แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า  (อ่าน 175611 ครั้ง)

ออฟไลน์ Hanaroo

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,427
  • ถูกใจแล้ว: 444 ครั้ง
  • ความนิยม: +32/-224
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2160 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 03:20:28 AM »
เหมือนเห็นบางคอมเมนท์ จะคิดว่า WHO บริสุทธิ์ผุดผ่องทำงานเต็มที่สมตำแหน่งแฮะ

555
 

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 2,522
  • ถูกใจแล้ว: 563 ครั้ง
  • ความนิยม: +106/-145
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2161 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 08:13:27 AM »
[quote/]
มันมีหลายสาเหตุครับถ้าจะว่ากันจริงๆแถบอาเซียนติดกันมากสุดแค่หลัก พันส่วนไทยเกือบสามพันเกือบรองบวยติดมากสุดในภูมิภาค ไทยเป็นสามอันดับเเรกที่ติดเชื้อเยอะสุดในแถบนี้(สามอันดับแรกคนติดเชื้อหลักพันอันดับสี่ลงไปคนติดเชื้อหลักสิบ) ที่แถบนี้ติดเชื้อน้อยน่าจะมาจากอากาศทึ่ร้อนและวัตธรรมที่ไม่ไกล้ชิดกันเกินไป บวกกับรู้ข่าวกันล่วงหน้าเป็นอาทิตประเทศที่เริ่มมาตรการป้องกันทันที่ก็ติดน้อย ประเทศที่ปล่อยเลยตามเลยไหวตัวช้าก็ติดเยอะ ซึ่งไทยนี่ติดเยอะนะครับถ้าเทียบกับเพื่อนบ้านและอาเซียน ไทยติดเชื้อเยอสุดในละเเวกเพื่อนบ้านไกช้เคียงและติดเยอะเป็นที่5จากสมาชิกอาเซียน ขอร้องอย่าเอาเรื่องขายหน้ามาอวดออกข่าวปลอมๆหลอกคนในประเทศ ประเทศอื่นเขามีตามองดูครับชอบเทียบกับประเทศติดเยอะๆจากแหล่งระบาท กับเปรียบเทียบตัวเองกับประเทศห่างไกลมีคนเยอะกว่าเป็นพันเท่า แต่ไม่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเองแล้วมองดูประเทศรอบตัว ทำเป็นมองไม่เห็นกลุ่มของตัวเองรัฐขายหน้าไปคนเดียวผมก็อายจะแย่แล้ว ถ้าประชาชนยังบอกว่านี่เราติดเชื้อน้อยกว่าจีนกว่าอเมริกาด้วยแหละ แล้วโดนคนอื่นถามว่าพม่าบรูไนกับประเทศอื่นแถบนี้ติดเชื้อหลักสิบหลักร้อยเอง ผมไม่กล้าตอบครับว่าไทยเราติดเชื้อน้อยจริง


อาเซียนติดแค่หลักพันไม่ใช่แล้วครับ สิงคโปร์หมื่นแปด อินโดหลักหมื่น


ไทยสามอันดับแรกก็ไม่ไช่อีก ไทยอันดับ5 น้อยกว่า มาเลย์ ฟิลิปปินส์


ประเทศที่ติดจากแหบ่งระบาดรองจากจีนก็ไทยนี่ละที่มีคนจีนมาเที่ยวมากที่สุด


ติดเยอะที่สุดในระแวกเพื่อนบ้านก็ไม่ไช่ มาเลเซียติดเยอะกว่าไทย


ประเทศไหนห่างไกลและมีคนมากกว่าไทยเป็นพันเท่าครับ จีนที่ประชากรมากที่สุดในโลกประชากรราวๆ 20 เท่าของไทยเท่านั้นเอง


ต่างประเทศชื่นชมไทยเยอะมากครับ แต่คนไทยอายจนอยากหนีไปอยู่ต่างประเทศแต่ไม่กล้าไป เห็นมีแต่หนีกลับมากันเพียบ ผมว่าตรงนี้เป็นตัววัดที่ดีที่สุดนะ ถ้าต่างประเทศดีกว่าไทยจริงจะหนีกลับมาทำไม คนอยู่ไทยที่หนีไปประเทศอื่นก็เห็นแต่แรงงานพม่า แต่ที่หนีกลับไทยนี่มาจากทั่วทุกสารทิศ ทั้งจาก อเมริกา ยุโรป จีน อินโด สิงคโปร์ เกาหลี

ถ้านับประชากรทั้งโลก คนตายต่อล้านคนคือ 32.5 ไทย 0.8
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 05, 2020, 08:42:38 AM โดย nosta »
 

ออฟไลน์ sariora123

  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 13,820
  • ถูกใจแล้ว: 4052 ครั้ง
  • ความนิยม: +471/-445
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2162 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 08:54:22 AM »
[quote/]

ผิดแล้วครับ ทรัมป์ต่างหากที่ดำเนินนโยบายตามคำแถลงของWHOจนเมกาติดเชื้อเละเทะ ตอนนี้ถึงได้หยุดบริจาคเงินให้WHO
เพราะ WHO ออกประกาศ
วันที่ 28 มกราคม ว่าจีนได้ดำเนินมาตรการที่ได้ผล (ทั้งๆที่ก็เห็นกันอยู่ว่าไม่ได้ผล)
วันที่ 31 มกราคม ไม่ควรดำเนินมาตรการที่ขัดขวางการเข้าประเทศหรือการค้าขายระหว่างประเทศ (ช่วงตรุษจีนจีนที่คนจีนแห่ออกนอกเพียบ)
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ประเทศอื่น ๆ นอกจากจีนให้ส่งข้อมูลที่ดีกว่าข้อมูลจำนวนผู้ติดเชื้อ
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ การใช้ชื่อโรคปอดอักเสบที่เจาะจงถึงสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเป็นสิ่งไม่ดี

แถมยังขัดขวางไต้หวันไม่ให้เข้าถึงข้อมูลและไม่ให้ความช่วยเหลือในการศึกษาไวรัสตามที่จีนบอก


ไม่กี่วันก่อน มีออกมาแถลงขอร้องให้อเมริกาบริจาคเงินให้ WHO ด้วยแหละ ไม่มีงบทำกิจการอะไรแล้วมั้ง หรือเริ่มงบไม่พอ


ในความเป็นผม แค่หัวหน้า WHO ตอนนี้ลาออกซะแล้วเอาคนใหม่ขึ้นมาแทน (จะเด็กเส้นใครก็อีกเรื่องนึง  ;D  ) อเมริกาก็ไร๊ข้ออ้างแล้ว
 

ออฟไลน์ sechan

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 3,148
  • ถูกใจแล้ว: 1229 ครั้ง
  • ความนิยม: +183/-262
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2163 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 09:02:50 AM »
ผมว่าหลักๆวัฒนธรรมบ้านเราไม่จับเนื้อต้องตัวกัน ไม่มีที่ความชื้นสูงเช่นสถานีรถไฟใต้ดินแบบเปิด. ไม่ใช่แหล่งที่อยู่ของชาวจีนจำนวนมาก. รัฐบาลไม่มีหน้ากากกับแอลกอฮอร์ให้ช่วงเริ่มระบาดคนเลยโคตรตื่นกลัว ระวังตัวเองกันสุดๆ. ที่เอามาแพร่ส่วนใหญ่จะเห็นได้จากพวกมีเงินไปเที่ยวต่างประเทศกับชาวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งบ้านเราจน ^_^  ส่วนคุณท่านที่รวยไปตปทก็ไม่ลงไปตลาดล่างซะเท่าไหร่ เชื้อเลยลงคนระดับล่างประเทศเราช้า มันเลยแพร่ยาก คนรวยไม่ค่อยกินของแก้วเดียวกันกับผู้อื่น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 05, 2020, 09:14:14 AM โดย sechan »
 

ออฟไลน์ Rumia

  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 8,353
  • ถูกใจแล้ว: 2270 ครั้ง
  • ความนิยม: +347/-403
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2164 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 09:25:33 AM »
[quote/]


อาเซียนติดแค่หลักพันไม่ใช่แล้วครับ สิงคโปร์หมื่นแปด อินโดหลักหมื่น


ไทยสามอันดับแรกก็ไม่ไช่อีก ไทยอันดับ5 น้อยกว่า มาเลย์ ฟิลิปปินส์


ประเทศที่ติดจากแหบ่งระบาดรองจากจีนก็ไทยนี่ละที่มีคนจีนมาเที่ยวมากที่สุด


ติดเยอะที่สุดในระแวกเพื่อนบ้านก็ไม่ไช่ มาเลเซียติดเยอะกว่าไทย


ประเทศไหนห่างไกลและมีคนมากกว่าไทยเป็นพันเท่าครับ จีนที่ประชากรมากที่สุดในโลกประชากรราวๆ 20 เท่าของไทยเท่านั้นเอง


ต่างประเทศชื่นชมไทยเยอะมากครับ แต่คนไทยอายจนอยากหนีไปอยู่ต่างประเทศแต่ไม่กล้าไป เห็นมีแต่หนีกลับมากันเพียบ ผมว่าตรงนี้เป็นตัววัดที่ดีที่สุดนะ ถ้าต่างประเทศดีกว่าไทยจริงจะหนีกลับมาทำไม คนอยู่ไทยที่หนีไปประเทศอื่นก็เห็นแต่แรงงานพม่า แต่ที่หนีกลับไทยนี่มาจากทั่วทุกสารทิศ ทั้งจาก อเมริกา ยุโรป จีน อินโด สิงคโปร์ เกาหลี

ถ้านับประชากรทั้งโลก คนตายต่อล้านคนคือ 32.5 ไทย 0.8
ที่ท่านว่ามันเอเซียครับ ผมพูดถึงกลุ่มอาเซียนที่เราอยู่แล้วผมก็เขียนไว้ว่าอยู่ที่5ของอาเซียนตอนที่3มันอาทิตก่อน แต่กลุ่มนี้ไทยก็ติดหลักพันอยู่ดีไอ้อันดับรองจากไทยเป็นหลักร้อยกว่่าคนหลักสิบคน แล้วไอ้ที่ท่านว่ามาหนีกลับไทยมันติดเชื้อหนักทังนั้น แล้วที่พม่าหนีกลับเพราะเค้าติดน้อยกว่าเราไง ผมบอกเลยไม่ไช่พม่าที่หนีกลับเท่านั้นแต่แทบทุกประเทศที่อยู่ในไทยหนีกลับบ้านเค้าหมดครับ อย่ามามั่วว่าคนไทยในต่างประเทศหนีกลับบ้านแล้วต่างชาติในไทยยังอยู่ไทย ต่างชาติเค้าก็หนีกลับหมดเหมือนกันครับภาวะโรคระบาทไม่มีใครคิดอยู่เมืองนอกที่จะคุ้มครองช่วยเหลือเท่าประเทศตัวเองหรอกครับ อย่าพูดแค่ด้านเดียวมันมีสองด้านเสมอ ที่ท่านยกประเทศติดเยอะๆเป็ยหมื่นๆมาเทียบกับไทยเเล้วสบายใจว่าไทยติดแค่พันกว่่าน้อยแล้ว แล้วทำใมผมจะยกพม่าลาวบรูไน ที่ติดเชื้อน้อยแค่หลักสิบหลักร้อยมาเทียบบ้างไห้เห็นว่าทำอะไรผิดพลาดไปบ้างไม่ได้ คนเราควรย้อนดูว่าตัวเราทำผิดพลาดอะไรบ้างตังแต่ไม่กักกันโรค เปิดบ้านไห้เข้าตามสบายกลัวไม่มีนักท่องเที่ยว ปิดสถานบันเทิงและแหล่งมัวสุมช้าปิดแล้วแต่ยกเว้นพวกตัวเอง จ่ายเงินเยียวยาช้า และอีกหลายๆอย่างที่ไม่เข้าท่า จากที่ๆทำมาผมเห็นแต่ข้อผิดพลาดผมมองรัฐชุดนี้ด้านการจัดการเหตุสุดวิสัยได้แย่มากๆ

ออฟไลน์ sechan

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 3,148
  • ถูกใจแล้ว: 1229 ครั้ง
  • ความนิยม: +183/-262
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2165 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 10:00:11 AM »
หน้ากากหายกับ เจลแอลกอฮอละขั้นเทพหายไปเลยเดือนครึ่งจากตลาด กับเตรียมที่กั๊กกันเด็กอนุบาล นี่ไม่รวมด้วยหรือ
 

ออฟไลน์ biyonet

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 523
  • ถูกใจแล้ว: 195 ครั้ง
  • ความนิยม: +3/-24
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2166 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 10:13:42 AM »
เอาจริงๆ นะผมว่าควรให้เครดิตแก่หน่วยงานส่วนท้องถิ่นมากกว่าส่วนกลางอีก นโยบายที่ดำเนินการโดยรัฐบาลกลางนี่เละแทบทุกอันไม่ว่าจะเป็นการจัดการหน้ากาก การเยียวยา ฯลฯ
หน่วยงานส่วนท้องถิ่นเช่นพวกผู้ว่าราชการจังหวัดนี่ดูจะตื่นตัวกับโรคนี้มากกว่ารัฐบาลส่วนกลางด้วยซ้ำ
 

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 2,522
  • ถูกใจแล้ว: 563 ครั้ง
  • ความนิยม: +106/-145
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2167 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 11:07:16 AM »
[quote/]
ที่ท่านว่ามันเอเซียครับ ผมพูดถึงกลุ่มอาเซียนที่เราอยู่แล้วผมก็เขียนไว้ว่าอยู่ที่5ของอาเซียนตอนที่3มันอาทิตก่อน แต่กลุ่มนี้ไทยก็ติดหลักพันอยู่ดีไอ้อันดับรองจากไทยเป็นหลักร้อยกว่่าคนหลักสิบคน แล้วไอ้ที่ท่านว่ามาหนีกลับไทยมันติดเชื้อหนักทังนั้น แล้วที่พม่าหนีกลับเพราะเค้าติดน้อยกว่าเราไง ผมบอกเลยไม่ไช่พม่าที่หนีกลับเท่านั้นแต่แทบทุกประเทศที่อยู่ในไทยหนีกลับบ้านเค้าหมดครับ อย่ามามั่วว่าคนไทยในต่างประเทศหนีกลับบ้านแล้วต่างชาติในไทยยังอยู่ไทย ต่างชาติเค้าก็หนีกลับหมดเหมือนกันครับภาวะโรคระบาทไม่มีใครคิดอยู่เมืองนอกที่จะคุ้มครองช่วยเหลือเท่าประเทศตัวเองหรอกครับ อย่าพูดแค่ด้านเดียวมันมีสองด้านเสมอ ที่ท่านยกประเทศติดเยอะๆเป็ยหมื่นๆมาเทียบกับไทยเเล้วสบายใจว่าไทยติดแค่พันกว่่าน้อยแล้ว แล้วทำใมผมจะยกพม่าลาวบรูไน ที่ติดเชื้อน้อยแค่หลักสิบหลักร้อยมาเทียบบ้างไห้เห็นว่าทำอะไรผิดพลาดไปบ้างไม่ได้ คนเราควรย้อนดูว่าตัวเราทำผิดพลาดอะไรบ้างตังแต่ไม่กักกันโรค เปิดบ้านไห้เข้าตามสบายกลัวไม่มีนักท่องเที่ยว ปิดสถานบันเทิงและแหล่งมัวสุมช้าปิดแล้วแต่ยกเว้นพวกตัวเอง จ่ายเงินเยียวยาช้า และอีกหลายๆอย่างที่ไม่เข้าท่า จากที่ๆทำมาผมเห็นแต่ข้อผิดพลาดผมมองรัฐชุดนี้ด้านการจัดการเหตุสุดวิสัยได้แย่มากๆ


แน่ใจหรือครับว่าต่างชาติกลับหมด ผมมีแม่บ้านลาว 2 คนยังอยู่ไทยเลย คนที่มีงานทำเค้าไม่กลับกันนะ คนกลับไทยจำนวนมากนี่หนีตาย คุณว่าผมมั่วแต่คุณอ้างว่า มีคนไปเทียบประเทศไทยกับประเทศที่ห่างไกลที่มีประชากรมากกว่าพันเท่านี่มันประเทศไหน คุณบอกไทยจัดการได้แย่งั้นที่ผมยกเอาเฉลี่ยทั้งโลกคนตาย 32.5 จากล้านคน ไทยตาย 0.8 จากล้านนี่จะว่ายังไง นี่เฉลี่ยทั้งโลก
 

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 2,522
  • ถูกใจแล้ว: 563 ครั้ง
  • ความนิยม: +106/-145
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2168 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 11:10:06 AM »
เอาจริงๆ นะผมว่าควรให้เครดิตแก่หน่วยงานส่วนท้องถิ่นมากกว่าส่วนกลางอีก นโยบายที่ดำเนินการโดยรัฐบาลกลางนี่เละแทบทุกอันไม่ว่าจะเป็นการจัดการหน้ากาก การเยียวยา ฯลฯ
หน่วยงานส่วนท้องถิ่นเช่นพวกผู้ว่าราชการจังหวัดนี่ดูจะตื่นตัวกับโรคนี้มากกว่ารัฐบาลส่วนกลางด้วยซ้ำ


หน่วยงานท้องถิ่นเกือบทั้งหมดรัฐบาลตั้งมาครับ มีผู้ว่ากทม ที่คนเลือกเองที่เหลือเกือบทั้งหมดตั้งโดยรัฐบาล ถ้าทำงานดีก็แปลว่าเป็นหน่วยงานท้องถิ่นที่ไม่ขึ้นตรงกับรัฐ แต่ถ้าออกมาแย่ต้องเป็นเพราะรัฐบาลแน่นอน

เทียบกับอเมริกาปล่อยผู้ว่าคุมจนเละ ไทยไช้มาตราการรัฐบาลคุมเบื้องต้น แต่ให้อำนาจผู้ว่าออกกฎเพิ่มเติดได้แต่ห้ามอ่อนกว่ารัฐบาลกลางใช้กฎที่แข็งกว่าได้ ถึงคุมได้ดีกว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 05, 2020, 11:28:36 AM โดย nosta »
 

ออฟไลน์ sechan

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 3,148
  • ถูกใจแล้ว: 1229 ครั้ง
  • ความนิยม: +183/-262
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2169 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 11:37:08 AM »
ก่อนหน้านี้ทำงานห่วยๆ โดนด่ามารัวๆด้วยคอมมอนเซ็นท์จนปัจจุบันเอามาแก้จนได้มาตราฐาน  แต่ขอร้องอย่าเอาปัจจุบันไปลบล้างอดีต...   รั
ฐบาลห่วยแตกรัฐมนตรีทำงานให้พวกพ้อง เอาผักชีโรยหน้าจนไม่เห็นน้ำซุปกินไม่ได้  สุดท้ายต้องโยนถ้วยทิ้งเปลี่ยนถ้วยใหม่เป็น ศบค
ที่ให้แพทย์เป็นที่ปรึกษาทำงานจริงๆ  ถ้ารัฐบาลไม่โดนไฟลนก้นจนต้องทะเลากันภายในเพื่อตั้งหน่่วยงานใหม่ขึ้นมาเฉพาะกิจ 
ถึงพอจะทำงานเป็นรูปธรรมได้  เครดิตรัฐบาลได้ใช่ครับ ตั้งแต่ตั้ง ศบค มาแล้วค่อยทำงานได้มาตราฐาน แล้วไปโทษระบบประชาธิปไตยว่าที่เลวมัน สส.
มึงเปิดให้ สส ทำงานกันที่ไหน แถมฝ่ายค้านมีแต่หน้าไม่มีสิทธิ เพราะ สว คุมเกมหมด ได้แต่ออกไปเสนอกับจับผิดแล้วด่า ระบบเหี้ยๆแบบนี้ตั้งมาได้ไม่พูดถึง
แต่ละคนที่นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีมันก็ระบบซื้อของรัฐบาลเองไม่ใช่หรือ  ส่วนไอ้อนุทินนี่สิทธิพิเศษคนในของใครอย่าถามรู้กันอยู่ คนแบบอนุทินมีอยู่ทุกรัฐบาลต้องมีคนที่เขายัดเข้าไป
ใครเป็นรัฐบาลก็ต้องมีคนกลุ่มนี้ จะเห็นได้เลยคนแปลกๆเหี้ยมีทุกรัฐบาลมีเวลาโดนจับผิดก็โทษเบาๆแบบลอยตัว มีอะไรลง รัฐบาลนั้น เจ้านายรอดตัว
เขาเป็นใครอยากรู้ศึกษาเอาเองพูดมากไม่ได้แต่ที่แล้วๆมามันเน่าขนาดไหนอย่าเอามากลบ คำสั่งผู้ว่าก็ไม่ได้ทำแนวทางเดียวกันหมด บางจังหวัดห้ามขายเหล้า
คนแห่ไปจังหวัดข้างๆอย่างกับผีปอป แห่ซื้อเหล้าเบียร์....  ไม่ต้องพูดถึงการจัดการช่วงปิดกรุงเทพไม่มีการเตรียมห่าอะไรเลย ตอนปรับปรุงจนดีเข้ามาตราฐาน อย่าเอามาอ้าง
ว่า รัฐบาลแสนดี กว่าจะถึงจุดนี้ มันล้มเหลวมาขนาดไหนแล้ว  โดนด่าเรื่องมาตราฐานมาขนาดไหน กว่าจะมานี่แค่พึ่งผ่านมาแค่4 เดือน คนยังจำได้ดีครับ รอผ่านไปสัก 10 ปีค่อยมาว่ากันใหม่


เออ ไอ้เหล้าเบียร์เนี้ย ถ้ามันจะทำให้กระจายก็ไอ้ตอนนี้แหละ คุมในพื้นที่มันก็จะคุมไม่ให้แพร่ แต่ให้คนวิ่งไปจังหวัดข้างๆกันรัวๆ ทั้งพ่อค้าและสายนักดื่ม... ปากก็บอกเองว่านักดิ่มนี่แหละตัวแพร่เชื้อมึงให้เข้ากระจายไปไล่ซื้อทั่วสาระทิศ ปลอดภัย....  มี 5 จังหวัดในประเทศห้ามขาย  คนก็จะแห่ไปจังหวัดข้างๆซื้อกลับมา หมายความว่า สมมุติตอนนี้ จังหวัดนั้นปลอดเชื้อจริง มันก็จะไปเอาข้างนอกมาแพร่คนข้างใน ในขณะที่มันซื้อข้างบ้านได้ ถ้าตรงนั้นไม่มีเชื้อมันก็จะอยู่แค่ตรงนั้น เพราะสุดท้ายมันก็เอามาดื่มฉลองกันอยู่ดีด้วยเหล้าเบียร์จังหวัดข้างๆ  กลับกันถ้าตรงนั้นมีเชื้อจริงมันก็ไม่ลามไปที่อื่นเพราะมันไม่ได้ออกไปจังหวัดข้างๆ หรือนอกพื้นที่...  แต่ยังมี ผู้ว่าใช้เหตุผล ธรรมะที่ตัวเองนับถือ คุมเข้มในเขตที่โคตรปลอดภัย ให้วิ่งไปซื้อหัวหินกับราชบุรีที่ความเสี่ยงยังสูงกว่ามาก.... ผู้ว่าก็ทำเอาหน้าแบบขอไปทีดูเฟสบุ้กแล้วแทบอ้วก.... วิ่งไปเยี่ยมตำรวจตอนกลางคืน เข้ารวมคนมาทำบุญ.... เออ แล้ว โซเชียลดิสแทนล่ะ..  ตลาดนัดนี่อย่างกับสงครามลง.... เอาตำรวจไปคุมที่เสี่ยงดีกว่าไหมจัดระเบียบให้เข้าที่ในช่วงเปิดกลางวันดีไหม ไม่ใช่มานั่งหลับยามตอนดึกที่เขาเคอฟิว  ทำแบบไม่ใช้สมองคิดครับ ผู้ว่า ถ้าระบาดค่อยโดนย้ายไป ซึ่งแม่งก็โดนย้ายอยู่แล้วแต่คนเซ็นก๊กฮาเร็มอยู่เยอรมัน... ปีนึงอยู่ประเทศถึง 2 เดือนหรือเปล่ายังไม่รู้ กลับมาไล่เซ็นไอ้โล้นนี่ไปภูเก็ตซะทีได้แล้ว ทำงานบ้างเอาเงินค่าบริหารกองพันไป2กอง ใช้ส่วนตัวเพิ่มไปแล้วไม่รวมกับอีก 30 กว่ากองพันเก่าที่มี เงินก็ได้จากค่าธุรกิจชั้นนำในประเทศจนเป็น...ที่รวยทีสุดในโลกแล้ว  โปรยเงินชาวบ้านก็ให้ลูกน้องกับน้องทำไปวันๆสัปดาห์ละครั้งสองครั้ง แค่ค่าส่วยจากยักษ์ใหญ่เจ้าเดียวก็โปรยได้ทั้งปีแล้ว  ฟู่ หัวร้อน... >:( >:( >:( >:( คำสั่งย้ายมันมีมาตั้งแต่ต้นเดือนที่แล้ว บัดนี้ก็ยังทำหน้าที่ต่อไปเพราะย้ายไม่ได้คนเซ็นไม่อยู่... ทำบุญให้ตัวเองอยู่นั่นแหละ ชาวบ้านกับเศรษฐกิจไม่มอง กูจะไปอยู่แล้ว >:( >:( >:( >:(  มันลาม ดังนั้นรีบเอามันไปซะที
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 05, 2020, 12:10:31 PM โดย sechan »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: daijobu

ออฟไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 17,441
  • ถูกใจแล้ว: 14062 ครั้ง
  • ความนิยม: +377/-7
  • เพศ: ชาย
  • นักอู้มือหนึ่ง
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2170 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 11:45:30 AM »
ส่วนตัวผมไม่กินเหล้าแต่ก็ไม่สนับสนุนไม่ให้ขายเหล้าครับ. เพราะมันเป็นการทำให้คนตกงานเป็นจำนวนมาก. ผมว่าควรจะให้ขายเหล้าแต่ตามจับพวกตั้งวงกินกันมากๆดีกว่า
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: daijobu

ออฟไลน์ sechan

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 3,148
  • ถูกใจแล้ว: 1229 ครั้ง
  • ความนิยม: +183/-262
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2171 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 12:19:20 PM »
แป๊ป ว่าด้วยเรื่องเหล้าเบียร์ สำหรับคนนอกวงการอาจจะไม่รู้


เหล้าเบียร์มันไม่ได้เป็นแค่เหล้าเบียร์ครับ สำหรับชาวบ้าน มันคือเงินหมุน  ส่วนใหญ่ร้านค้าขนาดกลางที่ขายส่งจะมีเครดิตจากเอเย่นให้ประมาณ 7-15-1เดือนแล้วแต่เอเยน  สินค้าเหล้าเบียร์ที่ร้านพวกนี้ซื้อจะคิดเป็น 30-70 %ของมูลค่าสินค้าอื่นในร้าน  แล้วร้านพวกนี้ก็ปล่อยเครดิตให้ร้านเล็กลงและร้านอาหารไปอีกเท่าไหร่ผมไม่รู้ บางคนผมได้ยินว่า 10 วัน สินค้าร้านระดับกลางซื้อต่อครั้งจะประมาณ 70000-500000 บาท จะเป็นเงินหมุนเข้าไปยังร้านท้องถิ่นในระบบ กระจายการซื้อขายและเงินเข้าชุมชน เมื่อได้เงินค่าเหล้ามาจะยังไม่ได้เอาไปใช้หนี้แต่ไปหมุนเป็นสินค้าอื่น เช่นข้าวและขนม หรือ ของบริโภคแบบอื่น ทำให้เศรษฐกิจภาคใหญ่หมุนเวียน... การไม่มีเหล้าเบียร์ขาย หมายถึงเงินหมุนขนาดใหญ่ของระบบชะงัก อะไรตามมาก็คิดกันเอาเองนะ ;D


ดังนั้นพวกบอกเหล้าเบียร์บุหรี่ของเหี้ยๆนี่ไม่ควรขาย ศึกษาโลกให้เพิ่มขึ้นก่อนจะออกปากนะเพราะคุณกำลังสร้างความแค้นให้คนมีปัญหาธุรกิจหลายวงการ เพราะมันเป็นแหล่งเงินหมุนให้ร้านอาหาร และ ร้านค้าขนาดเล็ก สงสัยอะไรลองไปถามญาติ หรือพ่อแม่คุณที่เปิดร้านโชห่วยขนาดกลางตาม ต่างจังหวัดได้  ขนาดเล็กสุดไม่ค่อยกระทบเพราะไม่ได้ปล่อยเครดิต แต่ขนาดกลางที่ส่งของให้ขนาดเล็กที่กระตุ๊กแน่นอน


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 05, 2020, 12:23:02 PM โดย sechan »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,295
  • ถูกใจแล้ว: 2423 ครั้ง
  • ความนิยม: +244/-433
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2172 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 12:38:48 PM »
ผมตำหริ Who ตรงๆล่ะครับ
ที่บอกว่าอย่ารังเกียจคนจีนให้เปิดรับคนจีนเข้า
มันเป็นนโยบายต่อเนื่องมาจากการห้ามรังเกียจคนเป้นเอดส์และการรักษาความลับของผู้ป่วยน่ะครับ

ผมถึงว่าในตอนต้นว่าแนวคิด แมรี่ ไทฟอยด์ของโจโตจ้ว่าเรามีสิทธิจะกักขังคนที่ไม่ได้มีความผิดหรือไม่ในกรณีนี้?
คำตอบที่คนตายเป็นหมื่นทั่วโลลกควรจะเป็นคำตอบในตัวเองแล้ว
whooหรืแพทย์พยายามเล่นการเมืองมาเกินไป

แบบเดียวกับมุก"เอชไอวีไม่ใช่เอดส์ อย่าได้รังเกียจ"ที่พยายามใช้กันอยู่มันมาจากรากฐานนโยบายเดียวกัน

ทั้งที่ศึกษาประวัติศาสตร์ก็ควรจะรู้ว่าโรคระบาดตายทั้งทวีปมันมาจากการเดินทางและการพบปะคนต่างเผ่า
ทำไมละเลยเรื่องนี้?
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ Alice-chan

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,811
  • ถูกใจแล้ว: 268 ครั้ง
  • ความนิยม: +369/-1911
  • ยังไงก็ไม่ละกิเลสหรอก อยากกลับไปเป็นเด็ก
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2173 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 12:47:51 PM »
อยู่ในระหว่างการรักษา 187
อาการหนัก 61

ทั่วโลกลดจาก แปดหมื่น เหลือ เจ็ดหมื่นเก้า
​(๑╹ᆺ╹)ぬんぬん
 

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 2,522
  • ถูกใจแล้ว: 563 ครั้ง
  • ความนิยม: +106/-145
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2174 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 01:42:40 PM »
ก่อนหน้านี้ทำงานห่วยๆ โดนด่ามารัวๆด้วยคอมมอนเซ็นท์จนปัจจุบันเอามาแก้จนได้มาตราฐาน  แต่ขอร้องอย่าเอาปัจจุบันไปลบล้างอดีต...   รั
ฐบาลห่วยแตกรัฐมนตรีทำงานให้พวกพ้อง เอาผักชีโรยหน้าจนไม่เห็นน้ำซุปกินไม่ได้  สุดท้ายต้องโยนถ้วยทิ้งเปลี่ยนถ้วยใหม่เป็น ศบค
ที่ให้แพทย์เป็นที่ปรึกษาทำงานจริงๆ  ถ้ารัฐบาลไม่โดนไฟลนก้นจนต้องทะเลากันภายในเพื่อตั้งหน่่วยงานใหม่ขึ้นมาเฉพาะกิจ 
ถึงพอจะทำงานเป็นรูปธรรมได้  เครดิตรัฐบาลได้ใช่ครับ ตั้งแต่ตั้ง ศบค มาแล้วค่อยทำงานได้มาตราฐาน แล้วไปโทษระบบประชาธิปไตยว่าที่เลวมัน สส.
มึงเปิดให้ สส ทำงานกันที่ไหน แถมฝ่ายค้านมีแต่หน้าไม่มีสิทธิ เพราะ สว คุมเกมหมด ได้แต่ออกไปเสนอกับจับผิดแล้วด่า ระบบเหี้ยๆแบบนี้ตั้งมาได้ไม่พูดถึง
แต่ละคนที่นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีมันก็ระบบซื้อของรัฐบาลเองไม่ใช่หรือ  ส่วนไอ้อนุทินนี่สิทธิพิเศษคนในของใครอย่าถามรู้กันอยู่ คนแบบอนุทินมีอยู่ทุกรัฐบาลต้องมีคนที่เขายัดเข้าไป
ใครเป็นรัฐบาลก็ต้องมีคนกลุ่มนี้ จะเห็นได้เลยคนแปลกๆเหี้ยมีทุกรัฐบาลมีเวลาโดนจับผิดก็โทษเบาๆแบบลอยตัว มีอะไรลง รัฐบาลนั้น เจ้านายรอดตัว
เขาเป็นใครอยากรู้ศึกษาเอาเองพูดมากไม่ได้แต่ที่แล้วๆมามันเน่าขนาดไหนอย่าเอามากลบ คำสั่งผู้ว่าก็ไม่ได้ทำแนวทางเดียวกันหมด บางจังหวัดห้ามขายเหล้า
คนแห่ไปจังหวัดข้างๆอย่างกับผีปอป แห่ซื้อเหล้าเบียร์....  ไม่ต้องพูดถึงการจัดการช่วงปิดกรุงเทพไม่มีการเตรียมห่าอะไรเลย ตอนปรับปรุงจนดีเข้ามาตราฐาน อย่าเอามาอ้าง
ว่า รัฐบาลแสนดี กว่าจะถึงจุดนี้ มันล้มเหลวมาขนาดไหนแล้ว  โดนด่าเรื่องมาตราฐานมาขนาดไหน กว่าจะมานี่แค่พึ่งผ่านมาแค่4 เดือน คนยังจำได้ดีครับ รอผ่านไปสัก 10 ปีค่อยมาว่ากันใหม่


เออ ไอ้เหล้าเบียร์เนี้ย ถ้ามันจะทำให้กระจายก็ไอ้ตอนนี้แหละ คุมในพื้นที่มันก็จะคุมไม่ให้แพร่ แต่ให้คนวิ่งไปจังหวัดข้างๆกันรัวๆ ทั้งพ่อค้าและสายนักดื่ม... ปากก็บอกเองว่านักดิ่มนี่แหละตัวแพร่เชื้อมึงให้เข้ากระจายไปไล่ซื้อทั่วสาระทิศ ปลอดภัย....  มี 5 จังหวัดในประเทศห้ามขาย  คนก็จะแห่ไปจังหวัดข้างๆซื้อกลับมา หมายความว่า สมมุติตอนนี้ จังหวัดนั้นปลอดเชื้อจริง มันก็จะไปเอาข้างนอกมาแพร่คนข้างใน ในขณะที่มันซื้อข้างบ้านได้ ถ้าตรงนั้นไม่มีเชื้อมันก็จะอยู่แค่ตรงนั้น เพราะสุดท้ายมันก็เอามาดื่มฉลองกันอยู่ดีด้วยเหล้าเบียร์จังหวัดข้างๆ  กลับกันถ้าตรงนั้นมีเชื้อจริงมันก็ไม่ลามไปที่อื่นเพราะมันไม่ได้ออกไปจังหวัดข้างๆ หรือนอกพื้นที่...  แต่ยังมี ผู้ว่าใช้เหตุผล ธรรมะที่ตัวเองนับถือ คุมเข้มในเขตที่โคตรปลอดภัย ให้วิ่งไปซื้อหัวหินกับราชบุรีที่ความเสี่ยงยังสูงกว่ามาก.... ผู้ว่าก็ทำเอาหน้าแบบขอไปทีดูเฟสบุ้กแล้วแทบอ้วก.... วิ่งไปเยี่ยมตำรวจตอนกลางคืน เข้ารวมคนมาทำบุญ.... เออ แล้ว โซเชียลดิสแทนล่ะ..  ตลาดนัดนี่อย่างกับสงครามลง.... เอาตำรวจไปคุมที่เสี่ยงดีกว่าไหมจัดระเบียบให้เข้าที่ในช่วงเปิดกลางวันดีไหม ไม่ใช่มานั่งหลับยามตอนดึกที่เขาเคอฟิว  ทำแบบไม่ใช้สมองคิดครับ ผู้ว่า ถ้าระบาดค่อยโดนย้ายไป ซึ่งแม่งก็โดนย้ายอยู่แล้วแต่คนเซ็นก๊กฮาเร็มอยู่เยอรมัน... ปีนึงอยู่ประเทศถึง 2 เดือนหรือเปล่ายังไม่รู้ กลับมาไล่เซ็นไอ้โล้นนี่ไปภูเก็ตซะทีได้แล้ว ทำงานบ้างเอาเงินค่าบริหารกองพันไป2กอง ใช้ส่วนตัวเพิ่มไปแล้วไม่รวมกับอีก 30 กว่ากองพันเก่าที่มี เงินก็ได้จากค่าธุรกิจชั้นนำในประเทศจนเป็น...ที่รวยทีสุดในโลกแล้ว  โปรยเงินชาวบ้านก็ให้ลูกน้องกับน้องทำไปวันๆสัปดาห์ละครั้งสองครั้ง แค่ค่าส่วยจากยักษ์ใหญ่เจ้าเดียวก็โปรยได้ทั้งปีแล้ว  ฟู่ หัวร้อน... >:( >:( >:( >:( คำสั่งย้ายมันมีมาตั้งแต่ต้นเดือนที่แล้ว บัดนี้ก็ยังทำหน้าที่ต่อไปเพราะย้ายไม่ได้คนเซ็นไม่อยู่... ทำบุญให้ตัวเองอยู่นั่นแหละ ชาวบ้านกับเศรษฐกิจไม่มอง กูจะไปอยู่แล้ว >:( >:( >:( >:(  มันลาม ดังนั้นรีบเอามันไปซะที



ไอ้ที่ด่าๆกันนี่ต่างประเทศหนักกว่าเราเยอะนะ ตอนแรกทำพลาดเยอะแต่แก้ไขคุมได้ คนเสียชีวิตก็น้อยกว่าค่าเฉลี่ยโลก 40 เท่า อย่างที่ว่าไม่ปิดประเทศตอนแรก ที่ปิดก็มีไม่กี่ประเทศ อย่างเกาหลีเหนือ แต่ประเทศอื่นก็ต้องเปิดเพราะรายได้จากการท่องเที่ยวมันสำคัญต่อเศรษฐกิจมาก คนตกงานก็ฆ่าตัวตายได้ ขนาดไทยยื้อปิดประเทศช้าคนฆ่าตัวตายจากเศรษฐกิจยังพอๆกับโควิด


อเมริกายุโรป ปล่อยเสรี แถมต่อต้านการใช้หน้ากากอนามัย ไม่ยอมออกมาตราการควบคุมจนระบาดไปทั่วถึงปิดประเทศแต่ก็คุมไม่อยู่ โดยเฉพาะประเทศที่คนไทยอวยกันนี่อ่วมหมด ชาติตะวันตกนี่อ่วมเกือบหมด


รัฐบาลไทยพลาดแต่แก้ไขเร็วจนคุมได้โดยไม่ต้องปิดเมืองนะ ถ้าปิดเมืองนี่ออกจากบ้านไม่ได้ทำงานไม่ได้เศรษฐกิจพังยับแน่นอนแต่นับเฉพาะตอนผลออกมาแย่ๆ พอผลออกมาดีไม่นับเป็นผลงานรัฐบาล
 

ออฟไลน์ sechan

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 3,148
  • ถูกใจแล้ว: 1229 ครั้ง
  • ความนิยม: +183/-262
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2175 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 02:07:47 PM »
ผลสุดท้ายดีนี่ ทำอะไรไว้ให้ลืมๆ?  บางอย่างโชคช่วยจากวัฒนธรรม  และสภาพอากาศ  สิ่งที่เขาด่า เขาด่าว่าทำอะไรตอนไหน เลวยัง แล้วเอาเพื่อนบ้านทีาเลวร้ายยิ่งกว่า มันไม่ใช่นะครัย รัฐบาลทำอะไรตอนหมอและประชาชนต้งการหน้ากาก หมอร้องขอหน้ากาก รัฐบาลทำอะไรตอนเจลล้างมือเป็นทีาต้องการ  รัฐบาลทำอะไรตอนที่ต้องกักกันตัวผู้มีความเสี่ยงสูง  รัฐบาลทำอะไรตอนสั่งปิดกรุงเทพกระทันหัน.....


ดูสิ่งที่เขาทำอย่ามาอ้างว่า เป็นไงตอนนี้คนติดเชื้อน้อย ยามบ้านไฟไหม้คุณเอาน้ำไปเก็บ พอบ้านเสียหายไม่มาก บอกเป็นไง.... บ้านข้างๆไฟไหม้เยอะกว่า
.
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: daijobu, nutza110, sariora123 และมีอีก 0 หมีที่ถูกใจสิ่งนี้

ออฟไลน์ sariora123

  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 13,820
  • ถูกใจแล้ว: 4052 ครั้ง
  • ความนิยม: +471/-445
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2176 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 05:20:07 PM »
ผลสุดท้ายดีนี่ ทำอะไรไว้ให้ลืมๆ?  บางอย่างโชคช่วยจากวัฒนธรรม  และสภาพอากาศ  สิ่งที่เขาด่า เขาด่าว่าทำอะไรตอนไหน เลวยัง แล้วเอาเพื่อนบ้านทีาเลวร้ายยิ่งกว่า มันไม่ใช่นะครัย รัฐบาลทำอะไรตอนหมอและประชาชนต้งการหน้ากาก หมอร้องขอหน้ากาก รัฐบาลทำอะไรตอนเจลล้างมือเป็นทีาต้องการ  รัฐบาลทำอะไรตอนที่ต้องกักกันตัวผู้มีความเสี่ยงสูง  รัฐบาลทำอะไรตอนสั่งปิดกรุงเทพกระทันหัน.....


ดูสิ่งที่เขาทำอย่ามาอ้างว่า เป็นไงตอนนี้คนติดเชื้อน้อย ยามบ้านไฟไหม้คุณเอาน้ำไปเก็บ พอบ้านเสียหายไม่มาก บอกเป็นไง.... บ้านข้างๆไฟไหม้เยอะกว่า
.
นึกถึงเหตุที่เคยเกิด
เทศบาลที่ผมไปขายของ เคยมีเหตุไฟไหม้  บ้านหลังที่ไฟไหม้ ห่างจากรถดับเพลิงไม่ถึง 300 เมตร แต่รถดับเพลิงกว่าจะเข็นออกมาจาก
ที่จอด แม่งก็ไหม้จนจะวอด ยังดีที่ไฟไม่ลามไปบ้านหลังข้าง ๆ



สาเหตุเกิดจาก คนดูแล แม่งเอากุญแจ ล็อกรถ ที่เก็บอุปกรณ์กลับไปบ้านด้วยทั้งหมด  ลูกน้องที่อยู่ดูแลก็ไม่มีอำนาจรับผิดชอบ
ในการออกไปปฏิบัติงานอีกต่างหาก saveตัวเองไว้ก่อน   จะว่าตัวคนที่อยู่ไม่ทำอะไรก็ไม่ได้ เพราะเขาไม่มีอานาจหน้าที่
จะอ้างว่าไม่เป็นไรไหม้แค่นิดเดียวได้ไหมล่ะ
ความสะเพร่าในหน้าที่ มันก็ไม่ได้หายไปไหน 
โดนคนทั้งเทศบาลรุมด่าเข้าถึงได้เปรี่ยนระเบียบบางอย่างใหม่



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 05, 2020, 07:20:30 PM โดย sariora123 »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: daijobu

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 2,522
  • ถูกใจแล้ว: 563 ครั้ง
  • ความนิยม: +106/-145
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2177 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 06:00:55 PM »
ผลสุดท้ายดีนี่ ทำอะไรไว้ให้ลืมๆ?  บางอย่างโชคช่วยจากวัฒนธรรม  และสภาพอากาศ  สิ่งที่เขาด่า เขาด่าว่าทำอะไรตอนไหน เลวยัง แล้วเอาเพื่อนบ้านทีาเลวร้ายยิ่งกว่า มันไม่ใช่นะครัย รัฐบาลทำอะไรตอนหมอและประชาชนต้งการหน้ากาก หมอร้องขอหน้ากาก รัฐบาลทำอะไรตอนเจลล้างมือเป็นทีาต้องการ  รัฐบาลทำอะไรตอนที่ต้องกักกันตัวผู้มีความเสี่ยงสูง  รัฐบาลทำอะไรตอนสั่งปิดกรุงเทพกระทันหัน.....


ดูสิ่งที่เขาทำอย่ามาอ้างว่า เป็นไงตอนนี้คนติดเชื้อน้อย ยามบ้านไฟไหม้คุณเอาน้ำไปเก็บ พอบ้านเสียหายไม่มาก บอกเป็นไง.... บ้านข้างๆไฟไหม้เยอะกว่า
.


พอออกมาดีเป็นเพราะวัฒนธรรมสภาพอากาศสินะครับ พอไม่ดีเป็นเพราะรัฐบาล ตอนระบาดเพิ่มหนักๆก็เห็นด่าว่าเป็นเพราะรัฐบาล พอดีขึ้นเป็นเพราะวัฒนธรรม สภาพอากาศ ถ้าเป็นเพราะวัฒนธรรมทำไมสมัยไข้หวัดนกระบาดไทยตายอันดับต้นๆของโลก ถ้าเป็นเพราะสภาพอากาศทำไม สิงคโปร์ มาเลย์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียระบาดหนัก ตุรกี บลาซิลติดเกินแสน อิหร่านปริ่มแสน


แล้วคิดว่ารัฐบาลประเทศอื่นดีกว่าไทยนักหรือครับ ไอ้ที่ด่าๆกันนี่ประเทศอื่นมันหนักกว่าถึงได้ติดกันเละเทะไง อเมริกา ยุโรป ก็ปล่อยเสรีจนพัง ของไทยตอนต้นพลาดแต่แก้เร็วออกมาตราการต่างๆจนแก้ปัญหาได้

แล้วไม่เทียบกับประเทศอื่นให้เทียบกะอุดมคติที่คิดกันเองรัฐบาลไหนก็โดนด่าหมดครับ มันต้องเทียบกับรัฐบาลทั่วโบกก็ถูกต้องแล้ว รัฐบาลไหนจะทำอะไรไม่ผิดพลาดเลย บางทีทำถูกต้องโดนยัดข้อหาให้ผิดก็มี  ถ้ามันห่วยจริงเราต้องติดหนักแสนแล้วครับ เพราะนักท่องเที่ยวจีนมาไทยเยอะที่สุด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 05, 2020, 06:05:41 PM โดย nosta »
 

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,741
  • ถูกใจแล้ว: 1940 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2178 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 06:20:14 PM »
    ผลสุดท้ายดีนี่ ทำอะไรไว้ให้ลืมๆ?  บางอย่างโชคช่วยจากวัฒนธรรม  และสภาพอากาศ  สิ่งที่เขาด่า เขาด่าว่าทำอะไรตอนไหน เลวยัง แล้วเอาเพื่อนบ้านทีาเลวร้ายยิ่งกว่า มันไม่ใช่นะครัย รัฐบาลทำอะไรตอนหมอและประชาชนต้งการหน้ากาก หมอร้องขอหน้ากาก รัฐบาลทำอะไรตอนเจลล้างมือเป็นทีาต้องการ  รัฐบาลทำอะไรตอนที่ต้องกักกันตัวผู้มีความเสี่ยงสูง  รัฐบาลทำอะไรตอนสั่งปิดกรุงเทพกระทันหัน.....


    ดูสิ่งที่เขาทำอย่ามาอ้างว่า เป็นไงตอนนี้คนติดเชื้อน้อย ยามบ้านไฟไหม้คุณเอาน้ำไปเก็บ พอบ้านเสียหายไม่มาก บอกเป็นไง.... บ้านข้างๆไฟไหม้เยอะกว่า
    .


    พูดงี้ไม่ใช่เด็กวิศวะแน่นอน ลูกสอบได้ 30/100 คงด่าบ้านแตก
    แต่พวกเด็กวิศวะ ได้ 30 แต้มก็ดีใจกันแล้ว เพราะเจอค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 15 คะแนน นี่คะแนนของมหาลัยปิดชั้นนำของภาคเลยนะ


    อย่างมหาลัยผม วิชานึง อ.ให้ F 75% ของผู้ลงทะเบียนเรียน ถ้าจำไม่ผิดแกให้ A 1 คน B 5 คน ที่เหลือ C-D กับ F ราว 75%
     จากคนลงเรียน 100+


    เกรดที่เกิน F ตัดอิงกลุ่ม คือถ้าตัด F ที่ 40%  คนที่ได้ A คือที่ 1ถึงจะทำได้ 49 คะแนนก็ช่าง คนที่ได้ 39 คือ F ถึงจะแต้มห่างจาก A แค่ 10 คะแนน




    ในวิชา โควิด 19 ประเทศที่สอบตกมีราวๆ 90% ได้ถ้าอิงกลุ่มคะแนน ไทยน่าจะติดเกรด B ได้
    ถึงจะได้ 30-40 คะแนนก็ช่าง


    จริงอยู่ว่า รบ. อาจจะทำได้ห่วยแตกในสายตาหลายๆคน แต่ผลลัพธ์ ก็ถือว่าอยู่กลุ่มบนๆ


    อย่าลืมว่าโรคนี้ไม่มีโพยข้อสอบ รึแนวข้อสอบให้อ่านเตรียมตัว มันต้องตัดสินใจจากข้อมูลที่ได้ตอนนั้นเลย


    ถ้าข้อสอบมันง่ายคงไม่ทำให้ประเทศในยุโรป กับอเมริกาเละได้ขนาดนั้น


    อย่างรบ.ไทยพอเห็นว่าอะไรไม่ดีก็สั่งเพิ่มทันที อย่างแบนนักเที่ยว ต่อมาก็แบนเหล้า
    ถ้าพวกขี้เหล้ากลุ่มนั้นมันมีจิตสำนึกแต่แรก ก็คงไม่มีการแบนเหล้า


    ถามว่าด้วยนิสัยการใช้ชีวิตของคนไทยได้เปรียบหลายๆประเทศไหม ก็ใช่
    แต่ถ้ามันดี 100% อยู่แล้วจริง คงไม่มีคนติดจากสถานบันเทิง รึตามวงเหล้า


    ไอ้ที่ไทยยอดพุ่ง ก็มาหลักๆจากสนามมวย กับคนกลับมาจากต่างประเทศ
    ซึ่งสนามมวยเข้าข่ายฝ่าฝืน จะโทษรบ.หมดก็ไม่ได้  ถ้าลูกน้องมันจะอยู่ในกรอบหมด
    คงไม่มีกรณี ครูลงโทษลูกศิษย์ รึพ่อลงโทษลูกตัวเองหรอก


    ส่วนคนกลับจากต่างประเทศ ไม่ให้เขากลับมาก็เหมือนไล่ให้เค้าไปตายที่ต่างแดน


    ส่วนไอ้ที่ทำไมไม่ปิดประเทศซักที ไอ้ที่เรียกร้องให้ปิดตั้งแต่หัววันนี่ คนติดยังไม่ถึง 100 เลยด้วยซ้ำ




    จะเห็นได้ว่ามาตรการตอนแรกขอความร่วมมือ ตอนแรกคนส่วนใหญ่ก็ให้ความร่วมมือ
    พอมีบางคนไม่ให้ความร่วมมือ ก็กลายเป็นคำสั่ง เริ่มมีโทษนู่นนี่นั่น
    ซึ่งถ้าคนไทยมีนิสัยที่ ทำให้โรคมันไม่ระบาดได้ง่ายๆ ก็คงไม่มีคำสั่งเพิ่มเติมนู่นนี่นั่น
    จนในที่สุด ก็ต้องสั่งปิดทุกอย่าง ที่จะเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรค




    เพราะงั้น ถ้าพูดถึงข้อเสียของ รบ. คือทำงานช้า ไม่มองเห็นอนาคตล่วงหน้า
    แต่สกิลพวกนี้ รบ. 90% ของทั้งโลกก็ไม่มี แม้กระทั่งประเทศ 10 อันดับแรกของโลก ยังเละกันเกือบหมด


    ตัวเลขคนติด ใน 1 ล้านคน
    United States (GDP: 20.49 trillion) 3,664
    China (GDP: 13.4 trillion) 58
    Japan: (GDP: 4.97 trillion) 119
    Germany: (GDP: 4.00 trillion) 1,983
    United Kingdom: (GDP: 2.83 trillion) 2,807
    France: (GDP: 2.78 trillion) 2,596
    India: (GDP: 2.72 trillion) 34
    Italy: (GDP: 2.07 trillion) 3,505
    Brazil: (GDP: 1.87 trillion) 511
    Canada: (GDP: 1.71 trillion) 1,610
    thai 43

    ส่วนประเทศที่มีคนติดต่อ 1 ล้าน ที่นับมีการเทสขึ้นหลัก หมื่นมี


    rwada 20
    taiwan 18
    nigeria 14
    venezuela 13
    bhutan 9
    kenya 9
    cambodia 7
    nepal 3
    vietnam 3
    uganda 2
    ethiopia 1




    จะเห็นได้ว่าประเทศที่ถือว่าเจริญแล้วเสี่ยงกว่าไทย มีแค่ไต้หวัน
    ใกล้ๆกับไทยมีกัมพูชา กับ เวียดนาม


    ถ้าเทียบ GDP ไทย 500 เวียดนาม 245 กัมพูชา 24


    เทียบนักท่องเที่ยวจีน 2019
    ไทย 10.9
    เวียดนาม 5.8
    กัมพูชา 2 ล้าน


    เรียกได้ว่าทั้งโลก ประเทศที่ถือว่ารับมือได้ดีกว่าไทย ตอนวิกฤติจีน มีแค่ใต้หวัน กับเวียดนาม
    ส่วนกัมพูชา จำนวนนักท่องเที่ยวเทียบกับ จำนวนคนติดโควิด ก็ใกล้กับไทย


    ส่วนประเทศอื่นๆที่ดีกว่าไทย จะอยู่ไกลออกไป จนอาจพูดได้ว่ามีเวลาเตรียมตัวมากกว่ามาก หรือไกลจากกลุ่มเสี่ยง


    ส่วน ภูฏาน มีนักท่องเที่ยวจีนหลักพัน ส่วนเนปาล หลักแสน
    เรียกว่าถ้าเทียบกลับแล้ว อัตรานักท่องเที่ยวต่อ คนติดโควิด ไทยดีกว่ามาก






    เรียกได้ว่าถ้าอิง
    1 จำนวนคนติดต่อ จำนวนประชากร
    2 จำนวนนักท่องเที่ยวจีน


    ผลงานประเทศไทยคืออันดับ 3 ของโลกครับ


    ถ้าอิงตามจำนวนคนติดต่อประชากร ที่ประเทศที่มีการตรวจเกิน 1 หมื่นคน


    ผลงานประเทศไทยคืออันดับ 12 ของโลกครับ[/font][/li][/list]
    « แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 05, 2020, 06:22:01 PM โดย deaddy »
     
    เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: nosta

    ออฟไลน์ sechan

    • แม่ทัพหมีชั้นสูง
    • ***
    • กระทู้: 3,148
    • ถูกใจแล้ว: 1229 ครั้ง
    • ความนิยม: +183/-262
    Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
    « ตอบกลับ #2179 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 08:12:40 PM »
    ผมเชื่อว่า ไทยรอดมาด้วย วัฒนธรรมและพฤติกรรมบุคคลมากกว่า ความสามารถของรัฐบาลนะ  คนไทยตื่นตัวกับโควิดมากครับ เวลาไปเที่ยว ตปท ใส่แมสกับเพียบตั้งแต่ปลายเดือน มกราคม ตอนนั้นผมอยู่ ญี่ปุ่น เดิน ดอนกิโฮเต้บ่อย หน้ากากแม่งมีเกือบทุกคนที่ได้ยนเสียงพูดภาษาไทย...  ทั้งที่ไม่มีการเตือนของรัฐหรือประกาศพิเศษแบบตื่นตูม คนไทยตื่นตูมกันเองก่อนหมดแล้ว ถอดหน้ากากปุ๊ปเจอแม่ด่า... ตอนนั้นต้นกุมภา...  นักท่องเที่ยวไทยส่วนมากคือคนมีเงินชั้นกลาง ตอนไปเที่ยว สวนสัตว์ที่ฮอกไกโด มีกลุ่มวัยทำงานมาพร้อมกลุ่มเพื่อน ทุกคนใส่หน้ากากกันหมด ทั้งที่ประเทศญี่ปุ่น ไม่ได้รณรงค์พิเศษ แต่หน้ากากโดนคนจีนซื้อกลับบ้านรัวๆ แม่ผมก็เหมาหน้ากากมาเหมือนกัน เพราะของมันดี ว่าจะเอามาขาย ไม่คิดว่ากลับบ้านมาปุ๊ป หาซื้อหน้ากากไม่ได้ทั้งประเทศแล้ว...ตกลงคือใช้เอง  ??? ตอนต้นเดือน กุมภา ช่วงนั้นห้างไม่ปิด ผมเดินห้างเข้าไดโซดูของเล่นๆช่วงนั้น มีคนมาถาม มีหน้ากากไหม 3 ราย ในช่วง 5-10 นาที... แต่ตอนนั้นประเทศไทยยังเปิดบิน ด่านตรวจก็แค่วัดอุณหภูมิด้วยเครื่องอินฟาเรด .... อันนี้คือกลางเดือนกุมภา ประเทศเราตื่นตูมและระวังตัวมากในทุกภาคส่วน... แต่ภาครัฐก็ยังเปิดประเทศบอกไม่มีอะไร หน้ากากหายไปหมดแล้ว  แต่ยังมีเจลแอลกอฮอร์ผลิตได้อยู่  ปลายเดือนกุมภา รัฐประกาศ เจลแอลกอฮอร์ต้องเป็นของทางการแพทย์ ทุกคนที่ขายต้องมีใบอนุญาต...  ระเบิดลงครับ เจลแอลกอฮอร์หายไปจากตลาดหาซื้อไม่ได้ตามร้านนอกจากซื้อของผิดกฏหมายทาง online..... ต้องรออีกประมาณ 4 สัปดาห์กว่าของจะมา   พอเริ่มปิดประเทศใครเข้ามาต้องกักตัว  เอาคนไปกักขังที่โรงเรียนนาสเซอรี่ที่ปิดให้นอนกางมุ้ง.....กันหลายๆคน.... เออ กักกันโรคติดต่อนะครับ...... ไม่ต้องจบมัธยมก็รู้ว่าเสี่ยงฉิบหาย.... ต่อมาพวกไปตปทกลับมาหลังประกาศว่าต่อให้มีใบรับรองต้องกักตัว14วันไม่มีเงื่อนไข.... ผมเห็นด้วยครับ แต่คุณยังไม่เข็ดอีกหรือ เอาคนแปลกหน้าไปกักตัวห้องละ 3 คน.....ที่หอพักทหาร โดนสังคมด่าระนาว... บัดนี้คือ แอมบาสซิเดอร์ ห้องละคน OK รับได้ แต่นะ... ช่วงนอนกางมุ้งต่างประเทศเขาเหมาโรงแรมก่อนเรา 3-4 อาทิตย์ครับ เราแค่อะไรต่างประเทศดีก็ก็อปเขามา..   กว่าจะมาถึงวันนี้ สังเกตุได้เลยว่า คนติดเชื้อช่วงแรกคือ พวกไปเที่ยวตปท และติดมาน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่ไป ไม่ใช่ผลงานรัฐบาลแต่เป็นการรักตัวกลัวตายของชนชั้นกลางที่มีการศึกษาครับ  จะเห็นว่าช่วงกลางที่ติดคือพวกหนีตายกลับมาจากต่างประเทศที่มันระบาด พวกเกาหลีผีน้อย และจากประเทศต่างๆ พวกนี้ไม่ค่อยมีการศึกษา กลับมาปุ๊ปกินหมูกระทะโชว์ไม่กักตัวเองแม้แต่น้อย  พวกออกไปทำกิจกรรมศาสนา  พวกชนชั้นกลางไม่ค่อยเจอในช่วงหลังแล้ว ส่วนมากคือพวกที่ติดจากอื่นๆหรือ ติดจากผู้ป่วยที่ ป่วยมาก่อนหน้านี้   สิ่งเดียวที่เราต่างกับเขาคือ วัฒนธรรมคนไทย และกลุ่มผู้ไปนำเชื้อมาแพร่นั้นต่างกัน  ต่างประเทศไปเที่ยวไทยถูกกว่าเที่ยวบ้านเขา 4-5 เท่า ผมว่าที่อเมริกาติดเยอะ 1 มาจากประชาชนไม่ระวังตัวเป็นพิเศษ บนเครื่องบินกลับมา ฝรั่งแทบไม่ใส่หน้ากากเลย คนใส่นี่ชาวเอเชียทั้งนั้น  เออ ผมกลับมาจากญี่ปุ่นวันที่ 3 กุมภา ช้าไปอีก 2 อาทิตย์งานงอกแน่...  พฤติกรรมการทักทายบ้านเขาแพร่เชื้อง่ายกว่าไทยเยอะ  อเมริกานี่เจอกัดขอกอดที... ของไทยสวัสดีข้ามมิติ.... ของอาหรับนี่แก้มชนกัน....  ดีไม่ดีที่อเมริกา มันอาจจะไม่ใช่นักเดินทางไปแพร่เชื้อด้วยซ้ำ ช่วงนั้นก่อนนิวยอร์คระเบิด ทรัมด่าจีน แล้วจีนกำลังสร้างเรื่องเชื้อมาจากอเมริกา... บางทีที่นิวยอร์ค อาจจะไม่ใช่มาจากนักท่องเที่ยวก็เป็นได้...  ฝากเชื้อที่แรงกว่าไปกับใครก็ได้ ไปประเทศที่อเมริกาไม่แบน แล้วให้สายลับจีนเอาเชื้อไปป้ายตามแหล่งที่แพร่ง่าย...  อ้ะอันนี้ เฟคนิว lol... แต่ถ้าจำได้ในไทยจะมีไอ้บ้าตัวนึงไปป้ายน้ำลายที่ลิฟท์ตรงมาบุญครอง... ซ่อนไม้ซ่อนในป่า?


    เอาเป็นว่าก่อนมี ศบค ทำงานห่วยบัดซบมาตลอด ถีบอนุทินออกจากจุดนี้นี่แหละ ถึงช่วงต้นมีการปรับตัวอย่างเป็นนัยยะสำคัญ ผมเชื่อว่าตรงนี้ให้หมอมีสิทธิออกความเห็นจริงๆก็ตอนนี้แหละ แต่ก่อนหน้านี้... คุณกล้าบอกให้คนอื่นอย่าด่ามันได้จริงหรือ... วันนี้คุณกล้าบอกหน้ากากไม่สำคัญไหม กล้าบอกเจลล้างมีไปทำไมไม่จำเป็นไหม ตอนนั้นรัฐบาลทำอะไร.... ค่า GDP ตัวชี้วัดผู้ติดเชื้อมันไม่มีค่าอะไรมาอธิบายเมื่อเทียบกับว่า มันทำอะไร ณ ตอนนั้น ถ้ามันเป็นตาสีตาสา คนทั่วไป ผมไม่ว่าอะไร เจ้าของบริษัทอะไรผมไม่ว่าไม่ใช่หน้าที่  แต่นั่นมันคือรัฐมนตรี และรัฐบาล.... ถ้า ไม่ถีบอนุทินออกจากหน้าที่นี้แล้วเอา ศบค ขึ้นนี่... สยองนะ ผมพูดจริงๆ ช่วงต้น ศบค ก็จับยัดกักกันห้องละ 3 คน ยังไม่เข้าที่ แต่ปรับปรุงตลอดเวลาด้วยงบอันจำกัด....  งบอันจำกัด ย้ำสองครั้ง lol


    วันนี้ทำงานเข้าตาแล้ว แต่ก่อนหน้านี้ทำอะไรไว้ ประชาชนไม่ลืมครับ กว่าจะด่ากว่าจะกดดันรัฐบาลมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ใช่รัฐบาลปรับปรุงตัวเอง แต่คนทั้งประเทศด่าและกดดันทั้งจากฝ่ายค้านและประชาชน ดังนั้นถึง  คุณลืม แต่ผมไม่ลืม และหลายๆคนเขาก็ไม่ลืม อยากลืม เชิญลืมไปเถอะ แต่ผมไม่ลืมน่ะ ;D  อย่าลืมว่า ถีบอนุทินออกเกิดรอยร้าวขนาดไหนในรัฐบาลช่างมันผมไม่แคร์ ประเด็นคือ ชีวิตประชาชนต้องฝากไว้กับเกมการเมืองในยามวิกฤตด้วยหรือ...  มีอะไรเหี้ยๆ ให้ด่าจะด่าต่อไป ถ้ามันดังพอเขาจะแก้เอง อย่าเงียบ เพราะเขาไม่อยากเจอม็อป..  สิทธิจะบ่น ก็บ่นไป ถ้าบ่นและด่าเยอะๆ จนมีคนเอาไปด่าถึงที่ เดี๋ยวเขาก็ทำอะไรสักอย่างเอง.... แต่ถ้าเงียบ มันก็เฉยๆแดกภาษีไปวันๆอย่างงั้นแหละ
    « แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 05, 2020, 09:21:05 PM โดย sechan »
     
    เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: daijobu, nutza110, kroek และมีอีก 0 หมีที่ถูกใจสิ่งนี้

     

    Tags:
    แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก