แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: xianxia-fantasy เมจไปอยู่ในโลกปราณยุทธควรจะเขียนว่ามีข้อได้เปรียบประมาณไหนดีครับ?  (อ่าน 6050 ครั้ง)

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,297
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +245/-433
คือผมคิดดีดีกับไปเห็นพวก GM เนิร์ดฝรั่ง พยายามจะแปลงเนื้อเรื่องระบบของปรษรยุทธให้กลายเป็นเลเวลแบบเกมส์กระดาน DnD ผมเลยขอความคิดเห็นหน่อยครับ


ว่าราควรจะให้เมจมีข้อได้เปรียบในโลกปราณยุทธ ประมาณไหนดีครับ?


อาจจะเพราะว่าคนที่เบ่นเควสต์กับผมด้วยเป็นฝรั่งและ GM ก็เป็นคนเล่น DnD เลยรู้สึกว่าเมจมันได้เปรียบเอามากๆ


ประมาณว่าต้องฝึกหลายสิบปีสะสมพลังปราณถึงจะเดินบนน้ำได้ด้วยปราณ แต่เมจใช้คาถา water walking เดินบนน้ำก็จะง่ายกว่ามาก


ผมไปเจอ GM คนหนึ่งก็พยายามจะบรรยายประมาณว่า  ปราณยุทธระดับสูงๆก็ทำอย่างที่เมจทำได้เช่นกัน และแม้จะพลิกแพลงได้น้อยกว่า แต่ก็ทรงพลังมากกว่ามาก

คิดว่าอย่างไรบ้างครับ?

ผมไปเจอประมาณ คนโลกปราณยุทธ ไปเกิดในโลกแฟนตาซีแล้วบรรยายว่า มานานั้นแปลงเป็นพลังปราณได้ง่ายมากๆ ทำให้บรรลุได้ไว


ควรจะให้มานานั้นแปลงง่ายประมาณไหนดีครับ?

คือหากกำหนดว่ามานาแปลงเป็นปราณยุทธได้ง่าย

หากเอาแบบ tale of demon and god ระดับจอมเวทย์เมกุมิน หรือคนที่มีพลังเวทย์เกินหนึ่งล้าน

ก็สามารถบรรลุระดับตำนานได้ภายในวันเดียว?

เพราะจอมเวทย์มีพลังในตัวเยอะอยู่แล้วที่เป็นของตนกลั่นเป็นพลังปราณยุทธได้เลย


ต่างกับจอมยุทธที่ต้องดูดพลังฟ้าดินให้เป็นของตนเองก่อน?

มุกที่ผมคิดไว้คือ  หากรู้จักปราณยุทธ โลกแฟนตาซีจะได้เปรียบกว่าหรือเปล่า? ในการมีโพชั่นมานาเติมพลังช่วยในการเพิ่มมานาในการทะลวงระดับต่อไปของปราณยุทธ


แบบเดียวกับการกินแกนสัตว์อสูร ในโลกแฟนตาซี สามารถ   P2W ได้โดยการซื้อโพชั่นและสัตว์อสูรมากินได้ง่ายกว่าโลกปราณยุทธ?


ผมนึกถึงคำโปรยของ สัประยุทธทะลุฟ้าน่ะครับที่ว่า "นี่คือโลกปราณยุทธ ไม่มีเวทมนตร์คาถาแต่มีปราณยุทธที่ฝึกฝนปราณจนถึงขั้นไร้เทียมทาน.."...แต่คุณพี่มีแหวนมิติ การปรุงยาและการเบ่นแร่แปรธาตุและยันต์ต่างๆที่เป็นเวทมนตร์นะครับท่าน


จะบอกว่าโลกปราณยุทธไม่มีเวทย์ก็แปลกๆ เพราะอย่างน้อยไอ้คนสร้างแหวนเก็บของก็ควรจะเข้าใจเวทย์มิติอย่างดี

จะมาขอมุมมองและไอเดียจากทุกท่านหน่อยน่ะครับ
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ Yongkare

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • แม่ทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 2,028
  • ถูกใจแล้ว: 351 ครั้ง
  • ความนิยม: +43/-29
  • เพศ: ชาย
  • อย่างรู้เนื๊อแท้ของคน จงมอบอำนาจให้แก่เขา
มันก็แค่เรียกต่างกันเอง  ไม่ว่าปราณ เวท หรือแม่แต่พลังจิต มันก้เป้นการใช้พลังงานรุปแบบหนึ่งแค่เดินคนละเส้นทางที่มีปลายทางเดียวกัน  ถ้าจะโยงเข้ามาร่วมกันมันก็ต้องปรมารนี้เหลาะ
ลมปราณฝึกแล้วร่างกายแข็งแรง มีพลังเหนือมนุาษย์ มันจะต่างกับเวทเสริมพลังตรงไหน 

There is nothing either good or bad but thinking make it so
ไม่มีสิ่งใดบนโลกที่ดีหรือเลว ความคิดของเราต่างหากที่ทำให้เกิดความดีความเลว
Hamlet Act 2,scene 2, 239-251
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,297
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +245/-433
มันก็แค่เรียกต่างกันเอง  ไม่ว่าปราณ เวท หรือแม่แต่พลังจิต มันก้เป้นการใช้พลังงานรุปแบบหนึ่งแค่เดินคนละเส้นทางที่มีปลายทางเดียวกัน  ถ้าจะโยงเข้ามาร่วมกันมันก็ต้องปรมารนี้เหลาะ
ลมปราณฝึกแล้วร่างกายแข็งแรง มีพลังเหนือมนุาษย์ มันจะต่างกับเวทเสริมพลังตรงไหน 


หากให้พิจารณาคือเวทย์เสริมพลังจะมีขีดเวลาจำกัดในการใช้ แต่การบรรลุอีกขั้นหนึ่งของแราณยุทธจะมีผลถาวรน่ะครับ
เป็นเรื่องที่คนเช่นเกมส์กระดาน DnD ค่อนข้างยอมรับว่าพลังจิต พลังมานา ปราณเป็นอย่างเดียวกันเพราะ dispell ลบล้างคาถาและปะทะกันได้




คือผมอ่านสไตล์ว่า คนโลกปราณยุทธมาเกิดในโลกแฟนตาซีแล้วคิดได้น่ะครับ






ว่าอย่างนั้นจอมเวทย์ที่มีเวทย์มหาศาลกว่าอยู่แล้วก็ได้เปรียบคนที่เริ่มฝึกนั่นล่ะ หากรู้เคล็ดการบรรลุพลังปราณ






GM ที่ผมเล่นอยู่พยายามจะกำหนดตัวเลขของพลังปราณ เพื่อจะได้คำนวณและทอยลูกเต๋าได้




ประมาณว่าสังเกตระดับพลังง่ายๆคือศูนย์หนึ่งตัวคือหนึ่งขั้น




คนพลัง 100 คือขั้นสอง




คนพลัง 1000 คือขั้นสาม


คนพลัง 10,000,000 คือขั้นเจ็ด


เนิร์ดฝรั่งคิดมากเรื่องตัวเลขและตีความตามตัวอักษรเพื่อสร้างระบบที่แน่นอนน่ะครับ




ผมว่าก็น่าสนใจดี กะจะใช้มุกนี้ในนิยายของผม




คงอ้างบรรยายประมาณว่า "เหมือนกับเตียบ่อกี้ที่บรรลุเคล็ดวิชาขั้นสูงของพรรคเม้งก้าได้ ไม่ใช่เพราะฉลาดกว่าประมุขพรรครุ่นก่อนๆ แต่เพราะมีพลังปราณมากกว่า"




แต่จะบรรยายว่า เมจในโลกแฟนตาซีจะฉลาดกว่าจอมยุทธ เพราะ เมจก็เหมือนกับพวกเนิร์ดนักศึกษา ที่อ่านหนังสือ ศึกษาในโรงเรียนเรื่องคาถา




ต่างกับจอมยุทธที่ออกสายนักสู้มากกว่า
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ WAREN

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 69
  • ถูกใจแล้ว: 14 ครั้ง
  • ความนิยม: +2/-3
เมจได้เปรียบจากคิดและสร้างสูตรของเวทย์มนต์ ส่วนวรยุทธิคือการฝึกฝนเพื่อการใช้วิชาไงครับ ถ้าเทียบให้เห็นภาพง่ายๆก็เมจต้องเข้าใจสูตรเวทย์นั้นๆจากนั้นก็เปลี่ยนมานาในบรรยกาศมาแปลงเป็นเวทย์มนต์ตามสูตรซึ่งมีข้อเสียคือมันตรงไปตรงมามากเกินไป


ส่วนจอมยุทธข้อได้เปรียบคือสภาพร่างกายแข็งแกร่งกว่า สามารถดูดซึมและกักเก็บและแปลงพลังเวทย์เป็นปราณ์ได้ดีกว่า แต่ข้อเสียของจอมยุทธ์คือทุกวิชาจำเป็นต้องเสียเวลาในการฝึกฝนต่างจากเมจที่แค่ขอรู้สูตรเวทย์และมีมานาพอก็ใช้ได้เลย แต่จอมยุทธิก็ได้เปรียบตรงที่ถ้าระดับใกล้เคียงกันก็จะสามารถพลิกแพลงได้มากกว่า


การเรียนรู้ถ้าเมจมีร่างกายที่บรรจุมานาพร้อมรู้สูตรเวทย์มนต์นั้นๆก็สามารถบรรลุได้เร็ว


ส่วนจอมยุทธ์ต้องใช้ระยะเวลาในการแปลงพลังหลายๆอย่างทำให้เรียนรู้อะไรต่ออะไรได้ช้ากว่า


ส่วนนิยายจีนนะถึงจะบอกว่าพลังยุทธ์มันสุดยอดยังไงก็แล้วแต่มันก็จะใช้การอธิบายแบบการใช้พลังเวทย์แบบแนวแฟนตาซีแต่จะไม่ยอมรับว่ามันคือเวทย์มนต์เพราะมันคืออีโก้ของชาวจีนที่ต่อต้านของคนชาติอื่นนะครับสังเกตุว่านิยายดังๆของทางนั้นจะอวยว่าจอมยุทธิมันสุดยอดไปหมดโดยแทบไม่เปิดใจยอมรับวัฒนธรรมอื่นเท่าไร
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,693
  • ถูกใจแล้ว: 2845 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-343

Dragonnest ชัดสุดแล้ว


อย่างตัวนักดาบ มันจะมีตัวดาบเวทย์ ชื่อว่า Moonlord หรือ Lunar Knight อยู่ ซึ่งถ้าอ่านสกิลจริงๆ มันจะไม่ได้บอกว่าใช้เวทย์นะ มันบอกว่าตัวนักดาบใช้สิ่งที่เรียกว่าปราณหรือกำลังภายใน


ส่วนเมจ ก็พวก Elemental Lord นักเวทย์ธาตุไฟ หรือ น้ำแข็ง หรือ Force User(Mystic) เล่นกับแรงโน้มถ่วง กับ เลเซอร์บีม


อีพวกนักดาบจะเหนื่อยตอนเข้าประชิดนั่นแหละ เพราะ พวกนางก็ไวอยู่(ถึงไม่เท่านักธนูเอลฟ์น่ะนะ) แต่ถ้าโดนจับได้นี่ นักดาบคอมโบยาวและแรงมาก อย่าง Moonlord นี่ คอมโบยาก แต่ถ้าติดตายแน่ๆ (สกิลพี่แกนี่เหมือน อิจิโกะเรื่อง Bleach เท็ตซึงะเท็นโชว มาเลย แล้วคลื่นดาบอย่างใหญ่และโครตแรง)


ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,297
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +245/-433

Dragonnest ชัดสุดแล้ว


อย่างตัวนักดาบ มันจะมีตัวดาบเวทย์ ชื่อว่า Moonlord หรือ Lunar Knight อยู่ ซึ่งถ้าอ่านสกิลจริงๆ มันจะไม่ได้บอกว่าใช้เวทย์นะ มันบอกว่าตัวนักดาบใช้สิ่งที่เรียกว่าปราณหรือกำลังภายใน


ส่วนเมจ ก็พวก Elemental Lord นักเวทย์ธาตุไฟ หรือ น้ำแข็ง หรือ Force User(Mystic) เล่นกับแรงโน้มถ่วง กับ เลเซอร์บีม


อีพวกนักดาบจะเหนื่อยตอนเข้าประชิดนั่นแหละ เพราะ พวกนางก็ไวอยู่(ถึงไม่เท่านักธนูเอลฟ์น่ะนะ) แต่ถ้าโดนจับได้นี่ นักดาบคอมโบยาวและแรงมาก อย่าง Moonlord นี่ คอมโบยาก แต่ถ้าติดตายแน่ๆ (สกิลพี่แกนี่เหมือน อิจิโกะเรื่อง Bleach เท็ตซึงะเท็นโชว มาเลย แล้วคลื่นดาบอย่างใหญ่และโครตแรง)


[youtube/]


ก็นั่นล่ะครับ




แนวทางการต่อสู้ต่างกัน




ความจริงDnD ก็มีซามูไรหรือนักสู้พวกนี้บรรยายประมาณว่า พวกนี้ไม่ใช่คนที่ตั้งใจศึกษาค้นคว้าหาความลับของเวทย์อย่างเมจ


แต่ผสมผสานศิลปะการต่อสู้กับพลังที่มีอยู่ในตัว


เมจได้เปรียบจากคิดและสร้างสูตรของเวทย์มนต์ ส่วนวรยุทธิคือการฝึกฝนเพื่อการใช้วิชาไงครับ ถ้าเทียบให้เห็นภาพง่ายๆก็เมจต้องเข้าใจสูตรเวทย์นั้นๆจากนั้นก็เปลี่ยนมานาในบรรยกาศมาแปลงเป็นเวทย์มนต์ตามสูตรซึ่งมีข้อเสียคือมันตรงไปตรงมามากเกินไป


ส่วนจอมยุทธข้อได้เปรียบคือสภาพร่างกายแข็งแกร่งกว่า สามารถดูดซึมและกักเก็บและแปลงพลังเวทย์เป็นปราณ์ได้ดีกว่า แต่ข้อเสียของจอมยุทธ์คือทุกวิชาจำเป็นต้องเสียเวลาในการฝึกฝนต่างจากเมจที่แค่ขอรู้สูตรเวทย์และมีมานาพอก็ใช้ได้เลย แต่จอมยุทธิก็ได้เปรียบตรงที่ถ้าระดับใกล้เคียงกันก็จะสามารถพลิกแพลงได้มากกว่า


การเรียนรู้ถ้าเมจมีร่างกายที่บรรจุมานาพร้อมรู้สูตรเวทย์มนต์นั้นๆก็สามารถบรรลุได้เร็ว


ส่วนจอมยุทธ์ต้องใช้ระยะเวลาในการแปลงพลังหลายๆอย่างทำให้เรียนรู้อะไรต่ออะไรได้ช้ากว่า


ส่วนนิยายจีนนะถึงจะบอกว่าพลังยุทธ์มันสุดยอดยังไงก็แล้วแต่มันก็จะใช้การอธิบายแบบการใช้พลังเวทย์แบบแนวแฟนตาซีแต่จะไม่ยอมรับว่ามันคือเวทย์มนต์เพราะมันคืออีโก้ของชาวจีนที่ต่อต้านของคนชาติอื่นนะครับสังเกตุว่านิยายดังๆของทางนั้นจะอวยว่าจอมยุทธิมันสุดยอดไปหมดโดยแทบไม่เปิดใจยอมรับวัฒนธรรมอื่นเท่าไร


ขอบคุณครับ




ว่าไปแล้วเรื่องอีโก้ก็อาจจะคล้ายๆกันแต่ฝรั่งตรงไปตรงมามากกว่า


ฝรั่งค่อนข้างอวยเมจอย่างที่ผมว่า แต่ตรงไปตรงมาเพราะพวกนี้เล่น  DnD คือการสร้างระบบที่มีค่าสถานะทุกอย่างและสามารถบรรยายโดยการทอยลูกเต๋า


และเปิดโอกาสให้ทุกคนสร้างตัวละครได้ด้วยระบบเดียวกัน




จากที่ท่านว่า ผมมองว่า เมจคงมีค่า Int สูงกว่าโดยค่าเฉลี่ยสินะครับ?


ว่าหาก มารบูรพาไปอยู่ในแฟนตาซีก็คงเป็นเมจ ไม่ใช่คนที่จะมีลักษณะอย่างก๊วยเจ๋ง




หากเปรียบเทียบอย่าวที่ท่านว่า เมจคงถนัดในการวิเคราะห์ต่างๆมากกว่าจอมยุทธ




ประมาณเห็นแผนภาพเคล็ดวิชาเก้าสุริยัน ก็คงวิเคราะห์ว่าแต่ละอย่างมีที่มาอย่างไรได้เข้าใจลึกซึ้งมากกว่า


ว่าแต่ที่ว่าพบิกแพลงนี่ประมาณไหนครับ?


ผมมองว่าการยังคับปราณหรือพลังเมจน่าจะเชี่ยวชาญกว่านะครับ?


แต่การใช้พลังประกอบกับการเคลื่อนไหวร่างกายและต่อสู้ไปด้วยนั้น จอมยุทธเชี่ยวชาญมากกว่า


เพราะเติบโตมาโดยพื้นฐานคนละอย่าง




จอมยุทธเติบโตมาโดยศึกษากระบวนท่า ฝึกกระบวนท่า บ่มเพาะพลัง


ส่วนเมจ อ่านหนังสือ ทำความเข้าใจภาคทฤษฎี ทดลองเวทย์ใหม่ๆ




เวลาเมจจะทำอะไรคงมาจากมุมมองการสังเกต และมีการตั้งทฤษฎีในหัวไว้ และทดลองเดินลมปราณต่างๆ


แต่เรื่องการเคลื่อนๆหว ความคล่องแคล่วสู้จอมยุทธไม่ได้




สังเกตว่าทั้งแนวจอมยุทธไปในโลกแฟนตาซีหรือเมจไปในโลกจอมยะทธก็เหมือนจะให้มานานั้นกลั่นพลังได้ดีกว่า





http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,693
  • ถูกใจแล้ว: 2845 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-343


แนวต่อสู้น่าจะประมาณนี้ Moonlord คือตัวแทนจอมยุทธใช้ปราณ อีกฝ่ายคือนักเวทย์หยุดเวลา ยิงลำแสงได้
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,741
  • ถูกใจแล้ว: 1940 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
ความต่างของเมจคือ
เมจจะใช้พลังจากธรรมชาติ โดยผ่านการควบคุมจากเวทย์
โดยเมจต้องเสียมานาเป็นค่าแรงที่ใช้ไปทำให้เกิดปรากฏการณ์ต่างๆ


เมจในแนวยุคเก่าจะเน้นที่คาถา คือรหัสอย่างนึงเพื่อเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณขั้นสูงเช่น เทพต่างๆ เพื่อขอยืมพลัง


เมจยุคใหม่ จะชอบแต่งว่าแค่คิดก็สร้างเวทย์ได้แล้ว
โดยอาจจะเขียนว่า ข้าเข้าใจในกระบวนการทั้งหมดแล้วควบคุมมาน่าให้เกิดปรากฏการณ์


ซึ่งแนวนี้ผมมองว่า โครตขี้โม้ เพราะส่วนใหญ่แม่มร่ายเร็วมาก
คือโอเคใช้บ่อยๆก็คล่อง
แต่ถ้าเปรียบกับการชู๊ต 3 แต้มของบาสเก็ตบอล
เวลาแข่งขันจริงๆ มันก็มียิงพลาดกันทั้งนั้นแหล่ะ


เพราะงั้นการร่ายเวทย์แบบไม่ใช้คำร่าย มันควรจะมีร่ายพลาดบ้าง
แต่นี่เหมือนเวลาแข่งแล้วยิงเข้า 100%




โดยเมจในนิยายปัจจุบันมักจะขี้โม้แบบไม่อิงหลักการณ์อะไรเลย
เน้นชิวๆจนรู้สึกได้ว่าคนเขียนก็เขียนแบบชิวๆ




ส่วนจอมยุทธ


จะสร้างพื้นฐานร่างกายก่อน เพื่อรองรับการคำนวนอันมหาศาลจากการใช้กระบวนท่าต่างๆ


ซึ่งในขั้นหลังๆก็จะดึงพลังฟ้าดินมาเพื่อใช้กระบวนท่าได้เหมือนเมจ
แต่เมจ จะยกการคำนวนทั้งหมดไปให้ระบบ หรือเทพ ทำตามคำสั่งแทน
------—


ซึ่งจะกลายเป็นว่า ถ้าพลังเวทย์ พลังฟ้าดิน พลังธาตุต่างๆในพื้นที่ไม่มี
นักเวทย์ กับผู้ฝึกยุทธก็จะใช้ ท่าใหญ่ ไม่ได้เช่นกัน


แต่ถ้าเทพตาย จิตวิญญาณ ภูติต่างๆ ไม่มี
เมจ ก็จะเป็นง่อย หรืออาจจะใช้บางเวทย์ได้ แต่ก็กาก


ต่างกับจอมยุทธที่พัฒนาร่างกาย ให้ตัวเองสามารถใช้ท่าได้




ถ้าจะเปรียบ


เมจ เหมือนคนถือมือถือต่อเน็ต กินไฟน้อย cpu ต่ำ แล้วเชื่อต่อเข้าเซิฟเวอร์
เพื่อใช้ชุดคำสั่งคำนวนต่างๆ


ส่วน​จอมยุทธคือ คนใช้ pc ที่ต้องใช้เครื่องแรงๆเพื่อคำนวน
แต่โปรแกรมคำนวนโหลดมาเก็บหมด ไม่ต้องต่อเน็ต




ถ้าว่าเวลาสู้กันใครจะชนะ แน่นอนว่าเมจ สะดวกกว่ามาก
แถมการคำนวนหลายๆอย่างให้เซิฟคำนวนๆไวกว่า pc


แต่ถ้าลองตัดเน็ตสิ  :o




แล้วถ้าต้องป้อนข้อมูลเยอะๆ จอมยุทธที่ใช้เมาส์ กับ คีบอร์ด ย่อมกดไวกว่ามาก




สรุปให้เล่นเกม pvp กัน ถ้าเล่นเกมได้ทั้งบน pc mobile
แน่นอน จอมยุทธ ชนะขาด


ขนาดเกม fps ที่เล่มข้ามแพลทฟอร์ม
แล้วคอนโซลต้องใช้จอย ขนาดมีช่วยเล็งเป้า ยังแพ้ เมาส์เลย




---------------------
ส่วนเคล็ดวิชา เสริมกำลังกาย
กับ เวทย์เสริมกำลังกาย


ผมมองว่าฝั่งเคล็ดวิชา มันเหมือนยาโด๊ป
ส่วนเวทย์ มันเหมือนใส่ power suit


ผลลัพธ์​อาจจะคล้ายกัน แต่ในรายละเอียดต่างกันมาก
คือการใส่ชุด ยังไงมันก็เป็นพลังภายนอก ถึงจะคุมได้แต่มันก็ไม่ใช่พลังแท้จริง


แต่คนเขียนก็ชอบโยนภาระในการคำนวนให้เทพ รึจิตวิญญาณธรรมติไป




ถามว่าต่างกันยังไง ก็เหมือนเวลาเล่นเกม
ฝั่งนึงประสาทสัมผัสตอบสนองระดับเทพ กับคนธรรมดา


หรือนักกีฬาปิงปอง มาเจอกับนักเล่นเกม
ฝั่งนึงใช้เครื่องเล่นแบบรีโมทจับการเคลื่อนไหว
อีกฝั่งกดจอยเอา
แน่นอนว่าให้มี ดีเลย์เท่ากันนะ
 

ออฟไลน์ Put1996

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 299
  • ถูกใจแล้ว: 37 ครั้ง
  • ความนิยม: +7/-9
จอมยุทธ์มันก็คือ muscle wizard ใน 3rd edition ไง (มั้ง จำกฏไม่ได้แล้ว)
My friend, I like war
My friend, I love war
 

ออฟไลน์ Rumia

  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 8,353
  • ถูกใจแล้ว: 2270 ครั้ง
  • ความนิยม: +347/-403
จริงๆมันแล้วแต่คนเขียนนะครับ ที่ต้องไห้นักเวทร่ายเวทเพราะไม่งั้นมันจะไร้จุดอ่อนเกินไปดังนั้นเมจปกติจึงร่างกายไม่แข็งแรงเน้นสมอง ไอ้ไร้ร่ายนะมันมีตังแต่สมัยก่อนแต่ไม่ไช่เมจแต่เป็นคลาสที่สูงระดับสุดยอดของสายเช่นนักดาบเวท จอมคาถา เจ้ามนตรา ซึ่งเป็นคลาสสูงสุดหรือเกือบจะสุดแล้วจึงจะทำได้แต่ดันเอามาเปรียบกัับสายต่อสู้ขันต้นแบบจอมยุทเนี่ยนะ จริงๆเอาไร้ร่ายมาไช้ได้ตังแต่แรกๆแล้วตอนท้ายๆจะมีอะไรไม่ต้องเรียนเวทใหณ่เลยยังได้ผมสมมุตินะถ้าไร้ร่ายหมายความว่าจะไช้เวทได้ทันที่่กี่ครังก็ได้เพราะไม่ต้องร่ายอะไรสแปมไฟบอลร้อยลูกพันลูกก็ได้มันขาดสมดุลเกินไป แต่คนแต่งมักจะแต่งไห้ตัวเอกโกงเลยเอาไร้ร่ายมาไส่
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: ลายทาง

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,741
  • ถูกใจแล้ว: 1940 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
จริงๆมันแล้วแต่คนเขียนนะครับ ที่ต้องไห้นักเวทร่ายเวทเพราะไม่งั้นมันจะไร้จุดอ่อนเกินไปดังนั้นเมจปกติจึงร่างกายไม่แข็งแรงเน้นสมอง ไอ้ไร้ร่ายนะมันมีตังแต่สมัยก่อนแต่ไม่ไช่เมจแต่เป็นคลาสที่สูงระดับสุดยอดของสายเช่นนักดาบเวท จอมคาถา เจ้ามนตรา ซึ่งเป็นคลาสสูงสุดหรือเกือบจะสุดแล้วจึงจะทำได้แต่ดันเอามาเปรียบกัับสายต่อสู้ขันต้นแบบจอมยุทเนี่ยนะ จริงๆเอาไร้ร่ายมาไช้ได้ตังแต่แรกๆแล้วตอนท้ายๆจะมีอะไรไม่ต้องเรียนเวทใหณ่เลยยังได้ผมสมมุตินะถ้าไร้ร่ายหมายความว่าจะไช้เวทได้ทันที่่กี่ครังก็ได้เพราะไม่ต้องร่ายอะไรสแปมไฟบอลร้อยลูกพันลูกก็ได้มันขาดสมดุลเกินไป แต่คนแต่งมักจะแต่งไห้ตัวเอกโกงเลยเอาไร้ร่ายมาไส่


จริงๆต้นกำเนินไร้ร่ายไม่โกงนะ แต่หลังๆใส่ให้จนโกง
ถามว่าโกงยังไง


เมจแต่ก่อน ส่งเสียงร่ายสั้นๆเวทย์ไวเร็วแต่ไม่แรง
ร่ายยาวๆเวทย์แรง
เตรียมพิธี เขียนอักขระ เติมพลังบูชายันนู่นนี่นั่น
พร้อมกับร่ายคาถายาวเหยียด พลังเวทย์อลังการ


แต่ไร้ร่ายคือแทนที่จะเสียเวลาร่ายเวทย์ก็คิดในใจแทน
ซึ่งคอนเซปไม่มีปัญหาอะไร


แต่ที่ใช้ๆกันในนิยายหลังๆมาจริงๆ คือไร้ร่ายทั้งไว ทั้งแรงยังกับทำพิธี
แถมยิงได้ถี่ยิบ




ซึ่งมันก็คือ การท่องหนังสือทั้งเล่มในหัวในเวลาเสี้ยววินาที :(


ซึ่งถ้าเป็นนิยายจีนมันจะอธิบายว่าพอฝึกวิชาไประดับสูงๆสมองก็จะพัฒนาไปด้วย




แต่นิยายญี่ปุ่นที่เป็นเมจ ส่วนใหญ่ไม่ได้กล่าวถึงการพัฒนาสมองเลย
เลยกลายเป็นแค่ตั้งใจฝึก เอ็งก็จะคำนวนไวขึ้นได้โดยไม่มีขีดจำกัด


พลังเวทย์ดึงมาจากอากาศ แต่พวกเอ็งก็ปล่อยพลังมามากกว่าที่อากาศบริเวณนั้นมี
แล้วยิงถี่ยิบแบบไม่ต้องรอมานาในอากาศกลับมา




ซึ่งพวกใช้พลังลมปราณ มันออกแนวสะสมในร่างมันเลยยิงได้จนกว่าจะหมด


แต่คอนเซปเมจมันคือ ใช้มานาตัวเองควบคุม พลังในธรรมชาติ
แล้วเอ็งดึงพลังในอากาศมาในเสี้ยววินาทีนี่นะ :o
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: ลายทาง

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,297
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +245/-433
ความต่างของเมจคือ
เมจจะใช้พลังจากธรรมชาติ โดยผ่านการควบคุมจากเวทย์
โดยเมจต้องเสียมานาเป็นค่าแรงที่ใช้ไปทำให้เกิดปรากฏการณ์ต่างๆ


เมจในแนวยุคเก่าจะเน้นที่คาถา คือรหัสอย่างนึงเพื่อเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณขั้นสูงเช่น เทพต่างๆ เพื่อขอยืมพลัง


เมจยุคใหม่ จะชอบแต่งว่าแค่คิดก็สร้างเวทย์ได้แล้ว
โดยอาจจะเขียนว่า ข้าเข้าใจในกระบวนการทั้งหมดแล้วควบคุมมาน่าให้เกิดปรากฏการณ์


ซึ่งแนวนี้ผมมองว่า โครตขี้โม้ เพราะส่วนใหญ่แม่มร่ายเร็วมาก
คือโอเคใช้บ่อยๆก็คล่อง
แต่ถ้าเปรียบกับการชู๊ต 3 แต้มของบาสเก็ตบอล
เวลาแข่งขันจริงๆ มันก็มียิงพลาดกันทั้งนั้นแหล่ะ


เพราะงั้นการร่ายเวทย์แบบไม่ใช้คำร่าย มันควรจะมีร่ายพลาดบ้าง
แต่นี่เหมือนเวลาแข่งแล้วยิงเข้า 100%




โดยเมจในนิยายปัจจุบันมักจะขี้โม้แบบไม่อิงหลักการณ์อะไรเลย
เน้นชิวๆจนรู้สึกได้ว่าคนเขียนก็เขียนแบบชิวๆ




ส่วนจอมยุทธ


จะสร้างพื้นฐานร่างกายก่อน เพื่อรองรับการคำนวนอันมหาศาลจากการใช้กระบวนท่าต่างๆ


ซึ่งในขั้นหลังๆก็จะดึงพลังฟ้าดินมาเพื่อใช้กระบวนท่าได้เหมือนเมจ
แต่เมจ จะยกการคำนวนทั้งหมดไปให้ระบบ หรือเทพ ทำตามคำสั่งแทน
------—


ซึ่งจะกลายเป็นว่า ถ้าพลังเวทย์ พลังฟ้าดิน พลังธาตุต่างๆในพื้นที่ไม่มี
นักเวทย์ กับผู้ฝึกยุทธก็จะใช้ ท่าใหญ่ ไม่ได้เช่นกัน


แต่ถ้าเทพตาย จิตวิญญาณ ภูติต่างๆ ไม่มี
เมจ ก็จะเป็นง่อย หรืออาจจะใช้บางเวทย์ได้ แต่ก็กาก


ต่างกับจอมยุทธที่พัฒนาร่างกาย ให้ตัวเองสามารถใช้ท่าได้




ถ้าจะเปรียบ


เมจ เหมือนคนถือมือถือต่อเน็ต กินไฟน้อย cpu ต่ำ แล้วเชื่อต่อเข้าเซิฟเวอร์
เพื่อใช้ชุดคำสั่งคำนวนต่างๆ


ส่วน​จอมยุทธคือ คนใช้ pc ที่ต้องใช้เครื่องแรงๆเพื่อคำนวน
แต่โปรแกรมคำนวนโหลดมาเก็บหมด ไม่ต้องต่อเน็ต




ถ้าว่าเวลาสู้กันใครจะชนะ แน่นอนว่าเมจ สะดวกกว่ามาก
แถมการคำนวนหลายๆอย่างให้เซิฟคำนวนๆไวกว่า pc


แต่ถ้าลองตัดเน็ตสิ  :o




แล้วถ้าต้องป้อนข้อมูลเยอะๆ จอมยุทธที่ใช้เมาส์ กับ คีบอร์ด ย่อมกดไวกว่ามาก




สรุปให้เล่นเกม pvp กัน ถ้าเล่นเกมได้ทั้งบน pc mobile
แน่นอน จอมยุทธ ชนะขาด


ขนาดเกม fps ที่เล่มข้ามแพลทฟอร์ม
แล้วคอนโซลต้องใช้จอย ขนาดมีช่วยเล็งเป้า ยังแพ้ เมาส์เลย




---------------------
ส่วนเคล็ดวิชา เสริมกำลังกาย
กับ เวทย์เสริมกำลังกาย


ผมมองว่าฝั่งเคล็ดวิชา มันเหมือนยาโด๊ป
ส่วนเวทย์ มันเหมือนใส่ power suit


ผลลัพธ์​อาจจะคล้ายกัน แต่ในรายละเอียดต่างกันมาก
คือการใส่ชุด ยังไงมันก็เป็นพลังภายนอก ถึงจะคุมได้แต่มันก็ไม่ใช่พลังแท้จริง


แต่คนเขียนก็ชอบโยนภาระในการคำนวนให้เทพ รึจิตวิญญาณธรรมติไป




ถามว่าต่างกันยังไง ก็เหมือนเวลาเล่นเกม
ฝั่งนึงประสาทสัมผัสตอบสนองระดับเทพ กับคนธรรมดา


หรือนักกีฬาปิงปอง มาเจอกับนักเล่นเกม
ฝั่งนึงใช้เครื่องเล่นแบบรีโมทจับการเคลื่อนไหว
อีกฝั่งกดจอยเอา
แน่นอนว่าให้มี ดีเลย์เท่ากันนะ


เจอคนที่เป็น GM ว่าประมาณนี้น่ะครับ




เมจเทพนั้นมีคาถา quickening ที่ทำให้คิดคาถาและร่ายได้คำพูดหรือ ความคิด ท่าทาง ได้
ภายในพริบตาเดียว




แต่ปราณยุทธระดับสูงนั้นมันเคลื่อนไหวเว่อกว่าการกระพริบตาไปน่ะครับ


เคสที่ท่ทนว่าตัดจากแหล่ฝพลังก็ใช่




มันมี Anti  magic field หรืออะไรต่างๆที่ไม่สามารถร่ายเวทย์ได้ในบริเวณนั้น


แต่บอกว่า การสู้กับผู้ฝึกยุทธใน anti magic field ก็เหมือนกับการสู้กับคนที่ปรับค่าสเตตัส  สถานะมาเต็มหลอดแม้จะยังไม่มีพลังเว่อๆในการบังคับไฟ หรืออะไรต่างๆแบบนอก anti magic field ก็ตาม


การลบล้างเวทมนตร์มีผลน้อยมากกับคนอยู่สายปราณยุทธ แต่จะร้ายแรงอย่างมากต่อเมจ




สู้กับเมจใน anti magic field ของเวทย์ใช้ไม่ได้ เมจก็เป็นแค่เนิร์ด


สู้กับปราณยุทธ ใน anti magic field ก็เหมือนกับสู้กับนักศิลปะการต่อสู้ที่ค่าสถานะปรกติก็ต่อยรถถังพัง


แต่ปัญหาของผมอยู่ที่การเอามาข้ามโลกกันน่ะครับ




ว่าไม่มีเหตึผลอะไรที่เมจจะฝึกปราณยุทธไม่ได้




เพราะตามหลักปราณยุทธคือไม่ว่าใครก็ฝึกได้ แม้แต่ก้อนหินหรือต้นหญ้า แค่การบรรลุขั้นสํฝร้องใช้เวลานานเอามากๆ อาจตายไปก่อน ถ้าไม่มีคุณสมบัติหรือของโกง




อย่างที่ผมคิด คือ เมกุมิน หรือ ยุนยุน ที่มีพลังสิบล้านในเวทย์ หากฝึกแบบ tale of demon and God ก็จะบรรลุขั้นตำนานภายในวันเดียวน่ะครับ


หากเปรียบเมกุมิน ในแนวปราณยุทธ ก็เหมือนกันคือคนที่มีร่างกายโกงมาตั้งแต่เกิด พลังมหาศาลตั้งแต่เด็ก


แต่เรามักไม่ค่อยเห็นกันเพราะอนวปราณยะทธ มักให้คนมีคุณสมบัติเช่นนี้เป็นตัวโกงหรือเมียพระเอก




ส่วนพระเอกปราณยุทธ นั้นเป็นขยะในด้านบ่มเพาะพลังในตอนแรกๆ






ว่าไปแล้วการร่ายต่อเนื่องไม่แปลกนะ


มัรเป็นสกิลชั้นสํงของเมจ qucikening  อย่างที่ผมว่าไป คนที่ได้ระดับนั้นก็ต้องประมาณ โมมอนกะหรืออควอ ที่เป็นจอมเวทย์ขั้นสิบหรือเทพเจ้า




ผมให้เครดิต พลังโกงจากพระเจ้าไว้ค่อนข้างมากน่ะครับ




ติดนิสัยพวกเนิร์ดฝรั่งมา ว่าต้งอกำหนดพลังโกงจากพระเจ้าให้โกงจริงๆ ส่วนคนที่เหลือในโลกนั้นอยู่ภายใต้กฎเดียวกัน






จริงๆมันแล้วแต่คนเขียนนะครับ ที่ต้องไห้นักเวทร่ายเวทเพราะไม่งั้นมันจะไร้จุดอ่อนเกินไปดังนั้นเมจปกติจึงร่างกายไม่แข็งแรงเน้นสมอง ไอ้ไร้ร่ายนะมันมีตังแต่สมัยก่อนแต่ไม่ไช่เมจแต่เป็นคลาสที่สูงระดับสุดยอดของสายเช่นนักดาบเวท จอมคาถา เจ้ามนตรา ซึ่งเป็นคลาสสูงสุดหรือเกือบจะสุดแล้วจึงจะทำได้แต่ดันเอามาเปรียบกัับสายต่อสู้ขันต้นแบบจอมยุทเนี่ยนะ จริงๆเอาไร้ร่ายมาไช้ได้ตังแต่แรกๆแล้วตอนท้ายๆจะมีอะไรไม่ต้องเรียนเวทใหณ่เลยยังได้ผมสมมุตินะถ้าไร้ร่ายหมายความว่าจะไช้เวทได้ทันที่่กี่ครังก็ได้เพราะไม่ต้องร่ายอะไรสแปมไฟบอลร้อยลูกพันลูกก็ได้มันขาดสมดุลเกินไป แต่คนแต่งมักจะแต่งไห้ตัวเอกโกงเลยเอาไร้ร่ายมาไส่


คือที่ผมคิดมันก็ไม่โกงขนาดนั้นในการร่ายเวทย์


เพราะหากนับกันปราณยุทธมันก็แท็งก์ไฟร์บอลได้อย่างชิลๆหากร่างกายแข็งแกร่งพอล่ะครับ




ผมจำลองการต่อสู้คือจอมยุทธจะพยายามเข้าประชิดเมจในการต่อสู้




แต่การต่อสํจะต่างไป ถ้าปราณยุทธเข้าขั้นกึ่งเทวะที่บรรยายว่าเคบื่อนไหวเร็วกว่าแสงหรืออะไรเว่อๆพวกนั้น






เอาจากแนวคิดคือ โลกแฟนตาซีเป็นมิตรมากกว่า เพราะไม่ไล่ฆ่ากันมากอย่างโลกปราณยุทธ มีโรงเรียนเวทมนตร์ ที่ลูกศิษย์ลูกหาไม่ได้พยายามฆ่ากันตายบ่อยๆอย่างปราณยุทธ และวัฒนธรรมที่รับใข้อาณาจักร ไม่ใช่มีอะไรไม่พอใจก็อาละวาดอย่างโลกปราณยุทธ




คือ ผมเจอแนวคนปราณยุทธ ไปเกิดในโลกแฟนตาซีก็พยายามปกปิดส่ามีพลังสูงเพื่อให้เรื่องเดินไปด็พอเข้าใจ


แต่โลกแฟนตาซีเด็กมีพลังสูง ก็ไม่ได้โดนตระกูลใหญ่ไล่ฆ่า แน่จะได้ทุนไปโรงเรียนหลวง แบบแนว Otome game มากกส่าที่ตระกูลใหญ่จะฆ่าคนที่มีพรสวรรค์แบบโลกปราณยุทธ




ใครจะมีอารมณ์ฆ่าเด็กที่มีพรสวรรค์ทางเวทมนตร์สูงได้ ? ...อน่างน้อยก็ในโลกแฟนตาซีนั่นล่ะ




จอมยุทธ์มันก็คือ muscle wizard ใน 3rd edition ไง (มั้ง จำกฏไม่ได้แล้ว)


ก็นั่นล่ะครับ แต่หลายคนรู่สึกว่า monk มันไม่ OP อย่างแนวปราณยุทธ xianxia


พยายามจะสร้างระบบตามที่แนสปราณยุทธบรรยายอย่างเว่อๆน่ะครับ




เหมือนกับแนวดราก้อนบอลนั่นล่ะ แฟนๆขยันคำนวณค่าพลัง ส่วนอ.โทริยาม่า สนใจแต่เนื้อเรื่องที่สร้างความดราม่าได้




เช่นหากคำนวณว่าทั้งหมดอยู่ในโลกเดียวกัน ส่งหมายเลข 16 ไปกระทืบฟรีซเซอร์ ราดิชหรืออะไรตั้งแต่แรกก็คงไม่ลำบากแล้ว


http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ Tagate

  • พลทหารหมี
  • **
  • กระทู้: 122
  • ถูกใจแล้ว: 12 ครั้ง
  • ความนิยม: +5/-4
  • เพศ: ชาย
แบบ Quanzhi Fashi (Full Time Magister)?


กว่าพี่ท่านจะเปลี่ยนชุด, รวมพลัง, ร่ายเวท คงโดนพวกแนวเซียนต่อยปลิวไปถึงไหนแล้ว....  ;D


อย่างน้อย ต้องมีข้อได้เปรียบเรื่องระยะห่างกับพื้นที่แสดงผลล่ะครับ ไม่งั้นสู้ไม่ได้แน่ ลองเทียบกะ RO วิซาร์ด Dex 80 สู้กะ มั้งค์สายคอมโบ เอาไว้ได้เลย
 

ออฟไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 17,441
  • ถูกใจแล้ว: 14062 ครั้ง
  • ความนิยม: +377/-7
  • เพศ: ชาย
  • นักอู้มือหนึ่ง
ความเห็นส่วนตัวนะ. ผมว่าการที่ให้จอมเวทใช้เวทที่ไม่ต้องร่ายก่อนมันทำให้สมดุลของเรื่องเสียหมด. ปกติพวกนักดาบ-จอมหมัดเจอนักเวทวิธีการต่อสู้ที่ดีที่สุดคือโจมตีก่อนที่อีกฝ่ายร่ายเวทจบ. ถ้าไม่ต้องร่ายเวทจะเอาอะไรไปสู้ละ?   ยิ่งหลังๆมีเวทเสริมพลังนี่ยิ่งไปกันใหญ่พวกนักรบนี่ไม่จำเป็นในกลุ่มปาร์ตี้ด้วยซ้ำไป. ผมว่าควรจะใช้ระบบเหมือนการ์ตูนเรื่องเอลน่า-ซาก้า. เวททุกอย่างต้องร่ายหมดเวทยิ่งร่ายยาวยิ่งแรง. เวทร่ายสั้นๆก็มีแต่ประสิทธิภาพจะสู้เวทร่ายยาวไม่ได้
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,297
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +245/-433
แบบ Quanzhi Fashi (Full Time Magister)?


กว่าพี่ท่านจะเปลี่ยนชุด, รวมพลัง, ร่ายเวท คงโดนพวกแนวเซียนต่อยปลิวไปถึงไหนแล้ว....  ;D


อย่างน้อย ต้องมีข้อได้เปรียบเรื่องระยะห่างกับพื้นที่แสดงผลล่ะครับ ไม่งั้นสู้ไม่ได้แน่ ลองเทียบกะ RO วิซาร์ด Dex 80 สู้กะ มั้งค์สายคอมโบ เอาไว้ได้เลย
ก็นั่นล่ะครับ
หากร่ายในพริบตาก็ยังทำอะไรไม่ได้กับพวกเซียนที่สามารถเคลื่อนไหกวได้เร็วเท่าแสงหรือเหนือแสง..งถึงจะไม่รู้ว่ามันเป็นอีท่าไหนก็เถอะ
แต่นั่นคือลักษณะของการที่พวกปราณยุทธไปแในโลกแฟนตาซีน่ะครับ
ผมกำลังมองในรูปแบบของพวกแฟนตาซีศึกษาปราณยุทธจะอออกมาอีท่าไหน่ะครับ?
หลายๆเรื่องก็ทำแบบค่อนข้างดูถูก ฝ่ายแฟนตาสีว่าอ่อนแอก็น่าจะจริงหากมองในระดับสูงของพวกปราณยุทธที่มีตัวเลขเว่อๆอย่างเคลื่อนไหกวความเร็วเหนือแสง
ความเห็นส่วนตัวนะ. ผมว่าการที่ให้จอมเวทใช้เวทที่ไม่ต้องร่ายก่อนมันทำให้สมดุลของเรื่องเสียหมด. ปกติพวกนักดาบ-จอมหมัดเจอนักเวทวิธีการต่อสู้ที่ดีที่สุดคือโจมตีก่อนที่อีกฝ่ายร่ายเวทจบ. ถ้าไม่ต้องร่ายเวทจะเอาอะไรไปสู้ละ?   ยิ่งหลังๆมีเวทเสริมพลังนี่ยิ่งไปกันใหญ่พวกนักรบนี่ไม่จำเป็นในกลุ่มปาร์ตี้ด้วยซ้ำไป. ผมว่าควรจะใช้ระบบเหมือนการ์ตูนเรื่องเอลน่า-ซาก้า. เวททุกอย่างต้องร่ายหมดเวทยิ่งร่ายยาวยิ่งแรง. เวทร่ายสั้นๆก็มีแต่ประสิทธิภาพจะสู้เวทร่ายยาวไม่ได้
เป็นเรื่องที่คนเล่นเกมส์กระดานเจอมาตลอดครับว่า มใีจอมเวทย์คนเดียวก็เรียกว่าแทนที่ได้ทุกตำแหน่ง ทั้งนักสู้ นินจา โจร ฯลฯ
เพราะเวทย์มันสะดวกมากทำอะไรได้ทุกอย่างเท่าที่เราจะนึกออก
เนิรืดตะวันตกเลยชอบสายเวทย์มาก
ที่ผมคิดประมาณคือพวกเนิร์ดไปเจอกับปราณยุทธน่ะครับ
ว่าพวกเนิร์ดสไตล์คนเล่นเกมส์ จะไม่ดูถูกสายอื่น
แต่จะมองว่ามีประโยชน์อย่างไรและหาวิธีโกงจากผลของสกิลต่างๆนั้น
เช่นหากรู้ว่าปราณยุทธทำให้เคลื่อนไหวได้รวดเร็ว ก็จะฝึกปราณยุทธเพื่อให้ร่ายเวทย์ได้เร็วขึ้น
เอาแบบธรรมดาคือ อย่างที่ท่านว่า ตัดพวกเซียนที่โจมตีนักเวทย์ได้ก่อนที่จะร่ายคาถาออกไป
การร่ายคาถายาวนานนั้นมีขึ้นเพื่อสร้างความสมดุลย์อย่างที่ท่านว่าล่ะครับ
ในระบบมันมีค่า con ความทนทานของร่างกายด้วยหรือ ความแข็งแกร่ง ที่แม้เมจจะเป็นสายบุ๋นต้องมีค่า con ความแข็งแกร่งเยอะพอสมควรจึงจะสามารถทนทานการร่ายเวทย์เป็นระยะเวลาอันยาวนานได้
ผมพยายามคิดมุกเรื่องการข้ามโลกกันในสไตล์ปราณยุทธ สัประยุทธทะลุฟ้าน่ะครับ

มีนักเล่นแร่แปรธาตุไปอยู่ในโลกปราณยุทธหรือนักสร้างไอเท็มสร้างแหวนมิติก็คงเป็นเรื่องราวที่น่าสนุกไปอีกแบบ
ถึงชอบมีการบรรยายว่าไม่มีเวทย์ในโลกปราณยุทธก็เถอะ แต่ก็เห็นปล่อยไฟ ปล่อยพิษหรือสายฟ้ากันได้ตลอด
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ Tagate

  • พลทหารหมี
  • **
  • กระทู้: 122
  • ถูกใจแล้ว: 12 ครั้ง
  • ความนิยม: +5/-4
  • เพศ: ชาย
[quote/]
ก็นั่นล่ะครับ
หากร่ายในพริบตาก็ยังทำอะไรไม่ได้กับพวกเซียนที่สามารถเคลื่อนไหกวได้เร็วเท่าแสงหรือเหนือแสง..งถึงจะไม่รู้ว่ามันเป็นอีท่าไหนก็เถอะ
แต่นั่นคือลักษณะของการที่พวกปราณยุทธไปแในโลกแฟนตาซีน่ะครับ
ผมกำลังมองในรูปแบบของพวกแฟนตาซีศึกษาปราณยุทธจะอออกมาอีท่าไหน่ะครับ?
หลายๆเรื่องก็ทำแบบค่อนข้างดูถูก ฝ่ายแฟนตาสีว่าอ่อนแอก็น่าจะจริงหากมองในระดับสูงของพวกปราณยุทธที่มีตัวเลขเว่อๆอย่างเคลื่อนไหกวความเร็วเหนือแสง
[quote/]เป็นเรื่องที่คนเล่นเกมส์กระดานเจอมาตลอดครับว่า มใีจอมเวทย์คนเดียวก็เรียกว่าแทนที่ได้ทุกตำแหน่ง ทั้งนักสู้ นินจา โจร ฯลฯ
เพราะเวทย์มันสะดวกมากทำอะไรได้ทุกอย่างเท่าที่เราจะนึกออก
เนิรืดตะวันตกเลยชอบสายเวทย์มาก
ที่ผมคิดประมาณคือพวกเนิร์ดไปเจอกับปราณยุทธน่ะครับ
ว่าพวกเนิร์ดสไตล์คนเล่นเกมส์ จะไม่ดูถูกสายอื่น
แต่จะมองว่ามีประโยชน์อย่างไรและหาวิธีโกงจากผลของสกิลต่างๆนั้น
เช่นหากรู้ว่าปราณยุทธทำให้เคลื่อนไหวได้รวดเร็ว ก็จะฝึกปราณยุทธเพื่อให้ร่ายเวทย์ได้เร็วขึ้น
เอาแบบธรรมดาคือ อย่างที่ท่านว่า ตัดพวกเซียนที่โจมตีนักเวทย์ได้ก่อนที่จะร่ายคาถาออกไป
การร่ายคาถายาวนานนั้นมีขึ้นเพื่อสร้างความสมดุลย์อย่างที่ท่านว่าล่ะครับ
ในระบบมันมีค่า con ความทนทานของร่างกายด้วยหรือ ความแข็งแกร่ง ที่แม้เมจจะเป็นสายบุ๋นต้องมีค่า con ความแข็งแกร่งเยอะพอสมควรจึงจะสามารถทนทานการร่ายเวทย์เป็นระยะเวลาอันยาวนานได้
ผมพยายามคิดมุกเรื่องการข้ามโลกกันในสไตล์ปราณยุทธ สัประยุทธทะลุฟ้าน่ะครับ

มีนักเล่นแร่แปรธาตุไปอยู่ในโลกปราณยุทธหรือนักสร้างไอเท็มสร้างแหวนมิติก็คงเป็นเรื่องราวที่น่าสนุกไปอีกแบบ
ถึงชอบมีการบรรยายว่าไม่มีเวทย์ในโลกปราณยุทธก็เถอะ แต่ก็เห็นปล่อยไฟ ปล่อยพิษหรือสายฟ้ากันได้ตลอด



ขอใช้ Quanzhi Fashi เป็นเบสละกัน เพราะมันใกล้เคียงกะหัวข้อที่สุดละ ถึงผมจะรู้เนื้อเรื่องแค่ตอนต้นๆก็เหอะ


ถ้ามองเรื่องนี้แล้วเอามาเทียบกะ WN ของยุ่น ในเรื่องจะแบ่งออกเป็น 4 สาย สายบู้(นักรบเวท) สายเวท สายฮิล สายสร้าง และมี 7 ธาตุ แสงเบาสุด สายฟ้าแรงสุด


นางเอก(?) สายบู้ ธาตุน้ำแข็ง ถ้าไม่นับเวทร่าย คุณเธอร่ายน้ำแข็งลงพื้น(ไร้ร่าย)เพิ่มความเร็วตัวเอง/ลดความเร็วธาตุอื่น/CCล้ม, ร่ายน้ำแข็งเป็นดาบหรือมีดติดรองเท้า(ไร้ร่าย)แล้วเข้าไปเชือดคอ/ตัดหัวมอน เห็นไหม? ไร้ร่ายแบบดูไม่โกง แต่เทพนะครับ


หรือสายเวทแบบเพื่อนพระเอก แนวซัพ ธาตุลม บัพความเร็ว, บัพเกราะลม(บล็อคดาเมจกายภาพ), CCมัด(ด้วยลม) พวกนี้แทบไม่ต้องร่ายเพราะระยะไม่ไกล+พื้นที่แสดงผลแคบ แต่ได้ผลโคตรดี


ถ้าต้องการเอาตัวละครแนวจอมเวทเข้าไปในโลกเซียนแล้วโชว์เทพได้ ก็ผสมมันไปทั้ง 4 สายครับ ลองเทียบตามระยะเวลาก็ได้ เนื้อเรื่องของไก เอ้ย! มาติอัสประมาณ 1 ปี เทียบกะแนวเซียนทั่วๆไป คาดว่ามาติคงตบคว่ำหมด....  :P
 

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,741
  • ถูกใจแล้ว: 1940 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
พอพูดถึงการสลับโลก


โลกเซียนไป โลกเวทย์มนต์
อันนี้จะไม่ค่อยมีปัญหาเพราะ สเปก คือการพัฒนาร่างกาย
แล้วค่อยเชื่อมต่อพลังธรรมชาติ


ส่วนโลกเวทย์มนต์ ไปโลกเซียน
อันนี้จะเหนื่อยมาก
เหมือนกับพวกจบวิทยาศาสตร์ อย่างหมอ
ให้ไปเป็นนักกีฬา ก็แน่นอนจะฝึกได้ถูกต้องตามทฤษฎี
แต่กว่าจะพัฒนาร่างกายให้เท่าเทียบกับพวกบ้าพลังได้ก็ยาก




ถ้าเปรียบเทียบพวกสายอิ้นมาเป็นนักบอล
ก็จะเป็นกองกลาง ตรงกลางคอยอ่านเกมเมองเกมทะลุ
ร่างกายแข็งแกร่ง แต่ไม่ว่องไว มาก อาจจะวิ่งแนวตรงไว
แต่ไม่เลี้ยงทะลุทะลวงได้คล่องแบบปีก ช้ากว่าแต่ไม่ค่อยเสียบอล




ส่วน​พวก​พรสวรรค์​สูง
จะเป็นปีก ใช้พลังกายความเร็ว ตัดสินทุกอย่างในเสี้ยววินาที
สนแค่ทำยังไงจะวิ่ง รึเลี้ยงทะลุไปข้างหน้าเท่านั้น
แล้วมองหาเพื่อนว่าจะส่งให้ไหมรึจะยิงเอง




คือพูดง่ายๆยิ่งฉลาดการตอบสนองจะยิ่งช้า
เพราะเก็บเอาตัวแปรเข้ามาคำนวนเยอะมาก


ส่วนพวกคิดน้อยๆจะไว เพราะไม่คิดมาก
แล้วเน้นการตอบสนองตรงหน้ามากกว่า




เพราะงั้นถ้าเมจ ไปอยู่โลกเซียน
การทำความเข้าใจต่างๆจะไว เวลาต่อสู้จริงจะเป็นสายสมดุล
แล้วก็ถนัดคราฟของ เช่นยันต์รึค่ายกล


แต่ไม่ใช้พวกบ้าฝึกพลัง เช่น ฝึกกระบวนท่าตั้งแต่เช้นยันเย็น
คือจะฝึกเท่าที่จำเป็น แล้วเอาเวลาอื่นไปคราฟของ รึเรียนรู้มากกว่า


จะไม่ใช่พวกอัพขั้นแบบนรกแตก แต่ก็ไม่มีคอขวด


อย่างชาวบ้านอัพพลัง ขั้น 1 ใช้ 1 เดือน ขั้น 2 ครึ่งปี ขั้น 3 1 ปี
แต่พวกสายเมจก็จะราวๆ ขั้น 1 2-3 วัน ขั้น 2 2-3 สัปดาห์ ขั้น 3 1 เดือน


ส่วนพวกนรกแตกก็ 2 วันไปขั้น 2 แล้วขั้น 3 ก็ สักสัปดาห์


คือต่างกันยังไง
กลุ่มคนธรรมดาจะสะสมพลังช้า ทำความเข้าใจช้า


ส่วนกลุ่มเมจ จะหาวิธี เอาพลังเข้าสู้ร่างไวกว่า เรียนรู้ไวกว่า
แต่ต้องเสียเวลาการพัฒนาร่างกายให้รองรับพลังด้วย
เรียกว่าไปคอขวดที่ร่างกายโตไม่ทัน


ส่วนพวกนรกแตกคืออะไร ใช้ของใช้สมบัติสิ้นเปลือง
ปรกติใช้หินปราณ 100 เม็ดเพื่อเลื่อนขั้น โดยใช้ วันละ 1-3 เม็ดเป็นค่าสูงสุดที่ร่างกายรับได้
แต่พวกบ้านี่ รับทีเดียว 200-300 เม็ดเลย เพื่อเลื่อนขั้น
จนร่างแทบจะระเบิด แล้วใช้ตัวช่วยอื่นๆมาซ่อมแซมร่างแทน
เช่นแหวนฮีล รึยาต่างๆ
แต่วิธีการแบบนี้มันเสี่ยงตายมากไป พวกคนฉลาดเขาไม่ทำกัน
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,297
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +245/-433
[quote/]


ขอใช้ Quanzhi Fashi เป็นเบสละกัน เพราะมันใกล้เคียงกะหัวข้อที่สุดละ ถึงผมจะรู้เนื้อเรื่องแค่ตอนต้นๆก็เหอะ


ถ้ามองเรื่องนี้แล้วเอามาเทียบกะ WN ของยุ่น ในเรื่องจะแบ่งออกเป็น 4 สาย สายบู้(นักรบเวท) สายเวท สายฮิล สายสร้าง และมี 7 ธาตุ แสงเบาสุด สายฟ้าแรงสุด


นางเอก(?) สายบู้ ธาตุน้ำแข็ง ถ้าไม่นับเวทร่าย คุณเธอร่ายน้ำแข็งลงพื้น(ไร้ร่าย)เพิ่มความเร็วตัวเอง/ลดความเร็วธาตุอื่น/CCล้ม, ร่ายน้ำแข็งเป็นดาบหรือมีดติดรองเท้า(ไร้ร่าย)แล้วเข้าไปเชือดคอ/ตัดหัวมอน เห็นไหม? ไร้ร่ายแบบดูไม่โกง แต่เทพนะครับ


หรือสายเวทแบบเพื่อนพระเอก แนวซัพ ธาตุลม บัพความเร็ว, บัพเกราะลม(บล็อคดาเมจกายภาพ), CCมัด(ด้วยลม) พวกนี้แทบไม่ต้องร่ายเพราะระยะไม่ไกล+พื้นที่แสดงผลแคบ แต่ได้ผลโคตรดี


ถ้าต้องการเอาตัวละครแนวจอมเวทเข้าไปในโลกเซียนแล้วโชว์เทพได้ ก็ผสมมันไปทั้ง 4 สายครับ ลองเทียบตามระยะเวลาก็ได้ เนื้อเรื่องของไก เอ้ย! มาติอัสประมาณ 1 ปี เทียบกะแนวเซียนทั่วๆไป คาดว่ามาติคงตบคว่ำหมด....  :P
คือฝรั่งมันแฟร์กับการบรรยายน่ะครับ
คำถามของว่าซูเปอร์แมนเจอเวทย์มนตร์จะเป็นอย่างไร?
คำตอบคือ หากซูเปอร์แมนทนไฟที่มาจากลาวาหรือดวงอาทิตย์ได้ ซูเปอร์แมนก็ทนไฟร์บอลได้น่ะครับ
ปราณยุทธสังเกตอย่างที่ว่าหากเทียบเป็นระบบคือ สายการต่อสู้ที่ปรับค่าสถานะพื้นฐานมาจนเต็มหลอด

แต่ข้อเสียหากจะมีก็คือการบรรยายว่า "เขาต้องเข้าถ้ำเจ็ดสิไปบ่มเพาะพลังด้วยเวลาสามร้อยล้านปี"..ฝรั่งบอกว่านั่นมันเวลานานมากนะโวียมากกว่าจักรวาลบา่งจักรวาลอีกและไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในช่วงนั้นเลยเรอะ?
หมายถึงหากพลังมากพอจะไม่สามารถโจมตีฝ่ายปราณที่พื้นฐานร่างกายเว่อๆเข้าน่ะครับ
เท่าที่อ่านมาก็คล้า่ยๆกันคือ คนโลกปราณกลับชาติมาเกิดในแฟนตาซีไปเจอพื้นที่ห้ามใช้เวทย์ทำให้ร่างกายช้าลง คนที่มาจากโลกปราณก็ทนการกดทับของพลังได้มากกว่านักเวทย์ในโลกนี้
..เรื่องสายลมไวสุดผมก็เห็นด้วยครับ
ไปเจอ GM แบบดหดๆ เขาบอกว่าไม่มีความสมดุลย์ในการต่อสู้ ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกสายไหน
พวกเนิร์ดที่เป็นสายชอบวิเคราะห์ ก็วิเคราะห์ออกมาว่า ลมคือธาตุที่โจมตีไวที่สุดไฟคือธาตุที่ต้องมีหากต้องการทำให้ฝ่ายตรงข้ามบาดเจ็บได้ง่ายกว่า
ปัญหาคือ สายปราณยุทธระดับสุงจะแท็งก์คาถาระดับธรรมดาได้
หรือจะบรรยายว่าการทำพื้นลื่นไม่มีผลเพราะพวกนี้มันเหยียบใบไม้ลอยตัวได้นี่ล่ะครับ

พยายามจะคิดระบบของจักรวาลที่อธิบายเวทย์ทั้งหมดได้ในจักรวาลเดียวกันน่ะครับ
นึกถึง แขนกลคนแปรธาตุเหมือนกัน ที่คนเขียนบอกว่าได้กำหนดค่าสถานะพลังของตัวเอกเอาไว้ก่อนว่าทำอะไรได้บ้าง
ผมว่าก็เป็นวิธีที่ดีเพราะเรื่องจะไม่หลุด
ที่ว่ามานี่คือผมพยายามแฟร์ทั้งสองฝ่ายว่าตจ่างฝ่ายจะได้เปรียบเสียเปรียบในเรื่องไหนกันน่ะครับ

หากเราเล่นมุกว่าวิชาปราณฝึกได้ไม่ว่าจะเป็นก้อนหินหรือสิ่งมีชีวิตประเภทไหนก็ตาม
ความได้เปรียบเสียเปรียบหากเมจไปพบวิชาบ่มเพาะลมปราณคืออะไร?
พอพูดถึงการสลับโลก


โลกเซียนไป โลกเวทย์มนต์
อันนี้จะไม่ค่อยมีปัญหาเพราะ สเปก คือการพัฒนาร่างกาย
แล้วค่อยเชื่อมต่อพลังธรรมชาติ


ส่วนโลกเวทย์มนต์ ไปโลกเซียน
อันนี้จะเหนื่อยมาก
เหมือนกับพวกจบวิทยาศาสตร์ อย่างหมอ
ให้ไปเป็นนักกีฬา ก็แน่นอนจะฝึกได้ถูกต้องตามทฤษฎี
แต่กว่าจะพัฒนาร่างกายให้เท่าเทียบกับพวกบ้าพลังได้ก็ยาก




ถ้าเปรียบเทียบพวกสายอิ้นมาเป็นนักบอล
ก็จะเป็นกองกลาง ตรงกลางคอยอ่านเกมเมองเกมทะลุ
ร่างกายแข็งแกร่ง แต่ไม่ว่องไว มาก อาจจะวิ่งแนวตรงไว
แต่ไม่เลี้ยงทะลุทะลวงได้คล่องแบบปีก ช้ากว่าแต่ไม่ค่อยเสียบอล




ส่วน​พวก​พรสวรรค์​สูง
จะเป็นปีก ใช้พลังกายความเร็ว ตัดสินทุกอย่างในเสี้ยววินาที
สนแค่ทำยังไงจะวิ่ง รึเลี้ยงทะลุไปข้างหน้าเท่านั้น
แล้วมองหาเพื่อนว่าจะส่งให้ไหมรึจะยิงเอง




คือพูดง่ายๆยิ่งฉลาดการตอบสนองจะยิ่งช้า
เพราะเก็บเอาตัวแปรเข้ามาคำนวนเยอะมาก


ส่วนพวกคิดน้อยๆจะไว เพราะไม่คิดมาก
แล้วเน้นการตอบสนองตรงหน้ามากกว่า




เพราะงั้นถ้าเมจ ไปอยู่โลกเซียน
การทำความเข้าใจต่างๆจะไว เวลาต่อสู้จริงจะเป็นสายสมดุล
แล้วก็ถนัดคราฟของ เช่นยันต์รึค่ายกล


แต่ไม่ใช้พวกบ้าฝึกพลัง เช่น ฝึกกระบวนท่าตั้งแต่เช้นยันเย็น
คือจะฝึกเท่าที่จำเป็น แล้วเอาเวลาอื่นไปคราฟของ รึเรียนรู้มากกว่า


จะไม่ใช่พวกอัพขั้นแบบนรกแตก แต่ก็ไม่มีคอขวด


อย่างชาวบ้านอัพพลัง ขั้น 1 ใช้ 1 เดือน ขั้น 2 ครึ่งปี ขั้น 3 1 ปี
แต่พวกสายเมจก็จะราวๆ ขั้น 1 2-3 วัน ขั้น 2 2-3 สัปดาห์ ขั้น 3 1 เดือน


ส่วนพวกนรกแตกก็ 2 วันไปขั้น 2 แล้วขั้น 3 ก็ สักสัปดาห์


คือต่างกันยังไง
กลุ่มคนธรรมดาจะสะสมพลังช้า ทำความเข้าใจช้า


ส่วนกลุ่มเมจ จะหาวิธี เอาพลังเข้าสู้ร่างไวกว่า เรียนรู้ไวกว่า
แต่ต้องเสียเวลาการพัฒนาร่างกายให้รองรับพลังด้วย
เรียกว่าไปคอขวดที่ร่างกายโตไม่ทัน


ส่วนพวกนรกแตกคืออะไร ใช้ของใช้สมบัติสิ้นเปลือง
ปรกติใช้หินปราณ 100 เม็ดเพื่อเลื่อนขั้น โดยใช้ วันละ 1-3 เม็ดเป็นค่าสูงสุดที่ร่างกายรับได้
แต่พวกบ้านี่ รับทีเดียว 200-300 เม็ดเลย เพื่อเลื่อนขั้น
จนร่างแทบจะระเบิด แล้วใช้ตัวช่วยอื่นๆมาซ่อมแซมร่างแทน
เช่นแหวนฮีล รึยาต่างๆ
แต่วิธีการแบบนี้มันเสี่ยงตายมากไป พวกคนฉลาดเขาไม่ทำกัน
ขอบคุรครับ
ผมนึกถึงเทพยุทธเซียนกลอรี่นะ
บรรยายว่าเด็กเนิร์ดคนหนึ่ง ฉลาด เรื่องการคำนวณแดมเมจหรืออะไรต่างๆนี่เป๊ะแล้ว
แต่การบังคับควบคุมร่างกายไม่ทัน
แต่พอสามารถปรับการควบคุมได้เท่ากับความคิด ก็เป็นผู้เล่นเกมส์คนหนึ่งที่บังคับได้แบบไม่ผิดพลาดเลยเพราะคำนวณทุกอย่างจนหมด
หรือเราจะสรุปว่า คนที่หัวดี ไม่ว่าไปโลกไหนก็เก่งก็ได้ครับ ฮา :P
นึกถึงหมอที่ไปสายนิติเป็นผู้พิพากษา สายคณิตศาสตร์ หมอแพทยืหรือนิติศาสตร์ใช้ตรรกะศาสตร์เหมือนกัน หมอก็เลยสอบเสติ ผู้พิพากษาอัยการได้เร็วมากเช่นกันเพราะคิดแบบเป็นเหตุผล
ท่านบอกว่าสายนรกแตกกับสายใช้สมองนี่ผมพอเข้าใจเลยครับ
พอมาเล่นเควสต์ที่สร้างระบบแล้ว
คือว่า พวกผู้เล่นจะไม่เสี่ยงอะไรที่ไม่ auto success คือไม่สำเร็จโดอยอัติโนมัติ ที่มีโบนัสค่าความฉลาดมากพอ
หากเสี่ยงกินยามากไป มีโอกาสติดพิษ ผู้เล่นก็จะหลีกเลี่ยงยอมที่จะให้ร่างกายพักผ่อนสักชั่วระยะ เอาเวลาที่ร่างกายพักไปศึกษาเรื่องการปรุงยาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นมากกว่าที่จะเสี่ยงอัดยาจนติดพิษในปริมาณมากๆทีเดียว
เวลาจะทะลวงด่าน ก็พยายามลดอาการติดพิษหรือปรับร่างกายให้มีค่าความมั่นคง stability และค่าคอรัปชั่นน้อยที่สุดก่อนเพื่อให้การทะลวงขั้นมีผลเสียน้อยที่สุด
ที่ผมว่าเมกุมินหรือนักเวทยืโกงเพราะพวกนี้มีพลังสุงอยู่ในตนเองแล้วน่ะครับ
ผมเจอคำบรรยายว่า สูบพลังจากโลกภายนอกมาแล้ว ก็ต้องมีการ"เปลี่ยนพลังให้เป้นของเรา"
ซึ่งขั้นตอนนี้จเมจอย่างเมกุมินข้ามไปได้ เพราะพลังในตนเองมหาศาลพออยู่แล้ว
ผมมองว่าไม่ต่างอะไรจากพวกนรกแตกน่ะครับ
แค่ต่างจากพวกนรกแตกเพราะพวกนี้ไม่จำต้องพึ่งยาเพราะมีพลังมากในตัวอยู่แล้ว
ไม่จำต้องไปกินสัตว์อสูรใอย่างน้อยก็ในช่วงขั้นแรกๆที่พลังในตนเองมากพอที่จะไม่สนพวกสัตวือสูรที่พลังน้อยกว่าตนเอง
..
ว่าด้วยปราณยุทธไปแฟนตาซี
ผมว่าก็อย่างที่ว่าล่ะครับ
แฟนตาซีค่อนข้างจะใจดีกับคนมีเวทย์มากกว่า ยกเว้นโลกที่ไล่ฆ่าแม่ดมด แต่ดดยทั่วไปมักเป็นโลกอย่างดราก้อนเควสต์ที่คนมีเวทย์ก็ไม่ได้โดนไล่ฆ่าอะไรแข็งแกร่งขึ้นมาก็ไม่ได้มีนายน้อยที่ไหนจะไล่ฆ่าเราอย่างง่ายๆ
แต่ส่วนใหญ่จะได้ทุนไปศึกษาเล่าเรียนฟรีๆด้วยซ้ำถ้ามีเวทย์สูงพอ
ผมนึกถึงว่า คนสายปราณยุทธไปโลกแฟนตาซีแบบแนวต่างโลกก็ถือว่าไปโลกระดับง่ายขึ้นในการใช้ชีวิตล่ะครับ
เมจไปโลกปราณยุทธ อาจจะต้องวัดดวงหน่อยว่าไปเกิดเป็นใคร เป็นนายน้อยตระกูลใหญ่ก็สบายหน่อย มีคนสนับสนุนเอาใจ
หากไปเกิดเป็นลูกตาสียายสา อาจจะโดนนายน้อยกระทืบเล่นน ได้ตายก่อนที่จะเก่งเอา
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ xxfunxx

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,704
  • ถูกใจแล้ว: 317 ครั้ง
  • ความนิยม: +61/-99
จะเป็นอย่าง monster soul รึเปล่านะ
 

ออฟไลน์ Jorai

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 368
  • ถูกใจแล้ว: 43 ครั้ง
  • ความนิยม: +3/-8
ปราณ+ธาตุ หรือ เวท+วิชายุทธ   อืมมมม... Fairy tail นี่หว่า
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก