แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: นิยายจีนแฟนตาซียุคใหม่แม่งเศรษฐกิจแม่งเป็นแบบโลกล่มสลายหมดเลยฟะ  (อ่าน 1152 ครั้ง)

ออฟไลน์ Rumia

  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 7,570
  • ถูกใจแล้ว: 3480 ครั้ง
  • ความนิยม: +275/-377
หลายครังที่มีคนมาถามไอเดียผมบอกเลยว่าแค่แต่งไห้สนุกมันจะไม่สมจริงแค่ไหนก็ขายได้ พอผมมาย้อนนึกๆดูเกี่ยวกับนิยายจีนแฟนตาซีแม่งทุกเรื่อง ไช้ของแลกของไม่มีหน่วยค่าเงินกลางเกือบทังหมดแม่งไช้ของกินแลกของ พอมานึกดูแม่งนี่มันระบบเงินหลังโลกล่มสลายชัดๆนี่หว่าเป็นกันเกือบทุกเรื่อง แม้ว่าตอนแรกจะไช้เงินธรรมดาแต่พอระดับสูงขึ้นเงินแม่งเฟ้อต้องไช้ของกินทังหลายมาแลกเปรี่ยนกัน แปลว่าไม่มีใครควบคุมเศรษฐกิจเลยไม่มีรัฐบาลหน่วยงานบริหารถึงต้องไช้ของกินแลกของ ที่ว่าไม่มีรัฐหรือหน่วยงานเพราะพวกนี้ไม่สามารถการันตีค่าเงินของตัวเองได้มีก็เหมือนไม่มี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 20, 2023, 11:38:17 PM โดย Rumia »
 

ออฟไลน์ moneyisgod

  • เครื่องปั้มแห่งห้องรับแขก
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,447
  • ถูกใจแล้ว: 2610 ครั้ง
  • ความนิยม: +304/-327
ต้องบอกว่าแยกออกเป็นคนละระบบไปเลยดีกว่า ชาวบ้านตาสีตาสาก็ใช้ไว้อ้างอิง แต่พวกเหนือมนุษย์มันตีมูลค้าไม่ได้แล้วไง
 

ออนไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 15,065
  • ถูกใจแล้ว: 17112 ครั้ง
  • ความนิยม: +351/-391
  • เพศ: ชาย
  • นักอู้มือหนึ่ง
นอกเรื่องนิดนะท่าน ผมอ่านนิยายของเด็กไทยพวกย้อนไปแก้ไขอดีตทำไมมีแต่ลงทุนคริปโต? ไม่มีลุงทุนหุ้นเลยสักเรื่องครับ?  :D หรือว่าเป็นเรื่องของยุคสมัยหว่า
 

ออฟไลน์ Rumia

  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 7,570
  • ถูกใจแล้ว: 3480 ครั้ง
  • ความนิยม: +275/-377
ต้องบอกว่าแยกออกเป็นคนละระบบไปเลยดีกว่า ชาวบ้านตาสีตาสาก็ใช้ไว้อ้างอิง แต่พวกเหนือมนุษย์มันตีมูลค้าไม่ได้แล้วไง
ไม่ครับสมัยก่อนอย่าพวกห้องสินไซอิ๋วก็เหนือมนุษย์แต่ก็ยังไช้เงินตราได้อยู่นิครับ แถมของวิเศษแม่งโม้เหม็นกว่าเยอะเลยโป็ยก่ายยังเคยบ่นว่าสมัยเป็นเทพ ได้เบี้ยหวัดน้อยไม่คุ้มกับค่าจ้างเรื่องสมัยก่อนพวกเทพก็ไช้เงินนี่ครับ ไม่ว่าจะเป็นจ้างพายเรือข้ามแม่น้ำนรกหรืออะไรต่างๆมีการไช้เงินเสมอความต่างคือ เรื่องสมัยก่อนมีรัฐบาลที่มันคงมากจนออกเงินตราไช้ได้มากกว่าครับ ใครจะงัดกับเง็กเซียนได้เจอเบล็กอับขาใหณ่อย่างยูไลกวนอิมไหม
นอกเรื่องนิดนะท่าน ผมอ่านนิยายของเด็กไทยพวกย้อนไปแก้ไขอดีตทำไมมีแต่ลงทุนคริปโต? ไม่มีลุงทุนหุ้นเลยสักเรื่องครับ?  :D หรือว่าเป็นเรื่องของยุคสมัยหว่า 
ผมว่าแค่ไส่มาไห้เท่ๆแค่นั้นมากกว่าครับความจริงมันกำไรต่ำจะตายสู้ทองยังไม่ได้เลยถ้ามีทุนมากๆนะ กำไรช้ากว่าซื้อหุ้นเยอะถ้ารู้อนาคตเทรดหุ้นนี้รวยไวสุดแล้วปันจากพันเดียวเป็นหมื่นล้านได้ในไม่กี่วันเลย ข้อเสียคือต้องแม่นเอาตรงๆคลิบโตกำไรยังสู้ของเล่นไม่ได้เลยถ้าทุนมีน้อยนะ ส่วนถ้าทุนหนาสู้ทองไม่ได้ส่วนหุ้นนะปัณหาคือใครมันจะไปจำได้ครับแม้มันจะรวยไวสุดก็ตาม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 21, 2023, 12:13:04 AM โดย Rumia »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 8,201
  • ถูกใจแล้ว: 2718 ครั้ง
  • ความนิยม: +156/-399
อันที่จริงเรือ่งค่าเงินลด devalue currency lังเกตดีดีจะมีมาทุกยุคสมัยครับ ปัญหาเดียวกันในทุกยุคคือรัฐบาล มันมือไปหน่อยในการผลิตเงินตราเอามาใช้
ทำให้ประชาชนไม่ไว้ใจค่าเงินนั้นอีกต่อไปว่างั้น
ประเทศที่เจอปัญหานี้อีกไม่น่านก็ล่มสลายล่ะ แต่ไม่นานที่ว่าอาจจะกินเวลาหลายร้อยปี ???
...
ไปเจอแนวคิดหนึ่งบอวก่าทางเทคนิค
ระบบสำนักที่มีแต้มภารกิจก็ไม่ต่างกัน
แต่แต้มภารกิจก็มีการรักษาคุณค่าไว้เพระานิสัยของศิษย์พี่ ที่กดขี่ข่มเหงรุ่นน้องทำให้รุ่นน้องสำนึกได้ว่า แต้มสำนักนั้นยมีค่าจริงๆ สำนักเลยอยู่ต่อไปได้จนกว่าจะเจอพระเอกปราณยุทธที่ทำลายกติกาต่างๆไปจนหมด
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ DDAvatar

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 208
  • ถูกใจแล้ว: 120 ครั้ง
  • ความนิยม: +6/-6
ผมนึกว่าระบบแต้มสำนัก คือ การพยายาม โฆษณาชวนเชื่อระบบ โซเชียล Score ซะอีก
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: sariora123, richter

ออฟไลน์ Rumia

  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 7,570
  • ถูกใจแล้ว: 3480 ครั้ง
  • ความนิยม: +275/-377
ผมนึกว่าระบบแต้มสำนัก คือ การพยายาม โฆษณาชวนเชื่อระบบ โซเชียล Score ซะอีก
ระบบแต้มสำนักมันคือระบบคูปองผลงานครับมันคือระบบของเหมานั้นแหละที่รัฐจะจ่ายคูปองไห้จำนวนหนึ่ง แต่ไม่พอต่อการไช้ประชาชนต้องทำงานแลกคูปองมาไช้จ่ายเช่นทำนาได้คูปองยี่สิบใบต่อวันและแน่นอนมันเอาไปไช้นอกประเทศไม่ได้ สินค้าทุกอย่างถูกกำหนดราคาโดยรัฐเหมือนกับระบบแต้มสำนักแปะเลยไหมครับ ส่วนที่ผมว่าไช้ของกินแลกของมันก็มียุคหลังสงครามที่จีนเป็นแบบนั้นจริงๆการไช้ของกินแลกสินค้า หมายความว่าระบบเงินภายในไม่ถูกยอมรับทางแก้คือไช้เงินสกุลอื่นของประเทศอื่นไปเลย แล้วค่อยปรับเงินของตัวเองแต่นิยายจีนมันไม่มีประเทศอื่นไม่มีราชาที่ควบคุมเศรษกิจการเงิน มีแต่สำนักที่เป็นใหณ่หลายแห่งดังนั้นระบบการเงินจึงไม่มี

ออฟไลน์ richter

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,972
  • ถูกใจแล้ว: 1247 ครั้ง
  • ความนิยม: +47/-24
ไม่ใช่ว่านิยายจีนยุคใหม่เป็นสไตล์ชิมชอปชิล(มือถือต่างโลก)ซะมากหรอกเหรอครับ
ระบายความแค้นกับชนชั้นที่กดตัวเอง ข้ารวย ข้าเทพ ข้ามีทุกอย่าง ข้าได้ทุกนาง แต่ข้าก็มิอาจเหนือไปกว่าประเทศได้  ;D

ออฟไลน์ sariora123

  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,605
  • ถูกใจแล้ว: 4206 ครั้ง
  • ความนิยม: +282/-395
  ถ้าหาก แนว ที่หัวกระทู้ว่ามามันเป็นแนวที่มีกันเยอะ


งั้นลองคิดในเเง่ สภาพ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ สังคม  มีผลลักษณะ วรรณกรรมของ ประเทศนั้นๆ


       แสดงว่า คนรุ่นใหม่ในยุคนี้ มีปัญหา หรือ เห็ปัญหา อะไรสักอย่างกับระบบเศรษฐกิจในประเทศ




อย่างเช่นญี่ปุ่นที่มีต่างโลกเพียบ เพราะคนรุ่นใหม่ประสบปัญหาทางระเบียบสังคม




แบบไทย ที่มีในนิยาย ชอบลุงทุนกับบิทคอยใช่ไหม คือนึกสภาพนะครับ เมื่อท่านลงเงิน กับบิทคอย ตอนที่มันราคาแค่1 usd  จนมันมาถึงราคาในปัจจุบัน กำไรกี่เท่าตัวล่ะ ;)
จริงๆ หุ้น อาจง่ายรวยไว แต่ท่านต้อง แม่นเรื่องวันเดือน ปีข้อมูล
และเท่าที่สังเกต หุ้นสารขัณ มันค่อนข้างวนลูป ขึ้น แล้วก็ลงงงงงง
วนไปเวียนมา
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ deaddy

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 6,688
  • ถูกใจแล้ว: 2507 ครั้ง
  • ความนิยม: +168/-172
นอกเรื่องนิดนะท่าน ผมอ่านนิยายของเด็กไทยพวกย้อนไปแก้ไขอดีตทำไมมีแต่ลงทุนคริปโต? ไม่มีลุงทุนหุ้นเลยสักเรื่องครับ?  :D หรือว่าเป็นเรื่องของยุคสมัยหว่า


เอาจริงๆคริปโตเหมือนจะสวยหรู แต่พวกถือเยอะๆขายออกก็ร่วงเละทันทีเลยนะ


ต่างกับหุ้นที่มันมีมูลค่าอ้างอิงอยู่  ถ้าจำไทม์ไลน์หุ้นร้อนแรงได้ยังไงก็รวย อย่าง หุ้นกรุงไทยรอบโควิท ใครข้อนนี่กำไรได้เกือบๆเท่าตัวเลย
ส่วนคริปโต ร่วงแม่มเละเทะกันหลายเหรียญเลย หลังจากเจอดูดเงินคืน
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออนไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 15,065
  • ถูกใจแล้ว: 17112 ครั้ง
  • ความนิยม: +351/-391
  • เพศ: ชาย
  • นักอู้มือหนึ่ง
[quote/]


เอาจริงๆคริปโตเหมือนจะสวยหรู แต่พวกถือเยอะๆขายออกก็ร่วงเละทันทีเลยนะ


ต่างกับหุ้นที่มันมีมูลค่าอ้างอิงอยู่  ถ้าจำไทม์ไลน์หุ้นร้อนแรงได้ยังไงก็รวย อย่าง หุ้นกรุงไทยรอบโควิท ใครข้อนนี่กำไรได้เกือบๆเท่าตัวเลย
ส่วนคริปโต ร่วงแม่มเละเทะกันหลายเหรียญเลย หลังจากเจอดูดเงินคืน
ล่าสุดก็หุ้นของอิชิตันไงท่านเคยลงไปที่ 3-4 บาทตอนนี้ล่อไป  12 บาทละ ใครไปช้อนซื้อนี่กำไรเละ ปูนกลางก็เคยราคาตกไปที่100 บาทนะ ตอนนี้ขึ้นมาที่160 บาท ส่วนคริปโตนี่ผมเดาๆเอาว่ามีองค์กรหรือประเทศหนุนหลังอยู่เพื่อหลอกดูดเงินชาวบ้านมากกว่าครับ
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: sariora123

ออฟไลน์ sariora123

  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,605
  • ถูกใจแล้ว: 4206 ครั้ง
  • ความนิยม: +282/-395
เอาชัดๆ ก็แบบใน รีบอร์น ริช ที่พี่แกไปช้อนซื้อหุ้น บ. ดัง หรือ บริษัทที่เคยมีข่าวดัง ใน ปวศ

หรือแบบ เทขายหุ้นทั้งหมด ก่อน เกิด 911 ???  ไม่ต้องคิดมากเลยครับ จำแค่ช่วงสำคัญได้


ใส่แบบ มีบ้านขายบ้าน มีรถขายรถ
หรือแบบตอนที่ โด้ ทำเรื่องให้หุ้นโค๊ก ราคาตดลงมาราวๆ 2 usd
และวันเปิดตลาด อีกครั้งก็ดีกลับมาที่เก่า
หรือ ดังๆ เลนก็ เกมสต็อป ที่เม่าเปิดวอร์กับกองทุน


เรียกได้ว่า จังหวะสำคัญมันมี ถ้าคุณรู้ว่ามันจะเกิด ใส่เต็มแม็ก

นึกถังเรื่องนักเดินทางข้ามเวลา แฮะท่าเล่า ถึงชายคนนึงที่ใช้เวลาเล่นหุ้น แค่เดือน2 เดือน ปั่นจาก หลักพัน ไปกลายเป็นล้านโดยไม่ขาดทุนเลย จนโดนหอ้วไปสอบสวนว่าใช้ข้อมูลภายใน ในการซื้อขาย




หรือบิทคอยนี่น่ะ ผมนึกถึงตอนไปสำพาทษ์คนที่เคยซื้อตอนที่ราคาแค่1usd
 ตอนนี้ราคาราวๆ 20,000usd กำไร20,000เท่า


หรือใน อเมริกา ก็คง วิกฤษ อสังหา เมื่อคุณรู้ว่าจะเกิด แล้วจะทำไงล่ะ
shot sell  สิรออัลไร


คริปโต ถ้าตัดเรื่อง มูลค่าแกว่งไปแล้วล่ะก็ผมมองว่าคนบางกลุ่มเขาจำเป็นต้องใช้ หรือใช้ เพื่อ อะไรสักอย่างในจิตใจ
  หลายๆทประเทศ เริ่มเปิดให้ใช้ำชำระหนี้ได้แล้วนะ

จีน ขุด ผิดกฏหมาย แต่ คริปโตถือเป็นทรัพสิน ที่ได้รับการคุ้มครองทางกฏหมาย มีมูลค่า  เช่นกันนะ ;)


อาจเป็นแหล่งรายได้ของ CIA  อย่างนึง ด้วยล่ะมั้ง ;D
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 21, 2023, 10:07:54 PM โดย sariora123 »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ Rumia

  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 7,570
  • ถูกใจแล้ว: 3480 ครั้ง
  • ความนิยม: +275/-377
เอาชัดๆ ก็แบบใน รีบอร์น ริช ที่พี่แกไปช้อนซื้อหุ้น บ. ดัง หรือ บริษัทที่เคยมีข่าวดัง ใน ปวศ

หรือแบบ เทขายหุ้นทั้งหมด ก่อน เกิด 911 ???  ไม่ต้องคิดมากเลยครับ จำแค่ช่วงสำคัญได้


ใส่แบบ มีบ้านขายบ้าน มีรถขายรถ
หรือแบบตอนที่ โด้ ทำเรื่องให้หุ้นโค๊ก ราคาตดลงมาราวๆ 2 usd
และวันเปิดตลาด อีกครั้งก็ดีกลับมาที่เก่า
หรือ ดังๆ เลนก็ เกมสต็อป ที่เม่าเปิดวอร์กับกองทุน


เรียกได้ว่า จังหวะสำคัญมันมี ถ้าคุณรู้ว่ามันจะเกิด ใส่เต็มแม็ก

นึกถังเรื่องนักเดินทางข้ามเวลา แฮะท่าเล่า ถึงชายคนนึงที่ใช้เวลาเล่นหุ้น แค่เดือน2 เดือน ปั่นจาก หลักพัน ไปกลายเป็นล้านโดยไม่ขาดทุนเลย จนโดนหอ้วไปสอบสวนว่าใช้ข้อมูลภายใน ในการซื้อขาย




หรือบิทคอยนี่น่ะ ผมนึกถึงตอนไปสำพาทษ์คนที่เคยซื้อตอนที่ราคาแค่1usd
 ตอนนี้ราคาราวๆ 20,000usd กำไร20,000เท่า


หรือใน อเมริกา ก็คง วิกฤษ อสังหา เมื่อคุณรู้ว่าจะเกิด แล้วจะทำไงล่ะ
shot sell  สิรออัลไร


คริปโต ถ้าตัดเรื่อง มูลค่าแกว่งไปแล้วล่ะก็ผมมองว่าคนบางกลุ่มเขาจำเป็นต้องใช้ หรือใช้ เพื่อ อะไรสักอย่างในจิตใจ
  หลายๆทประเทศ เริ่มเปิดให้ใช้ำชำระหนี้ได้แล้วนะ

จีน ขุด ผิดกฏหมาย แต่ คริปโตถือเป็นทรัพสิน ที่ได้รับการคุ้มครองทางกฏหมาย มีมูลค่า  เช่นกันนะ ;)


อาจเป็นแหล่งรายได้ของ CIA  อย่างนึง ด้วยล่ะมั้ง ;D

ผมบอกเลยว่ามันทำจริงไม่ได้ครับไอ้กำไรสองหมื่นเท่านะและมันสู้ทองกับของเล่นไม่ได้เลย เช่นการ์ดราคาไม่กี่สิบบาทแต่ราคาขายตอนนี้หลายล้าน กะอีแค่ไม่กี่หมื่นเท่าสู้ของเล่นที่ราคาเพิ่มล้านเท่าได้ไหมครับ และถ้ามีเงินลงทุนเยอะจริงมันก็สู้ทองไม่ได้เพราะคุณไม่สามารถไช้เงินล้านซื้อบิทคอยทำกำไรหมืนเท่าได้ เอาตามจริงแค่พันล้านซื้อบิทคอยมาอย่างมากก็ทำกำไรได้แค่ไม่กี่เท่าตอบตามจริงได้สองเท่าก็หรูแล้ว เพราะมันไม่เหมือนทองที่มีราคาต่อหน่วยสูงและมีจำนวนที่ซื้อได้เยอะมาก แต่บิทคอยมันมีจำกัดแถมถูกจำกัดการซื้อและขายถ้าท่านซื้อมาหมื่นบิทคอยการจะขายที่เดียวเอากำไรแบบหุ้นมันทำไม่ได้ แถมยิ่งขายราคายิ่งตกดังนั้นการจะรวยจากการซื้อขายบิทคอยมันด้อยกว่าของเล่นอีกจำนวนน้อยซื้อขายได้จำกัด ยิ่งขายยิ่งถูกนี่คือข้อจำกัดของบิทคอยครับถ้าคุณมีเงินหนึ่งเหรีญหรือไม่กี่ร้อยคุณอาจจะได้กำไรหมื่นเท่า จากจังหวะการขายคนแรกๆในช่วงที่ราคามีนพีคแต่เงินจำนวนเท่ากันคุณจะได้กำไรเป็นล้านเท่าจากของเล่น เช่นการ์ดเกมหรือของเล่นหายากในอดีตราคามันคูณได้เป็นล้านเท่าเลยเยอะกว่าบิทคอยเยอะซื้อง่ายกว่าอีกต่างหาก ส่วนถ้าทุนหนาลงทุนทองดีกว่าเยอะแม้กำไรต่อหน่วยไม่สูงเท่าแต่มันทดแทนได้ด้วยจำนวน ตัวอย่างเช่นซื้อทองล้านกิโลมันกำไรแน่นอนจากส่วนต่างเงินที่ได้มันระดับงบประมาณประเทศเลย บิทคอยทำได้เหรอและบอกตามตรงว่าจะทำกำไรจากบิคอยผมบอกเลยว่าแม่งไม่ต่างจากหุ้น ต้องแม่นเวลาซื้อขายและสกุลเหรียญว่าอันไหนทำกำไรได้ความต่างคือต่อไห้ย้อนเวลาไปจำได้หมด ความเสี่ยงจากการซื้อบิทคอยก็ยังสูงระดับควบคุมไม่ได้อยู่ดีไม่มีปัณหาถ้าซื้อน้อย แต่ถ้าเก็งกำไรซื้อจำนวนมากพังแน่นอนผมเป็นเจ้าของเหรียณเจอคุณเหมาผมหอบเงินหนีแน่นอน ที่มันปันราคาได้เพราะเจ้าของผู้เกี่ยวข้องถือเยอะกว่าทำไห้ปันราคาขายได้ต่างหากครับ ถ้าท่านไปกว้านซื้อจนหมดตังอต่แรกผมรับประกันได้เลยไม่ทันได้ขายราคาร่วงเละก่อนอนาคตแน่นอน ปัจจัยการร่วงของบิทคอยคือเมื่อมีคนซื้อเยอะถึงจุดหนึ่งมันจะร่วงแน่นอน และเราก็ไม่รู้ว่ามันจะร่วงตอนที่เยอะจุดไหนดังนั้นการลงทุนจำนวนมากกับบิทคอยนี่เสี่ยงมาก กลับกันสำหรับทองถ้าเราถือเยอะมันจะขาดตลาดจนราคามันจะสูงขึ้นกว่าอนาคตเรียกว่าไม่มีความเสี่ยงกำไรล้วนๆ และมันก็สู้ของเล่นไม่ได้ถ้าจำนวนน้อยเพราะไม่ว่าคุณจะซื้อเท่าไหร่มันก็จะหายากและแพงขึ้นเท่านั้น ส่วนหุ้นโดยเฉพาะหุ้นธุรกิจมันไม่มีความเสี่ยงถ้ามีข้อมูลจากอนาคต เพราะบ.ที่ขายหุ้นต้องการทุนมาหมุนธุรกิจดังนั้นถ้าอนาคตบ.มันเติบโตหุ้นก็จะราคาสูงตาม การที่เราซื้อจึงไม่มีผลอะไรแต่บิทคอยไม่ไช่ปัจจัยการขึ้นลงมันอยู่ที่การซื้อขายล้วนๆ เพราะมันจับต้องไม่ได้ถ้าผมเป็นคนสร้างถ้าขายได้เยอะก็ปล่อยจนหมดแล้วหอบเงินหนีไปสร้างเหรียญใหม่คุณจะทำอะไรได้

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 8,201
  • ถูกใจแล้ว: 2718 ครั้ง
  • ความนิยม: +156/-399
[quote/]
ระบบแต้มสำนักมันคือระบบคูปองผลงานครับมันคือระบบของเหมานั้นแหละที่รัฐจะจ่ายคูปองไห้จำนวนหนึ่ง แต่ไม่พอต่อการไช้ประชาชนต้องทำงานแลกคูปองมาไช้จ่ายเช่นทำนาได้คูปองยี่สิบใบต่อวันและแน่นอนมันเอาไปไช้นอกประเทศไม่ได้ สินค้าทุกอย่างถูกกำหนดราคาโดยรัฐเหมือนกับระบบแต้มสำนักแปะเลยไหมครับ ส่วนที่ผมว่าไช้ของกินแลกของมันก็มียุคหลังสงครามที่จีนเป็นแบบนั้นจริงๆการไช้ของกินแลกสินค้า หมายความว่าระบบเงินภายในไม่ถูกยอมรับทางแก้คือไช้เงินสกุลอื่นของประเทศอื่นไปเลย แล้วค่อยปรับเงินของตัวเองแต่นิยายจีนมันไม่มีประเทศอื่นไม่มีราชาที่ควบคุมเศรษกิจการเงิน มีแต่สำนักที่เป็นใหณ่หลายแห่งดังนั้นระบบการเงินจึงไม่มี
ผมไปเจอฝรั่งที่คิดมาก วิเคราะห์ประมาณว่า ระบบนั้นก็มีความมั่นคงของมันอยู่
เพระาสำนักใช้แรงงานศิษย์นอกได้แบบแรงงานทาส ไม่จ่ายเงิน โยนคัมภีร์ให้แล้วให้ไอ้พวกนั้นไปตักน้ำผ่าฟืนเอา
ทุกคนเชือ่ถือในระบบแต้ม เพราะของสำคัญทุกอย่างต้องใช้แต้มแลกมาทำให้แต้มมีมูลค่าสูงและระบบสร้างไว้ให้แต้มพวกนี้มีคุณค่าที่พวกศิษย์ต้องตีกันเองเืพื่อยแงชิงมันมาน่ะครับ
จนกระทั่งการมาถึงของพระเอกที่สะสสมแต้มได้มากวก่าคนทั่วไปและทำลายระบบเดิมที่มีอยู่ สำนักเลยล่มสลาย ???
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ Rumia

  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 7,570
  • ถูกใจแล้ว: 3480 ครั้ง
  • ความนิยม: +275/-377
[quote/]ผมไปเจอฝรั่งที่คิดมาก วิเคราะห์ประมาณว่า ระบบนั้นก็มีความมั่นคงของมันอยู่
เพระาสำนักใช้แรงงานศิษย์นอกได้แบบแรงงานทาส ไม่จ่ายเงิน โยนคัมภีร์ให้แล้วให้ไอ้พวกนั้นไปตักน้ำผ่าฟืนเอา
ทุกคนเชือ่ถือในระบบแต้ม เพราะของสำคัญทุกอย่างต้องใช้แต้มแลกมาทำให้แต้มมีมูลค่าสูงและระบบสร้างไว้ให้แต้มพวกนี้มีคุณค่าที่พวกศิษย์ต้องตีกันเองเืพื่อยแงชิงมันมาน่ะครับ
จนกระทั่งการมาถึงของพระเอกที่สะสสมแต้มได้มากวก่าคนทั่วไปและทำลายระบบเดิมที่มีอยู่ สำนักเลยล่มสลาย ???
ป่าวครับไอ้ระบบแต้มของสำนักมันคือคูปองเงินสดที่ไช้ในสำนักเหมือนพวกบัตรหรือคูปองที่ออกโดยรัฐนั้นแหละ มันมีความมันคงตราบเท่าที่สำนักไม่ล่มหรือยกเลิกครับแต่มันเอาไปไช้ที่อื่นไม่ได้เหมือนคูปองแลกอาหารของจีน มันก็เอามาไช้ที่ไทยไม่ได้นั่นแหละครับแต่มันยังพอถือว่าเป็นเงินตราภายในประเทศได้ เพราะถึงอย่างไรมันก็มีมูลค่าที่แน่นอนแต่ที่ผมหมายถึงไม่ไช่ระบบนี้ครับระบบเศรษฐกิจหลังโลกล่มสลายในนิยายจีน คือเอาของแลกของส่วนมากมักเป็นของกินแลกของไช้เช่นยาวิเศษหรือหินบ่มเพาะซึ่งแม่งไม่ต่างกับอาหาร แลกกับของไช้ต่างๆเช่นอาวุธเป็นต้นและเพราะมันไม่ถูกรัฐกำหนดค่าเงินแบบเเต้มสำนักหรือเงินปกติที่ออกโดนรัฐ ราคาซื้อขายจึงไม่มีราคากลางตามใจคนขายแถมปล้นกันหลังขายอีกต่างหากทังตัวเอกตัวร้าย มันไม่เหมือนระบบการซื้อขายทรัพยากรวันสิ้นโลกเหรอครับเอาตรงๆแม่งเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้วเลย ต่างกันแค่พวกเซียนจอมยุทพวกผู้มีพลังทังหลายมันไม่ต้องหนีตายวันสิ้นโลกแค่นั้นเอง

ออฟไลน์ deaddy

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 6,688
  • ถูกใจแล้ว: 2507 ครั้ง
  • ความนิยม: +168/-172
ระบบเศรษฐกิจในนิยายจีนผมว่าโอเคนะ


ไอ้นิยายต่างโลกญี่ปุ่นสิ รู้สึกถึงความมั่วสูงมาก


เช่น งบประมาณประเทศคือ สมมุติ 10 ล้านเหรียญทอง
แต่พระเอก ก็ทำเงินได้พอๆหรือมากกว่า.....


แล้วแม่มไปเอาเงินมาจากไหน :o 


คือเหรียญทองมันไม่ได้สร้างง่ายๆแบบธนบัตร
การจะผลิตขึ้นมามันยาก กำลังการผลิตสมัยโบราณน่าจะต่ำมาก


แล้วค่าเงิน มันมักไม่มีค่าเงินกลาง ประเทศใครประเทศมัน
ถ้าเรื่องที่ละเอียดหน่อยก็แบบเรื่อง mushoku
ที่มันจะเป็นค่าเงินของประเทศมนุษย์ แถมในเมืองหลวงเงินก็เฟ้อ


การที่พระเอกไปทำงานเก็บเงินที่โลกปีศาจแล้วเดินทางมาเรื่อยๆ แทบไม่มีประโยชน์


แต่พอหลายๆเรื่อง ซื้อทาสราคา 10 ล้าน 100 ล้าน
คือถ้าเป็นเงินธนบัตร พอเป็นไปได้ ถ้าจะเฟ้อแบบนั้น
แต่หลายเรื่องแม่มหน่วยเหรียญทอง  :(


อย่างอลาสก้า ซื้อด้วยเงิน 7 ล้านดอลล่า
หรือ 4.74 ดอล ต่อ ตร.กม.
นี่คือราคาเมื่อ 160-170 ปีก่อนได้


แปลว่าราคาทาสในแฟนตาซีญี่ปุ่น มากพอจะซื้อที่ดินที่ไม่ใช้ได้ทั้งประเทศ :(
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออนไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 15,065
  • ถูกใจแล้ว: 17112 ครั้ง
  • ความนิยม: +351/-391
  • เพศ: ชาย
  • นักอู้มือหนึ่ง
ระบบเศรษฐกิจในนิยายจีนผมว่าโอเคนะ


ไอ้นิยายต่างโลกญี่ปุ่นสิ รู้สึกถึงความมั่วสูงมาก


เช่น งบประมาณประเทศคือ สมมุติ 10 ล้านเหรียญทอง
แต่พระเอก ก็ทำเงินได้พอๆหรือมากกว่า.....


แล้วแม่มไปเอาเงินมาจากไหน :o 


คือเหรียญทองมันไม่ได้สร้างง่ายๆแบบธนบัตร
การจะผลิตขึ้นมามันยาก กำลังการผลิตสมัยโบราณน่าจะต่ำมาก


แล้วค่าเงิน มันมักไม่มีค่าเงินกลาง ประเทศใครประเทศมัน
ถ้าเรื่องที่ละเอียดหน่อยก็แบบเรื่อง mushoku
ที่มันจะเป็นค่าเงินของประเทศมนุษย์ แถมในเมืองหลวงเงินก็เฟ้อ


การที่พระเอกไปทำงานเก็บเงินที่โลกปีศาจแล้วเดินทางมาเรื่อยๆ แทบไม่มีประโยชน์


แต่พอหลายๆเรื่อง ซื้อทาสราคา 10 ล้าน 100 ล้าน
คือถ้าเป็นเงินธนบัตร พอเป็นไปได้ ถ้าจะเฟ้อแบบนั้น
แต่หลายเรื่องแม่มหน่วยเหรียญทอง  :(


อย่างอลาสก้า ซื้อด้วยเงิน 7 ล้านดอลล่า
หรือ 4.74 ดอล ต่อ ตร.กม.
นี่คือราคาเมื่อ 160-170 ปีก่อนได้


แปลว่าราคาทาสในแฟนตาซีญี่ปุ่น มากพอจะซื้อที่ดินที่ไม่ใช้ได้ทั้งประเทศ :(
ถ้านั่นว่างี่เง่าแล้วพวกนิยายที่เวลาฆ่ามอนฯแล้วได้เหรียญทองออกมา(ไม่นับล็อกฮอไรซอนเพราะมันอธิบายไว้แล้ว)  ยิ่งงี่เง่ากว่าครับ เอ็งทำแบบนั้นแล้วเหรียญทองมันจะมีค่าอะไรนั่น? ในโลกเราที่ทองมันมีค่าเพราะมันมีจำนวนจำกัดแต่นิยายมันไม่จำกัดนะสิท่าน
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: deaddy

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 8,201
  • ถูกใจแล้ว: 2718 ครั้ง
  • ความนิยม: +156/-399
[quote/]
ป่าวครับไอ้ระบบแต้มของสำนักมันคือคูปองเงินสดที่ไช้ในสำนักเหมือนพวกบัตรหรือคูปองที่ออกโดยรัฐนั้นแหละ มันมีความมันคงตราบเท่าที่สำนักไม่ล่มหรือยกเลิกครับแต่มันเอาไปไช้ที่อื่นไม่ได้เหมือนคูปองแลกอาหารของจีน มันก็เอามาไช้ที่ไทยไม่ได้นั่นแหละครับแต่มันยังพอถือว่าเป็นเงินตราภายในประเทศได้ เพราะถึงอย่างไรมันก็มีมูลค่าที่แน่นอนแต่ที่ผมหมายถึงไม่ไช่ระบบนี้ครับระบบเศรษฐกิจหลังโลกล่มสลายในนิยายจีน คือเอาของแลกของส่วนมากมักเป็นของกินแลกของไช้เช่นยาวิเศษหรือหินบ่มเพาะซึ่งแม่งไม่ต่างกับอาหาร แลกกับของไช้ต่างๆเช่นอาวุธเป็นต้นและเพราะมันไม่ถูกรัฐกำหนดค่าเงินแบบเเต้มสำนักหรือเงินปกติที่ออกโดนรัฐ ราคาซื้อขายจึงไม่มีราคากลางตามใจคนขายแถมปล้นกันหลังขายอีกต่างหากทังตัวเอกตัวร้าย มันไม่เหมือนระบบการซื้อขายทรัพยากรวันสิ้นโลกเหรอครับเอาตรงๆแม่งเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้วเลย ต่างกันแค่พวกเซียนจอมยุทพวกผู้มีพลังทังหลายมันไม่ต้องหนีตายวันสิ้นโลกแค่นั้นเอง
หมายถึงพวกฝรั่งติดนิสัยพยายามหาเหตุผลมาอะฺบายมห้มันสมเหตุสมผลน่ะครับ
แบบเดียวกับที่ชอบแก้ตัวแทนสตาวอส์ว่าเทคโนโลยีสูงทำไมมีหุ่นกดลิฟท์แทนที่จะเป็นระบบอัติโนมัตินั่นล่ะครับ ???
[quote/] ถ้านั่นว่างี่เง่าแล้วพวกนิยายที่เวลาฆ่ามอนฯแล้วได้เหรียญทองออกมา(ไม่นับล็อกฮอไรซอนเพราะมันอธิบายไว้แล้ว)  ยิ่งงี่เง่ากว่าครับ เอ็งทำแบบนั้นแล้วเหรียญทองมันจะมีค่าอะไรนั่น? ในโลกเราที่ทองมันมีค่าเพราะมันมีจำนวนจำกัดแต่นิยายมันไม่จำกัดนะสิท่าน
เอาแบบมุก Overlord คือทองเป้นของหายาก ค่าเงินไม่เฟ้อ เพราะใช้ในคาถาชุบชีวิตได้ครับ
ตามนิยายจีนมีคนแซวไว้ดีว่าหินวิญยาณเมหือนเหรียญทองช้อคโกแลต เพระาวื้อขายแลกเปลี่ยนก็ได้ กินก็ได้ มีค่าในตนเอง
มูลค่าไม่ได้ตกลงมากเพราะพวกนี้จะโดนบริโภคออกไปจากตลาดเสมอ
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ Rumia

  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 7,570
  • ถูกใจแล้ว: 3480 ครั้ง
  • ความนิยม: +275/-377
ระบบเศรษฐกิจในนิยายจีนผมว่าโอเคนะ


ไอ้นิยายต่างโลกญี่ปุ่นสิ รู้สึกถึงความมั่วสูงมาก


เช่น งบประมาณประเทศคือ สมมุติ 10 ล้านเหรียญทอง
แต่พระเอก ก็ทำเงินได้พอๆหรือมากกว่า.....


แล้วแม่มไปเอาเงินมาจากไหน :o 


คือเหรียญทองมันไม่ได้สร้างง่ายๆแบบธนบัตร
การจะผลิตขึ้นมามันยาก กำลังการผลิตสมัยโบราณน่าจะต่ำมาก


แล้วค่าเงิน มันมักไม่มีค่าเงินกลาง ประเทศใครประเทศมัน
ถ้าเรื่องที่ละเอียดหน่อยก็แบบเรื่อง mushoku
ที่มันจะเป็นค่าเงินของประเทศมนุษย์ แถมในเมืองหลวงเงินก็เฟ้อ


การที่พระเอกไปทำงานเก็บเงินที่โลกปีศาจแล้วเดินทางมาเรื่อยๆ แทบไม่มีประโยชน์


แต่พอหลายๆเรื่อง ซื้อทาสราคา 10 ล้าน 100 ล้าน
คือถ้าเป็นเงินธนบัตร พอเป็นไปได้ ถ้าจะเฟ้อแบบนั้น
แต่หลายเรื่องแม่มหน่วยเหรียญทอง  :(


อย่างอลาสก้า ซื้อด้วยเงิน 7 ล้านดอลล่า
หรือ 4.74 ดอล ต่อ ตร.กม.
นี่คือราคาเมื่อ 160-170 ปีก่อนได้


แปลว่าราคาทาสในแฟนตาซีญี่ปุ่น มากพอจะซื้อที่ดินที่ไม่ใช้ได้ทั้งประเทศ :(
เอิ่มท่านโอเคเหรอผมว่าแม่งพอๆกันแถมของจีนแม่งยิ่งกว่าอีกทาสนิยายยุ่นสิบล้านเหรียญทอง แต่ของจีนอาวุธที่มันซื้อแต่ละที่ไช้หินวิญญานที่ละร้อยล้านก้อนนะครับ ของยุ่นยังมีแค่ตัวเอกที่ซื้อได้กับคนไม่กี่กลุ่มแต่ของจีน นี่เยอะจัดยิ่งเขียนยิ่งมีคนรวยเยอะสุดๆเรียกว่าเฟ้อจนไม่รู้จะเฟ้อยังไงแล้ว

ออฟไลน์ deaddy

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 6,688
  • ถูกใจแล้ว: 2507 ครั้ง
  • ความนิยม: +168/-172
[quote/]
เอิ่มท่านโอเคเหรอผมว่าแม่งพอๆกันแถมของจีนแม่งยิ่งกว่าอีกทาสนิยายยุ่นสิบล้านเหรียญทอง แต่ของจีนอาวุธที่มันซื้อแต่ละที่ไช้หินวิญญานที่ละร้อยล้านก้อนนะครับ ของยุ่นยังมีแค่ตัวเอกที่ซื้อได้กับคนไม่กี่กลุ่มแต่ของจีน นี่เยอะจัดยิ่งเขียนยิ่งมีคนรวยเยอะสุดๆเรียกว่าเฟ้อจนไม่รู้จะเฟ้อยังไงแล้ว


ในนิยายจีนแต่ละเมืองแต่ละประเทศมันเงินสกุลเดียวกันนะ คือหินวิญญาณ
แล้วแม่มบางเรื่องแค่ทวีปเดียวรึประเทศเดียวมันก็มีประชากรหลักพันล้านละ


ยังไม่นับเรื่องที่หลายเรื่องชอบให้มีขนาดโลกใหญ่ๆ
คือเฟ้อไหมก็เฟ้อนะ แต่ เทียบจำนวนประชากรสิ


คือนิยายญี่ปุ่น สงครามต่างโลกทัพกับจอมมารนี่มากสุดหลักแสน
แต่นิยายจีน แค่ประชากรหลักล้าน หรือสิบล้านในเมืองๆเดียวนี่เจออย่างบ่อย


แล้วเมืองในประเทศนิยายจีนนี่อย่างเยอะ
นิยายต่างโลกญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีแค่เมืองหลวง เมืองหน้าด่าน เมืองการศึกษา เมืองการค้า
เมืองใหญ่ๆประชากรอย่างมากก็หลักแสน


ลองคิดสภาพดู เมืองมีประชากร 10000 แต่ซื้อขายทาส หลักสิบล้านเหรียญทอง
ลองเทียบเป็นรายได้ต่อหัวสิ โครตเฟ้อ


แต่ไอ้เมืองในนิยายจีนที่มีโรงประมูลระดับหลักร้อยล้านในการซื้อขายคือ ประชากรหลักล้าน
แล้วไอ้พวกรวยๆของจีนคือตระกูลนั้นตระกูลนี้


แถมหลายๆตัวละครแม่มอายุแบยว่า 50-200 ปี
แล้วการได้มาของหินวิญญานคือ ขุดเหมือง


แต่เหรียญทองคือ ขุด ร่อน ล้าง กำจัดสิ่งแปลกปลอม
หลอม ขึ้นรูป ปั้มกระจาย 
การผลิตมันขึ้นกับโรงปั้มเหรียญของราชวงศ์


แต่นิยายจีนคือ หาเหมืองเจอ ขุด แล้วย่อยให้ได้ขนาด
คือทุกตระกูลทำได้หมด


คือพูดง่ายๆ เหรียญทองทำยากผลิตน้อย ผูกขาด


แต่หินวิญญาณคือขอแค่เจอเหมือง ทุกตระกูลผลิตได้หมด


แถมประชากรในนิยายจีนหลายเรื่องคือมากกว่านิยายญี่ปุ่นหลัก 100 เท่า
เช่น เมืองหลวงต่างโลกญี่ปุ่นมีประชากรหลัก แสนถึงล้าน
เมืองหลวงนิยายจีนคือ หลัก สิบล้านถึงร้อยล้าน


สมมุติตระกูลเริ่มต้นนิยายจีนคือ คนหลัก 100 คน
ได้หินวิญญานหลักพัน ต่อปีหรือราวๆหลัก 10 เท่า


ร้านประมูลเมืองแรกก็ไม่ค่อยมีของราคาหลักล้านขายหรอก
ประชากรเมืองแรกอาจจะราวๆ หมื่นคน 10 เท่าก็แสน
ส่วนที่ประมูลหลักล้านส่วนใหญ่คือเมืองใหญ่ อาจจะมีประชากรหลักล้าน


ส่วนนิยายญี่ปุ่นนี่คือ ขายทาสหลักล้านเหรียญทอง
ในเมืองที่มีประชากรหลักหมื่น :(




คือที่มันชอบเฟ้อต่างกันคือ คนแต่งชอบคิดมูลค่าจากค่าเงินประเทศตัวเอง
เช่น 10 หยวน = 1 หินวิญญาณ
100 เยน = 1 เหรียญทอง


แต่ค่าครองชีพคนญี่ปุ่นมันสูง รายได้ต่อหัวมันสูง
เทียบ gdp ต่อหัวญี่ปุ่นมันสูงกว่าจีน 4 เท่า
ค่าเงินต่าง 19 เท่า
ประชากรต่างกัน 10 เท่า


พูกง่ายๆ นักเขียนญี่ปุ่น อิงมูลค่าจากค่าครองชีพประเทศตัวเอง
ที่เป็นยุคที่ใช้เทคโนโลยีในการผลิต
แต่จีนอิงจากมูลค่าค่าครองชีพที่ถือว่าถูกกว่ามาก
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก