แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: ท่านว่าวิธีแบบนี้เป็นไงครับ เกี่ยวกับการบริหารรถไฟ  (อ่าน 1091 ครั้ง)

ออฟไลน์ Taw

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,352
  • ถูกใจแล้ว: 465 ครั้ง
  • ความนิยม: +47/-605
คือผมมีแนวคิดอย่างหนึ่งครับ เกี่ยวกับการบริหารรถไฟ รฟท ประมาณนี้ครับ คือนอกเหนือจากที่คุณ @Black7nos เคยเสนอไปในกระทู้นี้

https://goshujin.tk/index.php?topic=28229.0

ด้วยวิธีที่น่าสนใจ เช่น ให้ รฟท ถือสัมปทานเหมือง เปิดให้เจ้าของห้างเช่าติดกับรถไฟ เป็นพ่อค้าคนกลางขายผัก-ผลไม้ ทำแบรนด์ต่างๆที่ไม่ต้องเกี่ยวกับรถไฟก็ได้ ซึ่งผมมองว่ามันเปิดมิติได้เยอะเลย

ผมเลยมีอีกแนวคิดนึงครับ ท่านว่าเป็นยังไงครับ ถ้า...

1.ให้ รฟท เน้นวิ่งรถธรรมดา รถเร็วที่ค่าโดยสารถูก-ปานกลาง แน่นอนว่าแอร์ 100% รถพัดลมเหลือไว้เป็นรถนำเที่ยว ทั้งแบบอนุรักษ์เป้นรถร้อนสายวินเทจ กับปรับปรุงติดแอร์เป็นรถไฟห้องประชุมหรือโรงแรม หรือสิ่งที่จะกล่าวในข้อ2

2.ปรับปรุงตู้โดยสารเก่าบางส่วนเป็น ขบวนOTOP คือให้เป็นตู้รถไฟร้านขายของประมาณ 2/10 นอกนั้นอีก 8 ส่วนเป็นรถนั่งมีโต๊ะรอง ตั้งเส้นทาง แต่ละทางก็จะมีสินค้าขึ้นชื่อของแต่ละสถานีที่ผ่านมาขายบนตู้นั้นๆ โดยให้บรรดาผู้ขายมาเช่าสัมปทานตู้ขายของ เป็นรถไฟร้านอาหารเน้นการท่องเที่ยวที่ไม่ต้องจองตั๋วเป็นเดือนๆแบบขบวนรถท่องเที่ยวประเภทอื่น วิ่งเน้นคนตามรายทาง ค่าตั๋วราคาปานกลาง

3.รถด่วน ด่วนพิเศษเน้นขายให้เอกชนในฐานะบริการทางเลือก จากการที่ค่าโดยสารแพง ให้เอกชนจะได้ลดสเกลงานลง ให้เอกชนเป็นพื้นที่เฉพาะตัวพัฒนาได้เต็มรูปแบบคล้ายรถทัวร์ VIP หรือเครื่องบิน และเก็บค่าเช่าสัมปทานจากเอกชนเป็นรายได้

4.ค่าโดยสาร ราคาต่างชาติเก็บตามต้นทุนเพื่อเอามาอุ้มราคาสวัสดิการสำหรับคนไทย
 

ออฟไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 17,441
  • ถูกใจแล้ว: 14062 ครั้ง
  • ความนิยม: +377/-7
  • เพศ: ชาย
  • นักอู้มือหนึ่ง
วิธีการที่ง่ายที่สุดก็คือขายให้เอกชนมาดูแลครับผม  เชื่อไหมว่าราคาค่าบริการจะต่ำลงแต่กำไรมากขึ้น?  :)
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

ออฟไลน์ Gandum

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 73
  • ถูกใจแล้ว: 14 ครั้ง
  • ความนิยม: +1/-7
  • buburGANDUM
หมายถึง  คคห.นั้นเหรอ??  ผมว่าแป๊กทุกอย่างเลย  เพราะบางอันก็ทำอยู่แล้ว  บางอันก็
ไปขวางสัมปทานเส้นสาย  บางอันยกให้เอกชนแต่การรถไฟก็ยกให้แบบไม่คุ้มค่า  เนื่อง
เพราะผู้ใหญ่อยากได้เงินทอน  บางอันให้ไปทำอย่างอื่น  ยกสัมปทานอย่างอื่นให้ก็ยิ่งเละ  เพราะ
แค่สิ่งที่ตัวเองถนัดยังเละ  แล้วให้ไปทำสิ่งที่ไม่ถนัดยิ่งเละ  และก็ยิ่งพาวัฒนธรรมของการรถไฟ 
ไปยังที่อื่นยิ่งเละ  ไม่ต่างจากการบินไทย  ขสมก.  ทางที่ดี  ของต่างๆพวกนี้  ถ้าคิดจะปฏิรูป
ควรให้ทั้งขสมก.  การบินไทย  การรถไฟ  เป็นหน่วยกำกับดูแล  แล้วให้เอกชนแข่งขันกันเอง
เพื่อให้เกิดการพัฒนา  เกิดการแข่งขัน  อย่างเช่นการรถไฟเป็นผู้ดูแลราง  ขสมก.ก็ดูแลในเรื่อง
กำหนดออกเส้นทางที่เอกชนรถต่างๆ  เรียกร้องขอให้เปิด  และเป็นตัวกลางให้เชื่อมต่อกัน  ทั้ง
สองแถว  กะป้อ  รถตู้ร่วม  รถเมล  ควรดูแลตรงนี้ 


อย่างตอนนี้  รถไฟสายสีแดงเปิดเก็บเงินแล้ว  โดนวิจารณ์ยับ  เพราะไม่เชื่อมต่ออะไรเลย  และ
แถมบริหารแบบขอไปที  ทั้งภายในสถานีทั้งหัวคิดธุรกิจไม่มี  ขนาดรถไฟด้วยกันเองยังไม่เชื่อม
ต่อกันเองเลย  คล้ายๆแอร์พอร์ทเรลลิงค์สถานีมักสัน  ยิ่งหัวคิดเกี่ยวกับค่าโดยสาร  ก็ยิ่งไม่มี

ส่วนความเห็นของท่านใน#0 

ขนของ  ขนสิ่งต่างๆ  ระวังมีปัญหากับรถบรรทุก  ฮา  และอีกอย่าง  สถานที่ให้รถไปถ่ายของผัก
ก็พิธีรีตรองมาก  ขั้นตอนมาก  ไม่สะดวกมากๆ  ให้เอกชนลงทุนทำรางตรงนี้ก็ได้  หรือไม่ก็ให้
จังหวัดต่างๆทำจุดตรงนี้ก็ได้  แต่รางรถไฟค่อยไปเชื่อมกัน  ทำอาณัติสัญญาณให้ดีๆ  ทำให้
การขนถ่ายให้คล่องตัว  เพราะยังไงๆ  ก็ต้องถ่ายลงรถบรรทุกเมื่อถึงปลายทางอยู่ดี  ทั้งรถปิคอัพ
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,606
  • ถูกใจแล้ว: 2808 ครั้ง
  • ความนิยม: +216/-343
วิธีการที่ง่ายที่สุดก็คือขายให้เอกชนมาดูแลครับผม  เชื่อไหมว่าราคาค่าบริการจะต่ำลงแต่กำไรมากขึ้น?  :)


ใช่ครับ ญี่ปุ่นเองก็ให้เอกชนมาดูแลครับ เนื่องจากเอกชนมีความทะเยอทะยานมากกว่ารัฐทำเองมาก
เอกชนเขาใช้สมองและทรัพยากรทั้งหมดที่มีเพื่อหาวิธีหารายได้อยู่แล้วครับ


พูดจริงๆ ฝ่ายรัฐถ้าจะหากำไรจริงๆ มันทำได้ง่ายกว่าในเมื่อรัฐเองเป็นผู้ออกและบังคับใช้กฎหมาย ขณะที่เอกชนไม่มีสูตรโกง ต้องเล่นไปตามกติกาของเกมส์ที่รัฐกำหนด
เพียงแต่รัฐขาดความทะเยอทะยาน เพราะล้มก็ล้มบนฟูก คิดว่ามีคน support ให้ตลอด เรื่องนี้เป็นกันทั่วโลกครับ แม้แต่ญี่ปุ่นเองตอนการรถไฟเป็นรัฐวิสาหกิจก็ขาดทุนบานเหมือนกัน
จนมาให้เอกชนทำ แล้วยกเลิกรัฐวิสาหกิจเพื่อยกระดับเป็นกระทรวงรถไฟ
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,606
  • ถูกใจแล้ว: 2808 ครั้ง
  • ความนิยม: +216/-343
หมายถึง  คคห.นั้นเหรอ??  ผมว่าแป๊กทุกอย่างเลย  เพราะบางอันก็ทำอยู่แล้ว  บางอันก็
ไปขวางสัมปทานเส้นสาย  บางอันยกให้เอกชนแต่การรถไฟก็ยกให้แบบไม่คุ้มค่า  เนื่อง
เพราะผู้ใหญ่อยากได้เงินทอน  บางอันให้ไปทำอย่างอื่น  ยกสัมปทานอย่างอื่นให้ก็ยิ่งเละ  เพราะ
แค่สิ่งที่ตัวเองถนัดยังเละ  แล้วให้ไปทำสิ่งที่ไม่ถนัดยิ่งเละ  และก็ยิ่งพาวัฒนธรรมของการรถไฟ 
ไปยังที่อื่นยิ่งเละ  ไม่ต่างจากการบินไทย  ขสมก.  ทางที่ดี  ของต่างๆพวกนี้  ถ้าคิดจะปฏิรูป
ควรให้ทั้งขสมก.  การบินไทย  การรถไฟ  เป็นหน่วยกำกับดูแล  แล้วให้เอกชนแข่งขันกันเอง
เพื่อให้เกิดการพัฒนา  เกิดการแข่งขัน  อย่างเช่นการรถไฟเป็นผู้ดูแลราง  ขสมก.ก็ดูแลในเรื่อง
กำหนดออกเส้นทางที่เอกชนรถต่างๆ  เรียกร้องขอให้เปิด  และเป็นตัวกลางให้เชื่อมต่อกัน  ทั้ง
สองแถว  กะป้อ  รถตู้ร่วม  รถเมล  ควรดูแลตรงนี้ 


อย่างตอนนี้  รถไฟสายสีแดงเปิดเก็บเงินแล้ว  โดนวิจารณ์ยับ  เพราะไม่เชื่อมต่ออะไรเลย  และ
แถมบริหารแบบขอไปที  ทั้งภายในสถานีทั้งหัวคิดธุรกิจไม่มี  ขนาดรถไฟด้วยกันเองยังไม่เชื่อม
ต่อกันเองเลย  คล้ายๆแอร์พอร์ทเรลลิงค์สถานีมักสัน  ยิ่งหัวคิดเกี่ยวกับค่าโดยสาร  ก็ยิ่งไม่มี

ส่วนความเห็นของท่านใน#0 

ขนของ  ขนสิ่งต่างๆ  ระวังมีปัญหากับรถบรรทุก  ฮา  และอีกอย่าง  สถานที่ให้รถไปถ่ายของผัก
ก็พิธีรีตรองมาก  ขั้นตอนมาก  ไม่สะดวกมากๆ  ให้เอกชนลงทุนทำรางตรงนี้ก็ได้  หรือไม่ก็ให้
จังหวัดต่างๆทำจุดตรงนี้ก็ได้  แต่รางรถไฟค่อยไปเชื่อมกัน  ทำอาณัติสัญญาณให้ดีๆ  ทำให้
การขนถ่ายให้คล่องตัว  เพราะยังไงๆ  ก็ต้องถ่ายลงรถบรรทุกเมื่อถึงปลายทางอยู่ดี  ทั้งรถปิคอัพ



ปัญหาที่รถไฟหารายได้แบบปตท.ไม่ได้ เพราะตัวกฎหมายส่วนหนึ่งครับ กฎหมายกำหนดให้การรถไฟหารายได้ได้แต่เฉพาะเกี่ยวกับค่าตั๋วกับค่าขนส่งเท่านั้นครับ ทั้งที่จริงๆแล้ว มันสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ แบบปตทได้ครับ


สิ่งที่ต้องแก้เกี่ยวกับการรถไฟ คือ แก้กฎหมายครับ ให้สามารถทำธุรกิจอื่นได้ ไม่งั้นก็จะเหมือนเคสมักกะสัน


ยกตัวอย่างญี่ปุ่น บริษัทเดินรถไฟของเขาสามารถประกอบธุรกิจอื่นที่ไม่เกี่ยวกับรถไฟได้ครับ เช่น ข้าวกล่องแบรนด์รถไฟ One-Stop Service ร้านกาแฟแบรนด์รถไฟ น้ำผลไม้ปั่นแบรนด์รถไฟ ฯลฯ
สารพัดนึกเลยละครับ โดยเขาใช้ประโยชน์จากคำว่ารถไฟ พื้นที่รถไฟบ้าง หรือ แม้แต่แบรนด์บ้าง เพราะถ้าเป็นเอกชน มันมีความทะเยอทะยานในการหารายได้กว่ารัฐ


ทำได้คือทำครับ
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 

ออฟไลน์ sechan

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 3,139
  • ถูกใจแล้ว: 1222 ครั้ง
  • ความนิยม: +181/-262
ส่วนต่างที่เกิดขึ้นเขามีอยู่ แต่เข้าอีกกระเป๋า  ไม่ใช่เขาไม่ทำ ทำไปแล้วเกิดกำไรแล้ว แต่ส่วนอื่นเอาไป  ไปแตะรถไฟตรงนี้ ก็เหมือนบอกกลายๆ เรียกกูขับรถออกมาใช่ไหม :o
 

ออฟไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 17,441
  • ถูกใจแล้ว: 14062 ครั้ง
  • ความนิยม: +377/-7
  • เพศ: ชาย
  • นักอู้มือหนึ่ง
เมืองสารขันนะไม่มีทางที่จะพัฒนาระบบรางให้ดีขึ้นหรอกครับท่าน เพราะมันจะกระทบหลายอย่างทั้งรถบรรทุก การขายน้ำมัน การขายรถยนต์รถมอเตอร์ไซต์  เชื่อไหมว่าผมขี่รถมอเตอร์ไซต์จากโคราชไปกรุงเทพใช้เวลา 4 ชั่วโมงแต่นั่งรถไฟใช้เวลา9ชั่วโมง?  :-X
 

ออฟไลน์ trash

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 359
  • ถูกใจแล้ว: 113 ครั้ง
  • ความนิยม: +10/-17
เมืองสารขันนะไม่มีทางที่จะพัฒนาระบบรางให้ดีขึ้นหรอกครับท่าน เพราะมันจะกระทบหลายอย่างทั้งรถบรรทุก การขายน้ำมัน การขายรถยนต์รถมอเตอร์ไซต์  เชื่อไหมว่าผมขี่รถมอเตอร์ไซต์จากโคราชไปกรุงเทพใช้เวลา 4 ชั่วโมงแต่นั่งรถไฟใช้เวลา9ชั่วโมง?  :-X

อนาคตเปลี่ยนไปแล้ว  ต่อไประบบรางจะกินรวบ  เอ๊ย  จะครองส่วนแบ่งมากขึ้น  เพราะมันสามารถที่จะ
โลจิสต์ติกไปอยู่ในมือของเจ้าใหญ่ได้  และส่งออกได้ไกลไม่ง้อเจ้าเล็ก  การขนถ่ายสินค้าด้วยรางรถไฟ
จะผูกขาดจนโลจิสต์ติกท้องถิ่น(ก็บรรดาเจ้าของบริษัทรถบรรทุกทั่วไป)ร้องไห้ระงม 


เราไม่ปกป้องพวกเรากันเอง  ก็รู้ๆอยู่ว่า  พวกเขาอัฐยายซื้อขนมยาย  ไม่เผื่อแผ่สู่ธุรกิจเล็กๆของเรา 
แต่ก็ยังไม่ทันเกมเขาเอง  อ้างแต่ว่าไทยดันไม่ปรับตัว  แต่ทำแบบนี้มันก็เหมือนสมคบคิดต่างชาติ
มาทำลายเราเองซะงั้น  ทัวร์ศูนย์เหรียญไม่เข็ด  อสังหาฯนอมินีไม่เข็ด(นอกจากไม่เข็ด  ก็ดันคิดที่จะ
อุปภัมป์ให้ง่ายขึ้น)  ร้านขายของที่ระลึก  โรงแรมที่พัก  นอมินีทั้งนั้น  ต่อไปก็ภาคขนส่ง  ตามสบาย~
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ Rumia

  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 8,353
  • ถูกใจแล้ว: 2270 ครั้ง
  • ความนิยม: +347/-403
จริงๆมันกำไรครับแต่เขียนบิลออกมาไห้ขาดทุนแค่นั้นที่นี้ก็ได้ทังกำไรและเงินอุดหนุนจะเขียนไห้มีกำไรทำใม มีไปก็ต้องส่งคืนระบบราชการบริหารเหมือนกันหมดครับคือมีเงินไช้ไห้หมดถ้าไม่พอเบิกได้ แต่ถ้าไช้ไม่หมดรอบหน้าโดนตัดงบมันคือการบริหารไห้ขาดทุนครับถึงจะก้าวหน้า ระบบนี้แม่งบ้าบอสิ้นดีที่การบินไทยเราเห็นค่าไช้จ่ายไร้สาระเช่นเงินช่วยเหลืออุดหนุนค่าน้ำมันผู้บริหารเดือนละแสน ค่าเช่ารถเดือนละห้าแสนค่าที่พักสองแสนค่ากินสองแสนบลาๆ มันคือการไช้เงินไห้หมดครับจะได้ไม่ต้องคืนรัฐ

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,606
  • ถูกใจแล้ว: 2808 ครั้ง
  • ความนิยม: +216/-343
จริงๆมันกำไรครับแต่เขียนบิลออกมาไห้ขาดทุนแค่นั้นที่นี้ก็ได้ทังกำไรและเงินอุดหนุนจะเขียนไห้มีกำไรทำใม มีไปก็ต้องส่งคืนระบบราชการบริหารเหมือนกันหมดครับคือมีเงินไช้ไห้หมดถ้าไม่พอเบิกได้ แต่ถ้าไช้ไม่หมดรอบหน้าโดนตัดงบมันคือการบริหารไห้ขาดทุนครับถึงจะก้าวหน้า ระบบนี้แม่งบ้าบอสิ้นดีที่การบินไทยเราเห็นค่าไช้จ่ายไร้สาระเช่นเงินช่วยเหลืออุดหนุนค่าน้ำมันผู้บริหารเดือนละแสน ค่าเช่ารถเดือนละห้าแสนค่าที่พักสองแสนค่ากินสองแสนบลาๆ มันคือการไช้เงินไห้หมดครับจะได้ไม่ต้องคืนรัฐ


การบินไทย กับ การรถไฟ ต่างเคสกันครับ


การบินไทย เจ๊งเพราะค่าเสื่อม(Depreciation) กับ สินทรัพย์ด้อยค่าลงครับ ลองดูในบัญชีรายปีของเขาได้ จริงๆรู้สึกผมเคยโพสต์เรื่องลงทุนและเอารูปแสดงงบการเงินของการบินไทยมาให้ดูครั้งหนึ่งแล้ว ปัญหาของการบินไทยคือ การซื้อเครื่องบิน(Equipment) อะไหล่(Spareparts) แต่ไม่สามารถใช้เครื่องจักรเหล่านั้นก่อรายได้กลับคืนสู่องค์กรได้ครับ


ซึ่งค่านี้ในเว็บตลาดหลักทรัพย์มันแสดงเอาไว้ชัดเจน ดัชนีที่ใช้วัดว่ามันเป็นอย่างที่ผมกล่าวข้างต้น คือ ค่า ROA(Return on Asset) มันคือการวัด % ว่า ทรัพย์สินที่มีสามารถทำเงินกลับคืนมาได้เท่าไหร่ต่อปีเป็น % เทียบกับต้นทุนของทรัพย์สินนั้น ได้แก่ ที่ดิน เครื่องจักร ฯลฯ ตามที่บัญชีระบุว่าเป็น Asset(สินทรัพย์)


เทียบ ROA(Return on Asset) 3 สายการบินนะครับ
1.การบินไทย ROA ปี 60 = -0.97% ปี 61 = -5.33% ปี 62 = -5.52% ปี 63 = -64.68%
2.บางกอกแอร์เวย์ ROA ปี 60 = 5.34% ปี 61 =3.72% ปี 62 = 0.17% ปี 63 = -2.56%
3.แอร์เอเชีย ROA ปี 60 = 5.54% ปี 61 = 1.06% ปี 62 = -0.16% ปี 63 = -11.50%


Ref
https://www.set.or.th/set/companyhighlight.do?symbol=THAI&ssoPageId=5&language=th&country=TH
https://www.set.or.th/set/companyhighlight.do?symbol=BA&ssoPageId=5&language=th&country=TH
https://www.set.or.th/set/companyhighlight.do?symbol=AAV&ssoPageId=5&language=th&country=TH


*ปี 63 คือ ปีที่เกิดโควิด ดังนั้นหลายประเทศห้ามผู้คนเดินทางหรือรับคนต่างประเทศเข้ามาในประเทศ จึงไม่แปลกที่สายการบินหลายสายจะมี ROA ติดลบ แต่ผมอยากให้ทุกคนลองมองไปที่ปีก่อนเกิดโควิด คือ ปี 60-62 จะเห็นได้ว่า การหารายได้จากทรัพย์สินของการบินไทยนั้นแย่ที่สุดเมื่อเทียบกับ 3 สายการบินที่เหลือครับ


ตัวเลขมันฟ้องเลยว่า การบินไทย ไม่สามารถใช้ทรัพย์สินที่ต้นเองมีสร้างรายได้ได้เลย


ดังนั้นการบินไทยเจ๊ง ก็คือ การซื้อเครื่องบินหรืออะไหล่มาดองไว้ ไม่ก็ใช้เครื่องบินบินนั่นแหละ แต่เป็นใช้เครื่องบินบินโดยที่ไม่ก่อรายได้ ตัวเลขทาง Financial มันฟ้องอยู่ครับ ไม่มีทางปฏิเสธได้ ส่วนเรื่องสวัสดิการพนักงานระดับผู้บริหารมันเป็นเรื่องเล็กมาก เมื่อเทียบกับปัญหา First Priority อย่างการซื้อเครื่องจักรมาดองเล่น ไม่ก็ใช้แต่ไม่ก่อรายได้ นี่สิคือปัญหาที่แท้จริงของการบินไทยครับ
(ส่วนเรื่องให้ใครบินฟรี ไม่จ่ายตังค่าเครื่องบินแบบเหมาลำ อันนี้ผมว่าทุกคนคงรู้นะครับว่าใคร นั่นแหละคือคนที่ทำให้เรารับภาระด้วยการเอาภาษีไปอุ้ม และยิ่งทำให้การบินไทยเจ๊งหนัก หนักในระดับที่ตัวเลขทางการเงิน Financial ฟ้องออกมาเห็นชัดเลย และไม่มีทางปฏิเสธตัวเลข ROA นี้ได้)

ส่วนเคสการรถไฟมันเป็นอีกกรณีหนึ่ง การรถไฟนั้น เครื่องจักรอย่างรถไฟหลายขบวนเกิน Lifespan มันไปแล้ว ดังนั้นค่าเสื่อมก็ไม่มีแล้ว เพียงแต่เมื่อเครื่องจักรอายุเกิน มันจะทำให้ค่าซ่อมแซม Maintenance สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว (ถ้าใครเรียนวิศวฯมาจะเข้าใจว่า ส่วนใหญ่เครื่องจักรใดๆ ไม่ว่าจะ รถยนต์ก็ดี มือถือก็ดี เขาจะออกแบบให้พอดีกับอายุ Lifespan Time(พูดง่ายๆคือระยะเวลารับประกันสินค้า) พอเกินกว่า Lifespan วัสดุที่วิศวกรออกแบบส่วนใหญ่จะถูกออกแบบมาให้เมื่อเกิน Lifespan จะพังเร็วเป็นพิเศษ พูดง่ายๆ วัสดุเริ่มหมดอายุของมัน เพื่อบีบให้ลูกค้าไปซื้อสินค้าตัวใหม่ของบริษัท


แน่นอนว่าเครื่องจักรอย่างตัวรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นหัวขบวน หรือ ตู้รถไฟ และรางก็เช่นกันครับ อายุการใช้งานของมันเกินกว่า Lifespan ไปมาก ดังนั้นค่าซ่อมจะแพงขึ้นเป็นเงาตามตัว ซึ่งจริงๆมันแก้ปัญหาด้วยการซื้อเครื่องจักรใหม่มาแทนตัวเก่าครับ แต่ก็มักจะติดปัญหาเรื่องกฎหมายและงบประมาณที่จะต้องขออนุมัติให้ผ่านอีกตามกฎหมาย


นอกจากนี้การรถไฟ ถูกกฎหมายกำหนดบีบมาว่า "ห้ามหารายได้อื่นนอกจาก การขายตั๋วและการขนส่งสินค้า" ซึ่งมันคือกฎหมายบีบคอตัวเองที่ไม่เคยแก้เลยตั้งแต่สมัยก่อนจนปัจจุบัน มันเลยทำให้การรถไฟไม่สามารถหารายได้เพิ่มเติมได้ ซึ่งโดยปกติแล้วธุรกิจการเดินรถไฟ ไม่ว่าญี่ปุ่นก็ดี หรือ ประเทศไหนก็ดี จะรู้ว่ามันขาดทุนแน่นอนถ้าเราเก็บแค่ค่าตั๋วกับค่าขนส่ง แต่รายได้ที่ทำให้รถไฟญี่ปุ่นมันได้กำไร มันคือผลประโยชน์อื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่ค่าตั๋ว เช่น ค่าเช่าที่ หรือ จำนวนลูกค้าที่เข้าห้างที่เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้า ถ้าใครไปญี่ปุ่น ทุกสถานีของญี่ปุ่นจะบังคับเชื่อมต่อให้คนเดินเข้าห้างก่อนเสมอ ซึ่งเจ้าของห้างกับเจ้าของเดินรถไฟ มันคือคนเดียวกัน สุดท้ายผลประโยชน์ที่ห้างได้ลูกค้าเพิ่ม(จากการบังคับเข้าห้างโดยไม่มีทางเลือก) มันก็พอไปถัวกับค่าตั๋วของการเดินรถไฟได้พอดี


นอกจากนี้ ในญี่ปุ่นเอง็มีธุรกิจหลายอย่าง ซึ่งถ้าไปดูการถือหุ้น จะรู้ว่าถูกถือโดยบริษัทเดินรถไฟของญีปุ่น ทั้งที่มันไม่เกี่ยวกับรถไฟเสียด้วยซ้ำ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 30, 2021, 02:00:37 PM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,606
  • ถูกใจแล้ว: 2808 ครั้ง
  • ความนิยม: +216/-343



จริงครับ เพราะ ตัวเลขทางการเงินไม่มีทางหลอกใคร เพราะตัวเลขทางการเงินคือสมการครับ สมการสองข้างจะเท่ากันเสมอและตรวจสอบได้ครับ


Credit = Debit และ ทรัพย์สิน = หนี้สิน + ทุน
สมการบัญชีหรือการเงินจึงหลอกไม่ได้ครับ

บัญชีทั่วโลกถึงคุยภาษาเดียวกันด้วยตัวเลขได้ไงครับ ถึงแม้จะพูดภาษาต่างประเทศไม่ได้ก็ตาม
เพราะถ้าข้างใดไม่เท่ามันจะมีความผิดทางกฎหมายเลย ไม่โกงบัญชี ก็เท่ากับบันทึกข้อมูลผิด และงบการเงินที่แสดงคือมีผู้ตรวจสอบบัญชีที่ได้รับการรับรองแล้ว ภาษาวงการจะเรียกว่า Audit
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 30, 2021, 02:56:04 PM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Gandum

ออฟไลน์ trash

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 359
  • ถูกใจแล้ว: 113 ครั้ง
  • ความนิยม: +10/-17
ไม่จริง   :)  (แต่ไม่มีอะไรจะเถียง)
 

ออฟไลน์ Rumia

  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 8,353
  • ถูกใจแล้ว: 2270 ครั้ง
  • ความนิยม: +347/-403
[quote/]


การบินไทย กับ การรถไฟ ต่างเคสกันครับ


การบินไทย เจ๊งเพราะค่าเสื่อม(Depreciation) กับ สินทรัพย์ด้อยค่าลงครับ ลองดูในบัญชีรายปีของเขาได้ จริงๆรู้สึกผมเคยโพสต์เรื่องลงทุนและเอารูปแสดงงบการเงินของการบินไทยมาให้ดูครั้งหนึ่งแล้ว ปัญหาของการบินไทยคือ การซื้อเครื่องบิน(Equipment) อะไหล่(Spareparts) แต่ไม่สามารถใช้เครื่องจักรเหล่านั้นก่อรายได้กลับคืนสู่องค์กรได้ครับ


ซึ่งค่านี้ในเว็บตลาดหลักทรัพย์มันแสดงเอาไว้ชัดเจน ดัชนีที่ใช้วัดว่ามันเป็นอย่างที่ผมกล่าวข้างต้น คือ ค่า ROA(Return on Asset) มันคือการวัด % ว่า ทรัพย์สินที่มีสามารถทำเงินกลับคืนมาได้เท่าไหร่ต่อปีเป็น % เทียบกับต้นทุนของทรัพย์สินนั้น ได้แก่ ที่ดิน เครื่องจักร ฯลฯ ตามที่บัญชีระบุว่าเป็น Asset(สินทรัพย์)


เทียบ ROA(Return on Asset) 3 สายการบินนะครับ
1.การบินไทย ROA ปี 60 = -0.97% ปี 61 = -5.33% ปี 62 = -5.52% ปี 63 = -64.68%
2.บางกอกแอร์เวย์ ROA ปี 60 = 5.34% ปี 61 =3.72% ปี 62 = 0.17% ปี 63 = -2.56%
3.แอร์เอเชีย ROA ปี 60 = 5.54% ปี 61 = 1.06% ปี 62 = -0.16% ปี 63 = -11.50%


Ref
https://www.set.or.th/set/companyhighlight.do?symbol=THAI&ssoPageId=5&language=th&country=TH
https://www.set.or.th/set/companyhighlight.do?symbol=BA&ssoPageId=5&language=th&country=TH
https://www.set.or.th/set/companyhighlight.do?symbol=AAV&ssoPageId=5&language=th&country=TH


*ปี 63 คือ ปีที่เกิดโควิด ดังนั้นหลายประเทศห้ามผู้คนเดินทางหรือรับคนต่างประเทศเข้ามาในประเทศ จึงไม่แปลกที่สายการบินหลายสายจะมี ROA ติดลบ แต่ผมอยากให้ทุกคนลองมองไปที่ปีก่อนเกิดโควิด คือ ปี 60-62 จะเห็นได้ว่า การหารายได้จากทรัพย์สินของการบินไทยนั้นแย่ที่สุดเมื่อเทียบกับ 3 สายการบินที่เหลือครับ


ตัวเลขมันฟ้องเลยว่า การบินไทย ไม่สามารถใช้ทรัพย์สินที่ต้นเองมีสร้างรายได้ได้เลย


ดังนั้นการบินไทยเจ๊ง ก็คือ การซื้อเครื่องบินหรืออะไหล่มาดองไว้ ไม่ก็ใช้เครื่องบินบินนั่นแหละ แต่เป็นใช้เครื่องบินบินโดยที่ไม่ก่อรายได้ ตัวเลขทาง Financial มันฟ้องอยู่ครับ ไม่มีทางปฏิเสธได้ ส่วนเรื่องสวัสดิการพนักงานระดับผู้บริหารมันเป็นเรื่องเล็กมาก เมื่อเทียบกับปัญหา First Priority อย่างการซื้อเครื่องจักรมาดองเล่น ไม่ก็ใช้แต่ไม่ก่อรายได้ นี่สิคือปัญหาที่แท้จริงของการบินไทยครับ
(ส่วนเรื่องให้ใครบินฟรี ไม่จ่ายตังค่าเครื่องบินแบบเหมาลำ อันนี้ผมว่าทุกคนคงรู้นะครับว่าใคร นั่นแหละคือคนที่ทำให้เรารับภาระด้วยการเอาภาษีไปอุ้ม และยิ่งทำให้การบินไทยเจ๊งหนัก หนักในระดับที่ตัวเลขทางการเงิน Financial ฟ้องออกมาเห็นชัดเลย และไม่มีทางปฏิเสธตัวเลข ROA นี้ได้)

ส่วนเคสการรถไฟมันเป็นอีกกรณีหนึ่ง การรถไฟนั้น เครื่องจักรอย่างรถไฟหลายขบวนเกิน Lifespan มันไปแล้ว ดังนั้นค่าเสื่อมก็ไม่มีแล้ว เพียงแต่เมื่อเครื่องจักรอายุเกิน มันจะทำให้ค่าซ่อมแซม Maintenance สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว (ถ้าใครเรียนวิศวฯมาจะเข้าใจว่า ส่วนใหญ่เครื่องจักรใดๆ ไม่ว่าจะ รถยนต์ก็ดี มือถือก็ดี เขาจะออกแบบให้พอดีกับอายุ Lifespan Time(พูดง่ายๆคือระยะเวลารับประกันสินค้า) พอเกินกว่า Lifespan วัสดุที่วิศวกรออกแบบส่วนใหญ่จะถูกออกแบบมาให้เมื่อเกิน Lifespan จะพังเร็วเป็นพิเศษ พูดง่ายๆ วัสดุเริ่มหมดอายุของมัน เพื่อบีบให้ลูกค้าไปซื้อสินค้าตัวใหม่ของบริษัท


แน่นอนว่าเครื่องจักรอย่างตัวรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นหัวขบวน หรือ ตู้รถไฟ และรางก็เช่นกันครับ อายุการใช้งานของมันเกินกว่า Lifespan ไปมาก ดังนั้นค่าซ่อมจะแพงขึ้นเป็นเงาตามตัว ซึ่งจริงๆมันแก้ปัญหาด้วยการซื้อเครื่องจักรใหม่มาแทนตัวเก่าครับ แต่ก็มักจะติดปัญหาเรื่องกฎหมายและงบประมาณที่จะต้องขออนุมัติให้ผ่านอีกตามกฎหมาย


นอกจากนี้การรถไฟ ถูกกฎหมายกำหนดบีบมาว่า "ห้ามหารายได้อื่นนอกจาก การขายตั๋วและการขนส่งสินค้า" ซึ่งมันคือกฎหมายบีบคอตัวเองที่ไม่เคยแก้เลยตั้งแต่สมัยก่อนจนปัจจุบัน มันเลยทำให้การรถไฟไม่สามารถหารายได้เพิ่มเติมได้ ซึ่งโดยปกติแล้วธุรกิจการเดินรถไฟ ไม่ว่าญี่ปุ่นก็ดี หรือ ประเทศไหนก็ดี จะรู้ว่ามันขาดทุนแน่นอนถ้าเราเก็บแค่ค่าตั๋วกับค่าขนส่ง แต่รายได้ที่ทำให้รถไฟญี่ปุ่นมันได้กำไร มันคือผลประโยชน์อื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่ค่าตั๋ว เช่น ค่าเช่าที่ หรือ จำนวนลูกค้าที่เข้าห้างที่เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้า ถ้าใครไปญี่ปุ่น ทุกสถานีของญี่ปุ่นจะบังคับเชื่อมต่อให้คนเดินเข้าห้างก่อนเสมอ ซึ่งเจ้าของห้างกับเจ้าของเดินรถไฟ มันคือคนเดียวกัน สุดท้ายผลประโยชน์ที่ห้างได้ลูกค้าเพิ่ม(จากการบังคับเข้าห้างโดยไม่มีทางเลือก) มันก็พอไปถัวกับค่าตั๋วของการเดินรถไฟได้พอดี


นอกจากนี้ ในญี่ปุ่นเอง็มีธุรกิจหลายอย่าง ซึ่งถ้าไปดูการถือหุ้น จะรู้ว่าถูกถือโดยบริษัทเดินรถไฟของญีปุ่น ทั้งที่มันไม่เกี่ยวกับรถไฟเสียด้วยซ้ำ
เหมือนกันครับตรงทำยังไงก็ได้แต่ต้องไช้เงินไห้หมดถ้าขาดทุนจะได้ไปเบิกหลวง ซื้อของมาขาดทุนทำใมไม่ขายชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่คิดทำกำไร แต่ทำทุกอย่างไห้เงินที่หามาได้หมดจะได้เบิกได้ซึ่งก็เบิกมาตลอด

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,606
  • ถูกใจแล้ว: 2808 ครั้ง
  • ความนิยม: +216/-343
[quote/]
เหมือนกันครับตรงทำยังไงก็ได้แต่ต้องไช้เงินไห้หมดถ้าขาดทุนจะได้ไปเบิกหลวง ซื้อของมาขาดทุนทำใมไม่ขายชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่คิดทำกำไร แต่ทำทุกอย่างไห้เงินที่หามาได้หมดจะได้เบิกได้ซึ่งก็เบิกมาตลอด


ไม่เหมือนครับ การบริหารราชการกับรัฐวิสาหกิจไม่เหมือนกันครับ แม้แต่ระบบบัญชีก็ไม่เหมือนกันครับ
ระบบราชการ บัญชีมีแค่รายรับรายจ่าย โดยรายรับคืองบประมาณที่ได้จากตอนสภาอนุมัติผ่านพรบ.งบประมาณรายจ่ายแต่ละปี ซึ่งเหมือนบัญชีการเงินแบบทั่วไปครับ ที่มีแค่รับกับจ่าย


แต่บัญชีรัฐวิสาหกิจ และเอกชนจะเหมือนกัน ตรงที่บัญชีจะเป็นบัญชีต้นทุนเพิ่มเข้ามากำกับไว้ครับ เพราะว่า มันมีการผลิตสินค้าและบริการครับ ดังนั้นจึงต้อง advance กว่าแบบราชการไม่ใช่แค่รับกับจ่าย
ซึ่งส่วนประกอบจะต้องมีดังนี้
1.Balance Sheet(งบดุล)
2.Profit and Loss Statement(งบกำไรขาดทุน)
3.Cash Flow Statement(งบกระแสเงินสด)
4.งบแสดงการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น
5.หมายเหตุประกอบงบการเงิน


ขณะที่ถ้าเป็นราชการทั่วไปจะมีแค่ ข้อ 2 ข้อเดียวครับ


นี่คือข้อแตกต่างข้อหนึ่งว่าทำไมการบริหารของราชการมันถึงมีปัญหามากกว่าเอกชนและรัฐวิสาหกิจ เนื่องด้วยพวกเขาไม่ได้ใช้ระบบบัญชีตรวจสอบเท่ากับเอกชนและรัฐวิสาหกิจ
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Taw

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก