[quote/]
1 ในวิชาขั้นสูงของเราคงเป็น คงกระพันชาตรี แหละนะ ยิงฟันแทงไม่เข้า ก็ไม่ใช่ว่าไม่เข้านะเพราะพวกนี้ก็ยังมีจุดอ่อนในตัวเองอยู่ดี เป็นหนังจีนคงเรียก วิชาสำนักเส้าหลิน อรหันต์ร่างทอง
เท่าที่เคยได้ยินมา พวกนี้มีเป็นประเภทอีกนะ แบบที่ถือของศักศิทธิ์ โดยทำตามเงื่อนไขแบบไม่ขาดตกบกพร่อง (นึงถึงเรื่องเล่าของ ขุนพันธ์ที่แกจับเสือคนนึงไม่สำเร็จ เพราะเขาถือของเคร่งกว่าไม่เคยทำผิดขนาดว่า ทำพิธีถอนของออกแกยังมานั่งดูขุนพันทำพิธีเลยด้วยซ้ำ)
แบบที่ใช้ เทพ หรือ บางสิ่งที่มีตัวตนสูงกว่าคุ้มครอง หรือเข้ามาสถิตในตัว ถ้ายังไม่ออกไปไหน ก็ทำอะไรไม่ได้ แบบในนิยายญี่ปุ่นคงเป็นแบบพวกมิโกะที่ ไม่ยอมตัดผม เพราะถวายผมตัวเองให้เป็นที่สถิตของเทพ
แบบที่พึ่งตัวเอง เคยได้ยินจากคนที่ศึกษาเรื่องพระธรรมคำสอนมามากๆ จนค้นพบอะไรเข้าสักอย่าง เขาอธิบายเรื่อง ประตูทั้ง 9 คนถ้าสามารถปิดประตู 9 ได้วิญญาณจะไม่ไปไหนหรือ ก็คือไม่ตาย ฟันแทง ไม่เข้า
ไฟไม่ไหม้ ตกน้ำไม่จบ แต่ถ้าเผลอตัวไม่ได้ เหมือนในเกมคงเป็น ใช้มานาเปิดสกิลอมตะ แต่ต้องคอยระวังเรื่องมานาหมด ต้องปั้มเรื่อยๆ ห้ามเผลอ
หากเป็นฮันเตอร์ห็คงเรียกว่าเงื่อนไขสัตย์สาบาน
เงื่อนไขเข้มงวด เน็นที่ใช้ยิ่งทรงพลัง
ของไทยผมจำได้ว่าเรียกว่า "คลำ" "ของห้าม""ข้อห้าม" ล่ะครับ
เงื่อนไขที่ต้องรับมาหากจะต้องการใข้วิชานี้
จำได้ว่า ขุนพันธ์กับเสือดำ ตอนหลังก็มาเป็นเพื่อนกันมั้ง
อย่างกับการ์ตูนโชวเน็น
ว่าจะไม่ยิงคนมีบุญหรือไมาฆ่าคนประเภทที่อาจารย์ห้ามไว้ว่างั้นด้วย
[quote/]
ตัวอย่างชัดๆ น่าจะ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา อาจารย์สมัยเรียนมหาลัย เล่าให้ฟังไว้ว่า ถ้าจะตั้งชื่อบ. ห้างร้าน แล้วงง ไม่รู้จะเอาชื่ออะไรดี
ไปปรึกษาที่นั่นได้ เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมคนมีความรู้ ระดับสูงๆ ทั้งนั่น ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนัก แต่ที่นี่คนเก่งๆเยอะ อาจารย์แกบอกไว้
ถ้าเวทมนต์เป็นเรืองปกติแล้วล่ะก็ หากไม่ใช่ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ก็น่าจะ สำนักพระราชวัง(มีหน้าทีดูแลเรื่องพิธีการ ราชพิธี ประเพณี) น่าจะเป็นหน่วนงานที่เอาไว้กำกับดูแลเรื่องพวกนี้
อิงกันตามแบบ นิยายก็คงคล้ายๆ สมาคมจอมเวท กับจอมเวทหลวงนั่นแหละแต่จอมเวทหลวงบ้านเราคือดูแลเรื่องพิธีของรัฐ
[quote/] เรื่องสักยันต์ ดังมากตอนช่วงหลัง สงครามเวียดนาม ที่เรารับจ้างอเมริกาไปรบ มีเรื่องเล่ากันว่า บางคนโดนยิงเข้าไปเต็มๆ แต่ไม่ตาย ทหารที่ไปรบด้วยกัน พอกลับมาก็พากันไปของให้อาจารย์แกสักให้บ้าง
แล้วแต่คนจะเชื่อนะเรื่องนี้
[spoiler/]
มันมีมุกหนึ่งที่ผมคิดไว้ในนิยายครับ
ประมาณว่า
"เราจะไปหาตำราเวทย์ลับโบราณได้อย่างไร?"
พวกพระเอกเลยบุกเข้าไปที่หอสมุดแห่งชาติที่เก็บตำราทุกอย่างแม้แต่ตำราใบข่อยกับใบลานไว้
มุกอีกมุกที่ผมคิดคือ ตำราเวทย์โบราณ ไม่ต้องห่วง มีก็อปปี้ขายกันที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติเรียบร้อย
ผมไปเจอพวกตำราโบราณ เสียดายไม่ได้ซื้อเอาไว้
พวกราชบัณฑิตยสภาก็คือการเอาพวกอาจารย์อายุเยอะเข้าไปล่ะครับ
การเถียงกันเรื่องว่าคำแต่ละคำใช้อย่างไรในความหมายไหน ก็งานของพวกนี้
แต่ผมไม่คิดว่าจะเป็นสถานที่อย่างสภาเวทย์เท่าไร หากผมมอง
ผมมองว่าพวกอาจารย์ราชบัณฑิตเป็นประมาณ มาสเตอร์ใน game of throne มากกว่า
คืออาจจะมีอจารย์บางท่านมีความรู้เรื่องเวทย์โบราณจริง
แต่เป็นในทางทฤษฎีเฉยๆ พวกอาจารย์ที่สนใจก็จะเก็บของพวกนี้เอาไว้ตลอด ศึกษาด้วยความสนใจ
แต่ไม่ใช่แนวฝึกวิชาเวทย์
หมายความว่า การจะฝึกวิชาจริงๆ อาจจะต้องทำอย่างรพินทร์ ไพรวัลย์ที่ต้องไปเรียนกับพระอาจารย์ให้เป็นเรื่องเป็นราว
เทียบบุญคำกับรพินทร์
บุญคำเป็นหมอผีที่ชาวบ้านนับถือมาก่อน แต่บุญคำก็ยอมรับว่าสู้รพินทร์ไม่ได้
คงแนวว่าเด็กวัดบ้านนอก สู้เด็กจบจากอาจารย์ติวเตอร์ในเมืองหลวงไม่ได้ล่ะมั้ง
ว่าวิชาของบุญคำ รพินทร์ก็เรียนมาแต่ไม่ได้ใช้
พอเรียนมาทางสายพุทธ เลยไม่โลภเก็บของแบบสายลูกทุ่งอย่างบุญคำ
ผมว่าหากจอมเวทย์มีจริงเขาก็คงเเต่งตัวไม่ต่างกับเราหรอกครับเเต่อาจมีออฟชั่นเสริมหลายอย่าง
เช่น มีรูปยันต์เก็บไว้ในมือถือไว้อัญเชิญอะไรต่าง รอยสักสมัยนี้ไม่ต้องสักใช้ลายเพ่นหรืออาจเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างอื่น
ส่วนพวกของโบราณยังพอมีบ้างเเต่คงไม่ทำให้เเตะตาเเน่ กุมาณทองสมัยนี้อาจใส่สายเดี่ยวด้วยไม่รู้ฮา
คือตามที่ผมคิดหากพวกผู้พิเศษมีจริงเขาคงไม่ทำตัวติดธรรมชาติหรอกครับอย่างหลายเรื่องคนทันสมัยขึ้น ไม่หวงเเหนธรรมชาติกินอยู่เเบบคนธรรมดานั้นเเหละ
ผมชอบเรื่องการินทร์นะ ที่แสดงแนวปัจจุบันเอาออนไลน์คำสาปต่างๆ
แต่อยากจะดูแนวอาจารย์คงในปัจจุบันน่ะครับ
ในทางเทคนิค จอมเวทย์ก็อายุยืนนั่นล่ะ
อายุร้อยกว่าปีก็ข้ามสมัยมาปัจจุบันได้สบาย
หร่ออย่างคุณยายวรนาถที่ห้าพันปีนั่นล่ะครับ
ว่าไปแล้ว จากการบรรยาย คุณยายวรนาถก็บอกว่าเป็นคนทันสมัยนะ
พวกปีศาจหรือจอมเวทย์อาจปรับตัวเก่งกว่าที่พวกเราคิด
นักเวทของไทยมันมีหลักๆแค่2สายนะสิครับ. 1 ทำนาย(คล้ายๆองเมียวของญี่ปุ่น) 2 หมอผีนี่เนโครแมนเชอร์ชัดเจน. ถ้ามีสายที่ใช้เวทธาตุปล่อยไฟ-สายฟ้าฯลฯจะสนุกกว่านี้
ป.ล จุดอ่อนของนักเวทไทยก็คือพี่ร่ายเวทนานมาก
กว่าจะร่ายจบบทโดนยิงหมดโม่ไป3รอบแล้วน่อ
หากเป็นจักรวาลนาสุ ก็คงบอกว่าจอมเวทย์เราเป็นสายพิธีกรรมล้วนๆล่ะครับ
คือผลมันก็โอเคนะมองในภาพรวม
เวลาและการเตรียมการแลกกับเวทย์ที่ทรงพลังใช้ได้
อยากใหัมิโกะมาในเมืองไทย เจอกับผีฟ้าเหมือนกัน....
ของเรามีแต่ายเนโครแมนเชอร์นี่หว่า
ไปอ่านเจอแนวเควสต์ทำแนว HP Lovecraft
ครับ บอกประมาณว่า พวกนักตัมตุ๋นหรือพวกกิ๊กก๊อก ท่องคำร่ายเวทมนตร์หรือเขียนอาคมยันต์
แต่เวทย์ของจริง ต้องแลกมาด้วยวิญญาณของตนเอง
ไม่อาจนับเป็นนักเวทย์ที่แท้จริงได้ หากไม่เสียอะไรไป
เอามารวมกันกับคลำ เงื่อนไขสัตย์สาบาน
เรียกว่าของเราเป็นสายมืด แต่ก็ยังปลอดภับระดับหนึ่งไม่ถึงขั้นเคราครามในเฟท
เวทมนต์ของไทยแยก ได้สองประเภท พวกสร้างเป็นวัตถุอาคมพวกสักส์ยันต์ พระเครื่องวัวธนู กับพวกวิชาสายจิตทางพุทธ หรือไม่ก็ทาง ภูติผี ปีศาจ
แบบแรกสร้างมาแล้วใครใช้ก็ได้ แค่ทำตามเงื่อนไขของคนสร้าง ถ้าผิดเงื่อนไขก็โดนไปเอง วิาหลังใครฝึกผิดแนวทางก็กลายเป็นผีก็ไม่ใช้คนก็ไม่เชิง พวก บอป พวกเสือสมิงที่มาจากคน คุณยายวนาถก็จัดอยู่ในประเภทนี้
ผมสนใจสายภูติผีปีศาจน่ะครับ
ขุนแผนเรีบกผีมาเดินทางข้ามสุพรรณ-กาญจนบุรี อย่างกับรถแท็กซี่
ขุนช้างก็มีผีที่เลี้ยงไว้ในบ้านเช่นกัน
ที่ผมเจอทางคนมอญก็บอกว่าเลี้ยงอานก ไว้มั้ง?
พอถามว่าอานก ทำอะไรให้บ้าง ช่วยต่อสู้หร่ออะไรบ้างไหม?
ก็บอกว่าทำไม่ได้
หรือมุกที่ผมเคยคุยกับเพื่อน
ประมาณว่า ไปบ้านฐาติตายายเก่าแก่
พวกลุงบอกว่าๆม่มีอะไรหรอกงมงายคิดไปเอง
แต่ตอกประตูใส่สลักขนาดยักษ์ไว้ในห้องหนึ่ง แม้แต่รอยต่อพื้นไม้หรือเพดานก็ลงยันต์ไว้ล่ะครับ
ภาษากินทามะ ก็ต้องบอกว่ามีแสตนด์ตัวบักเอ้กสะกดเอาไว้แน่ๆ
[quote/]
บ้านเราวิชาสายธาตุมีนะ พวกวิชากสิณ 10 ไง แต่ออกไปทางพลังจิตมากกว่า แถมคนฝึกมักเป็นพระด้วย สำเร็จวิชาก็มักไม่ค่อยสนใจทางโลกเท่าไหร่
ใช่ครับผมจำได้ว่ามีวิชาประมาณ เพ่ง ไฟ ลม น้ำ
โยนบ่วงเชือกไปคล้องอากาศที่ไม่มีอะไรและอื่นๆ