ช่วงนี้คนที่บ้านกำลังบ้าดูนิยายเน็ตของทางจีนที่จะกล่าวถึงราชวงศ์ฉิน โดยนิยายพวกนี้จะเป็นการย้อนอดีตเปลี่ยนอดีตให้ราชวงศ์ฉินไม่ล่ม จิ๋นซีเป็นคนดี(ดีพร่อง เสียงในหัว
ซึ่งก็มีนิยายทำแบบนี้ออกมาหลายเรื่องแล้วล่ะครับ ผมก็งงๆว่าจะยุ่งเกี่ยวกับราชวงศ์ฉินอะไรนักหนาและจิ๋นซีก็ไม่ใช่กษัตริย์ที่ดีอะไรขนาดนั้น แต่พอสังเกตดูแล้วก็เลยรู้ว่า จีนต้องการสื่อสารอะไร เพราะจะกล่าวถึงนักพรตคนหนึ่งที่พาเด็กชายเด็กหญิงและเงินจำนวนมากออกไปเพื่อหายาอายุวัฒนะ โดยจีนมักจะเคลมว่าชายหญิงกลุ่มนี้ได้เป็นบรรพบุรุษของคนญี่ปุ่นในที่สุด ว่าง่ายๆก็คือไม่อยากให้มีประเทศญี่ปุ่นเกิดขึ้นมาบนโลกนี้นั่นแหละ
เคลมเก่งพอๆกับเคลมโบเดียเลยครับ
ปัญหาของการใช้ชาตินิยมและการโฆษณาชวนเชื่อแบบผิดๆ ผิดทั้งวิธีการใช้ ผิดทั้งบริบท
อย่างแรก สมัยก่อนมันยังไม่มีคำว่าชาติเลย แล้วจะเอาคำว่าชาตินิยมมาจากไหนกัน อย่างกรณีของจีน ชาตินิยมจีนจริงๆพึ่งมายุคที่ ดร.ซุน ยัตเซนเป็นคนนำแนวคิดนี้และประกาศแนวคิดนี้เองนะ
อย่างสอง การใช้ชาตินิยมแบบผิดๆ คือ การเชิดชูชาติพันธุ์ตัวเอง และกดชาติพันธุ์อื่นว่าด้อยกว่าหรือไม่ก็สร้างให้เป็นผู้ร้าย ซึ่งมันเป็นวิธีคิดที่ผิด
วิธีแบบนี้รังแต่จะทำให้เกิดสงครามเหมือนที่ฮิตเลอร์เชิดชูชาติพันธุ์อารยันแล้วทำสงครามที่ทำคนตายไปมากมาย
อย่างแรกเลยเราต้องยอมรับครับ ว่ามนุษย์ทุกคนล้วนมีด้านที่ดีและด้านที่เลว ไม่มีใครบริสุทธิ์ผุดผ่องเพื่อเชิดชูในฐานะวีรบุรุษ
เราต้องยอมรับว่าการสร้างรัฐชาติ มันไม่ควรเป็นเครดิตของใครคนในคนหนึ่งหรือถูกผูกขาดแต่เพียงผู้เดียว มนุษย์ทุกคนล้วนมีส่วนร่วมในการสร้างคนละไม้คนละมือ
ไม่ว่าจะสร้างโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ในทางที่ดีหรือไม่ดีก็ตาม
ขออิงคำพูดของ Rawhand และ Fear&Hunger
ตั้งแต่ทารกลืมตาแรกเกิดสิ่งที่ทารกต้องเจอคือความกลัว สิ่งที่สองที่ทารกได้รู้จักคือความหิว
ดังนั้นความกลัวจะเป็นแรงผลักดันเราพยายาม ความหิวโหยทำให้เราขวนขวายและไขว่คว้า นี่คือสิ่งที่นิยามธรรมชาติของมนุษย์