
"เมื่อเก้าอี้ขุนนาง มีบาร์โค้ดแปะราคา" เปิดตำนาน 'ตลาดสดราชการ' ของฮั่นหลิงตี้ : ธุรกิจที่ทำกำไรสูงสุด แต่ขาดทุนด้วย 'ความล่มจม' ของแผ่นดิน

?
.
ในโลกของการบริหาร มีกฎเหล็กอยู่ข้อหนึ่งที่อันตรายที่สุด "เมื่อที่มาของอำนาจ คือการลงทุน... การใช้อำนาจ ย่อมเป็นการถอนทุนคืน"
.
วันนี้ต้าจีนจะพาไปเปิดบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ที่ระยำที่สุดของราชวงศ์ฮั่น ยุคสมัยที่ฮ่องเต้ผันตัวมาเป็น "พ่อค้า" และเปลี่ยนราชสำนักให้กลายเป็น "ซูเปอร์มาร์เก็ตขายตำแหน่ง" อย่างเป็นทางการ!
.

?️ จุดเริ่มต้น : โปรเจกต์ "สวนตะวันตก"
ในปี ค.ศ. 178 ฮั่นหลิงตี้จอมลามก ได้เกิดไอเดียธุรกิจสุดบรรเจิดเขามองว่า ในเมื่อขุนนางอยากได้ตำแหน่งกันนัก ทำไมต้องแต่งตั้งฟรีๆ? เขาจึงสั่งให้เปิด "ทำเนียบสวนตะวันตก" ให้กลายเป็น "ตลาดหลักทรัพย์ทางการเมือง"
.
ไม่ได้มีการแอบยัดเงินใต้โต๊ะนะครับ แต่นี่คือ "บนโต๊ะ" มีป้ายราคาแปะบอกชัดเจน ใครเงินถึง ก็ยกเก้าอี้กลับบ้านไปได้เลย!
.

? ราคาของอำนาจ (อ้างอิงจากพงศาวดาร)
ตามบันทึกในพงศาวดารฮั่นยุคหลัง และจือจื้อทงเจี้ยนระบุเรตราคามาตรฐานไว้ดังนี้:
.

?สูตรคำนวณ: เงินเดือนขุนนาง 1 ตั้น = ราคาขาย 10,000 เหรียญ
◾ตำแหน่งเจ้าเมือง/ผู้ว่าฯ (2,000 ตั้น): ราคา 20 ล้านเหรียญ
◾ตำแหน่งรัฐมนตรี (400 ตั้น): ราคา 4 ล้านเหรียญ
◾ตำแหน่งระดับ Top 3 ของประเทศ (ซานกง - สามมหาเสนาบดี): ราคา 10 ล้านเหรียญ (มีส่วนลดพิเศษ เพราะเป็นตำแหน่งเกียรติยศ)
.
การตลาดสุดล้ำ : ฮั่นหลิงตี้เข้าใจหัวอกคนอยากเป็นขุนนางแต่หมุนเงินไม่ทัน เขาจึงมีระบบ "ผ่อนจ่าย"
ใครเครดิตดี ให้เข้ามารับตำแหน่งก่อนได้

?แล้วค่อย "หาเงินจากตำแหน่ง" มาผ่อนใช้คืนทีหลัง! (จุดนี้แหละคือหายนะ)
.

? กรณีศึกษา : กลิ่นเหม็นของเงินตรา
มีขุนนางตระกูลดังคนหนึ่งชื่อ "ชุยเลี่ย" เขาเป็นคนมีความรู้และชื่อเสียงดีมาตลอด แต่ด้วยกิเลสอยากเป็นใหญ่ เขาจึงตัดสินใจ "จ่ายเงิน 5 ล้านเหรียญ" (ราคาโปรโมชั่น ผ่านการล็อบบี้จากแม่นมฮ่องเต้) เพื่อแลกกับตำแหน่ง "ซือถู" 1 ใน 3 ตำแหน่งใหญ่ในยุคนั้น
.
วันหนึ่ง ชุยเลี่ยถามลูกชายตัวเองว่า "พ่อได้ตำแหน่งใหญ่ขนาดนี้ ชาวบ้านเขาว่ายังไงกันบ้าง?" ลูกชาย (ชุยจวิน) ตอบกลับด้วยประโยคที่กลายเป็นตำนานว่า
.
"เดิมทีท่านพ่อมีชื่อเสียงหอมหวน แต่ตั้งแตรับตำแหน่งนี้มา ตัวท่านมีแต่กลิ่นเหม็นของเงิน! (ถงโช่ว - 铜臭)"
.
คำว่า "ถงโช่ว" (กลิ่นเหม็นของเงิน) จึงกลายเป็นสำนวนจีนที่ใช้ด่าข้าราชการที่ได้ดีเพราะใช้เงินซื้อมาจนถึงทุกวันนี้
.

? ผลลัพธ์: สมการแห่งความพินาศ
เมื่อ "อำนาจ" มีต้นทุนที่ต้องจ่าย "ความยุติธรรม" จึงกลายเป็นสินค้าที่ต้องขาย
.
◾วงจรอุบาทว์ของการถอนทุนคืน : ขุนนางที่ME้หนี้ยืมสินมา 20 ล้านเพื่อซื้อเก้าอี้เจ้าเมือง ไม่มีทางที่จะเข้าไปทำงานด้วยอุดมการณ์ สิ่งแรกที่เขาต้องทำคือ "รีดภาษี" จากชาวบ้านให้ได้มากกว่า 20 ล้าน เพื่อใช้หนี้ฮ่องเต้และเอากำไรเข้ากระเป๋าตัวเอง กฎหมายจึงถูกบิดเบือน คนผิดกลายเป็นถูกถ้ามีเงินจ่าย คนถูกกลายเป็นผิดถ้าไม่มีเงินยัด
.
◾คนเก่งหมดที่ยืน : ขุนนางตงฉินที่มีความสามารถแต่ไม่มีเงิน ถูกระบบนี้เขี่ยทิ้งจนหมด เหลือแต่พ่อค้าหน้าเลือดและลูกหลานคนรวยที่ไร้สมองเข้ามาบริหารประเทศ
.
◾ระเบิดเวลา : เมื่อประชาชนถูกรีดเลือดจนหมดตัว ความอดทนก็สิ้นสุดลง เพียง 6 ปีหลังจากเปิดตลาดขายตำแหน่ง...กบฏโพกผ้าเหลือง "จางเจี่ยว" ก็ลุกฮือขึ้น ประชาชนนับล้านเข้าร่วมกบฏ ไม่ใช่เพราะพวกเขารักกบฏ แต่เพราะพวกเขา "เกลียดรัฐบาลที่ทุจริตคอร์รัปชั่น"
.

? บทสรุป : บทเรียนราคาแพง
ราชวงศ์ฮั่นที่ยิ่งใหญ่กว่า 400 ปี ไม่ได้ล่มสลายเพราะข้าศึกจากนอกด่าน แต่ล่มสลายเพราะ "โมเดลธุรกิจ" ของผู้นำที่มองว่าตำแหน่งข้าราชการคือ "สินค้า"
.

?ประวัติศาสตร์หน้านี้ตบหน้าคนรุ่นหลังให้ตื่นและฉุกคิดได้เสมอว่า ***"ผู้นำที่ยอมจ่ายเงินมหาศาล เพื่อแลกกับอำนาจ... ไม่เคยมีใครทำเพื่อการกุศล"
.
เพราะในสมการของพ่อค้า... การลงทุนต้องมี "กำไร" และกำไรนั้น... ล้วนขูดรีดมาจาก "เนื้อหนังของประชาชน" ทั้งสิ้น.
.
#ต้าจีน #tajeen #ประวัติศาสตร์จีน #ฮั่นเลนเต้ #การเมือง #สามก๊ก #บทเรียนจากอดีต #ฉุกคิด
https://web.facebook.com/photo/?fbid=1421474936003015&set=a.213019660181888
