ผลสุดท้ายดีนี่ ทำอะไรไว้ให้ลืมๆ? บางอย่างโชคช่วยจากวัฒนธรรม และสภาพอากาศ สิ่งที่เขาด่า เขาด่าว่าทำอะไรตอนไหน เลวยัง แล้วเอาเพื่อนบ้านทีาเลวร้ายยิ่งกว่า มันไม่ใช่นะครัย รัฐบาลทำอะไรตอนหมอและประชาชนต้งการหน้ากาก หมอร้องขอหน้ากาก รัฐบาลทำอะไรตอนเจลล้างมือเป็นทีาต้องการ รัฐบาลทำอะไรตอนที่ต้องกักกันตัวผู้มีความเสี่ยงสูง รัฐบาลทำอะไรตอนสั่งปิดกรุงเทพกระทันหัน.....
ดูสิ่งที่เขาทำอย่ามาอ้างว่า เป็นไงตอนนี้คนติดเชื้อน้อย ยามบ้านไฟไหม้คุณเอาน้ำไปเก็บ พอบ้านเสียหายไม่มาก บอกเป็นไง.... บ้านข้างๆไฟไหม้เยอะกว่า
.
พูดงี้ไม่ใช่เด็กวิศวะแน่นอน ลูกสอบได้ 30/100 คงด่าบ้านแตก
แต่พวกเด็กวิศวะ ได้ 30 แต้มก็ดีใจกันแล้ว เพราะเจอค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 15 คะแนน นี่คะแนนของมหาลัยปิดชั้นนำของภาคเลยนะ
อย่างมหาลัยผม วิชานึง อ.ให้ F 75% ของผู้ลงทะเบียนเรียน ถ้าจำไม่ผิดแกให้ A 1 คน B 5 คน ที่เหลือ C-D กับ F ราว 75%
จากคนลงเรียน 100+
เกรดที่เกิน F ตัดอิงกลุ่ม คือถ้าตัด F ที่ 40% คนที่ได้ A คือที่ 1ถึงจะทำได้ 49 คะแนนก็ช่าง คนที่ได้ 39 คือ F ถึงจะแต้มห่างจาก A แค่ 10 คะแนน
ในวิชา โควิด 19 ประเทศที่สอบตกมีราวๆ 90% ได้ถ้าอิงกลุ่มคะแนน ไทยน่าจะติดเกรด B ได้
ถึงจะได้ 30-40 คะแนนก็ช่าง
จริงอยู่ว่า รบ. อาจจะทำได้ห่วยแตกในสายตาหลายๆคน แต่ผลลัพธ์ ก็ถือว่าอยู่กลุ่มบนๆ
อย่าลืมว่าโรคนี้ไม่มีโพยข้อสอบ รึแนวข้อสอบให้อ่านเตรียมตัว มันต้องตัดสินใจจากข้อมูลที่ได้ตอนนั้นเลย
ถ้าข้อสอบมันง่ายคงไม่ทำให้ประเทศในยุโรป กับอเมริกาเละได้ขนาดนั้น
อย่างรบ.ไทยพอเห็นว่าอะไรไม่ดีก็สั่งเพิ่มทันที อย่างแบนนักเที่ยว ต่อมาก็แบนเหล้า
ถ้าพวกขี้เหล้ากลุ่มนั้นมันมีจิตสำนึกแต่แรก ก็คงไม่มีการแบนเหล้า
ถามว่าด้วยนิสัยการใช้ชีวิตของคนไทยได้เปรียบหลายๆประเทศไหม ก็ใช่
แต่ถ้ามันดี 100% อยู่แล้วจริง คงไม่มีคนติดจากสถานบันเทิง รึตามวงเหล้า
ไอ้ที่ไทยยอดพุ่ง ก็มาหลักๆจากสนามมวย กับคนกลับมาจากต่างประเทศ
ซึ่งสนามมวยเข้าข่ายฝ่าฝืน จะโทษรบ.หมดก็ไม่ได้ ถ้าลูกน้องมันจะอยู่ในกรอบหมด
คงไม่มีกรณี ครูลงโทษลูกศิษย์ รึพ่อลงโทษลูกตัวเองหรอก
ส่วนคนกลับจากต่างประเทศ ไม่ให้เขากลับมาก็เหมือนไล่ให้เค้าไปตายที่ต่างแดน
ส่วนไอ้ที่ทำไมไม่ปิดประเทศซักที ไอ้ที่เรียกร้องให้ปิดตั้งแต่หัววันนี่ คนติดยังไม่ถึง 100 เลยด้วยซ้ำ
จะเห็นได้ว่ามาตรการตอนแรกขอความร่วมมือ ตอนแรกคนส่วนใหญ่ก็ให้ความร่วมมือ
พอมีบางคนไม่ให้ความร่วมมือ ก็กลายเป็นคำสั่ง เริ่มมีโทษนู่นนี่นั่น
ซึ่งถ้าคนไทยมีนิสัยที่ ทำให้โรคมันไม่ระบาดได้ง่ายๆ ก็คงไม่มีคำสั่งเพิ่มเติมนู่นนี่นั่น
จนในที่สุด ก็ต้องสั่งปิดทุกอย่าง ที่จะเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรค
เพราะงั้น ถ้าพูดถึงข้อเสียของ รบ. คือทำงานช้า ไม่มองเห็นอนาคตล่วงหน้า
แต่สกิลพวกนี้ รบ. 90% ของทั้งโลกก็ไม่มี แม้กระทั่งประเทศ 10 อันดับแรกของโลก ยังเละกันเกือบหมด
ตัวเลขคนติด ใน 1 ล้านคน
United States (GDP: 20.49 trillion) 3,664
China (GDP: 13.4 trillion) 58
Japan: (GDP: 4.97 trillion) 119
Germany: (GDP: 4.00 trillion) 1,983
United Kingdom: (GDP: 2.83 trillion) 2,807
France: (GDP: 2.78 trillion) 2,596
India: (GDP: 2.72 trillion) 34
Italy: (GDP: 2.07 trillion) 3,505
Brazil: (GDP: 1.87 trillion) 511
Canada: (GDP: 1.71 trillion) 1,610
thai 43
ส่วนประเทศที่มีคนติดต่อ 1 ล้าน ที่นับมีการเทสขึ้นหลัก หมื่นมี
rwada 20
taiwan 18
nigeria 14
venezuela 13
bhutan 9
kenya 9
cambodia 7
nepal 3
vietnam 3
uganda 2
ethiopia 1
จะเห็นได้ว่าประเทศที่ถือว่าเจริญแล้วเสี่ยงกว่าไทย มีแค่ไต้หวัน
ใกล้ๆกับไทยมีกัมพูชา กับ เวียดนาม
ถ้าเทียบ GDP ไทย 500 เวียดนาม 245 กัมพูชา 24
เทียบนักท่องเที่ยวจีน 2019
ไทย 10.9
เวียดนาม 5.8
กัมพูชา 2 ล้าน
เรียกได้ว่าทั้งโลก ประเทศที่ถือว่ารับมือได้ดีกว่าไทย ตอนวิกฤติจีน มีแค่ใต้หวัน กับเวียดนาม
ส่วนกัมพูชา จำนวนนักท่องเที่ยวเทียบกับ จำนวนคนติดโควิด ก็ใกล้กับไทย
ส่วนประเทศอื่นๆที่ดีกว่าไทย จะอยู่ไกลออกไป จนอาจพูดได้ว่ามีเวลาเตรียมตัวมากกว่ามาก หรือไกลจากกลุ่มเสี่ยง
ส่วน ภูฏาน มีนักท่องเที่ยวจีนหลักพัน ส่วนเนปาล หลักแสน
เรียกว่าถ้าเทียบกลับแล้ว อัตรานักท่องเที่ยวต่อ คนติดโควิด ไทยดีกว่ามาก
เรียกได้ว่าถ้าอิง
1 จำนวนคนติดต่อ จำนวนประชากร
2 จำนวนนักท่องเที่ยวจีน
ผลงานประเทศไทยคืออันดับ 3 ของโลกครับถ้าอิงตามจำนวนคนติดต่อประชากร ที่ประเทศที่มีการตรวจเกิน 1 หมื่นคน
ผลงานประเทศไทยคืออันดับ 12 ของโลกครับ[/font][/li][/list]