แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: xianxia-fantasy เมจไปอยู่ในโลกปราณยุทธควรจะเขียนว่ามีข้อได้เปรียบประมาณไหนดีครับ?  (อ่าน 6072 ครั้ง)

ออฟไลน์ Magnatic

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 14
  • ถูกใจแล้ว: 3 ครั้ง
  • ความนิยม: +0/-2
ต้องเข้าใจก่อนนะว่า จอมเวท จอมยุทธ์ และ เซียน มันไม่เหมือนกัน

จอมเวท - ใช้เวทมนตร์ต่างๆ เช่น ไฟร์บอล อะไรพวกนี้ เจ้าพวกนี้เน้นการฝึกพลังเวทซะมากกว่าร่างกาย จึงทำให้ร่างกายรับพลังเวทไม่ได้ ทำให้ต้องมีของมารองรับเพื่อปลดปล่อยพลังเวท จำพวก ไม้คฑา ไม้กายสิทธิ์ พวกนี้ ขอบเขตอยู่ในเหนือธรรมชาติ

จอมยุทธ์ - นักสู้ของจีน พวกฝึกพื้นฐานร่างกายให้แข็งแกร่ง แนวนิยายกำลังภายในสมัยก่อน อาจจะมีปลดปล่อยพลังปราณได้บ้าง แต่ไม่ถึงกับเหาะเหินเดินอากาศ ขอบเขตอยู่ในมนุษย์ พลังที่ใช้มักเรียก ลมปราณ หรือ ชี่ ( Qi )

เซียน - แนวคิดของจีน กล่าวถึงนักพรตที่บำเพ็ญเพียนเพื่อแสวงหาชีวิตอันเป็นนิรันดร์ ฝึกทั้งร่ายกายและวิญญาณ เรียกว่า ผู้ฝึกตนนั่นแหละ เป็นตำนาน มีกล่าวถึง เทพ มาร อสูร เซียน และ วิญญาณ สวรรค์ พิภพ จักรวาล พวกนี้มันระดับพระเจ้าแล้วนะ

ถ้าจอมเวทไปอยู่ในโลกปราณยุทธ์ ( หมายถึงจอมยุทธ์ ? ) ข้อได้เปรียบก็คงเวทอภินิหารนี่แหละ แต่ถ้าในโลกแห่งเซียน ก็น่าจะได้เปรียบช่วงแรกๆมั้ง เช่น เซียนต้องฝึกฝนเป็นพันๆปีเพื่อสะสมตบะให้แข็งแกร่งดั่งเทพเจ้า จอมเวทก็ชิงฆ่าแม่งซะก่อนเลย
 

ออฟไลน์ Rumia

  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 8,353
  • ถูกใจแล้ว: 2270 ครั้ง
  • ความนิยม: +347/-403
ถึงยังไงนักเวทมันไม่ควรเก่งกว่านักรบในช่วงแรกอยู่แล้วมันควรจะไปเก่งช่วงท้ายๆมากกว่า อย่างที่บอกกว่าจะไช้คาถาท่องคาถาจนไช้ได้เทียบกับจอมยุทวันแรกฝึกมาถือดาบมาฆ่านักเวทได้ในวันเเรกเลยนักเวทมันควรจะเก่งตอนหลังๆยิ่งแก่ยิ่งจำเวทได้เยอะไช้เวทได้มากเวทที่ไช้ยิ่งแรง ผิดกับจอมยุทยิ่งแก่ยิ่มีเเรงน้อยลงลองไห้นักเวทเก่งตังแต่แรกเท่ากับได้สูตรโกงแล้ว

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,297
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +245/-433
ต้องเข้าใจก่อนนะว่า จอมเวท จอมยุทธ์ และ เซียน มันไม่เหมือนกัน

จอมเวท - ใช้เวทมนตร์ต่างๆ เช่น ไฟร์บอล อะไรพวกนี้ เจ้าพวกนี้เน้นการฝึกพลังเวทซะมากกว่าร่างกาย จึงทำให้ร่างกายรับพลังเวทไม่ได้ ทำให้ต้องมีของมารองรับเพื่อปลดปล่อยพลังเวท จำพวก ไม้คฑา ไม้กายสิทธิ์ พวกนี้ ขอบเขตอยู่ในเหนือธรรมชาติ

จอมยุทธ์ - นักสู้ของจีน พวกฝึกพื้นฐานร่างกายให้แข็งแกร่ง แนวนิยายกำลังภายในสมัยก่อน อาจจะมีปลดปล่อยพลังปราณได้บ้าง แต่ไม่ถึงกับเหาะเหินเดินอากาศ ขอบเขตอยู่ในมนุษย์ พลังที่ใช้มักเรียก ลมปราณ หรือ ชี่ ( Qi )

เซียน - แนวคิดของจีน กล่าวถึงนักพรตที่บำเพ็ญเพียนเพื่อแสวงหาชีวิตอันเป็นนิรันดร์ ฝึกทั้งร่ายกายและวิญญาณ เรียกว่า ผู้ฝึกตนนั่นแหละ เป็นตำนาน มีกล่าวถึง เทพ มาร อสูร เซียน และ วิญญาณ สวรรค์ พิภพ จักรวาล พวกนี้มันระดับพระเจ้าแล้วนะ

ถ้าจอมเวทไปอยู่ในโลกปราณยุทธ์ ( หมายถึงจอมยุทธ์ ? ) ข้อได้เปรียบก็คงเวทอภินิหารนี่แหละ แต่ถ้าในโลกแห่งเซียน ก็น่าจะได้เปรียบช่วงแรกๆมั้ง เช่น เซียนต้องฝึกฝนเป็นพันๆปีเพื่อสะสมตบะให้แข็งแกร่งดั่งเทพเจ้า จอมเวทก็ชิงฆ่าแม่งซะก่อนเลย
d
ก็นั่นล่ะครับ จะหาแนวทางการดำเนินเรื่องในการบรรยายเรื่องความแกต่างต่างกันน่ะครับ
ทั้งแนวคิด ทั้งแนวทางการต่อสู้หรือการฝึกวิอชาอุดมการณ์ต่างๆ
เรียกว่าเป้าหมายที่ผมคิดคือการพยายามเอาแนวทางโก้วเล้ง ที่เอาก็อดฟาเธอร์าดัดแปลงเป็นดาวตกผีเสื้อกระบี่น่ะครับ
ว่าแนวทางของฝรั่งนั้นมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบยอย่างไร เทียบกับแนวคิดของชาวจีน
วิทยาศาสตรืการกีฬาปะทะการฝึกแบบพระเอกโชวเน็น
การวางแผนการเดินลมปราณอย่างละเอียดและทำความเข้าใจขั้นพื้นฐานปะทะการเดินตามคัมภีร์วิชาที่พบได้โดยวาสนาเลย
ถึงยังไงนักเวทมันไม่ควรเก่งกว่านักรบในช่วงแรกอยู่แล้วมันควรจะไปเก่งช่วงท้ายๆมากกว่า อย่างที่บอกกว่าจะไช้คาถาท่องคาถาจนไช้ได้เทียบกับจอมยุทวันแรกฝึกมาถือดาบมาฆ่านักเวทได้ในวันเเรกเลยนักเวทมันควรจะเก่งตอนหลังๆยิ่งแก่ยิ่งจำเวทได้เยอะไช้เวทได้มากเวทที่ไช้ยิ่งแรง ผิดกับจอมยุทยิ่งแก่ยิ่มีเเรงน้อยลงลองไห้นักเวทเก่งตังแต่แรกเท่ากับได้สูตรโกงแล้ว
ที่ผมคิดคือเจอในเควสต์ว่า
สายร่างกายก็จะบึกบีน ได้เปรียบอย่างมากในการผจญภัยตอนแรกๆ
แต่ตอนหลังๆร่างเกายเริ่มจำเป็นน้อยลงเพราะพลังที่มีก้าวข้ามเหนือกว่าที่ร่างกายปรกติจะทนทานได้แล้วน่ะครับ
จอมเวทย์ก็ยังมีข้อดีตรงที่มีแนวคิดเป็นระบบระเบียบมากกว่าในการคำนวณตารางการกินยาและการคำนวณค่าพลังเสียตกค้าง
ว่าต้องกินยาขนาดกลางห้าเม้ด กินยาขนาดต่ำสามสิบเม็ดภายในหนึ่งปีและจัดตารางการขับพลังเสียและปรับสมดุลย์ห้าสิบสองชั่วโมงก่อนที่จขะเริ่มปรับรับพลังมากขึ้นอีกทีจากการคำนวณและการสร้างตารางฝึกซ้อม อีกสามปีก็สามารถบรรลุอีกขั้นได้
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ Rumia

  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 8,353
  • ถูกใจแล้ว: 2270 ครั้ง
  • ความนิยม: +347/-403
แต่การคำนวนไม่ไช่จอมเวทมันก็คำนวนได้นะครับยิ่งไปโลกจอมยุทที่ฝึกกันมานานจนมีวิชาจากค่ายต่างๆมากมายจนแทบจะมีสูตรยาเฉพาะแต่ละสำนักเลย ดังนั้นนักเวทไม่น่าจะได้เปรียบอะไรต่อไห้คิดเป็นระบบแค่ไหนแต่ยาจากจอมยุทมันก็ต่างจากยาของจอมเวทอยู่ดีเอาจริงๆผมไม่เห็นข้อได้เปรียบอะไรเลย เว้นแต่จอมเวทจะมีพลังโกงเช่นเคยเป็นโคตรจอมเวทมาเกิดใหม่ มีพลังเวทติดตัวเยอะ มีห้องกาลเวลาส่วนตัว มีระบบภารกิจเป็นต้น

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,297
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +245/-433
แต่การคำนวนไม่ไช่จอมเวทมันก็คำนวนได้นะครับยิ่งไปโลกจอมยุทที่ฝึกกันมานานจนมีวิชาจากค่ายต่างๆมากมายจนแทบจะมีสูตรยาเฉพาะแต่ละสำนักเลย ดังนั้นนักเวทไม่น่าจะได้เปรียบอะไรต่อไห้คิดเป็นระบบแค่ไหนแต่ยาจากจอมยุทมันก็ต่างจากยาของจอมเวทอยู่ดีเอาจริงๆผมไม่เห็นข้อได้เปรียบอะไรเลย เว้นแต่จอมเวทจะมีพลังโกงเช่นเคยเป็นโคตรจอมเวทมาเกิดใหม่ มีพลังเวทติดตัวเยอะ มีห้องกาลเวลาส่วนตัว มีระบบภารกิจเป็นต้น

ใช่แล้วครับ เควสต์ที่ผมเล่นก็เจอปัญหานี้เหมือนกันว่าอัจฉริยะใช้ความฉลาดคิดวิชาเองได้ก็จริงแต่ต้องใช้เวลานานแม้แต่อัจฉริยะในรอบร้อยปีก็ต้องอาศัยเวลาสักหนึ่งปีในการคิดค้นวิชาที่คนทั่วไปอาจใช้เวลานับสิบปี

และตระกูลหนึ่งโดยเฉพาะตระกูลใหญ่มีคนมากมายและมีทรัพยากรมากกว่าในการส่งต่อวิชาเและเคล็ดลับต่างๆจากรุ่นสู่รุ่น
หากเหตุผลอธิบายว่าทำไมคนชอบไปที่ดันเจี้ยนเพื่อหาวิชาโบราณมากกว่าที่จะคิดเองเพราะคิดเองเปลืองเวลาและไม่แน่ว่าจะดีกว่าวิชาโบราณ
แต่พยายามบาลานยซ์คือ พวกนักเวทย์สายเนิร์ดก็จะค่อยๆทำความเข้าใจไปได้ดีกว่าคนที่มองจากมุมมองของนักยุทธ์อย่างเดียว

ที่ว่าพลังอ่อินแอนั้นก็ใช่ครับ
นักเวทย์ในโลกปแราณยุทจะออกแนว ปรุงยา ศึกษาตารางยันต์ต่างๆ ศึกษาแหวนมิติเก็บของและเขตแดนมากกว่าค่อยๆสร้างความเข้าใจขั้นพื้นฐานไปตั้งแต่ต้น

เรียกว่าเป็นแนวคิด "ปรับพื้นฐานอย่างหนักแน่น" แต่ปรับไปในด้านความเข้าใจกระบวนการทั้งหมดที่ค่อนข้างจะต่างไปจากการปรับร่างกายพื้นฐานของนักยุทธพอสมควร



ไปเจอมุกที่คล้า้ายๆกันเหมือนกันครับว่าเวทย์แนวทางต่างโลกกัน ก็จะช่วยให้พัฒนาพลังวิชาได้เร้วมากขึ้นกว่าเดิม

สมมติว่าเมจของจักรวาลนาสุไป ก็จะมองจากการสร้างตราเวทย์ คำพูดคาถาและอื่นๆเช่นโครงสร้างอวัยวะร่างกายที่ละเอียดกว่าก๊วยเจ๋ง
ว่าคนที่ออกไปใในแนวผ่าตัดร่างกายคนมีแต่สายม่อจื่อหรือพวกออกแนวสายมารเท่านั้น
คนทั่วไปไม่ค่อยรู้เรื่องร่างกายมากนัก ..ซึ่งก็อาจจะมีแต่หลายๆตระกูลคงมองเรื่องวิชาผ่าตัดร่างกายเป็นวิชาลับหรือของสายมารประมาณนี้น่ะครับ
หรือตัวอย่างที่ผมเห็นคือสัประยุทธทะลุฟ้า

คือมีการบรรยายว่า "โลกที่ไม่มีเวทย์มนตร์คาถา มีแต่ปราณยุทธที่ฝึกถึงขั้นไร้เทียมทาน"แต่พี่แกเล่นมีแหวนมิติเก็บของ การเล่นแร่แปรธาตุปรุงยาและเขดแดนต่างๆ เขียนยันต์ที่กักคนไว้ข้างในได้ฯลฯ

เมจจะมองของพวกนี้ต่างไปน่ะครับอาจจะกลายเป็นสายนักปรุงยาเต็มตัวไปเลยก็อาจจะเป็นแนวทางหนึ่ง
ที่ผมนึกภาพคือ คนที่เกิดมาจากตระกูลที่ฝึกปราณยุทธประมาณเนี่ยหลี่น่ะครับ
ว่าไม่ใช่ตระกู(ลใหย่ แต่ก็ไม่ถึงขั้นประชาชนธรรมดาที่ไม่รู้วิชาเลย

จะมากจะน้อยตระกูลผู้ฝึกยุทธก็นับเป็นตระกูลขุนนาง มีอำนาจระดับหนึ่ง
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ 1

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 53
  • ถูกใจแล้ว: 10 ครั้ง
  • ความนิยม: +0/-0
ถ้าจะเอาแค่อยู่รอด ไม่ได้กะมีชื่อเสียง
ผมว่าไม่ต้องเก่งมาก แค่ทันคนก็พอเป็นเมจหรือจอมยุทธก็ไม่ต่างกัน
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,693
  • ถูกใจแล้ว: 2845 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-343
ผมว่าสายที่น่ากลัวที่สุด และเริ่มนิยมในนิยายคือสายผสมต่อสู้ประชิด + เวทย์ หรือ Hybrid


จริงอยู่ที่มันไม่ได้เด่นซักทาง แต่มันไม่แพ้ทางใคร และ ถ้าตัวละครนั้นฉลาด ไหวพริบดี มันจะหาวิธีเอาชนะศัตรูที่เก่งกว่าได้


เพราะ เกือบทุกเรื่องตั้งอยู่บนฐานที่ว่า ทุกคนย่อมมีจุดอ่อน


ยกตัวอย่าง Witcher เป็นตัวอย่างของเทพสาย Hybrid ที่แม้แต่นักเวทย์ soccerer หรือ socceresses กลัวมาก (นักเวทย์ในจักรวาล witcher นี่เข้าขั้นโหดมาก)


เพราะ รู้เรื่องคำสาป เวทย์มนตร์ดีมาก มีกำลังกายเหนือมนุษย์ วิชาดาบก็เก่งระดับขุนพลหรือแม่ทัพ ยังเก่งการใช้ยาและยาพิษอีก


ถ้า witcher ตั้งใจจะไล่ล่าใครแล้ว ต่อให้เป็นนักเวทย์เทพยังรอดยากเลย เพราะ ทุกครั้งที่ต่อสู้ witcher วางแผนมาก่อน


ทั้งวางกับดัก ใช้ยา ยาพิษ ใช้น้ำมันเคลือบดาบ ใช้ sign(เวทย์สัญลักษณ์มือ คล้ายประสานอินของนารูโตะ แต่ใช้มือเดียว) สารพัดระเบิดที่มีผลหลากหลาย




อย่างใน Trailer นี้ Geralt พระเอกของเราล่า Vampire ระดับสูง ชื่อว่า Bruxar มีความสามารถพรางตัวหรือหายตัว และเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก


ยาที่ดื่มเข้าไป คือยาพิษ Black Blood เป็นยาที่ถ้าเกิดพวก Necrophage หรือ Vampire กัดหรือดื่มเลือดของผู้ที่มียา Black Blood เข้าไปจะทำให้สัตว์ประหลาดนั้นติดพิษ


Witcher มีความสามารถต้านพิษ จึงดื่มพิษเพื่อให้ศัตรูกัด พอเริ่มต่อสู้ Witcher ขว้างระเบิด Moon Dust (ถ้านึกไม่ออกคิดซะว่ามันเป็น dust ใน dota)


ทำให้เห็น Vampire ที่พรางตัว Geralt ยอมให้ vampire กัดเพื่อให้มันติดพิษและอ่อนแอลง


ต่อจากนั้น Geralt ใช้เวทย์ Aard หรือ fus roh dah ในโลก witcher เพื่อกระแทกศัตรูให้เสียหลักหรือล้มลง


เพราะ ความครบเครื่อง ด้านเพลงดาบ เวทย์ ยาพิษ เล่นแร่แปรธาตุ มันทำให้ศัตรูสู้ยาก
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,297
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +245/-433
ถ้าจะเอาแค่อยู่รอด ไม่ได้กะมีชื่อเสียง
ผมว่าไม่ต้องเก่งมาก แค่ทันคนก็พอเป็นเมจหรือจอมยุทธก็ไม่ต่างกัน
ก็ใช่ครับ
แต่การเล่นเควสต์หรือการเขียนการดำเนินเรื่องมันต้องมี conflict "ความขัดแย้ง" ที่จะเป็นแนวทางในการดำเนินเรื่องได้ครับ
หากไม่มีความขัดแย้ง พวกเมจคงทำตัวเหมือนเดิมในโลกปราณยุทธคงมองเป็นแพทย์พิสดารหรือนักปรุงยาที่หมกตัวอยู่แต่ในหอคัมภีร์หรือโรงปรุงยาไปจนกระทั่งบรรลุพลังขั้นสูง
ผมว่าสายที่น่ากลัวที่สุด และเริ่มนิยมในนิยายคือสายผสมต่อสู้ประชิด + เวทย์ หรือ Hybrid


จริงอยู่ที่มันไม่ได้เด่นซักทาง แต่มันไม่แพ้ทางใคร และ ถ้าตัวละครนั้นฉลาด ไหวพริบดี มันจะหาวิธีเอาชนะศัตรูที่เก่งกว่าได้


เพราะ เกือบทุกเรื่องตั้งอยู่บนฐานที่ว่า ทุกคนย่อมมีจุดอ่อน


ยกตัวอย่าง Witcher เป็นตัวอย่างของเทพสาย Hybrid ที่แม้แต่นักเวทย์ soccerer หรือ socceresses กลัวมาก (นักเวทย์ในจักรวาล witcher นี่เข้าขั้นโหดมาก)


เพราะ รู้เรื่องคำสาป เวทย์มนตร์ดีมาก มีกำลังกายเหนือมนุษย์ วิชาดาบก็เก่งระดับขุนพลหรือแม่ทัพ ยังเก่งการใช้ยาและยาพิษอีก


ถ้า witcher ตั้งใจจะไล่ล่าใครแล้ว ต่อให้เป็นนักเวทย์เทพยังรอดยากเลย เพราะ ทุกครั้งที่ต่อสู้ witcher วางแผนมาก่อน


ทั้งวางกับดัก ใช้ยา ยาพิษ ใช้น้ำมันเคลือบดาบ ใช้ sign(เวทย์สัญลักษณ์มือ คล้ายประสานอินของนารูโตะ แต่ใช้มือเดียว) สารพัดระเบิดที่มีผลหลากหลาย


[youtube/]


อย่างใน Trailer นี้ Geralt พระเอกของเราล่า Vampire ระดับสูง ชื่อว่า Bruxar มีความสามารถพรางตัวหรือหายตัว และเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก


ยาที่ดื่มเข้าไป คือยาพิษ Black Blood เป็นยาที่ถ้าเกิดพวก Necrophage หรือ Vampire กัดหรือดื่มเลือดของผู้ที่มียา Black Blood เข้าไปจะทำให้สัตว์ประหลาดนั้นติดพิษ


Witcher มีความสามารถต้านพิษ จึงดื่มพิษเพื่อให้ศัตรูกัด พอเริ่มต่อสู้ Witcher ขว้างระเบิด Moon Dust (ถ้านึกไม่ออกคิดซะว่ามันเป็น dust ใน dota)


ทำให้เห็น Vampire ที่พรางตัว Geralt ยอมให้ vampire กัดเพื่อให้มันติดพิษและอ่อนแอลง


ต่อจากนั้น Geralt ใช้เวทย์ Aard หรือ fus roh dah ในโลก witcher เพื่อกระแทกศัตรูให้เสียหลักหรือล้มลง


เพราะ ความครบเครื่อง ด้านเพลงดาบ เวทย์ ยาพิษ เล่นแร่แปรธาตุ มันทำให้ศัตรูสู้ยาก
นึกถึงจักรวาล warhammer 40000 เหมือนกันครับ Ultramarine
ที่ไม่มีจุดเด่นแต่ก็ไม่มีจุดด้อยสายสมดุลย์คือสนายที่ต้องพึ่งพาการวางแผนแทคติกของคนเล่นล่ะครับว่าจะปรับสถานการณ์เผชิญญกับศัตรูอย่างไรบ้าง
ว่าด้วยเรื่องยาโ๊ป
ตอนผมเล่นเควสต์ก็ต้องพึ่งยาเหมือนกันครับ
คนธรรมดา ไปเจอซอมบี้ก็จะเจอความกลัวเล่นงาน

ตัวละครของผมเลยต้องทานเหล้าพื่อเพิ่มความกล้าตลอดเลยล่ะครับ ???
หรือไม่ก็ทานยาที่เพิ่มความทนทานหรือพลังกายในการโจมตีศัตรูให้เข้า เป็นอะไรที่ลำบากมากหากจะมีชีวิตอยู่ใน warhammer
..
กลับมาที่ปราณยุทธ
เควสต์ที่ผมเล่นมีค่า corruption กับ stability น่ะครับ
ทานยาไปมากๆเกินขีดจำกัดก็จะมีค่า ความเป็นพิษ toxicity ที่จะเกิดผลต่อค่า corruption และ stability
เมจที่มีความฉลาดจะออกแบบยาที่มีความเป็นพิษน้อยให้เหมาะกับตนเอง
มีความสามารถที่จะทานยาได้มากกว่าคนธรรมดา
ผมได้ยินมาว่า witcher สแปมการกินยาได้ก็ทำให้ตัวละคร op ได้เหมือนกันหากพลังนั้นเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ
แต่ผมเจอ GM mี่โหดบอกว่าค่าโบนัสไม่ stack หรือเพิ่มต่อเนื่องกันน่ะครับ
ความจริง ทนทานต่อการเป็นพิษแบบ witcher  นี่ไปปราณยุทธก็คงทานยาลมปราณและสมุนไพรมีพิษที่เพิ่มพลังหรือตำราพิษได้มหาศาลจนสามารถบรรลุพลังขั้นสูงไดเ้อย่างรวดเร็วเลยล่ะครับ

ผมเคยเจอแฟนฟิค เพอร์ซี่ยื แจคสัน คนเขียนให้ัเพอร์ซี่ย์โด๊ปยาทั้งโรงยาเข้าไป เรียกว่าคนมีคุณสมบัติอมตะฟันแทงไม่เข้า ไม่ต่สยเพราะพิษปรกติก็จะยิ่งเก่งไปไวอย่างมหาศาลล่ะครับ
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ Rumia

  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 8,353
  • ถูกใจแล้ว: 2270 ครั้ง
  • ความนิยม: +347/-403
การเขียนโดยไม่ไห้ตัวเอกโกงนี่เอาจริงๆยากมากครับเพราะนิยายขายดีพระเอกมันโกงทุกเรื่องถ้าไม่มีอะไรเด่นเลยมันจะยากที่จะเขียนไห้คนอ่านตาม

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,693
  • ถูกใจแล้ว: 2845 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-343
การเขียนโดยไม่ไห้ตัวเอกโกงนี่เอาจริงๆยากมากครับเพราะนิยายขายดีพระเอกมันโกงทุกเรื่องถ้าไม่มีอะไรเด่นเลยมันจะยากที่จะเขียนไห้คนอ่านตาม


พระเอกไม่โกง ตัวร้ายต้องเก่ง อย่าให้โดนตบง่าย
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,693
  • ถูกใจแล้ว: 2845 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-343
[quote/]
ก็ใช่ครับ
แต่การเล่นเควสต์หรือการเขียนการดำเนินเรื่องมันต้องมี conflict "ความขัดแย้ง" ที่จะเป็นแนวทางในการดำเนินเรื่องได้ครับ
หากไม่มีความขัดแย้ง พวกเมจคงทำตัวเหมือนเดิมในโลกปราณยุทธคงมองเป็นแพทย์พิสดารหรือนักปรุงยาที่หมกตัวอยู่แต่ในหอคัมภีร์หรือโรงปรุงยาไปจนกระทั่งบรรลุพลังขั้นสูง
[quote/]
นึกถึงจักรวาล warhammer 40000 เหมือนกันครับ Ultramarine
ที่ไม่มีจุดเด่นแต่ก็ไม่มีจุดด้อยสายสมดุลย์คือสนายที่ต้องพึ่งพาการวางแผนแทคติกของคนเล่นล่ะครับว่าจะปรับสถานการณ์เผชิญญกับศัตรูอย่างไรบ้าง
ว่าด้วยเรื่องยาโ๊ป
ตอนผมเล่นเควสต์ก็ต้องพึ่งยาเหมือนกันครับ
คนธรรมดา ไปเจอซอมบี้ก็จะเจอความกลัวเล่นงาน

ตัวละครของผมเลยต้องทานเหล้าพื่อเพิ่มความกล้าตลอดเลยล่ะครับ ???
หรือไม่ก็ทานยาที่เพิ่มความทนทานหรือพลังกายในการโจมตีศัตรูให้เข้า เป็นอะไรที่ลำบากมากหากจะมีชีวิตอยู่ใน warhammer
..
กลับมาที่ปราณยุทธ
เควสต์ที่ผมเล่นมีค่า corruption กับ stability น่ะครับ
ทานยาไปมากๆเกินขีดจำกัดก็จะมีค่า ความเป็นพิษ toxicity ที่จะเกิดผลต่อค่า corruption และ stability
เมจที่มีความฉลาดจะออกแบบยาที่มีความเป็นพิษน้อยให้เหมาะกับตนเอง
มีความสามารถที่จะทานยาได้มากกว่าคนธรรมดา
ผมได้ยินมาว่า witcher สแปมการกินยาได้ก็ทำให้ตัวละคร op ได้เหมือนกันหากพลังนั้นเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ
แต่ผมเจอ GM mี่โหดบอกว่าค่าโบนัสไม่ stack หรือเพิ่มต่อเนื่องกันน่ะครับ
ความจริง ทนทานต่อการเป็นพิษแบบ witcher  นี่ไปปราณยุทธก็คงทานยาลมปราณและสมุนไพรมีพิษที่เพิ่มพลังหรือตำราพิษได้มหาศาลจนสามารถบรรลุพลังขั้นสูงไดเ้อย่างรวดเร็วเลยล่ะครับ

ผมเคยเจอแฟนฟิค เพอร์ซี่ยื แจคสัน คนเขียนให้ัเพอร์ซี่ย์โด๊ปยาทั้งโรงยาเข้าไป เรียกว่าคนมีคุณสมบัติอมตะฟันแทงไม่เข้า ไม่ต่สยเพราะพิษปรกติก็จะยิ่งเก่งไปไวอย่างมหาศาลล่ะครับ



ใช่ครับในเกมส์ Witcher ก็มีค่า Toxicity เหมือนกัน โด๊ปยาเกินขนาดนี่ตายได้เลยครับ(ติดพิษจากยา เพราะ ยาที่ witcher กิน สำหรับคนคือยาพิษ แต่ witcher ทนพิษได้จำนวนหนึ่ง)


สาย Alchemy หรือ สายยา มันจะมี Perk ที่ทำให้เราทนพิษจากยาได้มากขึ้น หรือ ทำให้ฤทธิ์ของยาอยู่นานขึ้น หรือ ใช้ประโยชน์จากพิษที่อยู่ในร่างกายหลังกินยาได้


แต่สาย Alchemy เพียวๆ สู้คนอื่นยาก ส่วนใหญ่เขาจะผสมสายอื่นเข้าไปเพื่อที่จะต่อสู้กับศัตรูบางจำพวกได้ เช่น สายต่อสู้ 25% ยา 75% หรือ สาย sign(เวทย์) 50% สายยา 50% เป็นต้น


เพื่อมาทำคอมโบกับยาที่กินไป และยาในเกมส์เองก็เงื่อนไขเยอะพอตัวครับ ยิ่งยาที่ให้ผลดีๆ นอกจากเราจะโดนพิษของยาแล้ว มันยังมีเงื่อนไขอื่นเช่น ยานี้เพิ่มพลังเวทย์ แต่ต้องอยู่ในสภาวะอากาศที่หมอกลง


ยานี้เพิ่มการโจมตีติดคริ แต่ต้องอยู่ในสภาวะฝนฟ้าคะนอง ดังนั้นสายกินยาเนี่ยต้องดูสิ่งแวดล้อมรอบตัวเยอะเหมือนกัน ถ้าใช้ถูกจังหวะยาจะส่งผลต่อการต่อสู้มากๆ แต่ถ้าใช้ไม่ได้อ่านสรรพคุณก็เปล่าประโยชน์
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 

ออฟไลน์ แรม

  • พลทหารหมี
  • **
  • กระทู้: 182
  • ถูกใจแล้ว: 22 ครั้ง
  • ความนิยม: +1/-2
ขอเสนอแนวคิดของพวกจอมเวทย์ใน นิยายแปล(น่าจะ)จีน advance of the archmage แล้วกันครับที่พวกจอมเวทย์จะได้เปรียบพวกนักรบ(ที่ระบบยังกับพวกฝึกยุทธ) ที่สุดตรงที่ "ความรู้" ครับ ซึ่งจอมเวทย์พวกนี้แม่งรู้ทุกอย่างเท่าที่จะทำได้จริงๆครับ


เวทย์มนต์ที่ใช้ก็ระดับสารพัดประโยชน์ตั้งแต่ให้แสงไฟ ยันเวทย์ที่ใช้ได้เฉพาะบางสถาณการณ์(แต่ได้ผลชะงัก)ไม่ใช้แค่เวทย์มนต์แต่รวมไปถึงพวกปรุงยา สร้างอุปกรณ์ หาตัง สงคราม การเมือง เสริมสวย และการถ้ำมอง(ถ้าว่าง) นั้นส่งผลให้จอมเวทย์นั้นมีสถาณะทางสังคมที่สูงโดยไม่เกี่ยวข้องกับเวทย์มนต์เพราะพวกแม่งฉลาดสึตๆ


ซึ่งจากที่บรรยายเอาไว้ในเรื่องจอมเวทย์พวกนี้จะแข็งแกร่งที่สุดในพื้นที่ของตัวเองที่เรียกว่า "หอคอยจอมเวทย์" ไม่ก็ "หอคอยเวทย์มนต์" อะไรซักอย่างนี่เหละ ซึ่งมีผลบัพค่าพลังทุกค่าของจอมเวทย์เจ้าของหอคอยให้สูงขึ้นได้ และลดค่าพลังศัตรูตามแต่สถานการณ์


เรื่องของเรื่อง ถ้าคิดตามหลักการแล้วพวกจอมยุทธเราสามารถเปรียบเทียบพวกเขากับพวกรถถัง ไม่ก็เรือรบได้ เพราะสร้างยาก ต้นทุนสูง แต่ทรงพลัง แถมถ้าวางรากฐานดีๆแบบที่นิยายกำลังภายในชอบพูด ซักวันอาจอัพคลาสกลายเป็นปราการณ์เคลื่อนที่ไม่ก็เดธสตาร์ที่ยิงลำแสงทำลายดวงดาวได้ถ้าแบบเวอร์ๆอะนะ แต่เอาแบบปรกติถ้าไม่ยุ่งกับระดับจักรวาลก็หยุดที่คลาสเรือประจันบาน ไม่ก็เรือพิฆาตขนหัวรบข้ามทวีปอะไรแบบนั้น


ส่วนพวกจอมเวทย์อันนี้จะเหมือนแนวป้องกันจำพวกปืนใหญ่ต่อต้านรถถัง กับเรือรบ แต่เริ่มต้นก็เป็นได้แค่ปืนเต็บโง่ๆที่ยิงตรงๆยังไม่ได้ จนไปหยุดที่หัวรบนิวเคลียร์ไม่ก็ซาบอมบ่า แต่ถ้ามีพลังระดับจักรวาลหรือพวกเทพเจ้าขึ้นมาเมื่อไร ก็ไอ้พวกนี้นี่แหละที่สร้างเดธสตาร์หรือหนักๆเลยก็ท่านดากเวเดอร์นั้นเอง


แต่ถ้าถามผมถึงความได้เปรียบของเวทย์มนต์ที่มีเหนือพลังยุทธ ผมคิดว่าน่าจะเป็นพวกเวทย์พิธีกรรม ไม่พาสซีปที่โคตรพิสดาร เช่นเรื่อง soul tower นิยายคนไทยนี่แหละ ที่จอมเวทย์น้ำแข็ง(อดีตพระเอก)คนหนึ่ง ถ้ายังมีน้ำแข็งอยู่ในพื้นที่ก็สามารถฟื้นคืนชีพได้เสมอ ถ้าเปลี่ยนพื้นเป็นลาวาหมดก็น่าจะช่วยได้ แต่ถ้าไปต่อสู้ในพื้นที่ๆเขาได้เปรียบเช่นเขตขั้วโลกอะไรแบบนั้น และเป็นอาณาเขต"บ้าน"ของเขา เขาจะเป็นอมตะโดยสมบูรณ์ อีกอันก็เวทย์พิธีกรรม พวกจอมยุทธถ้าถามว่าเทคโนด้านไหนต่ำสุดก็เวทย์พิธีกรรมสายอัญเชิญเทพสมมุติ หรือบอสบังคับตายนี่แหละ ซึ่งพวกสายเวทย์พิธีกรรมสายนี้ถ้าเงื่อนไขครบ จะบังคับให้เทพเจ้าจริงๆตายยังได้เลย แค่เงื่อนไขแม่งโหดสัสเช่นสังเวยทุกชีวิตบนโลกอะไรแบบนั้นตามพล็อตเรื่อง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 06, 2019, 11:30:58 AM โดย แรม »
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,693
  • ถูกใจแล้ว: 2845 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-343
จริงๆ ถ้าจะเอาให้ละเอียดจะต้องแบ่ง stat คล้าย FM(football manager) ไม่งั้นบางตัวมันจะเก่งเกินอัพไม่กี่ stat แต่โหดเกินไปครับ


และทำให้เกิดความ Balance ครับ และนักเวทย์ไม่จำเป็นต้องฉลาดก็ได้ครับ(อาจจะคิดช้าตัดสินใจช้า) แต่มีพลังเวทย์เยอะ





ถ้านึกไม่ออกให้นึกถึง Ciri หรือ เจ้าหญิง Cirilla พลังเวทย์โครตสูงจากสายเลือด Elder Blood แต่โง่มาก ผสมน้ำมันทาดาบฆ่า Werewolf ยังผสมผิดผสมถูกเลย


หรือ Saber ในเฟท พลังเวทย์โครตเยอะ(ถ้าพลัง fulll) แต่คุณเธอโครตซื่อบื้อเลย



FM จะแบ่ง stat คนเป็น 3 อย่างครับ
1.Technical Attribute(ด้านเทคนิค ฝีมือ)
2.Mental Attribute(ด้านจิตใจ)
3.Physical Atrribute(ด้านพลังกาย)


สมมุติว่านักดาบสองมือละกัน
ด้าน Technical ก็จะมีสกิลจำพวก Two-handed Sword Master , Footwork Step
ด้าน Mental ก็จะมีสกิลจำพวก Aggressive(ความดุดัน) Bravery(กล้าหาญ) Decision(ตัดสินใจเร็ว ไม่ลังเล) Morale(กำลังใจ ถ้าหมดวิ่งหนี) พวกนี้สูง เป็นต้น
ด้าน Physical ก็จะมีค่า Stregth Agile ที่สูงเป็นหลัก


แล้วที่สำคัญกว่านั้นควรมี Trait พิเศษ(คล้ายๆกับ Totalwar)
เช่น Duel (เก่งเวลาสู้ดวล 1-1) Hot-headed(หัวร้อนง่าย ถูกยุท้าดวล จะปฏิเสธไม่เป็น เข้าบวกทันที)


Stat นักเวทย์
ด้าน Technical ก็จะมีสกิลจำพวก Casting(ถ้าสูงก็จะร่ายเร็ว) Rune Writing(การเขียนอักขระ เป็นพวกสายวาง Trap หรือเวทย์พื้นที่) Staff Mastery , Wand Mastery
ด้าน Mental ก็จะมีสกิลจำพวก Creativity(สร้างสรรค์) Memory(ความจำ)
ด้าน Physical ก็คือ ค่า Magic หรือ Mana เนี่ยแหละ
แล้วก็ควรมี Trait
เช่น Coward(เวลาศัตรูเข้าประชิดตัวจะเสียกำลังใจมาก) Briliant(ทำให้เรียนรู้ได้เร็ว exp ขึ้นไว)
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,297
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +245/-433
การเขียนโดยไม่ไห้ตัวเอกโกงนี่เอาจริงๆยากมากครับเพราะนิยายขายดีพระเอกมันโกงทุกเรื่องถ้าไม่มีอะไรเด่นเลยมันจะยากที่จะเขียนไห้คนอ่านตาม
ใช่ครับ
ผมเอาแบบอย่างมาจากเควสต์ ว่าตัวละครที่เราเห็นในเรื่อง ไม่ว่าพระเอกหรือตัวประกอบ
จะเป็นผู้ที่มีความสามารถเหนือกว่าคนทั่วไปที่ไม่ได้กล่าวถึงในเรื่อง
และพวกนั้นไม่ใช่คนธรรมดาสักคน
ประมาณว่าแค่จะหาพลังที่โจมตีข้ามขั้นได้ ก็หายากสมชื่อจริงๆเรียกว่าต้องทอยลูกเต๋าใมห้ได้ร้อยแต้มจากลูกเต๋าร้อยหน้า d100
คนธรรมดาในเซ็ตติ้งโลกนั้นอย่าหวังว่าจะหาได้

จริงๆ ถ้าจะเอาให้ละเอียดจะต้องแบ่ง stat คล้าย FM(football manager) ไม่งั้นบางตัวมันจะเก่งเกินอัพไม่กี่ stat แต่โหดเกินไปครับ


และทำให้เกิดความ Balance ครับ และนักเวทย์ไม่จำเป็นต้องฉลาดก็ได้ครับ(อาจจะคิดช้าตัดสินใจช้า) แต่มีพลังเวทย์เยอะ


[img/]


ถ้านึกไม่ออกให้นึกถึง Ciri หรือ เจ้าหญิง Cirilla พลังเวทย์โครตสูงจากสายเลือด Elder Blood แต่โง่มาก ผสมน้ำมันทาดาบฆ่า Werewolf ยังผสมผิดผสมถูกเลย


หรือ Saber ในเฟท พลังเวทย์โครตเยอะ(ถ้าพลัง fulll) แต่คุณเธอโครตซื่อบื้อเลย



FM จะแบ่ง stat คนเป็น 3 อย่างครับ
1.Technical Attribute(ด้านเทคนิค ฝีมือ)
2.Mental Attribute(ด้านจิตใจ)
3.Physical Atrribute(ด้านพลังกาย)


สมมุติว่านักดาบสองมือละกัน
ด้าน Technical ก็จะมีสกิลจำพวก Two-handed Sword Master , Footwork Step
ด้าน Mental ก็จะมีสกิลจำพวก Aggressive(ความดุดัน) Bravery(กล้าหาญ) Decision(ตัดสินใจเร็ว ไม่ลังเล) Morale(กำลังใจ ถ้าหมดวิ่งหนี) พวกนี้สูง เป็นต้น
ด้าน Physical ก็จะมีค่า Stregth Agile ที่สูงเป็นหลัก


แล้วที่สำคัญกว่านั้นควรมี Trait พิเศษ(คล้ายๆกับ Totalwar)
เช่น Duel (เก่งเวลาสู้ดวล 1-1) Hot-headed(หัวร้อนง่าย ถูกยุท้าดวล จะปฏิเสธไม่เป็น เข้าบวกทันที)


Stat นักเวทย์
ด้าน Technical ก็จะมีสกิลจำพวก Casting(ถ้าสูงก็จะร่ายเร็ว) Rune Writing(การเขียนอักขระ เป็นพวกสายวาง Trap หรือเวทย์พื้นที่) Staff Mastery , Wand Mastery
ด้าน Mental ก็จะมีสกิลจำพวก Creativity(สร้างสรรค์) Memory(ความจำ)
ด้าน Physical ก็คือ ค่า Magic หรือ Mana เนี่ยแหละ
แล้วก็ควรมี Trait
เช่น Coward(เวลาศัตรูเข้าประชิดตัวจะเสียกำลังใจมาก) Briliant(ทำให้เรียนรู้ได้เร็ว exp ขึ้นไว)
การให้อย่างนั้นก็ต้องเพิ่มความซับซ้อนล่ะครับ
พวกเนิรืดฝรั่งปรกติก็เรียกว่าเปิดสูตร excel ทำตารางคำนวณค่าพลังที่จะได้จากการบ่มเพาะพลังเลยล่ะครับ ???
ที่ผมเจอระบบของ เกมส์กระดานที่ไม่ออกแนวเน้นเทคนิคอย่าง warhammer ก็จะแบ่งเป็นสามอย่างมั้งคือ
physical ร่างกายmental ปัญญาsocial สังคม
ซึ่งในร่างกาย ปัญยา สังคมก็จะแยกย่อยไปอีกสามค่าสถานะ เช่น มี str dex vit ในค่าสถานะร่างกาย
แต่ก้นั่นล่ะหากพยายามสร้างเกมส์ที่ซับซ้อนและมีรายละเอียดมากขึ้นมันก็ต้องคำนวณเยอะ
GM ป้องกันการที่ไม่ให้ผู้เล่นเก่งเร็วไปโดยบอกว่าเพิ่มค่าสถานะ จะไม่มีผลแค่ตัวเลข แต่จะเกิดผลจากร่างกายเราด้วย
เช่นการเพิ่ม str ต่างๆจะทำให้เราจากรูปร่างปรกติ หากเพิ่มไปสามเท่า เราจะกลายเป็นพี่กล้ามและสูงขึ้นอีกสิบหรือสี่สิบเซ็นติเมตรด้วย
หรือ warhammer เผลออัพค่าสถานะตอนมีค่า corruption แขนจะกลายเป็นแขนคนกลายพันธุ์เอา
ขอเสนอแนวคิดของพวกจอมเวทย์ใน นิยายแปล(น่าจะ)จีน advance of the archmage แล้วกันครับที่พวกจอมเวทย์จะได้เปรียบพวกนักรบ(ที่ระบบยังกับพวกฝึกยุทธ) ที่สุดตรงที่ "ความรู้" ครับ ซึ่งจอมเวทย์พวกนี้แม่งรู้ทุกอย่างเท่าที่จะทำได้จริงๆครับ


เวทย์มนต์ที่ใช้ก็ระดับสารพัดประโยชน์ตั้งแต่ให้แสงไฟ ยันเวทย์ที่ใช้ได้เฉพาะบางสถาณการณ์(แต่ได้ผลชะงัก)ไม่ใช้แค่เวทย์มนต์แต่รวมไปถึงพวกปรุงยา สร้างอุปกรณ์ หาตัง สงคราม การเมือง เสริมสวย และการถ้ำมอง(ถ้าว่าง) นั้นส่งผลให้จอมเวทย์นั้นมีสถาณะทางสังคมที่สูงโดยไม่เกี่ยวข้องกับเวทย์มนต์เพราะพวกแม่งฉลาดสึตๆ


ซึ่งจากที่บรรยายเอาไว้ในเรื่องจอมเวทย์พวกนี้จะแข็งแกร่งที่สุดในพื้นที่ของตัวเองที่เรียกว่า "หอคอยจอมเวทย์" ไม่ก็ "หอคอยเวทย์มนต์" อะไรซักอย่างนี่เหละ ซึ่งมีผลบัพค่าพลังทุกค่าของจอมเวทย์เจ้าของหอคอยให้สูงขึ้นได้ และลดค่าพลังศัตรูตามแต่สถานการณ์


เรื่องของเรื่อง ถ้าคิดตามหลักการแล้วพวกจอมยุทธเราสามารถเปรียบเทียบพวกเขากับพวกรถถัง ไม่ก็เรือรบได้ เพราะสร้างยาก ต้นทุนสูง แต่ทรงพลัง แถมถ้าวางรากฐานดีๆแบบที่นิยายกำลังภายในชอบพูด ซักวันอาจอัพคลาสกลายเป็นปราการณ์เคลื่อนที่ไม่ก็เดธสตาร์ที่ยิงลำแสงทำลายดวงดาวได้ถ้าแบบเวอร์ๆอะนะ แต่เอาแบบปรกติถ้าไม่ยุ่งกับระดับจักรวาลก็หยุดที่คลาสเรือประจันบาน ไม่ก็เรือพิฆาตขนหัวรบข้ามทวีปอะไรแบบนั้น


ส่วนพวกจอมเวทย์อันนี้จะเหมือนแนวป้องกันจำพวกปืนใหญ่ต่อต้านรถถัง กับเรือรบ แต่เริ่มต้นก็เป็นได้แค่ปืนเต็บโง่ๆที่ยิงตรงๆยังไม่ได้ จนไปหยุดที่หัวรบนิวเคลียร์ไม่ก็ซาบอมบ่า แต่ถ้ามีพลังระดับจักรวาลหรือพวกเทพเจ้าขึ้นมาเมื่อไร ก็ไอ้พวกนี้นี่แหละที่สร้างเดธสตาร์หรือหนักๆเลยก็ท่านดากเวเดอร์นั้นเอง


แต่ถ้าถามผมถึงความได้เปรียบของเวทย์มนต์ที่มีเหนือพลังยุทธ ผมคิดว่าน่าจะเป็นพวกเวทย์พิธีกรรม ไม่พาสซีปที่โคตรพิสดาร เช่นเรื่อง soul tower นิยายคนไทยนี่แหละ ที่จอมเวทย์น้ำแข็ง(อดีตพระเอก)คนหนึ่ง ถ้ายังมีน้ำแข็งอยู่ในพื้นที่ก็สามารถฟื้นคืนชีพได้เสมอ ถ้าเปลี่ยนพื้นเป็นลาวาหมดก็น่าจะช่วยได้ แต่ถ้าไปต่อสู้ในพื้นที่ๆเขาได้เปรียบเช่นเขตขั้วโลกอะไรแบบนั้น และเป็นอาณาเขต"บ้าน"ของเขา เขาจะเป็นอมตะโดยสมบูรณ์ อีกอันก็เวทย์พิธีกรรม พวกจอมยุทธถ้าถามว่าเทคโนด้านไหนต่ำสุดก็เวทย์พิธีกรรมสายอัญเชิญเทพสมมุติ หรือบอสบังคับตายนี่แหละ ซึ่งพวกสายเวทย์พิธีกรรมสายนี้ถ้าเงื่อนไขครบ จะบังคับให้เทพเจ้าจริงๆตายยังได้เลย แค่เงื่อนไขแม่งโหดสัสเช่นสังเวยทุกชีวิตบนโลกอะไรแบบนั้นตามพล็อตเรื่อง
อย่างนั้นล่ะครับ  แต่พยายามจะคิดให้เป(็นระบบสมจริงคือแม้แต่อัจฉริยะในรอบร้อยปีก็ต้องใช้เวลาสักพักในการเตรียมสิ่งของต่างๆ
แต่แน่นอน คนฉลาดน่ะ จะมีการมองปัญหาเป็นระบบ คำนวณทุกขั้นตอน
อย่างที่พวกเนิร์ดฝรั่งทำกันตอนที่ผมเล่นเควสต์ออนไลน์น่ะครับ
พวกนี้คำนวณตัวเลขและระยะเวลาในการบ่มเพาะพลังกันทุกขั้นตอน

ผมว่าเป็นจุดน่าสนใจดีเหมือนกันของแนวคิดฝรั่ง ที่ต่างกับแนวคิดของจีน
จีนเน้นบ้าพลังและปาฏิหาริย์ ฝรั่งคำนวณกระบวนการที่ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดเท่าที่สามารถจะกระทำได้
หากให้บอกข้อเสียของพวกฝรั่งคือ
เนื่องจากเป็นคนคำนวณทุกอย่างอย่างรอบคอบ
จึงมักไม่ลงมือจนกว่าอัตรความสำเร็จจะมากกว่า 100% auto success สำเร็จอัตโนมัติจากโบนัสต่างๆและการคำนวณในการบ่มเพาะพลัง
ผมว่าเป็นแนวทางที่แสดงความแตกต่างได้ัชัดเจนดี
ตะวันออก อิปโป กับโค้ช เอาตัวเข้าแลกด้วยใจนักสู้ เอาการชกมวยแบบแผนเก่าท้าทายโลก
แบบแผนใหม่บอกว่า เพราะต้องการแก้ไขข้อเสียของแบบแผนเก่านั่นล่ะ แบบแผนใหม่จึงเกิดขึ้นมา ที่ต้องการความปลอดภัยและการถนอมอายุนักกีฬามากขึ้น
ในปราณยุทธก็จะออกแนว เมจบ่มเพาะพลังด้วยความรวดเร็วจนได้พลังที่บรรลุขั้นต่อไปได้
แต่จะเอ้อระเหยตามสายตาของคนฝึกปราณยุทธทั่วไป ที่ไม่ยอมทะลวงด่านบรรลุขั้นต่อไปเสียที
แต่นั่นเนื่องจากเมจไม่ได้กินยาจนเกิดขีดจำกัดหรือประสบเหตุพิสดาร
แต่เมจจะคำนวณว่าต้องการพลังแค่ไหนจึงจะทะลวงผ่านได้อย่างง่ายดายมากขึ้น หรือต้องการไอเท็มอะไรในการฝ่าด่าน
ฝ่าด่านไปแล้วนั้นต้องเตรียมยาปรับสภาพลมปราณไปอีกเท่าไร?
อันเป็นแนวคิดที่ดูคิดมาก แต่ก็เรียกว่าอัตราประสบผลสำเร็จนั้นมากกว่าร้อยเปอร์เซ็น ไม่มีโอกาสธาตุไฟเข้าแทรกเพราะทะลวงด่านผิดพลาด
เพราะทุกการเดินลมใปราณเกิดจากการจำลองสมการและการคำนวณอย่างแน่นอน

คือผมว่าจะเขียนเมจเป็นอย่างนักวิทยาศาสตร์จริงๆหน่อย
ที่นักวิทยาศาสตร์มีจุดเด่นคือ ไม่ใช่เอาสิ่งประดิษฐ์อะไรออกมาก็ได้ แต่คือกระบวนการคิดและวิธีการต่างหาก
[quote/]


ใช่ครับในเกมส์ Witcher ก็มีค่า Toxicity เหมือนกัน โด๊ปยาเกินขนาดนี่ตายได้เลยครับ(ติดพิษจากยา เพราะ ยาที่ witcher กิน สำหรับคนคือยาพิษ แต่ witcher ทนพิษได้จำนวนหนึ่ง)


สาย Alchemy หรือ สายยา มันจะมี Perk ที่ทำให้เราทนพิษจากยาได้มากขึ้น หรือ ทำให้ฤทธิ์ของยาอยู่นานขึ้น หรือ ใช้ประโยชน์จากพิษที่อยู่ในร่างกายหลังกินยาได้


แต่สาย Alchemy เพียวๆ สู้คนอื่นยาก ส่วนใหญ่เขาจะผสมสายอื่นเข้าไปเพื่อที่จะต่อสู้กับศัตรูบางจำพวกได้ เช่น สายต่อสู้ 25% ยา 75% หรือ สาย sign(เวทย์) 50% สายยา 50% เป็นต้น


เพื่อมาทำคอมโบกับยาที่กินไป และยาในเกมส์เองก็เงื่อนไขเยอะพอตัวครับ ยิ่งยาที่ให้ผลดีๆ นอกจากเราจะโดนพิษของยาแล้ว มันยังมีเงื่อนไขอื่นเช่น ยานี้เพิ่มพลังเวทย์ แต่ต้องอยู่ในสภาวะอากาศที่หมอกลง


ยานี้เพิ่มการโจมตีติดคริ แต่ต้องอยู่ในสภาวะฝนฟ้าคะนอง ดังนั้นสายกินยาเนี่ยต้องดูสิ่งแวดล้อมรอบตัวเยอะเหมือนกัน ถ้าใช้ถูกจังหวะยาจะส่งผลต่อการต่อสู้มากๆ แต่ถ้าใช้ไม่ได้อ่านสรรพคุณก็เปล่าประโยชน์
ใช่ครับ สายนักเล่นแร่แปรธาตุ มีจุดอ่อนตรงที่อาจขาดความสามารถในการต่อสู้
GM เตือนว่าหากไปสายบุ๋นเต็มที่อาจจะตายได้แม้แต่ในช่ววงเริ่มต้นเพราะขาดพลังที่จะรับรองความปลอดภัยของตนเองได้
การเลือกทักษะ คุณสมบัติต่างๆ
ต้องบาลายนซ์กันระหว่างความปลอดภัยในระยะสั้นกับผลประโยชน์ของเรารในระยะยาว


http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก