แค่ อิงนิยาย ช่ายม้าย
ประสบการณ์ ของผม เข้าๆ ออก สำนักพวกนี้บ่อย อารมณ์ มันประมาณ พวก ดรูอิด+สายวิญญาณ ทำนองนี้ ละมั้ง
เรื่อง ปกครอง นี่ น่าจะเป็นแบบ สายใคร สายมัน
ตัวหัวหน้าที่ใหญ่ที่สุด ไม่มีเป็น มนุษย์ แต่เป็นรูปปั้นโบราณ มีพลังอำนาจมาก ประมาณนั้น
คนที่ เก่งกาจ มีพลังสูงๆ คือได้ ของ ศักสิทธิ เช่น
1 วัตถุมงคล โบราณ ----------------------------------(พลังต่ำ)
2 อาวุท โบราณ (พระขรรค์)----------------------------(พลังกลางๆ)
3 อาวุท ที่ เทพ ประทาน (แบบในเรื่อง รามเกียรต์)--------(พลังสูง)
สำนักไหน มีของด้านบน แจกจ่าย(ซื้อขาย) เยอะ ลูกศิษมาก ก็ถือว่า เป็น สำนักใหญ่ สำนักน้อยๆต้องเกรงบารมี
ขอบคุณครับ
หมายความว่าสังคมจอมเวทย์ของไทย
เราอยู่กันแบบชาแมนคิงสินะครับ?
ที่ผมคิดพล็อตไว้คือ
คนที่มีพลังมากที่สุดคือหน่วยงานของรัฐบาล
มีรุปปั้นพระวิษณุ พระพรหมต่างๆในสถานที่ที่ทรงพลังที่สุดในประเทศ
คนที่รับจ้างทำงานไล่ผีให้กับรัฐเป็นงานสบายเพราะมีพระพรหมและพระนารายณ์หนุนหลัง
[ทรัพย์สินนี้เป็นของธนาคารออมสิน] ที่ธนาคารติดป้ายตัวแดงไว้แม้จะมีคนผูกคอตายแต่ฆ่าคนตายมาก่อนก็จะไม่มีผีสิงเพราะพระพรหมและพระนารายณ์ท่านดูแลธนาคารออมสินและอสังหาริมทรัพย์อยู่
ผมเคยคิด พล็อต นิยายนะ ประมาณเป็นผู้สืบทอดอาคมจากขุนแผน
วิชาเรียกม้าสีหมอกคือวิชาร่นระยะเดินทางผ่านหมอก
ผู้สืบทอดสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งขึ่ฮาร์เลย์ ถือปืนบาเรตต้าสั่งทำพิเศษใส่กระสุนเสกอาคม
อีกฝ่าย ขี่ BMX ใช้หนังสติ๊ก ตลาดนัด วิชาเดียวกันแต่ความเทห์ผิดกัน 
ส่วนไทย ก็เป็น โซดอมและโกเมร่ายุคใหม่ ที่มีจอมเวทย์ทุกประเทศมาเปิดสงครามใต้ดินถล่มกัน
จอมเวทย์ในไทย ก็แบ่งเป็นสายขาวกับสายดำเหมือนแก็งค์เจไดกับซิทส์นั่งถล่มกัน โดยมีจอมเวทยระดับโลกสนับสนุน
พวกอาคมแก่กล้าก็เข้าป่าเก็บตัวไม่ยุ่งกับเรื่องทางโลก ถ้าใครไปสะดุดก็เจอตอขนาดใหญ่
น่าาสนใจครับ
ผมเคยอ่านตำราและนิยายรุปแบบเก่าๆ
จะพบว่าภิกษุพลังสูงจะมักจะไปอยู่ในป่าได้เจอกันทีก็นับเป็นวาสนา
พรานป่าขางคนได้ของวิเศษยานัดหรือคาถามาก็เพราะอย่างนี้ล่ะ
มีเรื่องเล่าว่าเดินบนน้ำได้
แต่ลักษณะการต่อสู้กันอย่างไรครับ?
ประมาณ วันพีซ ยุคสมัยของโจรสลัด
ทุกคนใส่กันได้ไม่ต้องเกรงใจ?
มุกสมัยใหม่ที่ผมคิดคือฤาาีปัจจุบันแต่งตัวแบบอันเดอเทกเกอร์
ที่ใส่เสื้อกั๊กหนังจรเข้/เสื้อ
ไว้เคราขาวผมยาว
ขี่ฮาร์เล่น เดวิดสันที่ขังวิญยาณม้าสีหมอกไว้เป็นข้ารับใช้
น่าจะมี 2 ฝั่ง สภา กับ พวกเสรี ทั้ง 2 ฝ่ายแนวสีเทาอยู่รวมกันด้วยผลประโยชน์
มีกฎแค่ข้อเดียวพยายามอย่ายุ่ง (ย้ำนะว่าแค่พยายาม) คนปกติที่ไม่เกี่ยวข้องกับผล
ประโยชน์หรือ้มีผู้บุญ ที่เหลือทำเต็มที่อย่าโจ้งแจ้งเป็นพอ ประมาณนี้
โดยสภาจะเป็นอารมณ์เหมือน สภาสูงใน John Wick วัดวาต่างๆคือโรงแรม
ขอบคุณครับ แนวจอนวิกน่าสนใจมาก
แอต่อย่างที่ท่านบอก
หากพูดตามแนวของแจ็กสแปโรวคือ กฎโจรสลัดมันก็เป็นแค่ข้อแนะนำ ไม่ค่อยมีใครถือกันจริงๆ
นั่นคือสาเหตุที่ไมีมีใครไปปราบคุณยายวรนาถเสียที
เท่าที่ดู ก็มีลุงคนหนึ่งมีวิทยาอาคมพอสมควร แต่ไปสู้คุณยายไม่ไหวเสียสติตายไป
ต้องเอาอาวุธเทพเจ้า ขรรพ์พระศิวะมาปราบ
ตามแนวจอนวิก
อาจจะแถว่า ที่คุณยายวรนาถอยู่มาจนถึงตอนนี้ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีใครไปปราบแต่คุณยายวรนาถก็เหมือนกับจอนวิกในวงการ
ที่คนไปปราบนั้นตายหมด เลยไม่ค่อยมีใครกล้าไปยุ่งกับคุณยาย
..
แนวเรื่องที่ผมติดคือจะเริ่มจากพระเอกที่เป็นเด็กหนุ่มม.ปลายตามสมัยนิยมทไม่รู้เรื่องพวกนี้และได้ค่อยๆเข้ามาเกี่ยวพันกับเรื่องเหนือธรรมชาติมากขึ้น
ไปเจอเควสต์หนึ่งบรรยายยุโรปว่ามีองค์การลับเวทมนตร์ร่วมร้อย องค์กรนักดฆ่าและอื่นๆอีกสารพัด
ไม่มีใครรวมโลกเบื้องหลังเป็นหนึ่งเดียวกันได้