ไม่อยากจะโทษว่าคนไทยหรือญี่ปุ่น
เพราะผมพบว่าฝรั่งคนหนึ่งที่แต่งแนวเกิดใหม่ที่ผมตามอยู่กับเจอปัญหานี้เหมือนกัน
ในแนวของเรื่องการเกิดใหม่ในแนวโลกอนาคตที่ต้องเป็นเอซไพล็อตน่ะครับ
คงไม่อยากเขียนเรื่องระบบให้ระบบโผล่มาแล้วหายไปเลย
พร้อมกับบอกว่าใส่ระบบมาเพระาพยายามจะอธิบายว่าทำไมตัวละครพระเอกถึงเก่งกว่านายน้อยชนชั้นสูงที่มาจากดาวที่เจริญกว่า มีทรัพยากรมากกว่าในการฝึกเวทย์และซ้อมการขับหุ่นยนต์ที่ดีกว่านั่นเอง
คนเกิดใหม่มีจิตใจของผู้ใหญ่ ทำให้มีข้อได้เปรียบในเรื่องของวินัยในตนเองในการฝึกเสริมร่างกายด้วยเวทมนตร์ได้รวดเร็วกว่าเด็กทั่วไปที่อาจจะติดเล่นอยู่ในวัยเด็กไม่จดจ่อเท่า
แต่มีอุปกรณ์ไม่เท่านายน้อยชนชั้นสูง
..
ผมพิจารณาในแง่นี้ว่าคนเขียนพยายามสร้างความตึงเครียดหรือ"อุปสรรค"ให้กับตัวละคร
ไม่ใช่วิธีที่ผิด
ผมไปเจอนักเขียนระดับโลกแนะนำมาว่า ในการเขียนเรื่องเราต้องคิดถึงวายร้ายและ"อุปสรรค"ของพระเอกก่อนเป็นอย่างแรก
เนื้อเรือ่งจึงจะดำเนินไปต่อได้
นั่นคือปัญหาของคนที่พยายามให้มีการเกิดใหม่เป็น"วายร้าย"เพราะมันเป็นคนที่ส่งผลกระทบต่อเนื้อเรื่องได้ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว
แต่คนเราทำใจยอมรับไม่ได้ว่าร่างของตัวร้ายที่เราไปอยู่นั้นมันเทพ
"โอ้ แย่แล้วจะทำอย่างไรดี ผมกลายมาเป้นโวลเดอมอร์เสียแล้ว และจะพบจุดจบ Bad End ต้องทำอย่างไรดีกังวลเหลือเกิน"
"แย่แล้ว ผมเกิดมาเป็นอนาคิน คนทีเ่กิดมาจากพลัง มีมิติคอนเดรียสูงที่สุดในจักรวาล แย่แล้ว ผมต้องพยายามให้พ้นจากฉากจบแบบ Bad End ให้ได้"
...คำถามคือ
คนเขียนหลอกตนเองให้เชื่อ่ได้อย่างไรครับว่าสถานการณ์ของตัวร้ายมันคับขัน?
ท่านผู้อ่านคงทำใจเชือ่ไม่ค่อยลงว่า
"โอ้ ทอมริดเดิ้ลน่าอนาถเหลือเกิน ใช้เวทมนตร์สู้คนอื่นๆไม่ได้"
"โอ้ อนาคินน่าอนาถเหลือเกิน ใช้พลังควบคุมสิ่งของและเพลงดาบสู้คนอื่นไม่ได้"
ทุกท่านทำใจเชื่อ่การโกหกอย่างนี้ของคนเขียนไปได้จริงๆหรือครับ?

หรือว่าคนเขียนต้องการสื่อ่อะไรกันแน่?
คืออยากให้เกิดมาเป็นตัวร้าย แต่ก็อยากให้น่าสงสารเป็น"ฝ่ายที่ด้อยกว่า"ด้วยในเวลาเดียวกัน?
ผมเข้าใจว่าฝ่ายที่ด้อยกว่า under dog สามารถทำให้คนสงสารได้ ดึงอารมณ์ร่วมของผู้อ่านได้
แต่ดัดแปลงตัวร้ายจนระดับอนาคินหรือทอมริดเดิ้ลกลายเป็นคนที่ต้องกลัวคนอื่นในการใช้พลังหรือเวทมนตร์ มันไม่แปลกเกินไปหน่อยหรือครับ?
หรือนักเขียนหาทางออกไม่เจอ
ทำให้แม้จะมาเป็นตัวร้ายก็ต้องใช้มุกเดียวกับฝ่ายพระเอกที่ต้องเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบ under dog ก่อนเพราะเรานึกทางอื่นไม่ออกแล้วในการดำเนินเรื่อง

ผมนึกถึงเรื่อ่งเกิดใหม่เป็นหมูก็ขอสู้บอกรักเธอ
บอกว่าเป็นดยุก
แต่ที่จริงคือลูกบุญธรรมที่เกือบจะถูกขับออกจากตระกูล ไม่มีฐานะ ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีคนเคารพ..แล้วมันต่างกับพระเอกที่เป้นสามัญชนตั้งแต่แรกตรงไหน?
ผพยายามวิเคราะห์ว่าคนที่แต่ง
"เกิดใหม่เป็นตัวร้ายแล้วยังอุตสาห์กระจอกออีก"
นั้นทำเพื่ออะไรน่ะครับ
ก็พอจะวิเคราะห์ได้ว่า
หากเผลอเขียนตัวร้ายเก่งจริงปานโวลเดอมอร์ของเซ็ตติ้งหรืออนาคินของจักรวาลนั้น
ความตื่นเต้นของเนื้อเรือ่งจะไม่เหลือเพราะมันจะเป็น easy mode จริงๆว่าอย่างนั้นน่ะครับ
คนเขียนเลยพยายามหลอกคนอ่านทุกวิถีทางว่าตัวละครอยู่ในภาวะวิกฤตินะ
ไม่ใช่มาชิลๆสโลไลฟ์ในร่างโวลเดอมอร์แต่อย่างใด
ไม่ได้ว่าอะไรในการที่นักเขียนหลายท่านอาจจะออกมาแนวนั้น
แต่กำลังจะบอกว่า ที่คนเขียนแต่ครั้งโบราณเขียนให้พระเอกค่อยๆฝึกค่อยๆเก่งน่ะมันมีเหตุผลของมันอยู่
การจะเปลี่ยนสถานะของตัวละครแต่ยังอยากจะพึ่งกลไก underdog แบบเดิมที่ได้ผลมาตลอดของเรื่องอื่นๆน่ะ มันจะทำให้เรื่องดูแปลกๆเอาเสียเปล่าๆ
น่าสนใจจริงๆ ปรากฎการณ์ที่เกิดใหม่เป็นตัวร้าย แต่ยังทำใจทิ้งแนวคิด "ฝ่ายที่เสียเปรียบ"ไปไม่ได้ในตอนที่้ต้องดำเนินเรื่องจริงๆน่ะครับ
เข้าใจอยู่ว่าการดำเนินเรื่องมันยาก แต่เพราะอย่างนั้นล่ะ แนวเรื่องที่คนชอบด่าว่าซ้ำกัน น้ำเน่าน่ะ เพราะมันดำเนินเรือ่งได้ง่ายกว่าในฐานะคนเขียน
การจะสร้างความแปลกใหม่ในฐานะเกิดใหม่เป็นตัวร้าย ควรจะเดินทางใหม่ตามที่ควรจะเป็นด้วย
จะมาบอกว่าทอมริดเดิ้ลกลัวคนอื่นฆ่าหรือใช้เวทย์สู้คนอื่นไม่ได้นี่มันตลกร้ายไปหน่อยสำหรับผมน่ะครับ
