้าน
ถ้ามันไม่มีตลาด 3 ประเทศช่องแคบมะละกาคงไม่สร้างท่าเรือขนาดใหญ่พร้อมๆกันหรอก
รวมไทยไปด้วย จากช่องแคบ มีราวๆ 70 ล้าน teu แต่ 4 ประเทศรวมไทยมีแผนทำท่าเรืองรองรับช่องแคบ ถึง 140 ล้าน teu ใน 50 ปีนี้
ปล. บ.สมัยนี้ไม่รับ อีเมล รึไงฟะ ส่งไป บ.ที่ ปรึกษาโครงการ ทุก บ. สัปดาห์กว่า แม่มเงียบหมด ทั้งที่พูดเรื่องแผนการตลาดที่จะหาเงินเพิ่มในโครงการได้
ส่วนบ.กลุ่มที่จะเป็นก่อสร้างแม่มหลักเดือนละ อันนั้น บ.ใหญ่เลยเฉยๆ แต่บ.ที่ปรึกษาโครงการแม่มขนาดส่งไปจุฬายังเงียบ