หรือศีลธรรมของเราท่านจะกลายเป็นแบบไหน?
ความจริงผมค่อนข้างมองว่ามันเป็นประเด็นที่น่าคิดในเรื่องนี้
ความจริงแม้แต่เกิดชาตินี้พี่ต้องเทพ รูดี้เองนั้น คนเขียนเองก็เขียนให้รุดี้ในไทม์ไลน์ที่เลว้าย เป้นคนที่ข่มขืนหยิงสาวที่ผ่านไปมา
หรือแม้แต่ภาคเว็ลบโนเวลเองนั้น ก็เรียกว่าแอบคิดไปทางนั้นกับญาติตนเองด้วยนี่ครับ?
หรือว่ากันจริงๆ มันมีปมของมันอยุ่ว่าจะมองคนคนหนึ่งเป้ฯตัวร้ายได้
อย่างเราอาจจะพอหาข้อแก้ตัวให้สลไม์หรือทาเนียว่าเป็นการเมือง
แต่โมมอนกะน่ะ คนเขียนพยายามย้ำตลอดว่า พวกนี้มันตัวร้าย เข้าใจไว้เสียด้วย
แบบเดียวกับที่เน้นการฆ่าในช่วงท้ายๆ
ว่าคนได้อำนาจมา
ใช้อำนาจในทางที่ผิดน่ะไม่แปลก
ช่วงนี้ผมก็แต่งนิยายแนวต่างโลกเลยจะมาถามความคิดเห็นจากทุกท่านน่ะครับ
ว่าแนวคิดของเราจะแตกต่างไปขึ้นอยู่กับว่าเราเกิดในสถานะอะไรหรือเปล่า?
ว่าหากเกิดมาแบบลำบาก หน่อย ต้องฝึกด้วยตนเองอาจจะเป็นคนรอบคอบมากขึ้นต่างจากการมีสกิลโกงตั้งแต่แรกเลย
และข้อแตกต่างของการมาต่างโลกในร่างเดิมเลย
ผลคือจะไม่ผูกพันกับครอบครัวของโลกใหม่หรือคนในโลกใหม่เท่ากับกลับชาติมาเกิดเลยตั้งแต่เด็กๆ
การเกิดเป็นทาสหรือการเกิดเป็นขุนนางชนชั้นสูงก็จะคงต่างไปจากแนวคิดหากเราเกิดเป็นสามัญชน
ผมดูใน cheat slayer และเจอ 4chan เล่นมุก cultivator ผู้บ่มเพาะพลัง
ที่สามารถฆ่าล้างหมู่บ้านได้เพื่อพลังที่เพิ่มขึ้น
แบบเดียวกับมุกล้อเรื่องพลังด้านมืดของตัวเอกในการ์ตูนญี่ปุ่น ารุโตะ อิจิโกะ ว่าพลังด้านมืดจะหลุดมมาทำร้ายคนที่ตนเองรัก เลยหยุดมันด้วยพลังมิตรภาพ
ส่วนผู้บ่มเาพะพลัง เอาคนบริสุทธิ์ล้านคนมาปรุงยาจะใช้เคล็ดวิชาได้ดีขึ้นหนึ่งส่วนจะมองว่าถูกมาก 
ว่าไปแล้วเรื่อง cheat slayer ที่ผมมองว่ามันแปลกๆอีกอย่างคือ หากแต่ละคนนิสัยส้นเท้าจริงงๆล่ะก็ ไม่น่ารวมก๊กกันได้เลยนะครับ
และคิริโตะเก๊ หากจะคุมพวกสกิลโกงคนอื่นๆได้ ควรจะมีสกิลที่เทพกว่าคนอื่นๆ
แบบโฮมแลนเดอร์ที่ทรงพลังที่สุดในแก๊งค์เดอะเซเว่น The Boys
ผมว่าไม่แปลก หากทำเรื่องเลวร้าย
แต่แปลกตรงที่รวมตัวกันเป็นแก๊งค์ได้นี่ละ
อย่างเช่นผมหากล้อมุกนิยายจีนผู้บ่มทเพาะพลัง
คงสร้างตัวละครสายผู้บ่มเพาะ จับชาวบ้านมาปรุงยาเพื่อเพิ่มระดับพลังให้กับตนเอง สไตล์ฟางหยวนของเทพปีศาจหวนคืน
หากการฆ่าคนทำให้มีพลังเพิ่มขึ้นได้จริง การฆ่าเป็นเรื่องที่ผิดหรือ?
นี่คือโลกที่สุนุขกินสุนัข หมัดใครใหญ่คนนั้นแข็งแกร่งกว่าเฟ้ย...นั่นคือมุกที่ผมจะล้อเลียนล่ะครับ 
ว่าเอามุกผู้บบ่มเพาะกลับชาติมาเกิดที่นิสัยชั่วของจีนเข้ามา ผู้กลับชาติของญี่ปุ่นกลายเป้นคนธรรมดาไปเลย 
ไปเจอคำพุดประโยคหนึ่งมา
คือ ญี่ปุ่นจะสโลไลฟ์พลังโกง
เกาหลีจะไปมีสกิลโกงในระบบเกมส์
จีนจะบรรลุสุดยอดของวิชาฝีมือ
ส่วนอเมริกา จะเผาต่างโลกผลักกิโยตินออกมาและสร้างอเมริกาขึ้นมาจากซากปรักหักพังนั้น 
ทุกท่านคิดว่าตนเองจะดำรงชีวิตแบบใดครับ หากมีพลังโกงตามสไตล์ในเรื่องพวกนี้?
หากเป็นผม ผมคงเล่นมุกแม้จะเกิดเป็นขุนนางชนชั้นสูง ผมคงพยายามหาวิชาบ่มเพาะพลังของจีนแม้เซ็ตติ้งจะเป็นของญี่ปุ่นและพยายามบรรลุจุดสูงสุดของวิชาฝีมือ 
เป็นอีกหัวข้อที่น่าสนใจเหมือนกันนะ คำถามที่น่าสงสัยคือใครจะเป็น God (Game Developer) เนื่องมาจากหลายปัจจัย ซึ่งน่าจะยกตัวอย่างได้แก่
Creating Characters;
ปัญหาก็คือ ชาวโลกจะโดนส่งไปต่างโลกด้วยวิธีไหน และ Character Customization ไม่น่าจะเหมือนกับตอนเล่นเกม ซึ่งอาจจะเป็นอะไรที่คล้ายหมุน Gashapon ทั้งที่มองไม่เห็น
Setting Story;
ในบรรดา Isekai หลายเรื่องนั้นไม่มี Plot ที่แน่นอน และเล่าเรื่องแบบตามติดชีวิต ของคนจากโลกวิทย์ - แฟนตาซีเสียมากกว่า ไม่เหมือน Final Fantasy - Dark Souls series ที่วัตถุประสงค์ชัดเจนและเลือก Ending ได้เพราะ Open World ล้วนเหมือน Minecraft
ตีความ Gifts ของมนุษย์โลกวิทย์ — แฟนตาซี
1. Item Box & Weight Load; ถ้านับจาก Diablo II — Ragnarok Online ที่จริงแล้วไม่ได้หมายความว่าเก็บของได้ไม่มี Weight Limit เพราะต้องจัดสำภาระให้เรียบร้อย Item ประเภทฟุ่มเฟือยหรือใช้แล้วหมดไปอย่าง Ammunition — Potion ที่จริงก็มี Stack ที่แน่นอน เช่น เมื่อเก็บได้ 100 Item ระบบจะบังคับแตก Stacks ไปเรื่อยๆ และมีจำนวน Slot ที่แน่นอนอยู่ + จะเพิ่มช่องได้ต้องมีที่เก็บภายนอก อย่าง รถเข็น (Cart) ของผู้ค้าขาย (Merchant)
ส่วน Weight Load ค่อนข้างอิงจาก Physics ล้วน นั่นคือหากแบก STR จะรับไหว ตัวละครจะไม่สามารถวิ่ง - เดินได้ + เคลื่อนที่เชื่องช้าลงแลกกับ Melee DMG ที่หนักหน่วง
2. Skill Learning; ใน RO นั้นจะจำลองว่านั่นคือ Skill ที่แต่ละ Job มีนั้นคือ สามารถค้นพบและฝึกได้เอง ขึ้นอยู่กับการจัดสรร Skill Point ให้ดี และจะยังคงมี Skill เดิมเมื่อ Job Change ไปแล้ว เพียงแต่ Skill Tree จะโตขึ้นมากทำให้ต้องระวังให้ดี
สำหรับ Skill บางชนิดที่ปกติ Class นั้นๆใช้ไม่ได้จะมี คัมภีร์(Scrolls) ซึ่งเป็นไอเทมที่ใช้แล้วหมดไป จุดร่วมกันกับ Dark Souls series คือ ต้องหา NPC ทีช่วยสอน Skills ให้และจะมีค่าใช้จ่ายบางอย่างขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพ
อื่นๆจากนี้ RPG ประเภทตะลุย Map - Dungeons ไปเรื่อยๆ Skill บางส่วนที่กล่าวไว้ข้างบน + Teleportation ของเหล่านี้มีไวัเพื่อเพิ่มโอกาสการล่า Monsters & Miniboss + Boss ซึ่ง Enemies เหล่านี้ปกติแล้วจะมี Skills & Abilities เฉพาะตัวซึ่งไม่สามารถเรียนรู้ได้ ที่จะทำให้สูสีกับ Players เฉพาะตัวพอสมควร
3. Savepoint; RPG เกมไหนก็มี ขึ้นอยู่กับระยะทางที่เกมนั้นจะมีให้ และโดยปกติจะแบ่งเป็น 2 ระบบ หักเงินและEXP บางส่วน ในกรณีหนึ่งที่หาได้ยากคือ Equipment และItem + เงินจะตกหมดใน Diablo II และถ้าตายซ้ำ ศพ Player จะ Save ทับและทำให้ข้าวของทุกอย่างโดนลบจากระบบไปด้วย
Battle Phrase
1. Magic; ไม่ต้องตกใจครับ Skill OP ทั้งหลายนั้นปกติจะมีเวลาร่ายที่แน่นอนและกิน MP มากรวมทั้งโอกาสพลาดก็สูงเหมือนกับ RPG สมัย Final Fantasy โน่นแหละครับ
2. Weapon Arts; ถ้าเกมสมัย Dungeons & Dragons PC (-1980) ลงไปมีกำหนดให้ตัวละครถูกโจมตีและไม่สามารถป้องกันได้เลย Dark Souls & Nioh series นั้นจะจำลองเป็น Stamina & Guarding หรือแม้แต่การปัดป้องโต้ตอบ (Parrying) แทน รวมถึงค่า Durability ที่จะทำให้ Equipments ค่อยๆเสื่อมสภาพเมื่อขาดการซ่อมแซมจากการใช้ต่อเนื่องมากๆ
3. Potions & Recovery Items; สำหรับ Dark Souls & Nioh series จะเป็น Drop Item ที่ต้องหาเอาหรือซื้อได้เป็น Limited Items ขณะที่ Monster Hunter series - Ragnarok Online ต้องมาจากการ Drop แล้วผสม Item แทน ดังนั้นจึงเป็นของที่ไม่ค่อยมีมูลค่าเมื่อขายให้กับ NPC
Endings;
อย่างที่รู้กันว่า RPG ทั่วไปจะเป็นตอนจบ เมื่อกำจัด Final Boss ได้ ขณะที่ MMORPG จะหมายถึง Players ได้เดินทางไปรอบโลกในเกมและ Boss Fight ทุกตัวซึ่งถือเป็น Ending ปลายเปิด และ Dark Souls & Nioh series จะเป็น Endings ที่หลากหลายกว่าหรือทำเพื่อให้เกิด Loop เป็น New Game+ ต่อไปเรื่อยๆ
เพราะฉะนั้น ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับ Setting ของเกมที่เราได้ไปเกิด ขณะที่ปัญหาที่แท้จริงก็คือ Player จะรอดไปได้ใน 30 นาทีแรก - 1 วันในเกมได้อย่างไร ซึ่งถ้าหากกลับชาติมาเกิดก็ฟันธงไปเลยว่าโชคดีแบบ Cheat Slayer นั้นโอกาสต่ำจนท้อยิ่งกว่า Gashapon Rate แน่ ยิ่งเป็นเกม Open World ที่ให้อิสรภาพกับ Players มากๆ