แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: แลนด์บริด คือโครงการสูบเงินวิจัยและเงินสำรวจเข้ากระเป๋าพรรคพวกตัวเอง  (อ่าน 617 ครั้ง)

ออฟไลน์ thpimpf

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,755
  • ถูกใจแล้ว: 553 ครั้ง
  • ความนิยม: +74/-32
ขุดคลองเหมือนเคยมีมีงานวิจัยว่าไม่คุ้ม ไมไ่ด้ลดระยะเวลาอย่างมีนัยยะ




แต่ ในปัจจุบัน การเปิดช่องแคบฮอร์มุช ทำให้ หันกลับมามอง แล้ว มะละกา ?


อินโด และมาเเลเซีย  เป็นชาวที่มีข้อพิพาก ดินแดนไม่ต่างกับไทยกัมพูชา แค่ยังไม่มีปลุกกระแสนี่ และประชาชนทั้งสองชาติมันไม่ชอบหน้ากัพอตัวเลย


แม้สิงคโปร จะมีศักยภาพกองทัพที่สูง แต่ไมไ่ด้หมายความว่า จะไม่มีผลอะไร
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: humandroy

ออฟไลน์ sechan

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 3,162
  • ถูกใจแล้ว: 1232 ครั้ง
  • ความนิยม: +184/-262
ขุดคลองผมว่าอย่าเลยเราไม่มีปัญญาป้องกันคลองจากเมกาหรือจีน ยามแม่งรบกันมันจะขอมาอยู่ตรงนี้  ไม่ให้ใช้มันส่งเรือรบหรือเครื่องบินมาจ่อแน่นอน  เมกาอาจจะเป็นแบบขอความร่วมมือ แต่พี่จีนอาจจะอ้างความมั่นคงบังคับทำฐานทัพโดยใช้อุตสาหกรรมจีนในไทยเป็นที่จอด  อ้างว่ามาจอดที่บริษัทจีน  เพราะถ้าขุดปุ๊ปมันมาลงโรงงานประกอบสินค้าแน่ๆ และมีท่าเรือ  อาจจะใช้ข้ออ้างมาปกป้องทรัพย์สินของจีน  เพราะบริษัทของจีนในต่างประเทศมีหุ้นรัฐบาลจีนอยู่ด้วย
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: humandroy

ออฟไลน์ humandroy

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,298
  • ถูกใจแล้ว: 352 ครั้ง
  • ความนิยม: +23/-23
ขุดคลองเหมือนเคยมีมีงานวิจัยว่าไม่คุ้ม ไมไ่ด้ลดระยะเวลาอย่างมีนัยยะ




แต่ ในปัจจุบัน การเปิดช่องแคบฮอร์มุช ทำให้ หันกลับมามอง แล้ว มะละกา ?


อินโด และมาเเลเซีย  เป็นชาวที่มีข้อพิพาก ดินแดนไม่ต่างกับไทยกัมพูชา แค่ยังไม่มีปลุกกระแสนี่ และประชาชนทั้งสองชาติมันไม่ชอบหน้ากัพอตัวเลย


แม้สิงคโปร จะมีศักยภาพกองทัพที่สูง แต่ไมไ่ด้หมายความว่า จะไม่มีผลอะไร


เรื่องคุ้มไม่คุ้ม ถ้าคิดแค่ค่าขุด กับค่าดำเนินการ ค่าผ่านทางกับค่านำร่อง และเวลาที่สั้นลงวันครึ่ง
บอกเลยว่า ยากส์ ใช่ครับ
แต่ถ้ามองว่านี้คือโอกาสสร้างรายได้จากธุรกิจที่เกียวกับเรือ ตรงนี้ขึ้นอยุ่กับตัวเราเองวึ่งปรเมินว่าขาดทุนหรือกำไรไม่ไ่ด้

ขุดคลองผมว่าอย่าเลยเราไม่มีปัญญาป้องกันคลองจากเมกาหรือจีน ยามแม่งรบกันมันจะขอมาอยู่ตรงนี้  ไม่ให้ใช้มันส่งเรือรบหรือเครื่องบินมาจ่อแน่นอน  เมกาอาจจะเป็นแบบขอความร่วมมือ แต่พี่จีนอาจจะอ้างความมั่นคงบังคับทำฐานทัพโดยใช้อุตสาหกรรมจีนในไทยเป็นที่จอด  อ้างว่ามาจอดที่บริษัทจีน  เพราะถ้าขุดปุ๊ปมันมาลงโรงงานประกอบสินค้าแน่ๆ และมีท่าเรือ  อาจจะใช้ข้ออ้างมาปกป้องทรัพย์สินของจีน  เพราะบริษัทของจีนในต่างประเทศมีหุ้นรัฐบาลจีนอยู่ด้วย
เรื่องจีนจะมายึดตรงนี้ บอกเลยว่าปัจจุบันก็มาอยู่แล้ว จีนไม่ได้มองว่าเราเป็นอีกชนชาตินึง จีนมองว่าทั้งภูมิภาคนี้เลยต่างหากที่เป็นส่วนขยายของจีน ไปจนถึงอินโดนู่นเลย

ส่วนเมกา เมื่อก่อนเมกาก็มาจับจองท่าเรื่อที่อู่ตะเภาอยู่ครับ ตอนหลังมาถึงได้ถอยไป ถามว่าถ้ามีคลองจะกลับมาไหม ตอบเลยว่ามาแน่นอน
เมกาต้องเอาเท้าข้างหนึ่งมาแหย่ไว้ตรงหว่าขาจีนอย่างไม่ต้องสงสัย (คอยขัดขาทุกวิถีทาง)
แต่มันจะเป็นประโยชน์กับเราเสียอีกที่เราจะสามารถต่อรองผลปนะโยชน์ต่างๆได้มากขึ้นจากทั้งสองฝ่าย

ส่วนสิงค์โปร ดีที่สุดคืออย่าฆ่ากันด้วยการแย่งชิงอาชีพเขา แต่ให้เขามามีส่วนร่วมทำธุรกิจแทน
ก็ตามนั้น ถ้าเราจะทำโดยไม่เห็นหัวสิงคโปร เขาก็ต้องดิ้นรนเพื่อที่จะมีีวิตรอด
แต่ถ้าเราทำแล้วเขาได้ประโยชน์ด้วยเขาก็ไม่ต้องดิ้นรนขัดแข้งขัดขากันจริงไหม
ของแบบนี้มันต้องเจรจาต่อรองกัน ว่าเขาลงทุนอะไรได้ ทำอะไรได้ แล้วเราแบ่งผลประโยชน์อะไรได้บ้าง กี่ปีก็ว่ากันไป   
 

 

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,754
  • ถูกใจแล้ว: 1942 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
ขุดคลองไม่คุ้มหรอก ประเด็นคือ ไม่คุ้มค่ายิ่งกว่าแลนด์บริดจ์อีก


คือตามแนวโน้ม เรือมันมีแต่จะใหญ่ขึ้นๆ ช่องแคบ น่าจะอีกนานกว่าจะเต็ม แถมคลองต้องขุดใหญ่ขึ้นๆ
คือยังไม่ทันจะคุ้มเงิน คลองก็ต้องขุดขยายๆ แล้วมันแบบเก็บตัง แต่ช่องแคบไม่เก็บตัง


คือคลองน่ะเรือผ่านไวน่ะใช่ แต่ด้วยความที่มัน เก็บตังได้ต่ำ ค่าลงทุนสูง ค่าดูแลสูง สรุปชาติหน้าคืนทุน :'(


แต่พอมันเป็นแลนด์บริดจ์ มันบังคับเรือจอด ขนาดอาจจะใช้ในส่วนที่คุ้มที่จะใช้พอ


ถ้าจะเทียบก็ราวๆแลนด์บริดจ์ เหมือนทำทางด่วน จ่ายเฉพาะคนอยากไวพอ ถึงจะแพงแต่คนบางส่วนยอมจ่าย


ส่วนคลองคนยอมจ่ายก็มี แต่พอค่าลงทุนสูงกว่ามาก ค่าใช้บริการก็ต้องแพงมากเพื่อจะคุ้มทุน
แต่เก็บค่าผ่านแพงไม่ได้ เพราะช่องแคบฟรี พอจะไปเน้นจำนวน คนยอมจ่ายแพงก็ไม่มากพอ


คือไม่ใช่คลองไม่ดีแต่มันแพง แพงจนจนต้องเก็บแพงกว่าแลนด์บริดจ์ แต่พอจะลดราคาเพื่อขยายลูกค้า
ลูกค้าส่วนใหญ่คือไม่อยากจ่ายแพง




เรายังไม่รู้ว่าคลองต้องจ่ายค่าก่อสร้างเท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆ ต้องขุดทะลุเท่านั้น ซึ่งขั้นต้นคือ 2 ล้านๆ
แต่แลนด์บริดจ์ ขั้นต้นราวๆ 5 แสนล้าน เราสามารถเลือกเฟสได้ว่าจะทำส่วนไหนแค่ไหน และเฟสแรกที่ในแผนราวๆ 5 ล้าน teu และเรามีฐานเดิม 3 ล้านแล้ว


ส่วนเรื่องความมั่นคงคลองปัญหาหนักเลย ธรรมชาติก็หนัก




สรุป แลนด์บริดจ์อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด สำหรับสายเดินเรือ แต่มันก็ไม่เจอปัญหาเยอะเท่าคลอง




เผื่อคนไม่รู้ คลองปานามาท่าเรือเล็กนิดเดียวนะ เพราะมันเป็นทางผ่าน มูลค่าได้จากค่าผ่าน แต่อย่างอื่นแทบไม่ได้
แต่เปลืองน้ำจืดมาก เพราะเขาไม่ได้ใช้น้ำทะเลนะ บางช่วงน้ำไม่พอเรือก็ผ่านไม่ได้


ส่วนคลองสุเอส ก็ขุดขยายเรื่อยๆไม่รู้จักจบสิ้น ปัจจุบันก็ราวๆ 400 ม.แล้วมั้ง
ถ้าไทยขุดตาม ก็กำไรหมดไปกับการดูแลรักษาและขยายนี่แหล่ะ คืนทุนยาก



 

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,781
  • ถูกใจแล้ว: 2884 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-344
ขุดคลองไม่คุ้มหรอก ประเด็นคือ ไม่คุ้มค่ายิ่งกว่าแลนด์บริดจ์อีก


คือตามแนวโน้ม เรือมันมีแต่จะใหญ่ขึ้นๆ ช่องแคบ น่าจะอีกนานกว่าจะเต็ม แถมคลองต้องขุดใหญ่ขึ้นๆ
คือยังไม่ทันจะคุ้มเงิน คลองก็ต้องขุดขยายๆ แล้วมันแบบเก็บตัง แต่ช่องแคบไม่เก็บตัง


คือคลองน่ะเรือผ่านไวน่ะใช่ แต่ด้วยความที่มัน เก็บตังได้ต่ำ ค่าลงทุนสูง ค่าดูแลสูง สรุปชาติหน้าคืนทุน :'(


แต่พอมันเป็นแลนด์บริดจ์ มันบังคับเรือจอด ขนาดอาจจะใช้ในส่วนที่คุ้มที่จะใช้พอ


ถ้าจะเทียบก็ราวๆแลนด์บริดจ์ เหมือนทำทางด่วน จ่ายเฉพาะคนอยากไวพอ ถึงจะแพงแต่คนบางส่วนยอมจ่าย


ส่วนคลองคนยอมจ่ายก็มี แต่พอค่าลงทุนสูงกว่ามาก ค่าใช้บริการก็ต้องแพงมากเพื่อจะคุ้มทุน
แต่เก็บค่าผ่านแพงไม่ได้ เพราะช่องแคบฟรี พอจะไปเน้นจำนวน คนยอมจ่ายแพงก็ไม่มากพอ


คือไม่ใช่คลองไม่ดีแต่มันแพง แพงจนจนต้องเก็บแพงกว่าแลนด์บริดจ์ แต่พอจะลดราคาเพื่อขยายลูกค้า
ลูกค้าส่วนใหญ่คือไม่อยากจ่ายแพง




เรายังไม่รู้ว่าคลองต้องจ่ายค่าก่อสร้างเท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆ ต้องขุดทะลุเท่านั้น ซึ่งขั้นต้นคือ 2 ล้านๆ
แต่แลนด์บริดจ์ ขั้นต้นราวๆ 5 แสนล้าน เราสามารถเลือกเฟสได้ว่าจะทำส่วนไหนแค่ไหน และเฟสแรกที่ในแผนราวๆ 5 ล้าน teu และเรามีฐานเดิม 3 ล้านแล้ว


ส่วนเรื่องความมั่นคงคลองปัญหาหนักเลย ธรรมชาติก็หนัก




สรุป แลนด์บริดจ์อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด สำหรับสายเดินเรือ แต่มันก็ไม่เจอปัญหาเยอะเท่าคลอง




เผื่อคนไม่รู้ คลองปานามาท่าเรือเล็กนิดเดียวนะ เพราะมันเป็นทางผ่าน มูลค่าได้จากค่าผ่าน แต่อย่างอื่นแทบไม่ได้
แต่เปลืองน้ำจืดมาก เพราะเขาไม่ได้ใช้น้ำทะเลนะ บางช่วงน้ำไม่พอเรือก็ผ่านไม่ได้


ส่วนคลองสุเอส ก็ขุดขยายเรื่อยๆไม่รู้จักจบสิ้น ปัจจุบันก็ราวๆ 400 ม.แล้วมั้ง
ถ้าไทยขุดตาม ก็กำไรหมดไปกับการดูแลรักษาและขยายนี่แหล่ะ คืนทุนยาก






ถ้าขุดคลองอย่างเดียวให้เรือผ่านยังไงก็เจ๊งครับ มันต้องทำส่วนอื่นไปด้วย
เช่นออกกฎหมายให้ทั้งจังหวัดระนอง เป็นพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม แล้วก็สร้างฐานทัพเรือบริเวณคลองคอดกระเพื่อดูแลฝั่งอันดามัน
ถ้าเราทำหลายๆอย่างในการลงทุนครั้งเดียวมันจะคุ้มครับ เพราะ Facility เดียวใช้ได้หลายอย่างพร้อมกัน


แลนบริดจ์ เนี่ย ผมถามว่าใครจะใช้ครับ อย่ามองในมุมของรัฐ
มองในมุมของเอกชน ใครมันจะซื้อ เรือมา Double สองฝั่ง ให้เสียค่าเสื่อม(Depreciation)แบบ Double
ระหว่างค่าเสื่อมเครื่องจักรจากเรือพาณิชย์ กับ ค่าน้ำมัน อะไรมันแพงกว่าถูกกว่าครับ?
ลงบัญชีทีหนึ่ง เอกชนรับภาระค่าเสื่อมเครื่องจักรคูณสอง การบินไทยเจ๊งส่วนหนึ่งเพราะรับภาระค่าเสื่อมของเครื่องจักรและอะไหล่ที่ดองเอาไว้เยอะมากนะครับ
อิตาเลี่ยน-ไทยก็เหมือนกัน เคยไปเห็นเครื่องจักรที่ซื้อมาแต่ไม่ได้ใช้วางดองหรือเปล่าครับ นั่นแหละ ค่าเสื่อมวิ่งทุกวัน


อย่าโลภเพียงแค่ได้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากจีน หลายประเทศแอฟริกาเจอแบบนี้มาเยอะแล้วนะครับ
Feastibility ของแลนด์บริดจ์ก็ไม่ผ่าน ยังจะดันทุรังทำ ไม่ต่างอะไรกับ Infra ของแอฟริกาที่จีนออกเงินกู้ให้


ถ้าใครคิดว่าแลนด์บริดจ์คุ้มนะ ลองไปดูการขนตู้คอนเทนเนอร์ขึ้น-ลงเรือ ใช้เวลา 1 วันกว่าจะหมดลำ
แล้วคุณจะขนจากท่าเรืออีกฝั่งไปอีกฝั่งยังไง? อย่าบอกนะว่าใช้รถบรรทุก Trailer? ตีไปอีกครึ่งวัน
แล้วกว่าจะขนคอนเทนเนอร์ลงเรืออีกลำ ไปอีก 1 วัน
สรุป คุณเสียเวลาไป 2-3 วัน กว่าจะย้ายไปเรืออีกลำที่อยู่ฝั่งอันดามัน ขณะที่ผ่านช่องแคบมะละกาแค่ 2 วัน
นอกจากเสียเวลาเพิ่ม ยังจะทำให้เอกชนต้องรับภาระค่าเสื่อมเครื่องจักรเรือเดินสมุทรเพิ่มเป็นสองเท่า


เชื่อผมเถอะ ลงทุนทีเดียวด้วยการขุด คุ้มที่สุดทั้งในแง่เศรษฐกิจและความมั่นคง
- เศรษฐกิจ เอกชนเลือกผ่านอยู่แล้ว เพราะ ระยะทางน้อยลง ประหยัดน้ำมันมากขึ้น
- เมืองระนอง ซึ่งมีคลองคอดกระผ่าน สามารถทำเป็นอู่ต่อเรือแห้ง(Dry Dock) หรือ ท่าเรือนานาชาติไปฝั่งอันดามันได้ แถมถ้าให้ดีก็ตั้งเป็นนิคมอุตสาหกรรมไปเลย
- ความมั่นคง มันทำให้ประเทศไทยมีทางออกสู่ทะเลนานาชาติหลายทาง มันทำให้ประเทศไทยไม่โดนปิดล้อมเหมือนในอดีต
วิธีชนะประเทศไทยที่ง่ายสุดคือแค่ปิดล้อมอ่าวไทยก็จะทำไม่ได้แล้ว เหตุการณ์ฮอลันดาปิดอ่าวไทย เหตุการณ์รศ.112 ยังเป็นบทเรียนไม่พอเหรอครับ? ว่าถ้ามีทางออกทะเลทางเดียวแล้วเขาปิดประตูตีแมว เราตายทันที
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,754
  • ถูกใจแล้ว: 1942 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
[quote/]


ถ้าขุดคลองอย่างเดียวให้เรือผ่านยังไงก็เจ๊งครับ มันต้องทำส่วนอื่นไปด้วย
เช่นออกกฎหมายให้ทั้งจังหวัดระนอง เป็นพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม แล้วก็สร้างฐานทัพเรือบริเวณคลองคอดกระเพื่อดูแลฝั่งอันดามัน
ถ้าเราทำหลายๆอย่างในการลงทุนครั้งเดียวมันจะคุ้มครับ เพราะ Facility เดียวใช้ได้หลายอย่างพร้อมกัน


แลนบริดจ์ เนี่ย ผมถามว่าใครจะใช้ครับ อย่ามองในมุมของรัฐ
มองในมุมของเอกชน ใครมันจะซื้อ เรือมา Double สองฝั่ง ให้เสียค่าเสื่อม(Depreciation)แบบ Double
ระหว่างค่าเสื่อมเครื่องจักรจากเรือพาณิชย์ กับ ค่าน้ำมัน อะไรมันแพงกว่าถูกกว่าครับ?
ลงบัญชีทีหนึ่ง เอกชนรับภาระค่าเสื่อมเครื่องจักรคูณสอง การบินไทยเจ๊งส่วนหนึ่งเพราะรับภาระค่าเสื่อมของเครื่องจักรและอะไหล่ที่ดองเอาไว้เยอะมากนะครับ
อิตาเลี่ยน-ไทยก็เหมือนกัน เคยไปเห็นเครื่องจักรที่ซื้อมาแต่ไม่ได้ใช้วางดองหรือเปล่าครับ นั่นแหละ ค่าเสื่อมวิ่งทุกวัน


อย่าโลภเพียงแค่ได้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากจีน หลายประเทศแอฟริกาเจอแบบนี้มาเยอะแล้วนะครับ
Feastibility ของแลนด์บริดจ์ก็ไม่ผ่าน ยังจะดันทุรังทำ ไม่ต่างอะไรกับ Infra ของแอฟริกาที่จีนออกเงินกู้ให้


ถ้าใครคิดว่าแลนด์บริดจ์คุ้มนะ ลองไปดูการขนตู้คอนเทนเนอร์ขึ้น-ลงเรือ ใช้เวลา 1 วันกว่าจะหมดลำ
แล้วคุณจะขนจากท่าเรืออีกฝั่งไปอีกฝั่งยังไง? อย่าบอกนะว่าใช้รถบรรทุก Trailer? ตีไปอีกครึ่งวัน
แล้วกว่าจะขนคอนเทนเนอร์ลงเรืออีกลำ ไปอีก 1 วัน
สรุป คุณเสียเวลาไป 2-3 วัน กว่าจะย้ายไปเรืออีกลำที่อยู่ฝั่งอันดามัน ขณะที่ผ่านช่องแคบมะละกาแค่ 2 วัน
นอกจากเสียเวลาเพิ่ม ยังจะทำให้เอกชนต้องรับภาระค่าเสื่อมเครื่องจักรเรือเดินสมุทรเพิ่มเป็นสองเท่า


เชื่อผมเถอะ ลงทุนทีเดียวด้วยการขุด คุ้มที่สุดทั้งในแง่เศรษฐกิจและความมั่นคง
- เศรษฐกิจ เอกชนเลือกผ่านอยู่แล้ว เพราะ ระยะทางน้อยลง ประหยัดน้ำมันมากขึ้น
- เมืองระนอง ซึ่งมีคลองคอดกระผ่าน สามารถทำเป็นอู่ต่อเรือแห้ง(Dry Dock) หรือ ท่าเรือนานาชาติไปฝั่งอันดามันได้ แถมถ้าให้ดีก็ตั้งเป็นนิคมอุตสาหกรรมไปเลย
- ความมั่นคง มันทำให้ประเทศไทยมีทางออกสู่ทะเลนานาชาติหลายทาง มันทำให้ประเทศไทยไม่โดนปิดล้อมเหมือนในอดีต
วิธีชนะประเทศไทยที่ง่ายสุดคือแค่ปิดล้อมอ่าวไทยก็จะทำไม่ได้แล้ว เหตุการณ์ฮอลันดาปิดอ่าวไทย เหตุการณ์รศ.112 ยังเป็นบทเรียนไม่พอเหรอครับ? ว่าถ้ามีทางออกทะเลทางเดียวแล้วเขาปิดประตูตีแมว เราตายทันที


ใช่ครับ สายเดินเรือ อยากใช้คลอง แต่ประเด็นคือใครจะลงทุนขุดคลองครับ ตัวเลขคืนทุนไม่มี ปัญหาสิ่งแวดล้อมเรือหาย
แล้วขุดคลองเสร็จ ทุกอย่างต้องมีเหมือนแลนด์บริดจ์หมดเลย ไม่ว่าจะท่าเรือ และกิจกรรมหลังท่า


สรุปค่าลงทุนราวๆ ขุดคลอง+ 60% ของแลนด์บริดจ์ที่ต้องใช้


แล้วยังเรื่องความมั่นคง และไม่มีใครจะมาลงทุนให้ นอกจากสัมปทาน 99 ปี ที่คนในประเทศก็ด่าอยู่ดีว่าขายชาติ
ในขณะที่แลนด์บริด เราต้องมีตามโครงการ ราวๆ 70% อยู่แล้ว ไม่ว่าจะท่าเรือฝั่งอันดามัน ถนน รถไฟ มีแค่ท่าเรือฝั่งอ่าวไทยที่ไม่รีบ


ส่วนใครจะใช้ ก็คนไทยไงครับ ไทยใช้ชัวๆ 3 ล้านกว่าได้ และอีก 50 ปี ก็คงทะลุ 10 ล้าน ด้วยไทยเองล้วนๆ
เรียกว่าท่าฝั่งอ่าวไทย ไม่จำเป็นเท่าไหร่ เพราะปรกติเราใช้ แหลมฉบัง เปิดเฟส 2 3 4 ไปเรื่อยๆได้ ส่วนฝั่งอันดามันควรมีรองรับ 1 ที่ แล้วทำทางเชื่อมไปเข้าระบบขนส่งในประเทศ


สรุป โครงการแลนด์บริดจ์ เราต้องการท่าเรือ ราวๆ 4-5 ล้าน ฝั่งอันดามัน แล้วค่อยขยายไป แล้วก็รถไฟ กับ ถนน
สรุปโครงการอาจจะราวๆ 3-6 แสนล้าน แค่นั้น มีคนใช้แค่นอน  ;D


คือถ้าด้วยโครงการตามแผนเดิมส่วนใหญ่ ก็ตามที่เขาว่าๆกันว่าต้องลดขนาดนั่นแหล่ะ


มีแค่ 2 แบบที่พอจะหากินได้ คือ ทางสำรอง ซึ่งจะเกิดเมื่อช่องแคบเต็ม ซึ่งยากกว่าแผนแน่นอน
เพาะจริงๆ แผนว่าช่องแคบจะเต็มมีนานแล้ว แต่สายเดินเรือ เพิ่มขนาดเรือ ทำให้จำนวนเรือลดลง
มันเลยมีช่องว่างเพิ่ม ทั้งที่สินค้าโตทุกปี


ส่วนหากินอีกกรณี คือ สินค้าเข้าไทยอยู่แล้ว ไม่ว่าจะนำเข้าส่งออก


ส่วนถ่ายลำเรือแบบข้ามฟากยากอยู่ ถึงจะไวกว่าถ่ายสิงคโปรก็จริง แต่เรือมันต้องใช้ 2 ฝั่ง ค่าถ่ายสูงขึ้น เวลาต่างกันแค่ 2 วัน
ถ้าไม่มีแผนรองรับ เรือได้ผลประโยชน์น้อยไป คือเรือมันมี เวลาตามแผนไว้อยู่แล้ว แล้วสายเดินเรือส่วนใหญ่ลงทุนในท่า สิงคโปร์มาเลเซียไปแล้ว


ถ้าให้เดา ถ้าขายด้วยความถูก ไวกว่า 2 วันน้อยไป เพราะมันมีค่ารถไฟ ถึงจะประหยัดเวลาทำให้ค่าใช้จ่ายลดแต่ไม่พอ


แต่สมการจะเปลี่ยนทันที ถ้าเป็นจีนมาลงทุน เพราะมันไว 2 วัน เมื่อเทียบกับไปใช้ที่สิงคโปร์ เพราะจีนขนสินค้ามาเยอะคุ้มค่าของเขาอยู่
คาดว่าที่ รบ.จะผลักดัน คือหวังอี มาให้ความเชื่อมั่นไปแล้ว รบ.เลยจะดัน


เผื่อไม่รู้ 80 ของสินค้าที่ สิงคโปร์ =แลนด์บริดจ์ ที่ตัดรถไฟออก
แปลว่าถ้าจีนตกลงมาใช้ท่าเรือแลนด์บริดจ์ก็จบ 30+ ล้าน teu ของสิงคโปร์ เป็นของจีนเท่าไหร่ไม่รู้ แต่ถ้าเขาย้ายมา เฟสแรกๆก็รอด

แต่ตลาดที่จะชนกับแลนด์บริดจ์ อินโดวางแผนสร้างท่าเรือ +60 ล้าน teu มาเลเซีย 17-20 ล้าน สิงคโปร์ 20+ ล้าน
ถ้ามันไม่มีตลาด 3 ประเทศช่องแคบมะละกาคงไม่สร้างท่าเรือขนาดใหญ่พร้อมๆกันหรอก
รวมไทยไปด้วย จากช่องแคบ มีราวๆ 70 ล้าน teu แต่ 4 ประเทศรวมไทยมีแผนทำท่าเรืองรองรับช่องแคบ ถึง 140 ล้าน teu ใน 50 ปีนี้


ปล. บ.สมัยนี้ไม่รับ อีเมล รึไงฟะ ส่งไป บ.ที่ ปรึกษาโครงการ ทุก บ. สัปดาห์กว่า แม่มเงียบหมด ทั้งที่พูดเรื่องแผนการตลาดที่จะหาเงินเพิ่มในโครงการได้
ส่วนบ.กลุ่มที่จะเป็นก่อสร้างแม่มหลักเดือนละ อันนั้น บ.ใหญ่เลยเฉยๆ แต่บ.ที่ปรึกษาโครงการแม่มขนาดส่งไปจุฬายังเงียบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 25, 2026, 08:54:05 PM โดย deaddy »
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,781
  • ถูกใจแล้ว: 2884 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-344
[quote/]


ใช่ครับ สายเดินเรือ อยากใช้คลอง แต่ประเด็นคือใครจะลงทุนขุดคลองครับ ตัวเลขคืนทุนไม่มี ปัญหาสิ่งแวดล้อมเรือหาย
แล้วขุดคลองเสร็จ ทุกอย่างต้องมีเหมือนแลนด์บริดจ์หมดเลย ไม่ว่าจะท่าเรือ และกิจกรรมหลังท่า


สรุปค่าลงทุนราวๆ ขุดคลอง+ 60% ของแลนด์บริดจ์ที่ต้องใช้


แล้วยังเรื่องความมั่นคง และไม่มีใครจะมาลงทุนให้ นอกจากสัมปทาน 99 ปี ที่คนในประเทศก็ด่าอยู่ดีว่าขายชาติ
ในขณะที่แลนด์บริด เราต้องมีตามโครงการ ราวๆ 70% อยู่แล้ว ไม่ว่าจะท่าเรือฝั่งอันดามัน ถนน รถไฟ มีแค่ท่าเรือฝั่งอ่าวไทยที่ไม่รีบ


ส่วนใครจะใช้ ก็คนไทยไงครับ ไทยใช้ชัวๆ 3 ล้านกว่าได้ และอีก 50 ปี ก็คงทะลุ 10 ล้าน ด้วยไทยเองล้วนๆ
เรียกว่าท่าฝั่งอ่าวไทย ไม่จำเป็นเท่าไหร่ เพราะปรกติเราใช้ แหลมฉบัง เปิดเฟส 2 3 4 ไปเรื่อยๆได้ ส่วนฝั่งอันดามันควรมีรองรับ 1 ที่ แล้วทำทางเชื่อมไปเข้าระบบขนส่งในประเทศ


สรุป โครงการแลนด์บริดจ์ เราต้องการท่าเรือ ราวๆ 4-5 ล้าน ฝั่งอันดามัน แล้วค่อยขยายไป แล้วก็รถไฟ กับ ถนน
สรุปโครงการอาจจะราวๆ 3-6 แสนล้าน แค่นั้น มีคนใช้แค่นอน  ;D


คือถ้าด้วยโครงการตามแผนเดิมส่วนใหญ่ ก็ตามที่เขาว่าๆกันว่าต้องลดขนาดนั่นแหล่ะ


มีแค่ 2 แบบที่พอจะหากินได้ คือ ทางสำรอง ซึ่งจะเกิดเมื่อช่องแคบเต็ม ซึ่งยากกว่าแผนแน่นอน
เพาะจริงๆ แผนว่าช่องแคบจะเต็มมีนานแล้ว แต่สายเดินเรือ เพิ่มขนาดเรือ ทำให้จำนวนเรือลดลง
มันเลยมีช่องว่างเพิ่ม ทั้งที่สินค้าโตทุกปี


ส่วนหากินอีกกรณี คือ สินค้าเข้าไทยอยู่แล้ว ไม่ว่าจะนำเข้าส่งออก


ส่วนถ่ายลำเรือแบบข้ามฟากยากอยู่ ถึงจะไวกว่าถ่ายสิงคโปรก็จริง แต่เรือมันต้องใช้ 2 ฝั่ง ค่าถ่ายสูงขึ้น เวลาต่างกันแค่ 2 วัน
ถ้าไม่มีแผนรองรับ เรือได้ผลประโยชน์น้อยไป คือเรือมันมี เวลาตามแผนไว้อยู่แล้ว แล้วสายเดินเรือส่วนใหญ่ลงทุนในท่า สิงคโปร์มาเลเซียไปแล้ว


ถ้าให้เดา ถ้าขายด้วยความถูก ไวกว่า 2 วันน้อยไป เพราะมันมีค่ารถไฟ ถึงจะประหยัดเวลาทำให้ค่าใช้จ่ายลดแต่ไม่พอ


แต่สมการจะเปลี่ยนทันที ถ้าเป็นจีนมาลงทุน เพราะมันไว 2 วัน เมื่อเทียบกับไปใช้ที่สิงคโปร์ เพราะจีนขนสินค้ามาเยอะคุ้มค่าของเขาอยู่
คาดว่าที่ รบ.จะผลักดัน คือหวังอี มาให้ความเชื่อมั่นไปแล้ว รบ.เลยจะดัน


เผื่อไม่รู้ 80 ของสินค้าที่ สิงคโปร์ =แลนด์บริดจ์ ที่ตัดรถไฟออก
แปลว่าถ้าจีนตกลงมาใช้ท่าเรือแลนด์บริดจ์ก็จบ 30+ ล้าน teu ของสิงคโปร์ เป็นของจีนเท่าไหร่ไม่รู้ แต่ถ้าเขาย้ายมา เฟสแรกๆก็รอด

แต่ตลาดที่จะชนกับแลนด์บริดจ์ อินโดวางแผนสร้างท่าเรือ +60 ล้าน teu มาเลเซีย 17-20 ล้าน สิงคโปร์ 20+ ล้าน
ถ้ามันไม่มีตลาด 3 ประเทศช่องแคบมะละกาคงไม่สร้างท่าเรือขนาดใหญ่พร้อมๆกันหรอก
รวมไทยไปด้วย จากช่องแคบ มีราวๆ 70 ล้าน teu แต่ 4 ประเทศรวมไทยมีแผนทำท่าเรืองรองรับช่องแคบ ถึง 140 ล้าน teu ใน 50 ปีนี้


ปล. บ.สมัยนี้ไม่รับ อีเมล รึไงฟะ ส่งไป บ.ที่ ปรึกษาโครงการ ทุก บ. สัปดาห์กว่า แม่มเงียบหมด ทั้งที่พูดเรื่องแผนการตลาดที่จะหาเงินเพิ่มในโครงการได้
ส่วนบ.กลุ่มที่จะเป็นก่อสร้างแม่มหลักเดือนละ อันนั้น บ.ใหญ่เลยเฉยๆ แต่บ.ที่ปรึกษาโครงการแม่มขนาดส่งไปจุฬายังเงียบ


เก็บค่าธรรมเนียมผ่านคลองคอดกระได้สิครับ เป็นรายปีก็ว่าไป


เวลาคิด Feastibility ความเป็นไปได้ของโครงการ
ปกติแล้วเดินทาง 1 เที่ยวผ่านช่องแคบมะละกา กับกรณีขุดคลองคอดกระ มีระยะทางต่างกัน 1,200 km/ลำ/เที่ยว
ถ้าคิดเป็นค่าเชื้อเพลิงที่ต้องจ่าย จะตกประมาณ 5.4 ล้านดอลลาห์/ลำ/เที่ยว


สมมุติว่าผมคิดค่าธรรมเนียม เท่ากับ 5 ล้านลอลลาห์/ลำ/เที่ยว
ส่วนต่างที่บริษัทเอกชนได้กำไรคือ 4 แสนดอลลาห์/ลำ/เที่ยว คิดเป็น 8% ของต้นทุน
ประหยัดต้นทุน 8% นี่เยอะมากนะครับ ยังไงเอกชนก็เอาเพราะลดต้นทุนเขาโดยตรง
โดยมีเรือผ่านช่องแคบมะละกานี้ประมาณ 300 ลำ/วัน


ดังนั้นก็จะได้ ค่าธรรมเนียม x จำนวนลำ/วัน x ปี = 5,000,000 x 300 x 365 = 547,500,000,000 ดอลลาห์
ขณะงบประมาณก่อสร้างการขุดคลองคอดกระ = 30,000,000,000 ดอลลาห์


ปีเดียว ยังคืนทุนได้เลย
หรือสมมุติ Worst Case(เคสแย่ที่สุด) ก็ได้ สมมุติว่าเรือพาณิชย์แบ่งใช้ คลองคอดกระครึ่งหนึ่ง ช่องแคบมะละกาครึ่งหนึ่ง
ก็จะได้ 547,500,000,000/2 = 273,750,000,000 ดอลลาห์


ปีเดียวก็ยังคืนทุนได้เลย แถมเอาเงินไปสร้างฐานทัพเรือฝั่งอันดามัน+อู่ต่อเรือแห้ง+นิคมอุตสาหกรรมจังหวัดระนองได้ต่ออีก
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 

ออฟไลน์ DDAvatar

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 961
  • ถูกใจแล้ว: 338 ครั้ง
  • ความนิยม: +38/-20
ขอโทษนะครับ 5 ล้านดอลลาร์ ผ่านคลองสุเอซ ยังไม่แพงขนาดนี้เลย  ค่าผ่านคลองสุเอซ แพงสุดสำหรับเรือไซส์ Ultra ยังคิดแค่ลำละล้านเอง

ค่าผ่านเฉลี่ยจริงๆ ก็ตกลำละ 1แสน ถึง 5แสนดอลแค่นั้นแหละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 26, 2026, 05:12:53 PM โดย DDAvatar »
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,781
  • ถูกใจแล้ว: 2884 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-344
ขอโทษนะครับ 5 ล้านดอลลาร์ ผ่านคลองสุเอซ ยังไม่แพงขนาดนี้เลย  ค่าผ่านคลองสุเอซ แพงสุดสำหรับเรือไซส์ Ultra ยังคิดแค่ลำละล้านเอง

ค่าผ่านเฉลี่ยจริงๆ ก็ตกลำละ 1แสน ถึง 5แสนดอลแค่นั้นแหละ


ก็เนี่ยขนาดผมคิดให้มันดูโอเว่อร์มากๆ มันยังคุ้มเลย ถ้าคิดให้น้อยกว่านี้ % กำไรจะยิ่งมากกว่านี้อีกนะ(นึกภาพออกปะ)
หลักการคิดจริงๆ ก็คือ (ค่าน้ำมันต่อเที่ยวของการเดินทางผ่านช่องแคบมะละกา - ค่าน้ำมันที่ผ่านคลองคอดกระ) = ส่วนต่างของราคาต้นทุนน้ำมันที่ต้องจ่าย

แล้วเราเอาส่วนต่างของน้ำมันที่ต้องจ่ายตรงนี้ มาคูณกับตัวที่เราอยากเก็บ เช่น สมมุติว่าผมอยากเก็บ 10% ก็ได้
ส่วนต่างราคาต้นทุนน้ำมัน x 0.90 แค่นี้ก็ได้ราคาที่เราจะเก็บค่าธรรมเนียมแล้ว
ก็เท่ากับว่าสมมุติว่าส่วนต่างค่าน้ำมัน 100,000 ดอลลาห์ต่อเที่ยว เราก็จะเก็บเขา 90,000 ดอลลาห์ต่อเที่ยว
เอกชนประหยัดเงิน 10% แต่เราได้ 90,000 ดอลลาห์เข้ากระเป๋า

อันนี้คิดแบบละเอียดไปเลย
ก็จะเป็น 90,000 ดอลลาห์/เที่ยว x 300 ลำ x 365 วัน = 9,855,000,000 ดอลลาห์/ปี
คิด NPV มีดอกเบี้ย 10% ไปเลย 3 ปี ยังคืนทุน = 33,891,345,000 ดอลลาห์ (ภายใน 3 ปี) สมมุติว่าค่าก่อสร้าง 30,000 ล้านดอลลาห์(อันนี้ตีเยอะไว้ก่อนแล้วนะ)

ผมบอกแล้วว่าเหลือ เหลือพอมาทำฐานทัพเรืออีกฐาน + นิคมอุตสาหกรรมจังหวัดระนองได้ด้วยซ้ำ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 26, 2026, 06:27:04 PM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,754
  • ถูกใจแล้ว: 1942 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
[quote/]


ก็เนี่ยขนาดผมคิดให้มันดูโอเว่อร์มากๆ มันยังคุ้มเลย ถ้าคิดให้น้อยกว่านี้ % กำไรจะยิ่งมากกว่านี้อีกนะ(นึกภาพออกปะ)
หลักการคิดจริงๆ ก็คือ (ค่าน้ำมันต่อเที่ยวของการเดินทางผ่านช่องแคบมะละกา - ค่าน้ำมันที่ผ่านคลองคอดกระ) = ส่วนต่างของราคาต้นทุนน้ำมันที่ต้องจ่าย

แล้วเราเอาส่วนต่างของน้ำมันที่ต้องจ่ายตรงนี้ มาคูณกับตัวที่เราอยากเก็บ เช่น สมมุติว่าผมอยากเก็บ 10% ก็ได้
ส่วนต่างราคาต้นทุนน้ำมัน x 0.90 แค่นี้ก็ได้ราคาที่เราจะเก็บค่าธรรมเนียมแล้ว
ก็เท่ากับว่าสมมุติว่าส่วนต่างค่าน้ำมัน 100,000 ดอลลาห์ต่อเที่ยว เราก็จะเก็บเขา 90,000 ดอลลาห์ต่อเที่ยว
เอกชนประหยัดเงิน 10% แต่เราได้ 90,000 ดอลลาห์เข้ากระเป๋า

อันนี้คิดแบบละเอียดไปเลย
ก็จะเป็น 90,000 ดอลลาห์/เที่ยว x 300 ลำ x 365 วัน = 9,855,000,000 ดอลลาห์/ปี
คิด NPV มีดอกเบี้ย 10% ไปเลย 3 ปี ยังคืนทุน = 33,891,345,000 ดอลลาห์ (ภายใน 3 ปี) สมมุติว่าค่าก่อสร้าง 30,000 ล้านดอลลาห์(อันนี้ตีเยอะไว้ก่อนแล้วนะ)

ผมบอกแล้วว่าเหลือ เหลือพอมาทำฐานทัพเรืออีกฐาน + นิคมอุตสาหกรรมจังหวัดระนองได้ด้วยซ้ำ


ก็คิดได้แหล่ะ  แต่ทุนก่อสร้าง 30000 ล้าน usd ไม่ใช่ราคาประเมิณคลองนะ เขาคิดขั้นนต่ำ 2 เท่า


ถ้าอิงสเกลคลองสุเอส ตีคร่าวๆ  400*20*100000=800 ล้านคิว แต่เรื่องจริงคือมันไม่ใช่ดินระดับน้ำทะเล .ก็ซัก 3 เท่า  ราคาคิวละ 1000 เพราะค่าทิ้งดินด้วยหายากน่าดู
800*3*1000 = 2.4 ล้านๆบาท
ถ้าค่าเฉลี่ยเหนือระดับน้ำ 20 ม. ก็ 1.6 ล้านๆบาท
แต่ตัวเลข เรือผ่านวันละ 300 ลำมากไป มันเท่ากับทั้งช่องแคบเลยนะ :o
ส่วนราคาต่อลำร่าจะเพิ่มได้เป็น 10 เท่าอยู่  90000 usd ต่ำไป


ถ้าเอาคัวเลข เรือผ่านจริงอาจจะลดลง ซักครึ่งนึง แต่ราคาเก็บเพิ่มซัก 4 เท่าได้อยู่
ก็ตกราวๆ  ที่คำนวนไป 3 ปีก็พอได้อยู่


แต่ตัวเลขที่ช่องแคบเขาว่าจะเต็มคือ ราว 1.2 แสนลำ ปัจจุบันช่องแคบ กว้าง 3 กม.ที่จุดแคบสุด
ถ้าจะเอาตัวเลข  ตามช่องแคบ กว้าง 3 กม  ตีคร่าวๆ 2.5 กม. เพื่อรองรับ 300 ลำต่อวัน
ขุดดินบนบกก็ ตีว่า ขุดเหนือระดับทะเลสูง 20 ม. ลงลึกต่ำกว่าระดับน้ำ 20 ม. เป็น 40 ม.


ตีว่าขุดร่องน้ำในทะเลไม่นับ ขุดแนว 9a 120 กม ก็ 120000*40*25000= 1.2 หมื่นล้านคิว ถ้าตกคิวละ 1000 บาทก็
12 ล้านๆบาท ใครจะจ่ายค่าขุด :(


สมมุติลดสเกลลงมา เป็น 10 เฟส เหลือ 1.2 ล้านๆ
ขนาดคลองจะกว้าง 250 ม. น่าจะวิ่งสวนกันได้อยู่สำหรับเรือเล็กแต่ถ้าเรือใหญ่ก็ต้องราวๆกว้าง 400 ม.

แต่เราไม่ต้องเอาตัวเลขมโน เอาแค่ตัวเลข ที่มีรายงาน 4-5000 ล้านคิว
ในรายงานน่าจะใช้ตัวเลขจากการกำจัดดินแบบถมข้างทาง เรื่องจริงไม่มีที่ทิ้งดินบนบกหรอก
ต้องขนไปทิ้งทะเลทำเกาะเทียม ผมให้ราคาเลย คิวละ 1000 บาท
ตกงานดิน คลองไทย 4 ล้านๆบาท


พอให้ ai ประเมิณ มันให้ 200000 usd/ลำ และให้เรือวิ่ง 30000 ลำต่อปี
ตกแถวๆ 20 ปีคืนทุนนั่นแหล่ะ เพราะค่าก่อสร้างโครตแพง :(




แล้วข้อเสียที่มันวา
คือคลองไทยทำแบบแบ่งเฟสไม่ได้ ต้องทุ่มเงินมหาศาลแต่แรก


แถมพอให้มันคิดค่าดูแลรักษารายปี ประมาณ 2-3%
รวมๆแล้ว 30-40 ปีคืนทุน
 

ออฟไลน์ wanit000

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 974
  • ถูกใจแล้ว: 260 ครั้ง
  • ความนิยม: +65/-67
30-40 ปี คืนทุน หลังจากนั้นประเทศจะมีรายได้มหาศาล ในแต่ละปีเลยนะ ลำบากยุคเรา ลูกหลายสบายอ่ะ  ::)
 

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,754
  • ถูกใจแล้ว: 1942 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
30-40 ปี คืนทุน หลังจากนั้นประเทศจะมีรายได้มหาศาล ในแต่ละปีเลยนะ ลำบากยุคเรา ลูกหลายสบายอ่ะ  ::)


ประเด็นคือใครจะจ่าย ถ้า งบ 4-5 ล้านๆ ไทยลงทุนช่วย 2 ล้านๆ มีเอกชนมาร่วมแน่นอน
แต่ถ้าให้เอกชนลงทุน คืนทุนช้ามากๆ 25 ปี ก็ต้องลดแลดแจกแถมมีตัวช่วยไม่งั้นเอกชนไม่มาลงทุนแล้ว


แต่ตอนนี้งบ 1 ล้านๆ รบ.ยังไม่ลงทุนเองเลย ล่าสุดกู้ไป 4 ล้านๆแทบเต็มละ
อาจต้อง รบ สมัยหน้าถึงจะมีงบ
แบบไทยกู้ต่อ gdp ได้ ราวๆ 70% ปัจจุบันแทบเต็ม ก็ต้องการ 1 ล้านๆ ก็ต้อง gdp โต 1.4 ล้านๆ
Gdp 2% ก็ราวๆ 3.5-4 แสนล้าน 4 ปีก็ 1.4-1.6 ล้านๆ แต่ไม่ต้องลงทุน 100% 2 ล้านๆ ก็อาจจะลงทุนสมัยหน้าได้ แต่นั่นคือ ห้ามกู้ทำอะไรอีกนะ แล้วการกู้มีเงื่อนไขกฏหมายด้วย อาจจะยาก


แต่ถ้าจะเก็บเงินรายปีค่อยลงทุน ยาก นักการเมืองไทยไม่มีการเก็บเงินหรอก
 

ออฟไลน์ wanit000

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 974
  • ถูกใจแล้ว: 260 ครั้ง
  • ความนิยม: +65/-67
[quote/]


ประเด็นคือใครจะจ่าย ถ้า งบ 4-5 ล้านๆ ไทยลงทุนช่วย 2 ล้านๆ มีเอกชนมาร่วมแน่นอน
แต่ถ้าให้เอกชนลงทุน คืนทุนช้ามากๆ 25 ปี ก็ต้องลดแลดแจกแถมมีตัวช่วยไม่งั้นเอกชนไม่มาลงทุนแล้ว


แต่ตอนนี้งบ 1 ล้านๆ รบ.ยังไม่ลงทุนเองเลย ล่าสุดกู้ไป 4 ล้านๆแทบเต็มละ
อาจต้อง รบ สมัยหน้าถึงจะมีงบ
แบบไทยกู้ต่อ gdp ได้ ราวๆ 70% ปัจจุบันแทบเต็ม ก็ต้องการ 1 ล้านๆ ก็ต้อง gdp โต 1.4 ล้านๆ
Gdp 2% ก็ราวๆ 3.5-4 แสนล้าน 4 ปีก็ 1.4-1.6 ล้านๆ แต่ไม่ต้องลงทุน 100% 2 ล้านๆ ก็อาจจะลงทุนสมัยหน้าได้ แต่นั่นคือ ห้ามกู้ทำอะไรอีกนะ แล้วการกู้มีเงื่อนไขกฏหมายด้วย อาจจะยาก


แต่ถ้าจะเก็บเงินรายปีค่อยลงทุน ยาก นักการเมืองไทยไม่มีการเก็บเงินหรอก
ก้อนะ นักการเมือง มีเวลาแค่ 4 ปีไง โดนด่าไม่พอ ไม่ได้ผลงานอีก กว่าจะทำรายได้ ผลงานก้อตกเป็นของคนอื่นในอีก 30 ปีต่อมา คนปกติคงไม่ทำกันจริงๆเเหละ
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก