แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: ญี่ปุ่นไปต่างโลก-ผมว่าตรรกะญี่ปุ่นมันต่างกับคนปรกตินะ  (อ่าน 6550 ครั้ง)

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,704
  • ถูกใจแล้ว: 2852 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-343
อ่อ บาวร์ริ่งนี่เองมขอบคุณครับ

จะส่าไป หากงี้คนไทย(คนสยาม)น่าจะชอบค่าขายกะฝรั่งมิใช่รึ

หรือถูกปลูกฝังว่า" ไม่รักคบ คนนอกพระศาสนา"


หลายคนถูกปลูกฝังว่า สนธิสัญญาบาวริ่ง ในสมัย ร.5 เป็นสนธิสัญญาที่เอาเปรียบไทยนู่นนี่นั่นตามหนังสือเรียนบอก


อันที่จริงแล้วสนธิสัญญานี้เกือบจะเป็น สนธิสัญญาการค้าเขตปลอดภาษีฉบับแรกของเมืองไทย หรือ ที่ปัจจุบันเรียกกันติดปากว่า FTA(Free Trade Area)


และทำให้ประชาชนชาวไพร่ๆ อย่างพวกเราสามารถค้าขายโดยตรงกับต่างชาติด โดยไม่ต้องผ่านท้องพระคลัง และสินค้ามีราคาถูกลงเพราะไม่โดนภาษีซ้ำซ้อนหลายตัว


มันจำเป็นต้องเท้าความไปในสมัยยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นว่า ระบบการจัดเก็บภาษีของสยามประเทศนั้นค่อนข้างเอาเปรียบและมีการเก็บภาษีซ้ำซ้อนหลายตัว


ยกตัวอย่าง ภาษียุคก่อน


1.ภาษีปากเรือ เป็นค่าธรรมเนียมเมื่อเรือพาณิชย์เข้าจอดเทียบท่า
2.ภาษีสินค้าขาเข้า เป็นภาษีที่เก็บจากพ่อค้าที่นำเข้าสินค้าต่างประเทศเข้ามาขาย และถูกบังคับให้ผูกขาดขายเข้าท้องพระคลังเท่านั้น
3.ภาษีสินค้าขาออก เป็นภาษีที่เก็บจากพ่อค้าที่ต้องการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ โดยถูกบังคับให้รับซื้อสินค้าจากท้องพระคลังเท่านั้น
4.จังกอบ เมื่อใดก็ตามที่สินค้าผ่านด่านต่างๆ เช่น สะพานข้ามคลองหรือแม่น้ำ ผ่านกำแพงเมือง ฯลฯ จะโดนภาษี 10 หยิบ 1 ทั้งคนไทยและต่างชาติ
5.อากร หรือ ก็คือภาษีบุคคลได้ในปัจจุบัน ราษฎรทำมาหาได้เท่าไหร่ ต้องจ่ายภาษี 1 ใน 10 ของที่ทำมาหาได้ ไม่ว่าจะเป็น ข้าว พืชผลการเกษตร เงิน ฯลฯ
6.ส่วย สยามประเทศในสมัยก่อนนั้นมีกฎหมายบังคับให้ผู้ชายจะต้องเข้าเวร 6 เดือน ออกเวร 6 เดือน กล่าวคือ 1 ปี จะต้องถูกไปใช้แรงงานด้านโยธา หรือเป็นทหารเกณฑ์ 6 เดือน
   แต่สามารถผ่อนผันด้วยการจ่ายเงินทดแทนการถูกเรียกได้
7.ฤชา คำพูดที่ว่า ความยุติธรรมต้องมีราคาต้องจ่าย ก็ไม่ผิดนัก เพราะการจะเปิดศาล นอกจากผู้ร้องเรียนจะต้องเขียนคำร้องแล้ว จะต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมจำนวนหนึ่ง
   แน่นอนว่าชาวไพร่ตาดำๆอย่างพวกเรา แค่ต้องจ่ายอากร กับ ส่วย ก็แทบไม่มีเงินเหลือเก็บกันแล้ว เมื่อถูกรังแกและไม่ได้รับความอยุติธรรม ไหนเลยมีเงินจ่ายค่าเปิดศาล
8.ภาษีเดินนา เมื่อขุนนางเดินไปตรวจการทำนา ไพร่อย่างพวกเราก็ต้องออกค่าใช้จ่ายให้แก่ขุนนาง
9.ภาษีเดินสวน คล้ายๆกับภาษีเดินนา แต่เปลี่ยนเป็นสวนผลไม้แทน แน่นอนว่าไพร่อย่างพวกเราต้องออกค่าใช้จ่ายแก่ขุนนาง
10.ค่าผูกปี้ข้อมือจีน อันนี้เป็นภาษีหลังจากที่ชาวจีนอพยพมาอยู่ไทยในช่วงสมัย ร.3-ร.4 เป็นภาษีที่เก็บคนจีนเพิ่มกว่าไพร่ทั่วไป
11.ภาษีสินค้าเฉพาะ หรือปัจจุบันคือภาษีสรรพสามิตร ความหมายของมันคือ ภาษีสินค้าพิเศษที่รัฐอยากจะเก็บเป็นพิเศษ เช่น พริกไทย น้ำตาล ใบชา


เพื่อนๆคงเห็นแล้วใช่มั้ยครับ ว่าภาษีไทยในสมัยก่อน มันเยอะมาก แล้วทับซ้อนสุดๆ ยิ่งเก็บภาษีเยอะ แถมทับซ้อน มันยิ่งกดหัวชาวไพร่ตาดำๆ ไม่ให้ลืมตาอ้าปาก


ยังไม่นับเรื่องการผูกขาดซื้อขายผ่านท้องพระคลัง


อันที่จริงแล้ว สนธิสัญญาบาวริ่ง ดีกับชาวไพร่อย่างพวกเรามาก เพราะลดการเก็บภาษีทับซ้อนลง และสามารถซื้อขายสินค้าโดยไม่ต้องผ่านท้องพระคลัง


แต่เรื่องที่แย่อย่างเดียวคือ สิทธินอกอาณาเขต หรือก็คือเวลาต่างชาติทำผิดในไทย ศาลไทยเราเอาผิดไม่ได้ (เขาใช้ข้ออ้างว่าสมัยร.5 ไม่มีรัฐธรรมนูญ)


แน่นอนว่าคนที่เสียประโยชน์ที่สุดคือ ท้องพระคลังของพระมหากษัตริย์ไงครับ รายได้ในส่วนนี้หายไปมาก แต่ทว่ารายจ่ายเกี่ยวกับราชวงศ์ยังคงมากขึ้น


(ร.4 กับ ร.5 มีลูกมีเมียเยอะ แถมร.6 มีการเปย์นายใน รายจ่ายเลยสูงไม่สัมพันธ์กับรายได้ที่ลดลง)


แล้วปัญหาอีกข้อหนึ่งที่ผู้คนมักไม่กล่าว คือ สมัยก่อนมีการทำบัญชีทรัพย์สินที่ถูกบริหารโดยรัฐบาลกษัตริย์(สาธารณะ) รวมกับ ทรัพย์สินส่วนพระองค์(ส่วนตัว)


มันเลยทำให้มีการเอาเงินสาธารณะไปจ่ายในเรื่องส่วนตัวบ่อยครั้ง จนทำให้เกิดปัญหาเงินหมดท้องพระคลังในสมัย ร.7


หนักขนาดว่าไม่มีเงินจ่ายเงินเบี้ยหวัดหรือเงินเดือนข้าราชการและขุนนาง เหล่าขุนนางและปัญญาชนในยุคนั้นไม่พอใจจนทนไม่ไหว


จนเกิดการปฏิวัติการปกครอง 2475 โดยคณะราษฎร และมีการแยกทรัพย์สินส่วนพระองค์ กับ ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ให้ชัดเจน


แก้ไขระบบภาษีที่ซ้ำซ้อนออก และรับคนธรรมดาเข้าทำงานเป็นข้าราชการได้


แต่ที่หนังสือเรียนพยายามใส่ร้ายว่าสนธิสัญญาบาวริ่งไม่ดี นั่นก็เพราะพวกเจ้าหรือราชวงศ์เสียผลประโยชน์ครับ แล้วคนที่สั่งให้เขียนหนังสือเรียนเป็นใคร..ผมว่าพวกคุณก็น่าจะรู้ดี


มันทำให้ประวัติศาสตร์บิดเบือนจากความเป็นจริงอย่างน่าเศร้า
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Invisible-Man, mangamancer

ออฟไลน์ Hanaroo

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,427
  • ถูกใจแล้ว: 444 ครั้ง
  • ความนิยม: +32/-224
[quote/]


หลายคนถูกปลูกฝังว่า สนธิสัญญาบาวริ่ง ในสมัย ร.5 เป็นสนธิสัญญาที่เอาเปรียบไทยนู่นนี่นั่นตามหนังสือเรียนบอก


อันที่จริงแล้วสนธิสัญญานี้เกือบจะเป็น สนธิสัญญาการค้าเขตปลอดภาษีฉบับแรกของเมืองไทย หรือ ที่ปัจจุบันเรียกกันติดปากว่า FTA(Free Trade Area)


และทำให้ประชาชนชาวไพร่ๆ อย่างพวกเราสามารถค้าขายโดยตรงกับต่างชาติด โดยไม่ต้องผ่านท้องพระคลัง และสินค้ามีราคาถูกลงเพราะไม่โดนภาษีซ้ำซ้อนหลายตัว


มันจำเป็นต้องเท้าความไปในสมัยยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นว่า ระบบการจัดเก็บภาษีของสยามประเทศนั้นค่อนข้างเอาเปรียบและมีการเก็บภาษีซ้ำซ้อนหลายตัว


ยกตัวอย่าง ภาษียุคก่อน


1.ภาษีปากเรือ เป็นค่าธรรมเนียมเมื่อเรือพาณิชย์เข้าจอดเทียบท่า
2.ภาษีสินค้าขาเข้า เป็นภาษีที่เก็บจากพ่อค้าที่นำเข้าสินค้าต่างประเทศเข้ามาขาย และถูกบังคับให้ผูกขาดขายเข้าท้องพระคลังเท่านั้น
3.ภาษีสินค้าขาออก เป็นภาษีที่เก็บจากพ่อค้าที่ต้องการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ โดยถูกบังคับให้รับซื้อสินค้าจากท้องพระคลังเท่านั้น
4.จังกอบ เมื่อใดก็ตามที่สินค้าผ่านด่านต่างๆ เช่น สะพานข้ามคลองหรือแม่น้ำ ผ่านกำแพงเมือง ฯลฯ จะโดนภาษี 10 หยิบ 1 ทั้งคนไทยและต่างชาติ
5.อากร หรือ ก็คือภาษีบุคคลได้ในปัจจุบัน ราษฎรทำมาหาได้เท่าไหร่ ต้องจ่ายภาษี 1 ใน 10 ของที่ทำมาหาได้ ไม่ว่าจะเป็น ข้าว พืชผลการเกษตร เงิน ฯลฯ
6.ส่วย สยามประเทศในสมัยก่อนนั้นมีกฎหมายบังคับให้ผู้ชายจะต้องเข้าเวร 6 เดือน ออกเวร 6 เดือน กล่าวคือ 1 ปี จะต้องถูกไปใช้แรงงานด้านโยธา หรือเป็นทหารเกณฑ์ 6 เดือน
   แต่สามารถผ่อนผันด้วยการจ่ายเงินทดแทนการถูกเรียกได้
7.ฤชา คำพูดที่ว่า ความยุติธรรมต้องมีราคาต้องจ่าย ก็ไม่ผิดนัก เพราะการจะเปิดศาล นอกจากผู้ร้องเรียนจะต้องเขียนคำร้องแล้ว จะต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมจำนวนหนึ่ง
   แน่นอนว่าชาวไพร่ตาดำๆอย่างพวกเรา แค่ต้องจ่ายอากร กับ ส่วย ก็แทบไม่มีเงินเหลือเก็บกันแล้ว เมื่อถูกรังแกและไม่ได้รับความอยุติธรรม ไหนเลยมีเงินจ่ายค่าเปิดศาล
8.ภาษีเดินนา เมื่อขุนนางเดินไปตรวจการทำนา ไพร่อย่างพวกเราก็ต้องออกค่าใช้จ่ายให้แก่ขุนนาง
9.ภาษีเดินสวน คล้ายๆกับภาษีเดินนา แต่เปลี่ยนเป็นสวนผลไม้แทน แน่นอนว่าไพร่อย่างพวกเราต้องออกค่าใช้จ่ายแก่ขุนนาง
10.ค่าผูกปี้ข้อมือจีน อันนี้เป็นภาษีหลังจากที่ชาวจีนอพยพมาอยู่ไทยในช่วงสมัย ร.3-ร.4 เป็นภาษีที่เก็บคนจีนเพิ่มกว่าไพร่ทั่วไป
11.ภาษีสินค้าเฉพาะ หรือปัจจุบันคือภาษีสรรพสามิตร ความหมายของมันคือ ภาษีสินค้าพิเศษที่รัฐอยากจะเก็บเป็นพิเศษ เช่น พริกไทย น้ำตาล ใบชา


เพื่อนๆคงเห็นแล้วใช่มั้ยครับ ว่าภาษีไทยในสมัยก่อน มันเยอะมาก แล้วทับซ้อนสุดๆ ยิ่งเก็บภาษีเยอะ แถมทับซ้อน มันยิ่งกดหัวชาวไพร่ตาดำๆ ไม่ให้ลืมตาอ้าปาก


ยังไม่นับเรื่องการผูกขาดซื้อขายผ่านท้องพระคลัง


อันที่จริงแล้ว สนธิสัญญาบาวริ่ง ดีกับชาวไพร่อย่างพวกเรามาก เพราะลดการเก็บภาษีทับซ้อนลง และสามารถซื้อขายสินค้าโดยไม่ต้องผ่านท้องพระคลัง


แต่เรื่องที่แย่อย่างเดียวคือ สิทธินอกอาณาเขต หรือก็คือเวลาต่างชาติทำผิดในไทย ศาลไทยเราเอาผิดไม่ได้ (เขาใช้ข้ออ้างว่าสมัยร.5 ไม่มีรัฐธรรมนูญ)


แน่นอนว่าคนที่เสียประโยชน์ที่สุดคือ ท้องพระคลังของพระมหากษัตริย์ไงครับ รายได้ในส่วนนี้หายไปมาก แต่ทว่ารายจ่ายเกี่ยวกับราชวงศ์ยังคงมากขึ้น


(ร.4 กับ ร.5 มีลูกมีเมียเยอะ แถมร.6 มีการเปย์นายใน รายจ่ายเลยสูงไม่สัมพันธ์กับรายได้ที่ลดลง)


แล้วปัญหาอีกข้อหนึ่งที่ผู้คนมักไม่กล่าว คือ สมัยก่อนมีการทำบัญชีทรัพย์สินที่ถูกบริหารโดยรัฐบาลกษัตริย์(สาธารณะ) รวมกับ ทรัพย์สินส่วนพระองค์(ส่วนตัว)


มันเลยทำให้มีการเอาเงินสาธารณะไปจ่ายในเรื่องส่วนตัวบ่อยครั้ง จนทำให้เกิดปัญหาเงินหมดท้องพระคลังในสมัย ร.7


หนักขนาดว่าไม่มีเงินจ่ายเงินเบี้ยหวัดหรือเงินเดือนข้าราชการและขุนนาง เหล่าขุนนางและปัญญาชนในยุคนั้นไม่พอใจจนทนไม่ไหว


จนเกิดการปฏิวัติการปกครอง 2475 โดยคณะราษฎร และมีการแยกทรัพย์สินส่วนพระองค์ กับ ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ให้ชัดเจน


แก้ไขระบบภาษีที่ซ้ำซ้อนออก และรับคนธรรมดาเข้าทำงานเป็นข้าราชการได้


แต่ที่หนังสือเรียนพยายามใส่ร้ายว่าสนธิสัญญาบาวริ่งไม่ดี นั่นก็เพราะพวกเจ้าหรือราชวงศ์เสียผลประโยชน์ครับ แล้วคนที่สั่งให้เขียนหนังสือเรียนเป็นใคร..ผมว่าพวกคุณก็น่าจะรู้ดี


มันทำให้ประวัติศาสตร์บิดเบือนจากความเป็นจริงอย่างน่าเศร้า

โบคุเบน เรื่องนี้ ตำราไม่มีสอน 555

เอ ชาบูๆ พวกตาน้ำข้าว

ปล..เจอกฏหมายดำน้ำบุยไฟ พวกฝรั่งจะแหยง ก้อไม่แปลก
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,299
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +246/-433

ต้องแฝงตัวเข้าไปในม็อบและทำรายงานส่งเจ้านายทุกวันครับ..เอ๊ยไม่ใช่ นั่นไม่ใช่หน้าที่ผม ฮา ???
อยากคุุยกันท่านไข่แมวมากกว่าท่านโฉลงหรือท่านฝาสุก
[quote/]

โบคุเบน เรื่องนี้ ตำราไม่มีสอน 555

เอ ชาบูๆ พวกตาน้ำข้าว

ปล..เจอกฏหมายดำน้ำบุยไฟ พวกฝรั่งจะแหยง ก้อไม่แปลก
อ่านขุนช้างขุนแผนสิครับ
ที่ท้าพิสูจน์กันด้วยการดำน่้ำ ??? ขุนแผนมีวิทยายุทธก็ชนะขุนช้างไปสิถามได้
เรื่องสิทธิสภาพนอกอาณาเขตมาจากแนวคิดมหาอำนาจของโรมันสมัยก่อนน่ะครับ
"คนโรีมันมีเสรีในโรม คนโรมันจะไม่มีทางถูกทำร้ายโดยพวกป่าเถื่อน"
ทำให้กลายเป็นกฎหมายที่ว่าไปอยู่ที่ไหนในโลกหล้า เอ็งยังเป็นคนสัญชาติอเมริกา เอ็งก็ต้องจ่ายภาษี
ไม่เชื่อดูจากในหนังชู๊ตเตอร์ก็ได้ครับ
ไปฆ่าคนต่างสัญชาติ คุยกันแบบขำขำแต่พอไปฆ่าคนอเมริกัน เป็นเรื่องร้ายแรงที่ต้องปกปิดกัน
หากอยากทำความเข้าใจตะวันออกต้องอ่านสามก๊ก ทำความเข้าใจตะวันตกต้องอ่านพวกประวัติศาสตร์โรมันครับ
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: TamaNeko

ออฟไลน์ pat_mtmu

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 807
  • ถูกใจแล้ว: 240 ครั้ง
  • ความนิยม: +14/-12
คนอวยสนธิสัญญาบาวริ่งก็ไม่พูดถึงสิทธิสภาพนอกอาณาเขตเลยเนาะ
แล้วประเด็นหนังสือเรียน ถ้าถูกสั่งให้เขียนเพื่อpropagandaนี่มันดูจิ๊บจ๊อยมากเลย ดูยังไงก็เป็นการเขียนแบบไว้หน้าด้วยกันทั้งสองฝ่ายชัดๆ
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,299
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +246/-433
คนอวยสนธิสัญญาบาวริ่งก็ไม่พูดถึงสิทธิสภาพนอกอาณาเขตเลยเนาะ
แล้วประเด็นหนังสือเรียน ถ้าถูกสั่งให้เขียนเพื่อpropagandaนี่มันดูจิ๊บจ๊อยมากเลย ดูยังไงก็เป็นการเขียนแบบไว้หน้าด้วยกันทั้งสองฝ่ายชัดๆ
ลองค้นประวัติ โรลัง ยัคมิน
พระยาอภัยราชา ที่ให้มาช่วยพัฒนาระบบการขนส่งรถไฟสิครับ
เงื่อนไขที่ตอนแรกแกจะไม่มาเพราะมองว่ากฎหมาย ตัดมือ ตะพุ่นหญ้าช้างป่าเถื่อน
เลยมีชื่ออภัยราชาไว้เพื่อไม่ใช้โดนโทษ แบบป่าเถื่อนอย่างนั้น

http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ Hanaroo

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,427
  • ถูกใจแล้ว: 444 ครั้ง
  • ความนิยม: +32/-224
คนอวยสนธิสัญญาบาวริ่งก็ไม่พูดถึงสิทธิสภาพนอกอาณาเขตเลยเนาะ
แล้วประเด็นหนังสือเรียน ถ้าถูกสั่งให้เขียนเพื่อpropagandaนี่มันดูจิ๊บจ๊อยมากเลย ดูยังไงก็เป็นการเขียนแบบไว้หน้าด้วยกันทั้งสองฝ่ายชัดๆ

ผมหนับหนุนสิทธิสภาพนอกอนาเขตนะ ในสมัยนั้นสยามมันบ้านป่าเมือบเถื่อนเกิน
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: mangamancer

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,299
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +246/-433
[quote/]

ผมหนับหนุนสิทธิสภาพนอกอนาเขตนะ ในสมัยนั้นสยามมันบ้านป่าเมือบเถื่อนเกิน
พูดอะไรอย่างนั้นน่ะครับท่าน?
การดำน้ำพิสูจน์กับการลุยไฟเพื่อพิสูจน์ความจริง เป็นวิธีที่ได้ผลมาตั้งแต่สมัยนางสีดาเลยนะ ???
อย่าเอาแนวความคิดเรื่องการพิสูจน์พยานหลักฐานของฝรั่งตาน้ำข้าวหัวแดง ที่ไร้ศีลธรรม มาทำให้ระเบียบธรรมเนียมประเพณีของพวกเราเสียหาย
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: mangamancer

ออฟไลน์ pat_mtmu

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 807
  • ถูกใจแล้ว: 240 ครั้ง
  • ความนิยม: +14/-12
ถ้าสิทธิสภาพนอกอาณาเขตมันจำกัดอยู่แค่ชาติที่ทำสนธิสัญญามันก็ยังพอยอมรับได้ ไอ้ที่แย่คือมันรวมคนในบังคับเข้าไปด้วยไง มากกว่านี้ก็คือซื้อสัญชาติแบบในปัจจุบันที่มีบางประเทศขายให้เศรษฐีนั่นแหละ
 

ออฟไลน์ Hanaroo

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,427
  • ถูกใจแล้ว: 444 ครั้ง
  • ความนิยม: +32/-224
ถ้าสิทธิสภาพนอกอาณาเขตมันจำกัดอยู่แค่ชาติที่ทำสนธิสัญญามันก็ยังพอยอมรับได้ ไอ้ที่แย่คือมันรวมคนในบังคับเข้าไปด้วยไง มากกว่านี้ก็คือซื้อสัญชาติแบบในปัจจุบันที่มีบางประเทศขายให้เศรษฐีนั่นแหละ

ยังไงอ่า งงอธิบายที
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,704
  • ถูกใจแล้ว: 2852 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-343
[quote/]

ยังไงอ่า งงอธิบายที


ปัญหาของเรื่องสิทธินอกอาณาเขต มันไม่ใช่หมายถึงชนชาติอังกฤษ(British Citizen) เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงทุกชนชาติที่อยู่ในเครือจักรภพ หรือ พูดง่ายๆ คืออาณานิคมของอังกฤษ


เช่น อินเดีย พม่า บังกลาเทศ มาเลเซีย แคนาดา สกอร์ตแลนด์ เวลล์ ออสเตรเลีย จีน(เซี่ยงไฮ้) ฮ่องกง ฯลฯ พูดให้ถูกก็ประมาณเกือบครึ่งโลกในยุคนั้นที่เป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษนั่นแหละครับ


นั่นทำให้พวกเขาสามารถทำผิดกฎหมายอย่างไรก็ได้ แต่เราเอาผิดเขาไม่ได้


โดยข้ออ้างเรื่องนี้ มันก็ต้องพูดว่าสมัย ร.5 - ร.6 มันไม่มีรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเป็นกฎหมายสูงสุด หรือ พูดง่ายๆว่า คือสิ่งที่รัฐให้คำมั่นสัญญากับประชาชนและกล่าวถึงเอกลักษณ์การปกครองของไทย


ในสมัยร.5 - ร.6 เอง ก็มีขุนนางหลายท่าน พยายามทูลยกฎีกาเรื่องนี้ให้ กษัตริย์ร่างรัฐธรรมนูญ แต่ผลคือร.5 - ร.6 ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้


จนมาถึงตอน ร.7 ที่ตอนนั้นปัญหาเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้เกิด First Depression เศรษฐกิจทั่วโลกหดตัวอย่างรุนแรงจากภัยสงคราม


แล้วตอนนั้นร.7 รับกรรมจากกษัตริย์รุ่นก่อนๆ คือ รุ่นก่อนๆใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมาก จนเงินหมดพระคลัง


ขุนนาง ประชาชนในกรุงเทพฯ ก็เริ่มที่จะทนไม่ไหว ศรัทธาในสถาบันตกต่ำลงอย่างถึงที่สุด ประกอบกับหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ทุกประเทศกำลังอยู่ในช่วงปฏิวัติการปกครอง


มีตัวอย่างคือประเทศเยอรมันที่โค่นล้มราชวงศ์ไคเซอร์ และ ประเทศรัสเซียโค่นล้มราชวงศ์โรมานอฟ (จริงๆในยุโรปมีหลายประเทศมาก เช่น ฮังการี ออสเตรีย ประเทศแถบสแกนดิเนเวีย)


ตอนนั้นกระแสการเปลี่ยนแปลงการปกครองมีอยู่สองระบอบ คือ ประชาธิปไตยโดยมีต้นแบบจากประเทศฝรั่งเศษ กับ คอมมิวนิสต์ซึ่งมีต้นแบบจากประเทศรัสเซีย


ร.7 รู้ว่าถ้าไม่ทำอะไรคงจะโดนโค่นตามประเทศอื่นแน่ๆ จึงตั้งใจจะแก้ไขสถานการณ์ ด้วยการร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกขึ้นมา (ผมเคยโพสต์เรื่องนี้แล้ว)


โดยการว่าจ้าง นักกฎหมายต่างชาติที่มีชื่อว่า ฟรานซิส บี.แซร์ หรือ พระกัลยาณไมตรี(ยศ) เพื่อแสดงความชอบธรรมทางอำนาจการปกครองของตนเอง


ซึ่งถ้าอ่านเนื้อหาดีๆแล้ว มันคือการคงไว้ซึ่งอำนาจและระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช ไม่ใช่ ระบอบประชาธิปไตย


ดังนั้นการที่ยกย่องร.7 ว่าเป็น บิดาแห่งประชาธิปไตย จึงไม่ถูกต้อง เพราะมาตราที่ 1 ไม่ได้เขียนว่า "อำนาจเป็นของประชาชน"





พอหลังจากที่คณะราษฎรเห็นร่างตัวนี้ก่อนประกาศใช้ คณะราษฎรรับไม่ได้ เพราะพวกเขาเชื่อว่า ถ้าปกครองโดยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชต่อไป ประเทศไปไม่รอด


พวกเขาจึงก่อการปฏิวัติ 24 มิถุนายน 2475 ขึ้น และอ.ปรีดี พนมยงค์ จึงได้ร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีมาตราสำคัญเขียนว่า "อำนาจเป็นของประชาชน"


จากนั้นทั้งฝ่ายเจ้าและฝ่ายคณะราษฎรจึงได้ประณีประณอมกัน แล้วได้ออกรัฐธรรมนูญ(ฉบับประณีประณอม)ที่เป็นทางการในวันที่ 10 ธันวาคม 2475 ในเวลาต่อมา


แล้วพอมีรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการแล้ว มันทำให้ประตูการแก้สิทธินอกอาณาเขตเริ่มเปิดออก เนื่องจากเรามีความชอบธรรมในการอ้างกฎหมายสูงสุด


ไทยสามารถค่อยๆแก้ไปทีละประเทศ จนในที่สุดก็ยกเลิกได้หมดในเวลาต่อมา
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: mangamancer

ออฟไลน์ mangamancer

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,333
  • ถูกใจแล้ว: 689 ครั้ง
  • ความนิยม: +48/-135
  • เพศ: ชาย
^อย่างหนึ่งที่น่าสังเกตคือรธน.2475 บัญญัติว่าชาติกำเนิดหรือบรรดาศักดิ์ไม่ก่อให้เกิดอภิสิทธิ์แต่ประการใด
แต่รธน.ฉบับหลังๆมาจะไม่มีข้อความทำนองนี้ อะไรจะต้องเอาใจชนชั้นบรรดาศักดิ์ขนาดนั้น

ส่วนเรื่องสิทธิภาพนอกอาณาเขตุถ้าไม่คิดเข้าข้างประเทศตัวเองสยามสมัยนั้นก็เป็นบ้านบ่าเมืองเถื่อนชัดๆ
ผมไม่เห็นว่าเอาคนต่างชาติมาดำน้ำลุยไฟแล้วมันจะยุติธรรมกว่าตรงไหน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 18, 2020, 04:42:13 PM โดย mangamancer »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,704
  • ถูกใจแล้ว: 2852 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-343
อันนี้ผมแถม คำประกาศคณะราษฎร 24 มิถุนายน 2475 ที่อยากให้อ่านให้จบ ก็เพราะ ในคำประกาศได้เขียนแสดงถึงบริบทของสังคมในยุคนั้นได้เป็นอย่างดีทั้งในและต่างประเทศ(หนังสือเรียนไทยมักปิดบังเอาไว้ ทั้งที่คำประกาศนี้สำคัญมาก)


ราษฎรทั้งหลาย เมื่อกษัตริย์องค์นี้ได้ครองราชย์สมบัติสืบต่อจากพระเชษฐานั้น ในชั้นต้นราษฎรบางคนได้หวังกันว่ากษัตริย์องค์ใหม่นี้จะปกครองราษฎรให้ร่มเย็น แต่การณ์ก็หาได้เป็นไปตามที่คิดหวังกันไม่ กษัตริย์คงทรงอำนาจอยู่เหนือกฎหมายเดิม ทรงแต่งตั้งญาติวงศ์และคนสอพลอไร้คุณความรู้ให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญๆ ไม่ทรงฟังเสียงราษฎร ปล่อยให้ข้าราชการใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต มีการรับสินบนในการก่อสร้างและการซื้อของใช้ในราชการ หากำไรในการเปลี่ยนราคาเงิน ผลาญเงินของประเทศ ยกพวกเจ้าขึ้นให้สิทธิพิเศษมากกว่าราษฎร กดขี่ข่มเหงราษฎร ปกครองโดยขาดหลักวิชา ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามยถากรรม ดังที่จะเห็นได้จากความตกต่ำในทางเศรษฐกิจและความฝืดเคืองในการทำมาหากินซึ่งพวกราษฎรได้รู้กันอยู่โดยทั่วไปแล้ว รัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฎหมายมิสามารถแก้ไขให้ฟื้นขึ้นได้

การที่แก้ไขไม่ได้ก็เพราะรัฐบาลของกษัตริย์มิได้ปกครองประเทศเพื่อราษฎรตามที่รัฐบาลอื่นๆ ได้กระทำกัน รัฐบาลของกษัตริย์ได้ถือเอาราษฎรเป็นทาส (ซึ่งเรียกว่าไพร่บ้าง ข้าบ้าง) เป็นสัตว์เดียรัจฉาน ไม่นึกว่าเป็นมนุษย์ เหตุฉะนั้น แทนที่จะช่วยราษฎร กลับพากันทำนาบนหลังราษฎร จะเห็นได้ว่า ภาษีอากรที่บีบคั้นเอาจากราษฎรนั้น กษัตริย์ได้หักเอาไว้ใช้ปีหนึ่งเป็นจำนวนหลายล้าน ส่วนราษฎรสิ กว่าจะหาได้แม้แต่เล็กน้อย เลือดตาแทบกระเด็น ถึงคราวเสียเงินราชการหรือภาษีใดๆ ถ้าไม่มีเงินรัฐบาลก็ยึดทรัพย์หรือใช้งานโยธา แต่พวกเจ้ากลับนอนกินกันเป็นสุข ไม่มีประเทศใดในโลกจะให้เงินเจ้ามากเช่นนี้ นอกจากพระเจ้าซาร์และพระเจ้าไกเซอร์เยอรมัน ซึ่งชนชาตินั้นก็ได้โค่นราชบัลลังก์ลงเสียแล้ว

รัฐบาลของกษัตริย์ได้ปกครองอย่างหลอกลวงไม่ซื่อตรงต่อราษฎร มีเป็นต้นว่าหลอกว่าจะบำรุงการทำมาหากินอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ครั้นคอยๆ ก็เหลวไป หาได้ทำจริงจังไม่ มิหนำซ้ำกล่าวหมิ่นประมาทราษฎรผู้มีบุญคุณเสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้กิน ว่าราษฎรยังมีเสียงทางการเมืองไม่ได้ เพราะราษฎรโง่ คำพูดของรัฐบาลเช่นนี้ใช้ไม่ได้ ถ้าราษฎรโง่ เจ้าก็โง่เพราะเป็นคนชาติเดียวกัน ที่ราษฎรรู้ไม่ถึงเจ้านั้นเป็นเพราะขาดการศึกษาที่พวกเจ้าปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่ เพราะเกรงว่าเมื่อราษฎรได้มีการศึกษา ก็จะรู้ความชั่วร้ายที่พวกเจ้าทำไว้ และคงจะไม่ยอมให้เจ้าทำนาบนหลังคนอีกต่อไป

ราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่า ประเทศเรานี้เป็นของราษฎร ไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง บรรพบุรุษของราษฎรเป็นผู้ช่วยกันกู้ให้ประเทศเป็นอิสรภาพพ้นมือจากข้าศึก พวกเจ้ามีแต่ชุบมือเปิบและกวาดทรัพย์สมบัติเข้าไว้ตั้งหลายร้อยล้าน เงินเหล่านี้เอามาจากไหน? ก็เอามาจากราษฎรเพราะวิธีทำนาบนหลังคนนั้นเอง บ้านเมืองกำลังอัตคัดฝืดเคือง ชาวนาและพ่อแม่ทหารต้องทิ้งนา เพราะทำนาไม่ได้ผล รัฐบาลไม่บำรุง รัฐบาลไล่คนงานออกอย่างเกลื่อนกลาด นักเรียนที่เรียนสำเร็จแล้วและทหารที่ปลดกองหนุนแล้วก็ไม่มีงานทำ จะต้องอดอยากไปตามยถากรรม เหล่านี้เป็นผลของกษัตริย์เหนือกฎหมาย บีบคั้นข้าราชการชั้นผู้น้อย นายสิบ และเสมียน เมื่อให้ออกจากงานแล้วก็ไม่ให้เบี้ยบำนาญ ความจริงควรเอาเงินที่พวกเจ้ากวาดรวบรวมไว้มาจัดบำรุงบ้านเมืองให้คนมีงานทำ จึงจะสมควรที่สนองคุณราษฎรซึ่งได้เสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้ร่ำรวยมานาน แต่พวกเจ้าก็หาได้ทำอย่างใดไม่ คงสูบเลือดกันเรื่อยไป เงินเหลือเท่าไหร่ก็เอาไปฝากต่างประเทศ คอยเตรียมหนีเมื่อบ้านเมืองทรุดโทรม ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก การเหล่านี้ย่อมชั่วร้าย

เหตุฉะนั้น ราษฎร ข้าราชการ ทหาร และพลเรือน ที่รู้เท่าถึงการกระทำอันชั่วร้ายของรัฐบาลดังกล่าวแล้ว จึงรวมกำลังตั้งเป็นคณะราษฎรขึ้น และได้ยึดอำนาจของกษัตริย์ไว้ได้แล้ว คณะราษฎรเห็นว่าการที่จะแก้ความชั่วร้ายนี้ได้ก็โดยที่จะต้องจัดการปกครองโดยมีสภา จะได้ช่วยกันปรึกษาหารือหลายๆ ความคิดดีกว่าความคิดเดียว ส่วนผู้เป็นประมุขของประเทศนั้น คณะราษฎรไม่ประสงค์ทำการแย่งชิงราชสมบัติ ฉะนั้น จึงได้อัญเชิญให้กษัตริย์องค์นี้ดำรงตำแหน่งกษัตริย์ต่อไป แต่จะต้องอยู่ใต้กฎหมายธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน จะทำอะไรโดยลำพังไม่ได้ นอกจากด้วยความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร คณะราษฎรได้แจ้งความประสงค์นี้ให้กษัตริย์ทราบแล้ว เวลานี้ยังอยู่ในความรับตอบ ถ้ากษัตริย์ตอบปฏิเสธหรือไม่ตอบภายในกำหนดโดยเห็นแก่ส่วนตนว่าจะถูกลดอำนาจลงมาก็จะได้ชื่อว่าทรยศต่อชาติ และก็เป็นการจำเป็นที่ประเทศจะต้องมีการปกครองแบบอย่างประชาธิปไตย กล่าวคือ ประมุขของประเทศจะเป็นบุคคลสามัญซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้เลือกตั้งขึ้น อยู่ในตำแหน่งตามกำหนดเวลา ตามวิธีนี้ราษฎรพึงหวังเถิดว่าราษฎรจะได้รับความบำรุงอย่างดีที่สุด ทุกๆ คนจะมีงานทำ เพราะประเทศของเราเป็นประเทศที่อุดมอยู่แล้วตามสภาพ เมื่อเราได้ยึดเงินที่พวกเจ้ารวบรวมไว้จากการทำนาบนหลังคนตั้งหลายร้อยล้านมาบำรุงประเทศขึ้นแล้ว ประเทศจะต้องเฟื่องฟูขึ้นเป็นแม่นมั่น การปกครองซึ่งคณะราษฎรจะพึงกระทำก็คือ จำต้องวางโครงการอาศัยหลักวิชา ไม่ทำไปเหมือนคนตาบอด เช่นรัฐบาลที่มีกษัตริย์เหนือกฎหมายทำมาแล้ว เป็นหลักใหญ่ๆ ที่คณะราษฎรวางไว้ มีอยู่ว่า

๑.จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่นเอกราชในทางการเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง
๒.จะต้องรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก
๓.ต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก
๔.จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน (ไม่ใช่พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎรเช่นที่เป็นอยู่ในเวลานี้)
๕.จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก ๔ ประการดังกล่าวข้างต้น
๖.จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร
ราษฎรทั้งหลายจงพร้อมใจกันช่วยคณะราษฎรให้ทำกิจอันจะคงอยู่ชั่วดินฟ้านี้ให้สำเร็จ คณะราษฎรขอให้ทุกคนที่มิได้ร่วมมือเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลกษัตริย์เหนือกฎหมายพึงตั้งตนอยู่ในความสงบและตั้งหน้าทำมาหากิน อย่าทำการใดๆ อันเป็นการขัดขวางต่อคณะราษฎร การที่ราษฎรช่วยคณะราษฎรนี้ เท่ากับราษฎรช่วยประเทศและช่วยตัวราษฎร บุตร หลาน เหลน ของตนเอง ประเทศจะมีความเป็นเอกราชอย่างพร้อมบริบูรณ์ ราษฎรจะได้รับความปลอดภัย ทุกคนจะต้องมีงานทำไม่ต้องอดตาย ทุกคนจะมีสิทธิเสมอกัน และมีเสรีภาพพ้นจากการเป็นไพร่ เป็นข้า เป็นทาสพวกเจ้า หมดสมัยที่เจ้าจะทำนาบนหลังราษฎร สิ่งที่ทุกคนพึงปรารถนาคือ ความสุขความเจริญอย่างประเสริฐซึ่งเรียกเป็นศัพท์ว่า “ศรีอาริยะ” นั้น ก็จะพึงบังเกิดขึ้นแก่ราษฎรถ้วนหน้า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 18, 2020, 04:31:00 PM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Mortem, mangamancer

ออฟไลน์ mangamancer

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,333
  • ถูกใจแล้ว: 689 ครั้ง
  • ความนิยม: +48/-135
  • เพศ: ชาย
เจอตัวบทละ
"มาตรา ๑๒ ภายในบังคับแห่งบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย
ฐานันดรศักดิ์โดยกําเนิดก็ดีโดยแต่งตั้งก็ดีหรือโดยประการอื่นใดก็ดีไม่กระทําให้เกิดเอกสิทธิ์อย่างใดเลย"

ข้อความนี้มันไม่ดีหรือไม่สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตยตรงไหน ทำไมฉบับหลังๆต้องเอาออก

อ่านตัวบทได้ตามลิงค์นี้
http://wiki.kpi.ac.th/images/8/87/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1_%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A_2475.PDF
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 18, 2020, 04:40:38 PM โดย mangamancer »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Mortem, Black7nos

ออฟไลน์ pat_mtmu

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 807
  • ถูกใจแล้ว: 240 ครั้ง
  • ความนิยม: +14/-12
อันนี้ผมแถม คำประกาศคณะราษฎร 24 มิถุนายน 2475 ที่อยากให้อ่านให้จบ ก็เพราะ ในคำประกาศได้เขียนแสดงถึงบริบทของสังคมในยุคนั้นได้เป็นอย่างดีทั้งในและต่างประเทศ(หนังสือเรียนไทยมักปิดบังเอาไว้ ทั้งที่คำประกาศนี้สำคัญมาก)


ราษฎรทั้งหลาย เมื่อกษัตริย์องค์นี้ได้ครองราชย์สมบัติสืบต่อจากพระเชษฐานั้น ในชั้นต้นราษฎรบางคนได้หวังกันว่ากษัตริย์องค์ใหม่นี้จะปกครองราษฎรให้ร่มเย็น แต่การณ์ก็หาได้เป็นไปตามที่คิดหวังกันไม่ กษัตริย์คงทรงอำนาจอยู่เหนือกฎหมายเดิม ทรงแต่งตั้งญาติวงศ์และคนสอพลอไร้คุณความรู้ให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญๆ ไม่ทรงฟังเสียงราษฎร ปล่อยให้ข้าราชการใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต มีการรับสินบนในการก่อสร้างและการซื้อของใช้ในราชการ หากำไรในการเปลี่ยนราคาเงิน ผลาญเงินของประเทศ ยกพวกเจ้าขึ้นให้สิทธิพิเศษมากกว่าราษฎร กดขี่ข่มเหงราษฎร ปกครองโดยขาดหลักวิชา ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามยถากรรม ดังที่จะเห็นได้จากความตกต่ำในทางเศรษฐกิจและความฝืดเคืองในการทำมาหากินซึ่งพวกราษฎรได้รู้กันอยู่โดยทั่วไปแล้ว รัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฎหมายมิสามารถแก้ไขให้ฟื้นขึ้นได้

การที่แก้ไขไม่ได้ก็เพราะรัฐบาลของกษัตริย์มิได้ปกครองประเทศเพื่อราษฎรตามที่รัฐบาลอื่นๆ ได้กระทำกัน รัฐบาลของกษัตริย์ได้ถือเอาราษฎรเป็นทาส (ซึ่งเรียกว่าไพร่บ้าง ข้าบ้าง) เป็นสัตว์เดียรัจฉาน ไม่นึกว่าเป็นมนุษย์ เหตุฉะนั้น แทนที่จะช่วยราษฎร กลับพากันทำนาบนหลังราษฎร จะเห็นได้ว่า ภาษีอากรที่บีบคั้นเอาจากราษฎรนั้น กษัตริย์ได้หักเอาไว้ใช้ปีหนึ่งเป็นจำนวนหลายล้าน ส่วนราษฎรสิ กว่าจะหาได้แม้แต่เล็กน้อย เลือดตาแทบกระเด็น ถึงคราวเสียเงินราชการหรือภาษีใดๆ ถ้าไม่มีเงินรัฐบาลก็ยึดทรัพย์หรือใช้งานโยธา แต่พวกเจ้ากลับนอนกินกันเป็นสุข ไม่มีประเทศใดในโลกจะให้เงินเจ้ามากเช่นนี้ นอกจากพระเจ้าซาร์และพระเจ้าไกเซอร์เยอรมัน ซึ่งชนชาตินั้นก็ได้โค่นราชบัลลังก์ลงเสียแล้ว

รัฐบาลของกษัตริย์ได้ปกครองอย่างหลอกลวงไม่ซื่อตรงต่อราษฎร มีเป็นต้นว่าหลอกว่าจะบำรุงการทำมาหากินอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ครั้นคอยๆ ก็เหลวไป หาได้ทำจริงจังไม่ มิหนำซ้ำกล่าวหมิ่นประมาทราษฎรผู้มีบุญคุณเสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้กิน ว่าราษฎรยังมีเสียงทางการเมืองไม่ได้ เพราะราษฎรโง่ คำพูดของรัฐบาลเช่นนี้ใช้ไม่ได้ ถ้าราษฎรโง่ เจ้าก็โง่เพราะเป็นคนชาติเดียวกัน ที่ราษฎรรู้ไม่ถึงเจ้านั้นเป็นเพราะขาดการศึกษาที่พวกเจ้าปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่ เพราะเกรงว่าเมื่อราษฎรได้มีการศึกษา ก็จะรู้ความชั่วร้ายที่พวกเจ้าทำไว้ และคงจะไม่ยอมให้เจ้าทำนาบนหลังคนอีกต่อไป

ราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่า ประเทศเรานี้เป็นของราษฎร ไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง บรรพบุรุษของราษฎรเป็นผู้ช่วยกันกู้ให้ประเทศเป็นอิสรภาพพ้นมือจากข้าศึก พวกเจ้ามีแต่ชุบมือเปิบและกวาดทรัพย์สมบัติเข้าไว้ตั้งหลายร้อยล้าน เงินเหล่านี้เอามาจากไหน? ก็เอามาจากราษฎรเพราะวิธีทำนาบนหลังคนนั้นเอง บ้านเมืองกำลังอัตคัดฝืดเคือง ชาวนาและพ่อแม่ทหารต้องทิ้งนา เพราะทำนาไม่ได้ผล รัฐบาลไม่บำรุง รัฐบาลไล่คนงานออกอย่างเกลื่อนกลาด นักเรียนที่เรียนสำเร็จแล้วและทหารที่ปลดกองหนุนแล้วก็ไม่มีงานทำ จะต้องอดอยากไปตามยถากรรม เหล่านี้เป็นผลของกษัตริย์เหนือกฎหมาย บีบคั้นข้าราชการชั้นผู้น้อย นายสิบ และเสมียน เมื่อให้ออกจากงานแล้วก็ไม่ให้เบี้ยบำนาญ ความจริงควรเอาเงินที่พวกเจ้ากวาดรวบรวมไว้มาจัดบำรุงบ้านเมืองให้คนมีงานทำ จึงจะสมควรที่สนองคุณราษฎรซึ่งได้เสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้ร่ำรวยมานาน แต่พวกเจ้าก็หาได้ทำอย่างใดไม่ คงสูบเลือดกันเรื่อยไป เงินเหลือเท่าไหร่ก็เอาไปฝากต่างประเทศ คอยเตรียมหนีเมื่อบ้านเมืองทรุดโทรม ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก การเหล่านี้ย่อมชั่วร้าย

เหตุฉะนั้น ราษฎร ข้าราชการ ทหาร และพลเรือน ที่รู้เท่าถึงการกระทำอันชั่วร้ายของรัฐบาลดังกล่าวแล้ว จึงรวมกำลังตั้งเป็นคณะราษฎรขึ้น และได้ยึดอำนาจของกษัตริย์ไว้ได้แล้ว คณะราษฎรเห็นว่าการที่จะแก้ความชั่วร้ายนี้ได้ก็โดยที่จะต้องจัดการปกครองโดยมีสภา จะได้ช่วยกันปรึกษาหารือหลายๆ ความคิดดีกว่าความคิดเดียว ส่วนผู้เป็นประมุขของประเทศนั้น คณะราษฎรไม่ประสงค์ทำการแย่งชิงราชสมบัติ ฉะนั้น จึงได้อัญเชิญให้กษัตริย์องค์นี้ดำรงตำแหน่งกษัตริย์ต่อไป แต่จะต้องอยู่ใต้กฎหมายธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน จะทำอะไรโดยลำพังไม่ได้ นอกจากด้วยความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร คณะราษฎรได้แจ้งความประสงค์นี้ให้กษัตริย์ทราบแล้ว เวลานี้ยังอยู่ในความรับตอบ ถ้ากษัตริย์ตอบปฏิเสธหรือไม่ตอบภายในกำหนดโดยเห็นแก่ส่วนตนว่าจะถูกลดอำนาจลงมาก็จะได้ชื่อว่าทรยศต่อชาติ และก็เป็นการจำเป็นที่ประเทศจะต้องมีการปกครองแบบอย่างประชาธิปไตย กล่าวคือ ประมุขของประเทศจะเป็นบุคคลสามัญซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้เลือกตั้งขึ้น อยู่ในตำแหน่งตามกำหนดเวลา ตามวิธีนี้ราษฎรพึงหวังเถิดว่าราษฎรจะได้รับความบำรุงอย่างดีที่สุด ทุกๆ คนจะมีงานทำ เพราะประเทศของเราเป็นประเทศที่อุดมอยู่แล้วตามสภาพ เมื่อเราได้ยึดเงินที่พวกเจ้ารวบรวมไว้จากการทำนาบนหลังคนตั้งหลายร้อยล้านมาบำรุงประเทศขึ้นแล้ว ประเทศจะต้องเฟื่องฟูขึ้นเป็นแม่นมั่น การปกครองซึ่งคณะราษฎรจะพึงกระทำก็คือ จำต้องวางโครงการอาศัยหลักวิชา ไม่ทำไปเหมือนคนตาบอด เช่นรัฐบาลที่มีกษัตริย์เหนือกฎหมายทำมาแล้ว เป็นหลักใหญ่ๆ ที่คณะราษฎรวางไว้ มีอยู่ว่า

๑.จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่นเอกราชในทางการเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง
๒.จะต้องรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก
๓.ต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก
๔.จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน (ไม่ใช่พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎรเช่นที่เป็นอยู่ในเวลานี้)
๕.จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก ๔ ประการดังกล่าวข้างต้น
๖.จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร
ราษฎรทั้งหลายจงพร้อมใจกันช่วยคณะราษฎรให้ทำกิจอันจะคงอยู่ชั่วดินฟ้านี้ให้สำเร็จ คณะราษฎรขอให้ทุกคนที่มิได้ร่วมมือเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลกษัตริย์เหนือกฎหมายพึงตั้งตนอยู่ในความสงบและตั้งหน้าทำมาหากิน อย่าทำการใดๆ อันเป็นการขัดขวางต่อคณะราษฎร การที่ราษฎรช่วยคณะราษฎรนี้ เท่ากับราษฎรช่วยประเทศและช่วยตัวราษฎร บุตร หลาน เหลน ของตนเอง ประเทศจะมีความเป็นเอกราชอย่างพร้อมบริบูรณ์ ราษฎรจะได้รับความปลอดภัย ทุกคนจะต้องมีงานทำไม่ต้องอดตาย ทุกคนจะมีสิทธิเสมอกัน และมีเสรีภาพพ้นจากการเป็นไพร่ เป็นข้า เป็นทาสพวกเจ้า หมดสมัยที่เจ้าจะทำนาบนหลังราษฎร สิ่งที่ทุกคนพึงปรารถนาคือ ความสุขความเจริญอย่างประเสริฐซึ่งเรียกเป็นศัพท์ว่า “ศรีอาริยะ” นั้น ก็จะพึงบังเกิดขึ้นแก่ราษฎรถ้วนหน้า
แล้วเราจะเชื่อได้อย่างไรว่าคำประกาศนี้ถูกต้องทั้งหมด เราไม่ได้อยู่ในยุคนั้น ใครก็ตามที่เป็นฝ่ายยึดอำนาจก็จะเขียนอะไรต่อมิอะไรเข้าข้างตัวเองเพื่ออ้างความชอบธรรมทั้งนั้นแหละ ฝ่ายเชิดชูคณะราษฎรก็จะไม่มีวันยอมรับบันทึกคำสารภาพของปรีดีที่อธิบายเบื้องหลังความแรงของคำประกาศนี้อยู่ดีแหละ(ก็เป็นสิ่งที่เผยแพร่มาจากฝ่ายเจ้านี่นา) สิ่งที่ตามมาหลังการยึดอำนาจก็เห็นๆอยู่ว่ากลายเป็นคณาธิปไตย จากนั้นคณะราษฎรก็แก่งแย่งอำนาจฆ่าฟันกันเองจนสุดท้ายก็กลายเป็นเผด็จการฟาสซิสต์
 

ออฟไลน์ Hanaroo

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,427
  • ถูกใจแล้ว: 444 ครั้ง
  • ความนิยม: +32/-224
มันมีหลักฐาน คือ รัฐธรรมนูญที่ ร7 มห้ฝรั่งร่างมีใช่รึ
 

ออฟไลน์ mangamancer

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,333
  • ถูกใจแล้ว: 689 ครั้ง
  • ความนิยม: +48/-135
  • เพศ: ชาย
[quote/]
แล้วเราจะเชื่อได้อย่างไรว่าคำประกาศนี้ถูกต้องทั้งหมด เราไม่ได้อยู่ในยุคนั้น ใครก็ตามที่เป็นฝ่ายยึดอำนาจก็จะเขียนอะไรต่อมิอะไรเข้าข้างตัวเองเพื่ออ้างความชอบธรรมทั้งนั้นแหละ ฝ่ายเชิดชูคณะราษฎรก็จะไม่มีวันยอมรับบันทึกคำสารภาพของปรีดีที่อธิบายเบื้องหลังความแรงของคำประกาศนี้อยู่ดีแหละ(ก็เป็นสิ่งที่เผยแพร่มาจากฝ่ายเจ้านี่นา) สิ่งที่ตามมาหลังการยึดอำนาจก็เห็นๆอยู่ว่ากลายเป็นคณาธิปไตย จากนั้นคณะราษฎรก็แก่งแย่งอำนาจฆ่าฟันกันเองจนสุดท้ายก็กลายเป็นเผด็จการฟาสซิสต์
คิดเช่นนั้นได้ครับ แต่ถ้าไม่สองมาตรฐานก็ต้องยอมรับว่าฝ่าย royalist ก็ไม่น่าเชื่อถือใดๆเหมือนกัน แต่กลับบังคับคนเห็นต่างไม่ให้แสดงออก
ชื่นชมได้อย่างเดียวห้ามติห้ามขัดแย้ง

รอดูวันน้ำลดตอผุดละกันครับ
 

ออฟไลน์ providence_gundam

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,051
  • ถูกใจแล้ว: 1614 ครั้ง
  • ความนิยม: +348/-417
  • เพศ: ชาย
ทำไมมาโผล่คณะร่านได้ล่ะเนี่ย
คนที่ชอบ FF7 มักมีแต่คนที่สมองไม่พัฒนา
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,704
  • ถูกใจแล้ว: 2852 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-343

@Hanaroo อันนี้คือรัฐธรรมนูญ ร.7 จ้าง ฟรานซิส บี.แซร์ หรือ พระกัลยาณไมตรี เขียน อันนี้ผมได้มาจากหอสมุดแห่งชาติเมื่อนานมาแล้ว


อันนี้รวบรวมผลงานของคณะราษฎรครับ คณะราษฎรได้เน้นการศึกษาเป็นอย่างมาก นอกจากก่อตั้งม.ธรรมศาสตร์แล้ว มีอีกหลายเรื่องที่หลายคนไม่รู้


โรงเรียนที่มีชื่อว่า"บำรุงราษฎร" คือ โรงเรียนที่ก่อตั้งโดยคณะราษฎรเพื่อให้คนไทยมีการศึกษา



ผลงานที่สำคัญอย่างที่สุด คือ การทำให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แยกออกมาเป็นเอกเทศ บริหารด้วยตัวเอง โดยไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนพระองค์ หรือ ส่วนของพระมหากษัตริย์อีกต่อไป








คนที่จบจุฬาฯต้องขอบคุณคณะราษฎรนะครับ เพราะ ถ้าคณะราษฎรไม่ทำเช่นนี้ พวกเราชาวไพร่ตาดำๆ จะไม่มีโอกาสได้รับการศึกษาที่ดีได้


ถ้าไม่ได้รับการศึกษาที่ดีไหนเลยพวกท่านทั้งหลายจะมีโอกาสลืมตาอ้าปากทำมาหากินอย่างสุจริต เลี้ยงครอบครัวได้


นี่ยังไม่จบนะครับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เอง ทราบมั้ยว่า สมัยก่อนมีชื่อว่า "โรงเรียนเตรียมเกษตรศาสตร์" ก่อตั้งโดย พระยาพหลพลพยุหเสนา หัวหน้าคณะราษฎร


ภายหลังจอมพลป. เป็นนายกรัฐมนตรี จึงได้ยกฐานะเป็น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเปิด 4 คณะแรก คือ กสิกรรมและสัตวบาล, ประมง, วนศาสตร์ และ สหกรณ์


แล้วคุณทราบมั้ยครับว่า สมัยก่อนผู้หญิงไทยนี่ถูกมองในระดับที่ไม่ใช่มนุษย์เลย เป็นแค่เครื่องเรือน เป็นแค่สิ่งของแสดงฐานะของเหล่าชนชั้นศักดินาหรือขุนนางว่ายิ่งมีเยอะยิ่งมีอำนาจ


ผู้หญิงสมัยก่อนโดนด้อยค่า ต้องก้มกราบผู้ชายที่เป็นผัว ต้องปรนนิบัติรับใช้สามีไม่ต่างจากทาสบำเรอกาม คุณทราบมั้ยครับ?


แต่จอมพล.ป ได้นำวัฒนธรรม ผัวเดียวเมียเดียว และ ยังให้โอกาสผู้หญิงสามารถรับราชการเป็นข้าราชการได้ แถมจอมพล. ป.ยังก่อตั้งโรงเรียนนายร้อยหญิงอีกนะครับ





ผู้หญิงไทยถึงได้เริ่มมีบทบาทและมีคุณค่าต่อตัวเองและในสังคมขึ้นมา


https://www.sarakadeelite.com/arts_and_culture/siam-new-normal/


@providence_gundam ผมแนะนำให้คุณอ่านประวัติศาสตร์นอกตำราเยอะๆ เพราะ ประวัติศาสตร์ในหนังสือเรียนมีเจตนาด้อยค่าคณะราษฎรและเจตนาอันดีของคณะราษฎร


แน่นอนว่าผมไม่ปฏิเสธว่า บางอย่างคณะราษฎรอาจจะทำผิดพลาดก็เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ปุถุชนที่ตัดสินใจผิดในบางครั้ง แต่คุณูปการที่คณะราษฎรทำให้แก่ประชาชนชาวไทย


ไม่สมควรที่จะถูกมองข้ามหรือถูกลืมเลือน หรือแม้กระทั่งถูกด้อยค่าลงโดยเด็ดขาด


อะผมแถมให้ นี่คือคำพูดที่แท้จริงของร.7 ในการให้ความเห็นต่อระบอบประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน
และคำสัมภาษณ์นี้เป็นหนึ่งในชนวนเหตุที่ทำให้คณะราษฎรตัดสินใจปฏิวัติ 2475 อยู่ในหอสมุดแห่งชาติเช่นกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 18, 2020, 07:42:20 PM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: mangamancer

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,704
  • ถูกใจแล้ว: 2852 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-343
อะนี่แถมให้อีก ภาพ ร.7 จับมือกับฮิตเลอร์ หลังพระองค์เสด็จหนีออกจากประเทศไทย หลังกบฏบวรเดช ปี 2476 พ่ายแพ้




ใครที่ไม่รู้เรื่องราวอะไร ผมแนะนำให้อ่านเรื่อง กบฏบวรเดช ให้ละเอียดนะครับ เอาตั้งแต่ตอนที่ พระยามโนปกรณ์นิติธาดา ปิดการใช้งานรัฐธรรมนูญบางมาตราของรัฐธรรมนูญ 10 ธันวาคม 2475 ไปดูนะครับว่า มาตราอะไรที่ปิดงดใช้ แล้วก็ต่อเนื่องมาถึงกบฏบวรเดช เรื่องมันต่อเนื่องกันนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 18, 2020, 07:39:05 PM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: mangamancer

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,299
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +246/-433
[quote/]
แล้วเราจะเชื่อได้อย่างไรว่าคำประกาศนี้ถูกต้องทั้งหมด เราไม่ได้อยู่ในยุคนั้น ใครก็ตามที่เป็นฝ่ายยึดอำนาจก็จะเขียนอะไรต่อมิอะไรเข้าข้างตัวเองเพื่ออ้างความชอบธรรมทั้งนั้นแหละ ฝ่ายเชิดชูคณะราษฎรก็จะไม่มีวันยอมรับบันทึกคำสารภาพของปรีดีที่อธิบายเบื้องหลังความแรงของคำประกาศนี้อยู่ดีแหละ(ก็เป็นสิ่งที่เผยแพร่มาจากฝ่ายเจ้านี่นา) สิ่งที่ตามมาหลังการยึดอำนาจก็เห็นๆอยู่ว่ากลายเป็นคณาธิปไตย จากนั้นคณะราษฎรก็แก่งแย่งอำนาจฆ่าฟันกันเองจนสุดท้ายก็กลายเป็นเผด็จการฟาสซิสต์
อืมท่านเคยผ่านการทำรายงานที่อ้างอิงบรรณานุกรมอะไรหรือเปล่าครับ?
ที่เห็นที่พวกอ.สมศักดิ์ ปวิณ หรือใครสารพัดอ้างอิงบรรณานุกรมและเอกสารน่ะครับ?
จะไม่ตำหนิใครหรอกครับ เพราะนักวิชาการมันมีธรรมเนียมหรืออะไรบางอย่างที่คนทั่วไปฟังแล้วจะรู้สึกว่าไอ้นี่หัวสูงดูถูกคน
แต่เอาแบบที่ผมเคยเจอคือ
"งานที่ไม่มีการอ้างอิง คือ ขยะ"
เจออ.ท่านพูดใส่อย่างนี้เลย
ทำให้คนในวงวิชาการนั้นเน้นในเรื่องแหล่งที่มาของข้อมูลและการอ้างอิงมาก
ดังนั้นเวลาท่านคุยกับสายวิชาการขอให้ทำใจเย็นหน่อยๆในการคุยด้วยกัน

ที่ท่านBlack ยกเอกสารทางราชการมา

เพราะในทางเทคนิคมีความน่าเชื่อถือน่ะครับ
เพราะในทางเทคนิค ข้อมูลที่ออกจากทางรัฐประกาศคำสั่งเป็นกฎหมายนี่ด้วยระบบมันไม่สามารถลบไปได้ง่ายๆ
โดยโครงสร้างของรัฐเลยมักจะเก็บหมายเหตุเอกสารต่างๆเอาไว้เสมอ
แค่อะไรที่ไม่ดีต่อความมั่นคงของรัฐก็จะปกปิดไว้เกินกว่า 75 ปีนะครับในของไทยหากผมจำไม่ผิด


รู้สึกอย่างไรบ้างครับหากรัฐจะมีเอกสารที่เก็บไว้ 75 ปีไม่ยอมให้คนทั่วไปรับรู้?
นั่นคือทริกที่รัฐจะรอให้คนยุคร่วมสมัยเดียวกันตายไปหมดแล้วนั่นเองครับ
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos, mangamancer

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก