ออกแนวหนังจีนคือ"ชายตัดแขนเสื้อ"
ที่ไม่อยากรบกวนคนรักเลยตัดแขนเสื้อตนเองออกกลัวคนรักจะตื่นก่อน
ทำให้คนมองดูว่าตุ๊ดแต๋ว
ส่วนแนวสาววาย มองว่าคนที่ข่มขืนคนอื่นได้คือแมนๆเต็มร้อย มีเคะน่ารักคอยเป็นนายบำเรอ
คือมันมีแนวคิดของเป็นโอเมก้าเวิร์สอะไรเทือกนั้นไปเลย
ตัดผู้หญิงออกจากจักรวาลนั้นไปให้เหลือแต่ผู้ชายหล่อๆมีอะไรกันอย่างเดียวเท่านั้น

ผมว่าแนวคิดนี้คล้ายกับโรมันหรือกรีกโบราณมากกว่าที่คิดนะครับ?
แค่มันมาโผล่ในสาววายมากกว่าจะวงการเกย์แบบกรีกโรมันโบราณ ที่มีทาสหนุ่มๆหน้าตาดี
จนจักรพรรดิฮาเดรียนปั้นรูปปั้นให้กลายเป็นเทพตอนตายไปแล้ว
ชาวโรมันก็โอเค เพราะเจ้าหนุ่มนั้นหน้าตาดีจริงๆ
เป็นความรักแบบแมนๆไม่เกย์เพราะจักรพรรดิไม่ใช่ฝ่ายรับแต่เป็นฝ่ายรุก
..
อีกเรื่องที่น่าสนใจ ผมว่าแนววายนี่ผู้หญิงคิดว่ามีกุ๊กกู๋ นี่เป็นอะไรที่ทรงพลังมากหรือครับ?
เอาไปข่มขืนคนอื่นท่าเดียว ฮา
ก็เข้าใจว่าแนวคิดบูชากุ๊กกู๋นี่มีทั้งตะวันตก ตะวันออก เกาะอย่างญี่ปุ่นก้มีไปถึง เป็นศาสนาดั้งเดิม แสดงว่ามันอยู่คู่กับจิตใจมนุษย์มามากกว่าที่เราคิด
ผมชักเชื่อซิกมุนด์ฟรอยด์ขึ้นมานิดๆถึงคนรุ่นใหม่จะไม่มองจิตวิทยาเป็นแนวจิตใต้สำนึกแล้วก็เถอะ
เป็นแนวทางวรรณกรรมที่ทำให้ผมได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ
ว่าความจริงวงการนี้อาจจะเหมือนกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน