ไม่เกี่ยวกับร้ายดีครับ มันคือองค์กร มีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ วิธีการชัดเจน หัวหน้ามีคุณสมบัติเป็นผู้นำที่ดี ลูกน้องเชื่อมั่นในหัวหน้าและองค์กร
แค่ในนิยาย หนัง การ์ตูน ส่วนใหญ่ สื่อออกมาในรูปแบบตัวร้าย องค์กรร้าย กลุ่มคนแค่นั้นเองครับ(มันเขียนต่อง่ายกว่าพระเอกเจอศัตรูแต่ละตัว แม่งความคิด อุดมการณ์ไม่เหมือนกันเลย น่าจะปวดหัวน่าดู)
หนังสงครามก็แสดงให้เห็นการต่อสู้ระหว่าง 2 ฝ่าย แถมยอมตายเพื่อชาติ ชาติที่ชนะเท่านั้นจึงจะได้เขียนประวัติศาสตร์
ก็นั่นล่ะครับ
ว่ากันตรงๆ ผมใว่าหลายตัวก็มีคุณสมบัติผู้นำที่ดี
อย่างประมุขยิ่ม หรือตงฟาง นั้นเป็นอัจฉริยะหลายด้าน ไม่ใช่แค่เรื่องวรยุทธเท่านั้น
เหล็งฮู้ชงยังมองออกเลยว่าตนเองรอบรู้สู้ไม่ได้
คิดอีกแง่คือผมมองว่า การสร้สางองค์กรขึ้นมาจะทำให้มากน้อย สมาชิกในองค์กรจะภักดีต่อองค์กรสินะครับ?
เช่น เป็นทหารเกณฑ์ฺ แม้มาเป็นเพดราะเงินยนเดือน แต่จ่าสังอะไรมาก็ทำตาม ในโลกแห่งความเป็นจริงก็เป็นอย่างนั้น
ทำไมตัวร้ายมีลูกน้องจงรักภักดีเยอะจัง
1.โดนล้างสมองจนคิดว่าเจ้านายตัวเองคือผู้ถูกต้องคนอื่นผิดหมด
2.ตัวร้ายร้ายกับคนอื่นแต่ดูแลลูกน้องดีมาก
3.โดนสังคมขับไล่จนตัวร้ายเป็นคนเดียวที่ยอมรับ
4.รักษาสัญญาแบบไม่ลืมหูลืมตา รุ่นก่อนดีรุ่นนี้กลายเป็นตัวร้ายก็ยังรับใช้อยู่
5.ก่อนที่พระเอกจะมาฝ่ายที่พระเอกอยู่ชั่วโคตรจนหันมาเข้ากับตัวร้ายเพราะโดนอีกฝ่ายรังแกหรือใส่ร้าย
ตัวร้ายบางคนก็ไม่ได้ร้ายมาตั้งแต่ต้นแต่โดนคนธรรมดาในเรื่องหรือผู้มีอำนาจบีบจนต้องร้าย หลายตัวชะตากรรมไม่ต่างจากพระเอกหลายเรื่อง แต่พระเอกโชคดีกว่าที่มีคนเข้าใจ ขณะที่ตัวร้ายนะโดนบีบคั้นจนบ้าไปเลยก็มี
นั่นก็ช่วยความซับซ้อนให้กับเรื่องล่ะครับ
แปลว่าหากมองในภาพใหญา การหาคนทำงานให้ที่จงรักภักดีจนตัวตายไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตัวร้ายจะทำได้
ผมว่าที่จอมมารหรือประมุขชพรรคยิ้มได้
เพราะจะมากจะน้อย ประมทุขหรือจอมมารคือคนที่เก่งเกือบที่สุดในเรื่องน่ะครับ
เชื่อมั่นในฝีมือและการรับประกันความปลอดภัยของตนเอง
คิระก็เป็นเพียงแค่คนธรรมดา ที่เล่นกับพลังที่เกินกว่าตนเอง ไม่าได้มีความเก่งกาจในตนเองจริงๆ
หากคิระนอกจากเป็นคนะรรมดาแล้วยังมีลมปราณหรือความสามารถประมาณพระเอกแนวโชวเน็นคนอื่น
ที่ต่อให้แผนพลาดก็ยังเชื่อว่าตนเองจะรอดไำปได้เพราะความสามารถของตนเองนั้นมีมากพอ
ไม่รู้จักครับ ฮา
อย่างมากก็เรียกว่าเคยได้ยินกันผ่านๆเพราะเป็นคนมีอิทธิพลชื่อดังนั่นล่ะ
เรื่องการบริหารคนผมว่าในสเกลโลกความจริงนั้นบริหารทั้งง่ายและยากกว่า
ที่ยากกว่าคือโลกความจริงนั้นความสามารถส่วนบุคคลไม่ต่างกันมากนัก
หากลุกน้องเอาปืนมายิงก็ตายแน่ๆ
แต่เพราะเป็นโลกความจริงลุกน้องก็ตายได้ง่ายยเช่นกันและสังคมค่อนข้างสงบสุขมากกว่า ทำให้เลือกที่จะยอมตามมากกว่าหยิบปืนมาฆ่าเจ้านายตนเอง
ผมนึกถึงเรื่องการปกครองมีคนบอกว่าทำไมคนชั่วปกครองบ้านเมือง?
ก็เราพะมีแต่คนชั่วที่คิดเรื่องเกี่ยวกับแผนการปกครองคนอื่น
คนดีไม่คิดอย่างนั้น อาจจะด้วยวัฒนธรรมและหลักศีละรรมต่างๆ
การที่จะก้าวไปถึงจุดหนึ่งได้ ต้องมีนิสัย sociopath ที่สามารรถตัดสินใจได้แบบไม่มีอารมณ์มาปน เอาผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง มองมนุษย์เป็นเพียงทรัพยากรอย่างหนึ่งเท่านั้น
ซึ่งถามว่าได้ผลไหมมันก็ได้ผล
ความจริงคนทั่วไปก็ไม่ใช่คนที่จะเรียกร้องอะไรมากมายเพราะคิดถึงอนาคตว่าอาจจะลำบากกว่า
ที่เกิดการต่อสู้บ่อยก็มีแอฟริกา ที่เกิดการต่อสู้เพราะไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยพื้นฐานได้
คนเราเกลียดความวุ่นวายมากกว่าเกลียดเผด็จการโดยมากแล้ว คนไม่อยากยุ่งกับการปกครอง
กรณีอย่างลุงกรินเดลวัลด์นี่ ใช้อุดมการณ์ที่ว่าขอแค่เป็นผู้วิเศษ ไม่สนใจสายเลือดอย่างมีชั้นเชินี่ ซื้อใจพ่อมดแม่มดได้เยอะมากเลยเหมือนกันนะครับ
ในขณะโวลเดอมอร์นี่คงตรงข้ามนะครับ มีแต่คนบ้าหรือคนโง่(พวกคลั่งเลือดบริสุทธินี่ผมมองว่าโง่ ไม่ได้มองโลกอย่างถ่องแท้เลยว่ากำลังทำลายตัวเอง)หรือขู่คนให้กลัว
ถ้าสังเกตดีดี
กรินเดลวัลด์จะไม่ยอมให้มือตนเองเปื้อนจากการฆ่าเด็กด้วยครับ
สิ่งเล็กน้อยที่ผมมองว่าต่างกับโวลเดอมอร์ที่กรินเดลวัลด์แสวงหาการยอมรับมากกว่า
เรียกว่ามมีเป้าหมายที่จะรวมคนที่ต้องการสิ่งที่กรินเดลบวัลด์ยกตัวอย่างมาให้ทำงานร่วมกันได้