ถ้ามาพูดเรื่องคนจน เราต้องตั้งคำถามว่าคนจนเหล่านี้ได้รับสิ่งที่ตอบสนองต่อ Need พอหรือยัง? ตราบเท่าที่การตอบสนองต่อ Need ยังไม่พอ ยังไงเขาก็ยังจนครับ
ถ้าจะเปรียบง่ายๆ สิ่งที่ตอบสนอง Need ก็คือสิ่งที่เรียกว่าต้นทุนชีวิต และอย่างน้อยปัจจัยพื้นฐานต้นทุนชีวิตจะต้องอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานระดับหนึ่ง ไม่ใช่ให้เริ่มจากติดลบ
ถ้าเปรียบเทียบแบบเกมส์ MOBA แบบ Dota ให้เห็นภาพ สมมุติต้นทุนชีวิตดี เท่ากับ ช่วงยืนเลนคุณโอเค คุณได้ครีบเยอะเพียงพอกับการที่มี Item Start Farm
เช่น Antimage ก็ต้องการ Battle Fury ก่อนออกเลน (คิดซะว่าก่อนไปใช้ชีวิตด้วยตัวเอง) ไม่ต้องเลี้ยงดูปูเสื่อแล้ว(คิดว่ารัฐคือตำแหน่ง Support ก็ได้ครับ)
แต่ถ้าแครี่เราถูกเลี้ยงมาอย่างอดๆอยากๆ แค่ไอเทมเริ่มต้นสำหรับเร่งฟามก็ไม่มี เพราะถูก Offlaner ฝ่ายตรงข้ามกด(สภาวะทางสังคม) และขาดการดูแลขั้นพื้นฐานจากรัฐ(Support)
ผลก็คือแครี่คนนั้นจะต้องเลี้ยงดูตัวเองอย่างลุ่มๆดอนๆ ฟามช้า เพราะไม่มีต้นทุนชีวิตอย่างไอเทมเร่งฟาม ต้องขวนขวายหาต้นทุนชีวิตเอง และเมื่อคุณสุขภาพในเลนไม่แข็งแรง(พื้นฐานไม่ดี)
พอเผชิญกับสังคมภายนอกก็จะถูกฝ่ายตรงข้าม คู่แข่งไล่แก้ง ไล่ฆ่า(ถูกรังแก) ยิ่งถูกกดหนักเข้าไปอีก
ดังนั้นการเติบโตของชีวิตคนเราหรือแครี่ก็เหมือนกัน มันจะวิ่งเป็นกราฟไฮเปอร์โบลาร์ ถ้า Start ได้เร็ว พื้นฐานแน่น คุณก็โตได้เร็วแบบทวีคูณ
กลับกันถ้าเริ่มต้นมาขาดต้นทุนชีวิต กราฟการเติบโตก็จะยิ่งช้า

ดูตัวอย่างกราฟนี้ก็ได้ครับ
แครี่ของทั้งสองฝ่าย
Radiant คือ Ursa กราฟสีส้ม
Dire คือ ฺBloodseeker กราฟสีเหลืองเข้ม
จะเห็นว่า 10 นาทีแรกคือช่วงเลน(ช่วงปูพื้นฐาน,วัยเด็ก) Ursa(สีส้ม) รวยกว่ามีพื้นฐานฐานะทางการเงิน และต้นทุนชีวิตดีกว่า
ขณะที่ Bloodseeker(สีเหลืองเข้ม) ชีวิตลุ่มๆดอนๆ
ยิ่งเวลาผ่านไปจะเห็นได้ว่า เงินของทั้งสองฝ่ายจะเริ่มฉีกห่างจากกันเรื่อยๆ คนต้นทุนดียิ่งนานเข้าก็ยิ่งรวยฉีกขึ้นเรื่อยๆจากคนต้นทุนน้อย
Dota คือ เกมส์แห่งทุนนิยมครับ ใครรวยกว่าก็ชนะครับ ง่ายๆ