แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: ระบอบศักดินาแบบดั้งเดิมในยุคกลางสำหรับคนที่มีความต้องการแต่งนิยายที่มีธีมยุคกลาง  (อ่าน 416 ครั้ง)

ออนไลน์ Black7nos

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,530
  • ถูกใจแล้ว: 810 ครั้ง
  • ความนิยม: +43/-42

รูป 1

รูป 2

อย่างแรกเราต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่างระบอบต่างๆก่อนตามรูป 2 แกน X คือ ความเท่าเทียม(ซ้าย-คนทุกคนเท่ากัน ขวา-มีชนชั้นอภิสิทธิชน และแกน Y คือ วิธีการจัดการบริหารอำนาจ บน-อำนาจรวมศูนย์ ล่าง-กระจายอำนาจ)

เมื่อมองรูปแบบแล้ว ระบอบศักดินาแบบยุคกลาง คือ ฝ่ายขวา - บน (มีชนชั้นอภิสิทธิชน + อำนาจรวมศูนย์)

คำถามต่อมา คือ ความแตกต่างระหว่างระบอบศักดินาแบบดั้งเดิม กับ ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช เหมือนกันหรือไม่?
คำตอบคือ มีความคล้าย แต่ก็ไม่เหมือนกันครับ ในรายละเอียดมีจุดแตกต่างกันอยู่ นั่นก็คือ วิธีการบริหารจัดการอำนาจ
1.ระบอบศักดินาแบบดั้งเดิม(Classical Monarchy) ให้เรานึกถึงสมัยยุคอยุธยา-ร.4 ที่จะมีระบบแคว้นและกษัตริย์จะส่งลูกท่านหลานเธอไปนั่งเป็นเจ้าผู้ปกครองแคว้น และเจ้าผู้ปกครองแคว้นจะเก็บภาษีไพร่ในเขตพื้นที่ตนเอง จากนั้นก็จะส่งเงินให้แก่ส่วนกลาง เรียกว่า บรรณาการ แล้วส่งกันแบบเป็นทอดๆเหมือนลูกโซ่ขึ้นไปจนถึงกษัตริย์
2.ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช(Absolute Monarchy) ในเรานึกถึงสมัย ร.5 - ร.7 อำนาจจะถูกดึงเข้าสู่ศูนย์กลางเมืองหลวง(Central Capitol) รัฐบาลกลางของกษัตริย์จะเป็นคนจัดเก็บภาษีเอง ไม่ให้เจ้าแคว้นเก็บอีก และยกเลิกระบบเจ้าแคว้น ส่งผู้สำเร็จราชการไปปฏิบัติหน้าที่แทน มีการก่อตั้งกระทรวงต่างๆ ต้นแบบระบอบนี้นั้นมาจากประเทศญี่ปุ่นในสมัยการปฏิวัติเมจิ(ล้มระบบโชกุน ฟื้นฟูพระราชอำนาจของจักรพรรดิ)

ที่นี้ถ้าพูดถึงระบอบศักดินายุคกลางนั้น ควรจะอิงจากยุคต้นรัตนโกสินทร์ เพราะมีความใกล้เคียงกับยุคกลางตะวันตกมากที่สุดแล้ว ที่นี้เราจะพูดถึงระบบความสัมพันธ์ของชนชั้น
1.King จะได้รับความจงรักภักดี บรรณาการและการช่วยเหลือด้านกำลังทหารจาก Lord(ขุนนางผู้ครองแคว้น) ขณะที่ Lord (ขุนนางผู้ครองที่ดิน) จะได้รับกำลังคนเป็นไพร่ไปใช้แรงงาน
2.Lord(ขุนนางครองแคว้น) แต่ละประเทศจะเรียกไม่เหมือนกัน เช่น ไดเมียว(ญี่ปุ่น) เจ้าพระยา,พระยา,พระ,หลวง,ขุน(ไทย) Duke, Marquise, Earl, Viscount และน้อยสุดคือ Baron พวกเขามีหน้าที่มอบกำลังทหารเมื่อ King ต้องการความช่วยเหลือ มีหน้าที่ส่งภาษีที่ทำมาหาได้ที่เกิดขึ้นจากที่ดินของตนเอง แลกกลับได้ไพร่เป็นแรงงานกำลังผลิตไปดูแล แล้วตัว Lord เองก็จะได้การรับใช้งานด้านการทหารจาก Knight และการจัดเก็บภาษีจาก Knight
3.Knight มีหน้าที่เก็บภาษีจากไพร่ ให้การคุ้มครองไพร่ โดยเหล่าไพร่(Peasant or Serf) มีหน้าที่ทำนา และแบ่งผลผลิตให้แก่ Knight เพื่อส่งขึ้นไปข้างบนต่อไป หรือจะเรียกว่าการเก็บค่าเช่าที่ดินก็ได้ ใครไม่มีก็จะถูกเกณฑ์ไปใช้แรงงานโยธา ชื่อเรียกแต่ละประเทศจะแตกต่างกัน เช่น ซามูไร(ญี่ปุ่น) หมื่น,พัน,หมู่(ไทย)
4.Peasant or Serf ไพร่ ก็คือคนธรรมดาอย่างเราๆนี่แหละ มีหน้าที่ก้มหน้าก้มตาทำมาหากิน เพื่อส่งผลผลิตไปเลี้ยงปากท้องฐานันดรชั้นบนต่อไป หรือถ้าไม่มีก็จะถูกเกณฑ์ไปใช้แรงงาน โดยแลกกับที่ Knight จะคุ้มครองความปลอดภัยของเรา แทบไม่มีสิทธิลืมตาอ้าปาก


อันนี้คือ การแบ่งพื้นที่ปกครองของไดเมียวตระกูลต่างๆ ของญี่ปุ่นยุคเซนโกคุ
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: PeanutButter

ออนไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,308
  • ถูกใจแล้ว: 942 ครั้ง
  • ความนิยม: +87/-197
ขอบคุณครับ
ผมอยากขอขโมยไอเดียท่านหน่อย

ท่านคิดว่าเพระาอะไร"ดยุกหมูอ้วน" มันถึงดูเป็นคนที่ร้ายกาจในนิยายแนวโอโตเมะเกมส์หรืออิเซไคได้หรือครับ?
"ดยุกหมูอ้วน" มันต้องมีเส้นสายสัมพันธ์ประมาณไหนถึงชวน"โบสถ์ที่ชั่วร้าย" มาร่วมกระทืบพระเอกอิเซไคได้?..เรื่องระบบศักดินา
ตอนแรกผมไม่คิดอะไร ตอนหลังผมคิดว่าแน่นอนแล้วว่า"แผ่นดินไม่ไร้คนมีความสามารถ"นั้นคือเรื่องจริง เพระาค่าเฉลี่ยไอคิวประชากรก็บอกว่าอย่างนั้น ที่กักขังคนพวกนี้ไงว้คือระบบต่างหาก
ไปเจอเรื่องหนึ่งที่น่าคิดคือ
ที่ผมจะเอามาให้ระบบดยุกหมูอ้วนช้ง่าทำไมดยุกหมูอ้วนถึงน่ากลัวกว่าขุนนางคนอื่นๆ
เพราะขุนนางคนอื่นๆยบยังมีแนวความคิดศกัดินามากเกินไป ดยุกหมูอ้วนออกจะเป็นทุนนิยมผูกขาดเลยได้เปรียบกว่าชาวบ้านนับว่าเป็นหัวสมัยใหม่กว่าขุนนางด้วยกันไปจเอแนวคิดเรื่องราชงซ?์ซ้องที่ชาววจีนรังเกียจว่าอ่อนแอ

แต่ฝรั่งชื่นชมในวิทยาการด้านต่างๆ ด้านการทำธนบัตร การสอบจอหงวน คนเก่งๆอย่างเปาบุ้นจิ้นก็เกิดในยุคนี้
หากพิจารณาดุจริงๆแล้วขอเพียงให้ศักดินาน้อยลงหน่อย สังคมจะพัฒาได้เร็วกว่าเดิมมากหากเทคโนโลยีเพียงพอแล้ว
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

ออนไลน์ Black7nos

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,530
  • ถูกใจแล้ว: 810 ครั้ง
  • ความนิยม: +43/-42
ขอบคุณครับ
ผมอยากขอขโมยไอเดียท่านหน่อย

ท่านคิดว่าเพระาอะไร"ดยุกหมูอ้วน" มันถึงดูเป็นคนที่ร้ายกาจในนิยายแนวโอโตเมะเกมส์หรืออิเซไคได้หรือครับ?
"ดยุกหมูอ้วน" มันต้องมีเส้นสายสัมพันธ์ประมาณไหนถึงชวน"โบสถ์ที่ชั่วร้าย" มาร่วมกระทืบพระเอกอิเซไคได้?..เรื่องระบบศักดินา
ตอนแรกผมไม่คิดอะไร ตอนหลังผมคิดว่าแน่นอนแล้วว่า"แผ่นดินไม่ไร้คนมีความสามารถ"นั้นคือเรื่องจริง เพระาค่าเฉลี่ยไอคิวประชากรก็บอกว่าอย่างนั้น ที่กักขังคนพวกนี้ไงว้คือระบบต่างหาก
ไปเจอเรื่องหนึ่งที่น่าคิดคือ
ที่ผมจะเอามาให้ระบบดยุกหมูอ้วนช้ง่าทำไมดยุกหมูอ้วนถึงน่ากลัวกว่าขุนนางคนอื่นๆ
เพราะขุนนางคนอื่นๆยบยังมีแนวความคิดศกัดินามากเกินไป ดยุกหมูอ้วนออกจะเป็นทุนนิยมผูกขาดเลยได้เปรียบกว่าชาวบ้านนับว่าเป็นหัวสมัยใหม่กว่าขุนนางด้วยกันไปจเอแนวคิดเรื่องราชงซ?์ซ้องที่ชาววจีนรังเกียจว่าอ่อนแอ

แต่ฝรั่งชื่นชมในวิทยาการด้านต่างๆ ด้านการทำธนบัตร การสอบจอหงวน คนเก่งๆอย่างเปาบุ้นจิ้นก็เกิดในยุคนี้
หากพิจารณาดุจริงๆแล้วขอเพียงให้ศักดินาน้อยลงหน่อย สังคมจะพัฒาได้เร็วกว่าเดิมมากหากเทคโนโลยีเพียงพอแล้ว


ท่าน @samuison ไม่ต้องขอ เอาไปได้เลยครับ เพราะนี่ก็ไม่ใช่มาจากผมหรอกครับ มันเป็นความรู้ที่ตกผลึกและเขียนในหนังสือวิชาการสามัญทางประวัติศาสตร์สากลโลก

น่ากลัวที่สุด คือ พวก Ultra-Royalist หรือ ที่อ.ปรีดีเรียกว่า พวกเกินกว่ากษัตริย์ พวกนี้มักใช้ประโยชน์จากราชสำนักและค่อยยุและดีลผลประโยชน์กับราชสำนักทำเรื่องที่เป็นผลประโยชน์กับตนเอง


ถ้านึกไม่ออก ให้นึกถึง โฮจิ๋น(He Jin) แม่ทัพใหญ่แห่งปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออกก็ได้ครับ หรือ แม้แต่ 10 ขันที เหล่านี้คือพวกเกินกว่ากษัตริย์ทั้งนั้น


อาจารย์ปรีดีได้อธิบายไว้ว่าและให้ความหมายของ Ultra Royalist ไว้ว่า


นอกจากผู้ที่เสียประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงซึ่งไม่ปลงตกตามกฎแห่งอนิจจังแล้ว นายปรีดีอธิบายถึงฝ่ายปฏิกิริยากลุ่มที่ 2 ว่า บุคคลจำพวกนี้มิได้เสียประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงโดยตรง “แต่เอาร่างกายของตนสวมจิตวิญญาณตามทรรศนะของพลังเก่า … แม้บุคคลชนิดนี้เกิดและมีชีวิตร่างกายอยู่ในกาลสมัยใหม่ ก็มิได้มีลักษณะเป็นชนรุ่นใหม่ คือ เขาเป็นชนรุ่นใหม่แต่ทางร่างกาย ส่วนวิญญาณและทรรศนะที่เป็นหลักนำให้เขาดำเนินชีวิตนั้นเป็นทรรศนะของพลังเก่า … อาการแสดงออกแห่งการโต้อภิวัฒน์ของบุคคลจำพวกนี้มีหลายอย่าง รวมถึงการแสดงตนว่าเป็นผู้นิยมราชาธิปไตยยิ่งกว่าองค์ราชาธิบดี (ULTRA-ROYALIST)”

ในเวลาต่อมานายปรีดีแปลคำว่า ULTRA-ROYALIST ให้กระชับขึ้นเป็น “ผู้เกินกว่าราชา” กล่าวคือ “ปากว่าเทอดทูลพระราชาธิบดี แต่ทำแสดงว่า นิยมราชาธิปไตยยิ่งกว่าองค์ราชาธิบดี”

นอกจากนี้ เขายังยกตัวอย่างกรณีที่เกิดขึ้นในประเทศฝรั่งเศสว่า ระหว่าง ค.ศ. 1789-1875 ได้มี “ผู้เกินกว่าราชา” ทำการสงวนอำนาจศักดินาไว้มากกว่าที่องค์พระราชาธิบดีปรารถนา จนเป็นเหตุให้สถาบันพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์บูร์บองต้องล้มไปใน ค.ศ. 1791 แม้พระราชวงศ์นั้นจะกลับมาครองราชบัลลังก์ได้อีกหลายครั้ง แต่สุดท้ายใน ค.ศ. 1875 ก็ปลาสนาการไปตราบจนปัจจุบันนี้

และขยายความต่อไปว่า “เมื่อ ค.ศ. 1870 นโปเลียนที่ 3 แห่งราชวงศ์โบนาปาร์ตได้สละราชสมบัติเนื่องจากแพ้เยอรมัน ฝ่ายเจ้าสมบัติ เมื่อได้ปราบปรามขบวนการสหการปารีสสําเร็จแล้ว ก็ได้จัดให้มีระบบรัฐสภาเพื่อลงมติว่า ฝรั่งเศสจะปกครองโดยระบบสาธารณรัฐหรือระบบราชาธิปไตย โดยอัญเชิญรัชทายาทแห่งราชวงศ์บูร์บองขึ้นครองราชย์

“เสียงราษฎรส่วนมากที่พ้นจากการปราบปรามขณะนั้นปรารถนาตามวิธีหลังนี้ แต่ฝ่ายพวกที่ทําตนเป็นราชาธิปไตยยิ่งกว่าองค์พระราชาธิบดีนั้น ได้อ้างพระราชหฤทัยรัชทายาทที่จะได้รับอัญเชิญขึ้นครองราชย์ และเรียกร้องเกินเลยไป  แม้เรื่องธงชาติ ก็จะให้เปลี่ยนจากธงสามสี มาใช้ธงขาวประกอบด้วยรูปดอกไม้สามแฉก (คล้ายดอกบัวดิน) ที่เรียกเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า ‘FLEURS DE LIS’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เฉพาะราชวงศ์บูร์บอง

“ก่อนที่รัฐสภาฝรั่งเศสจะลงมติดังกล่าวแล้ว สมเด็จเจ้าแห่งมาจองตา (DUC DE MAGENTA) ได้มีรับสั่งเตือนผู้ที่ทําตนเป็นราชาธิปไตยยิ่งกว่าองค์พระราชาธิบดี และอ้างว่ารู้พระราชหฤทัยต่าง ๆ นั้น ว่า ถ้าพวกนั้นต้องการจะเอาธงขาวมีรูปดอกไม้ชนิดนั้นมาใช้แทนธงสามสีแล้ว ทหารปืนยาวก็จะเดินแถวไปตามลําพังโดยปราศจากธงประจํากอง แต่พวกนั้นก็หัวรั้นไม่ยอมฟังคําเตือนของสมเด็จเจ้า จึงเป็นเหตุให้เสียงในรัฐสภาที่เดิมส่วนมากปรารถนาสถาปนาราชวงศ์บูร์บองขึ้นมาอีกนั้นต้องลดน้อยลงไป แม้กระนั้นเมื่อถึงเวลาลงมติ ฝ่ายที่นิยมสาธารณรัฐชนะเพียง 1 เสียงเท่านั้น”

นายปรีดีสรุปเป็นข้อคิดให้แก่ “ผู้เกินกว่าราชา” ว่า “ถ้าหากผู้ทําตนเป็นราชาธิปไตยยิ่งกว่าองค์พระราชาธิบดีไม่อวดอ้างเอาเด่นของตนแล้ว ราชวงศ์บูร์บองก็จะได้กลับขึ้นครองราชย์อีก ดังนั้น พวกที่เป็นราชาธิปไตยยิ่งกว่าองค์พระราชาธิบดีจึงมิเพียงแต่เป็นพวกที่ทําให้ราชบัลลังก์ฝรั่งเศสต้องสะเทือนเท่านั้น หากยังทําให้ราชบัลลังก์แห่งราชวงศ์บูร์บองสลายไปตั้งแต่ครั้งกระนั้นจนถึงปัจจุบันนี้”

Ref
https://www.the101.world/ultra-royalist-and-social-scum/
https://pridi.or.th/sites/default/files/pdf/2517-87.pdf
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 20, 2021, 02:26:03 PM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 

ออฟไลน์ Rumia

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,767
  • ถูกใจแล้ว: 1124 ครั้ง
  • ความนิยม: +169/-289
ขอบคุณครับ
ผมอยากขอขโมยไอเดียท่านหน่อย

ท่านคิดว่าเพระาอะไร"ดยุกหมูอ้วน" มันถึงดูเป็นคนที่ร้ายกาจในนิยายแนวโอโตเมะเกมส์หรืออิเซไคได้หรือครับ?
"ดยุกหมูอ้วน" มันต้องมีเส้นสายสัมพันธ์ประมาณไหนถึงชวน"โบสถ์ที่ชั่วร้าย" มาร่วมกระทืบพระเอกอิเซไคได้?..เรื่องระบบศักดินา
ตอนแรกผมไม่คิดอะไร ตอนหลังผมคิดว่าแน่นอนแล้วว่า"แผ่นดินไม่ไร้คนมีความสามารถ"นั้นคือเรื่องจริง เพระาค่าเฉลี่ยไอคิวประชากรก็บอกว่าอย่างนั้น ที่กักขังคนพวกนี้ไงว้คือระบบต่างหาก
ไปเจอเรื่องหนึ่งที่น่าคิดคือ
ที่ผมจะเอามาให้ระบบดยุกหมูอ้วนช้ง่าทำไมดยุกหมูอ้วนถึงน่ากลัวกว่าขุนนางคนอื่นๆ
เพราะขุนนางคนอื่นๆยบยังมีแนวความคิดศกัดินามากเกินไป ดยุกหมูอ้วนออกจะเป็นทุนนิยมผูกขาดเลยได้เปรียบกว่าชาวบ้านนับว่าเป็นหัวสมัยใหม่กว่าขุนนางด้วยกันไปจเอแนวคิดเรื่องราชงซ?์ซ้องที่ชาววจีนรังเกียจว่าอ่อนแอ

แต่ฝรั่งชื่นชมในวิทยาการด้านต่างๆ ด้านการทำธนบัตร การสอบจอหงวน คนเก่งๆอย่างเปาบุ้นจิ้นก็เกิดในยุคนี้
หากพิจารณาดุจริงๆแล้วขอเพียงให้ศักดินาน้อยลงหน่อย สังคมจะพัฒาได้เร็วกว่าเดิมมากหากเทคโนโลยีเพียงพอแล้ว

เอาง่ายๆครับดยุกที่มึอำนาจเกี่ยวข้องกับโบสถนะมันคือโจโฉดีๆนี่เองคิดเอาว่าอำนาจมันเยอะแค่ไหน

ออฟไลน์ Flady

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 329
  • ถูกใจแล้ว: 651 ครั้ง
  • ความนิยม: +46/-7
ในด้านระบอบศักดินาของนิยายยุคกลางเราคงไม่มีอะไรจะพูดหรอกนะ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะว่าเราไม่คุ้นชินกับนิยายยุคกลางแบบสายเลือดแท้ด้วยล่ะน้า~  ;D
แต่ถ้าเป็นในเรื่องการแต่งนิยายแฟนตาซีที่เกี่ยวข้องกับระบบขุนนางและโบสถ์แล้วล่ะก็...

สำหรับคนที่ขยัน ขอแนะนำให้ศึกษาประวัติศาสตร์เพิ่มเติมเพื่อที่จะได้ลองเห็นตัวอย่างที่ชัดเจน เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างโบสถ์และขุนนางนี่ขอแนะนำชาร์เลอมาญเป็นพิเศษ
แต่โดยสรุปก็คือ รายละเอียดจะต้องครบถ้วนและสมเหตุสมผล พ่วงกับกฏเหล็กของการเล่าเรื่อง "Show, Don't tell" เข้าไป ก็จะได้นิยายที่มีโลกที่สมจริงขึ้นมา

จุดที่ยากจริงๆในความเห็นของเรานั้นไม่ใช่เรื่องระบอบศักดินาด้วยตัวของมันเองเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์กับภายนอกอย่างเช่นแวดวงศ์ขุนนาง ประเทศเพื่อนบ้านและศาสนจักรด้วย ถ้าให้พูดตรงๆเราคิดว่าตัวร้ายที่เป็นขุนนางในนิยายหลายๆเรื่องถูกสร้างขึ้นมาเป็นกระสอบทรายเสียมากกว่า เพราะในความเป็นจริงขุนนางที่มีคุณสมบัติครบทั้งโง่ทั้งโลภน่ะ
ไม่มีทางที่จะครองอำนาจอยู่ได้นานขนาดนั้นหรอก สิ่งที่น่ากังวลในกรณีเหล่านั้นจะไม่ใช่ตัวของขุนนางเองแต่เป็นตัวระบบและสถานการณ์ของระบบมากกว่า
ความหมายน่ะเหรอ? ต่อให้ปฏิวัติไล่(หรือประหาร)ขุนนางโฉดไปจากแคว้นได้ ฉากจบที่สวยงามก็ไม่ได้รอพระเอกนางเอกอยู่หรอก  :o
LN&Manga Connoisseur(ฝึกหัด) (แต่งตั้งตัวเอง)
อยู่ระหว่างการพิจารณาเปิดบริการแนะนำ(กึ่งยัดเยียด)อาหาร(นิยาย/มังงะ)
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol, Black7nos

ออนไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,308
  • ถูกใจแล้ว: 942 ครั้ง
  • ความนิยม: +87/-197
[quote/]

ท่าน @samuison ไม่ต้องขอ เอาไปได้เลยครับ เพราะนี่ก็ไม่ใช่มาจากผมหรอกครับ มันเป็นความรู้ที่ตกผลึกและเขียนในหนังสือวิชาการสามัญทางประวัติศาสตร์สากลโลก

น่ากลัวที่สุด คือ พวก Ultra-Royalist หรือ ที่อ.ปรีดีเรียกว่า พวกเกินกว่ากษัตริย์ พวกนี้มักใช้ประโยชน์จากราชสำนักและค่อยยุและดีลผลประโยชน์กับราชสำนักทำเรื่องที่เป็นผลประโยชน์กับตนเอง


ถ้านึกไม่ออก ให้นึกถึง โฮจิ๋น(He Jin) แม่ทัพใหญ่แห่งปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออกก็ได้ครับ หรือ แม้แต่ 10 ขันที เหล่านี้คือพวกเกินกว่ากษัตริย์ทั้งนั้น


อาจารย์ปรีดีได้อธิบายไว้ว่าและให้ความหมายของ Ultra Royalist ไว้ว่า


นอกจากผู้ที่เสียประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงซึ่งไม่ปลงตกตามกฎแห่งอนิจจังแล้ว นายปรีดีอธิบายถึงฝ่ายปฏิกิริยากลุ่มที่ 2 ว่า บุคคลจำพวกนี้มิได้เสียประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงโดยตรง “แต่เอาร่างกายของตนสวมจิตวิญญาณตามทรรศนะของพลังเก่า … แม้บุคคลชนิดนี้เกิดและมีชีวิตร่างกายอยู่ในกาลสมัยใหม่ ก็มิได้มีลักษณะเป็นชนรุ่นใหม่ คือ เขาเป็นชนรุ่นใหม่แต่ทางร่างกาย ส่วนวิญญาณและทรรศนะที่เป็นหลักนำให้เขาดำเนินชีวิตนั้นเป็นทรรศนะของพลังเก่า … อาการแสดงออกแห่งการโต้อภิวัฒน์ของบุคคลจำพวกนี้มีหลายอย่าง รวมถึงการแสดงตนว่าเป็นผู้นิยมราชาธิปไตยยิ่งกว่าองค์ราชาธิบดี (ULTRA-ROYALIST)”

ในเวลาต่อมานายปรีดีแปลคำว่า ULTRA-ROYALIST ให้กระชับขึ้นเป็น “ผู้เกินกว่าราชา” กล่าวคือ “ปากว่าเทอดทูลพระราชาธิบดี แต่ทำแสดงว่า นิยมราชาธิปไตยยิ่งกว่าองค์ราชาธิบดี”

นอกจากนี้ เขายังยกตัวอย่างกรณีที่เกิดขึ้นในประเทศฝรั่งเศสว่า ระหว่าง ค.ศ. 1789-1875 ได้มี “ผู้เกินกว่าราชา” ทำการสงวนอำนาจศักดินาไว้มากกว่าที่องค์พระราชาธิบดีปรารถนา จนเป็นเหตุให้สถาบันพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์บูร์บองต้องล้มไปใน ค.ศ. 1791 แม้พระราชวงศ์นั้นจะกลับมาครองราชบัลลังก์ได้อีกหลายครั้ง แต่สุดท้ายใน ค.ศ. 1875 ก็ปลาสนาการไปตราบจนปัจจุบันนี้

และขยายความต่อไปว่า “เมื่อ ค.ศ. 1870 นโปเลียนที่ 3 แห่งราชวงศ์โบนาปาร์ตได้สละราชสมบัติเนื่องจากแพ้เยอรมัน ฝ่ายเจ้าสมบัติ เมื่อได้ปราบปรามขบวนการสหการปารีสสําเร็จแล้ว ก็ได้จัดให้มีระบบรัฐสภาเพื่อลงมติว่า ฝรั่งเศสจะปกครองโดยระบบสาธารณรัฐหรือระบบราชาธิปไตย โดยอัญเชิญรัชทายาทแห่งราชวงศ์บูร์บองขึ้นครองราชย์

“เสียงราษฎรส่วนมากที่พ้นจากการปราบปรามขณะนั้นปรารถนาตามวิธีหลังนี้ แต่ฝ่ายพวกที่ทําตนเป็นราชาธิปไตยยิ่งกว่าองค์พระราชาธิบดีนั้น ได้อ้างพระราชหฤทัยรัชทายาทที่จะได้รับอัญเชิญขึ้นครองราชย์ และเรียกร้องเกินเลยไป  แม้เรื่องธงชาติ ก็จะให้เปลี่ยนจากธงสามสี มาใช้ธงขาวประกอบด้วยรูปดอกไม้สามแฉก (คล้ายดอกบัวดิน) ที่เรียกเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า ‘FLEURS DE LIS’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เฉพาะราชวงศ์บูร์บอง

“ก่อนที่รัฐสภาฝรั่งเศสจะลงมติดังกล่าวแล้ว สมเด็จเจ้าแห่งมาจองตา (DUC DE MAGENTA) ได้มีรับสั่งเตือนผู้ที่ทําตนเป็นราชาธิปไตยยิ่งกว่าองค์พระราชาธิบดี และอ้างว่ารู้พระราชหฤทัยต่าง ๆ นั้น ว่า ถ้าพวกนั้นต้องการจะเอาธงขาวมีรูปดอกไม้ชนิดนั้นมาใช้แทนธงสามสีแล้ว ทหารปืนยาวก็จะเดินแถวไปตามลําพังโดยปราศจากธงประจํากอง แต่พวกนั้นก็หัวรั้นไม่ยอมฟังคําเตือนของสมเด็จเจ้า จึงเป็นเหตุให้เสียงในรัฐสภาที่เดิมส่วนมากปรารถนาสถาปนาราชวงศ์บูร์บองขึ้นมาอีกนั้นต้องลดน้อยลงไป แม้กระนั้นเมื่อถึงเวลาลงมติ ฝ่ายที่นิยมสาธารณรัฐชนะเพียง 1 เสียงเท่านั้น”

นายปรีดีสรุปเป็นข้อคิดให้แก่ “ผู้เกินกว่าราชา” ว่า “ถ้าหากผู้ทําตนเป็นราชาธิปไตยยิ่งกว่าองค์พระราชาธิบดีไม่อวดอ้างเอาเด่นของตนแล้ว ราชวงศ์บูร์บองก็จะได้กลับขึ้นครองราชย์อีก ดังนั้น พวกที่เป็นราชาธิปไตยยิ่งกว่าองค์พระราชาธิบดีจึงมิเพียงแต่เป็นพวกที่ทําให้ราชบัลลังก์ฝรั่งเศสต้องสะเทือนเท่านั้น หากยังทําให้ราชบัลลังก์แห่งราชวงศ์บูร์บองสลายไปตั้งแต่ครั้งกระนั้นจนถึงปัจจุบันนี้”

Ref
https://www.the101.world/ultra-royalist-and-social-scum/
https://pridi.or.th/sites/default/files/pdf/2517-87.pdf
ขอบคุณครับ แต่หมายถึงให้ท่านช่วยวิเคราะห์คนแนว "ดยุกหมูอ้วน" ในแนวนนิยาายโอโตเมะเกมส์กับแนวพระเอกอิเซไคน่ะครับ :P
ว่าพวกนี้มันมีข้อดีข้อเสียอย่างไรทำไมถึงก่อกรรมทำเข็ญได้ไม่เกรงใจชาวบ้าน ทั้งที่ลูกสาวดยุกโมใ้ว่าทุกคนมีการเมืองเบือ้งหลังราวกับหงสาจอมราขันย์ แต่ดยุกหมูอ้วน ข่มขืนชาวบ้านไปทั่ว
แบบผู้กล้าโล่ก็บอกว่า ราชาอ้วนตายไป สังคมจะวุ่นวาย เพระาดันบริหารบ้านเมืองดีซะงั้นแม้จะชั่วก็ตาม ???
ในด้านระบอบศักดินาของนิยายยุคกลางเราคงไม่มีอะไรจะพูดหรอกนะ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะว่าเราไม่คุ้นชินกับนิยายยุคกลางแบบสายเลือดแท้ด้วยล่ะน้า~  ;D
แต่ถ้าเป็นในเรื่องการแต่งนิยายแฟนตาซีที่เกี่ยวข้องกับระบบขุนนางและโบสถ์แล้วล่ะก็...

สำหรับคนที่ขยัน ขอแนะนำให้ศึกษาประวัติศาสตร์เพิ่มเติมเพื่อที่จะได้ลองเห็นตัวอย่างที่ชัดเจน เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างโบสถ์และขุนนางนี่ขอแนะนำชาร์เลอมาญเป็นพิเศษ
แต่โดยสรุปก็คือ รายละเอียดจะต้องครบถ้วนและสมเหตุสมผล พ่วงกับกฏเหล็กของการเล่าเรื่อง "Show, Don't tell" เข้าไป ก็จะได้นิยายที่มีโลกที่สมจริงขึ้นมา

จุดที่ยากจริงๆในความเห็นของเรานั้นไม่ใช่เรื่องระบอบศักดินาด้วยตัวของมันเองเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์กับภายนอกอย่างเช่นแวดวงศ์ขุนนาง ประเทศเพื่อนบ้านและศาสนจักรด้วย ถ้าให้พูดตรงๆเราคิดว่าตัวร้ายที่เป็นขุนนางในนิยายหลายๆเรื่องถูกสร้างขึ้นมาเป็นกระสอบทรายเสียมากกว่า เพราะในความเป็นจริงขุนนางที่มีคุณสมบัติครบทั้งโง่ทั้งโลภน่ะ
ไม่มีทางที่จะครองอำนาจอยู่ได้นานขนาดนั้นหรอก สิ่งที่น่ากังวลในกรณีเหล่านั้นจะไม่ใช่ตัวของขุนนางเองแต่เป็นตัวระบบและสถานการณ์ของระบบมากกว่า
ความหมายน่ะเหรอ? ต่อให้ปฏิวัติไล่(หรือประหาร)ขุนนางโฉดไปจากแคว้นได้ ฉากจบที่สวยงามก็ไม่ได้รอพระเอกนางเอกอยู่หรอก  :o
ขอบคุณครับ
ผมมองแบบ game of throne น่ะครับว่าทุกคนมีแผนว่าโรเบิร์ตที่เห้นอ้วนกินเหล้าเมายามั่วโสเภณีก็เพระาเสียใจ
แต่พอเวลาให้กล่าวถึงแผนการรบ ก็แสดงให้เห็นว่าทักษะการรบและกลยุทธยังเป็นอันดับท็อปของแผ่นดิน ???
ศาสนจักรแต่โบราณ พึ่งพากับขุนนนางอยู่น่ะครับผมไปเจอคนวิจตารณ์ตอนเรื่องหลุยส์ศูนย์สนิทที่บอร์ดต่าปงะรเทศโดนให้ความเห้ฯมาว่าอยู่ในสังคมศักดินา โบบสถ์คือตัวเลือกเดียวของชาวบ้านที่จะทานอำนาจของขุนนาง
โดยทางเทคนิคใน final tactic ที่ทางโบสถ์พยายามเบรกไม่ให้กองกำลังเหนือใต้รบกันก็ไม่ใช่ยุทธวิธีที่ผิด แค่สถานการณ์มันรุนแรงเกินไปมีปีศาจเข้ามาเกี่ยว โบสถ์เลยหยุดไม่ได้เท่านั้นเอง
หากเป็นแค่ระดับสงครามเล็กๆ ขุนนางก็ยังต้องฟังโบสถ์
[quote/]
เอาง่ายๆครับดยุกที่มึอำนาจเกี่ยวข้องกับโบสถนะมันคือโจโฉดีๆนี่เองคิดเอาว่าอำนาจมันเยอะแค่ไหน
หมายความวว่าพระเอกอิเซไคที่กระืบดยุกหมู฿อ้วนคือกระทืบคนที่กุมอำนาจของประเทศอยู่เบื้องหลังหรือครับนี่? ???
ช่วงนี้ผมแต่งเรื่องดยุกหมูอ้วนน่ะครับ
พยายามจะแถว่าดยุกหมูอ้วนคือคนที่มีแนวคิดทุนนิยม+ศักดินา+อีลิตวิชาการคอมโบกันทำให้มีอำนาจสูงสุดในแคว้นและนอกแคว้นด้วย
ทีี่มีนิสัยเย่อหยิ่ง เพราะมันมีสถานะที่ทำให้เย่อหยิ่า่งได้จริง แม้แต่พระราชามันยังไม่เกรงใจว่างั้นแบบมุกโจโฉ
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออนไลน์ Black7nos

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,530
  • ถูกใจแล้ว: 810 ครั้ง
  • ความนิยม: +43/-42
ตัวละครขุนนางตัวร้าย คือ ผู้ที่ได้ประโยชน์จากโครงสร้างทางสังคมแบบฐานันดร และเพื่อยังคงประโยชน์แก่ลูกหลาน พวกเขาก็จะปกป้องระบบนี้เต็มกำลัง


ถ้าเป็นศักดินาตะวันตกก็จะมีเรื่องศาสนจักรเข้ามาเกี่ยว ขุนนางแต่ละคนก็จะมีอาร์คบิชอปที่ศาสนจักรส่วนกลางแต่งตั้งขึ้นเพื่อช่วยงานขุนนางเจ้าครองแคว้น เนื่องจากพวกพระเหล่านี้เรียนหนังสือ อ่านออกเขียนได้ ซึ่งหน้าที่ของพวกเขาคือเป็นที่ปรึกษาเจ้าครองแคว้น และรวมถึงการอ้างสิทธิเคลมดินแดน ยิ่งในยุคจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ก็จำเป็นอย่างยิ่งยวดที่ต้องมีอาร์คบิชอปประจำแคว้นช่วยงาน เพราะ การยกกองทัพไปรุกรานแคว้นอื่นเพื่อยึดครอง ไม่ใช่อยากทำก็ทำได้เลย แต่ต้องอาศัยการอ้างสิทธิ และการอ้างสิทธิเหล่านี้จะอ้างขึ้นก็ต่อเมื่อศาสนจักรแสดงท่าทีเห็นพ้องหรือยอมรับ


ส่วนศักดินาแบบตะวันออก จะมีลักษณะจุดเด่น คือ การส่งบรรณาการไขว้กันไปมาจนเหมือนเครือข่าย อารมณ์เหมือนของขวัญทางการทูต แต่ทางตะวันออกเอเชียจะเรียกว่าบรรณาการหมด อย่างกรณีล้านช้างใน อานัมสยามยุทธก็ส่งบรรณาการให้ทั้งสยาม และ อาณาจักรอานัม(เวียดนาม) หรือแม้แต่สยามเองก็ส่งบรรณาการไปหลายประเทศเหมือนกัน ถ้าให้จีนก็เรียกว่า จิ้มก้อง เป็นต้น การส่งบรรณาการในประเทศตะวันออก จะด่วนสรุปว่าเป็นเมืองขึ้นไม่ได้ เพราะถ้าสรุปแบบนั้น นั่นหมายถึงสยามเป็นเมืองขึ้นจีน ซึ่งใครๆก็รู้ว่ามันไม่จริง
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ Rumia

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,767
  • ถูกใจแล้ว: 1124 ครั้ง
  • ความนิยม: +169/-289
[quote/]
ขอบคุณครับ แต่หมายถึงให้ท่านช่วยวิเคราะห์คนแนว "ดยุกหมูอ้วน" ในแนวนนิยาายโอโตเมะเกมส์กับแนวพระเอกอิเซไคน่ะครับ :P
ว่าพวกนี้มันมีข้อดีข้อเสียอย่างไรทำไมถึงก่อกรรมทำเข็ญได้ไม่เกรงใจชาวบ้าน ทั้งที่ลูกสาวดยุกโมใ้ว่าทุกคนมีการเมืองเบือ้งหลังราวกับหงสาจอมราขันย์ แต่ดยุกหมูอ้วน ข่มขืนชาวบ้านไปทั่ว
แบบผู้กล้าโล่ก็บอกว่า ราชาอ้วนตายไป สังคมจะวุ่นวาย เพระาดันบริหารบ้านเมืองดีซะงั้นแม้จะชั่วก็ตาม ??? [quote/]
ขอบคุณครับ
ผมมองแบบ game of throne น่ะครับว่าทุกคนมีแผนว่าโรเบิร์ตที่เห้นอ้วนกินเหล้าเมายามั่วโสเภณีก็เพระาเสียใจ
แต่พอเวลาให้กล่าวถึงแผนการรบ ก็แสดงให้เห็นว่าทักษะการรบและกลยุทธยังเป็นอันดับท็อปของแผ่นดิน ???
ศาสนจักรแต่โบราณ พึ่งพากับขุนนนางอยู่น่ะครับผมไปเจอคนวิจตารณ์ตอนเรื่องหลุยส์ศูนย์สนิทที่บอร์ดต่าปงะรเทศโดนให้ความเห้ฯมาว่าอยู่ในสังคมศักดินา โบบสถ์คือตัวเลือกเดียวของชาวบ้านที่จะทานอำนาจของขุนนาง
โดยทางเทคนิคใน final tactic ที่ทางโบสถ์พยายามเบรกไม่ให้กองกำลังเหนือใต้รบกันก็ไม่ใช่ยุทธวิธีที่ผิด แค่สถานการณ์มันรุนแรงเกินไปมีปีศาจเข้ามาเกี่ยว โบสถ์เลยหยุดไม่ได้เท่านั้นเอง
หากเป็นแค่ระดับสงครามเล็กๆ ขุนนางก็ยังต้องฟังโบสถ์
[quote/]
หมายความวว่าพระเอกอิเซไคที่กระืบดยุกหมู฿อ้วนคือกระทืบคนที่กุมอำนาจของประเทศอยู่เบื้องหลังหรือครับนี่? ???
ช่วงนี้ผมแต่งเรื่องดยุกหมูอ้วนน่ะครับ
พยายามจะแถว่าดยุกหมูอ้วนคือคนที่มีแนวคิดทุนนิยม+ศักดินา+อีลิตวิชาการคอมโบกันทำให้มีอำนาจสูงสุดในแคว้นและนอกแคว้นด้วย
ทีี่มีนิสัยเย่อหยิ่ง เพราะมันมีสถานะที่ทำให้เย่อหยิ่า่งได้จริง แม้แต่พระราชามันยังไม่เกรงใจว่างั้นแบบมุกโจโฉ

เอาง่ายๆครับแค่คำว่าดยุกมันก็มีสิทธขาดในเขตตัวเองแบบ100%อยู่แล้วไม่ต้องนับอย่างอื่นอย่างความฉลาดเส้นสาย เอาแค่ดยุกเพียวๆคุณก็สังไห้ใครตายหรือทำอะไรก็ได้ในเขตตัวเองแต่ดยุกจะไม่มีอำนาจมากไปกว่าเขตของตัวเอง เช่นดยุกครองเมืองเอมันจะทำอะไรก็ได้ในเมืองรวมถึงชาวบ้านในเมืองด้วยแต่มันจะสังพวกพ่อค้าที่มีสังกัดขุนนางอื่นๆไม่ได้รวมถึงหน่วยงานที่มีอำนาจมากกว่า แปลว่าตราบใดที่ไม่ยุ่งกับคนมีอำนาจเท่าๆกันดยุกจะทำอะไรก็ได้ครับ ที่พระเอกอิเซไคตบดยุกมันคือดยุกกากไร้เส้นสายไร้สมองต่างหากครับ การที่พระเอกมีพลังโกงมันเท่ากับพระเอกมีอำนาจเหนือดยุกหมูอ้วนไงครับไม่มีใครอยากช่วยดยุกโง่ๆไร้เส้นสายแถมมีแต่ชื่อเสีย กับคนที่เดียวกับกองทัพหรือตบมังกรได้หรอกครับดยุกหมูอ้วนในนิยาย มันมีค่ามากสุดแค่คุมเมืองๆเดียวไร้เส้นสายมีแต่คนเกรียดเต็มไปด้วยชื่อเสีย แต่ถ้าดยุกมีแบ็กโหดๆอย่าโบสถมันจะเป็นอีกเรื่องครับ ว่าง่ายๆคืออำนาจมันจะยกไปเกือบเท่าราชาเลยพวกแบบนี้ที่เห็นชัดๆเลย ก็โจโฉที่มีพ่อเป็นขันที่คุมวังตัวเองเป็นขุนนางคุมท้องที่ผลคือมีอำนาจตัดสินใจระดับประเทศ แต่ยกโจโฉอาจไม่เก็จเพราะมันไม่ได้โง่และชื่อเสียระดับไปฉุดเมียชาวบ้าน งันผมยก ฮิคารุ เกนจิ ก็ได้หมอนี่ร้องรำทำเพลงกินดืมเที่ยวเป็นขุนนางเชื้อพระวงค์มีอำนาจกับวัดหรือวัดหนุนหลัง ผลคืออะไรรู้ไหมครับ ไม่ว่าจะจัดหนักกับใครไม่มีความผิดจะนางสนมเมียขุนนางลูกสาวโชกุนกลายเป็นเทรนว่าได้นอนกับฮิคารุ เก็นจิถือว่าโชคดีแล้วนี่คือขุนนางที่มีอำนาจกับโบสถหรือวัดครับถ้าไม่ไช่ยุคสงครามมันมีอำนาจระดับสังปลดจักรพรรติแต่งตังใครมาเป็นแทนก็ได้เลยครับ และฮิคารุ เก็นจิที่ไม่เคยทำงานเที่ยวหณิงอย่างเดียวในประวัติมันปลดพ่อตัวเองออกจากเป็นโชกุนแล้วแต่งตังโชกุนใหม่เองเลนนะครับ นี่คืออำนาจของขุนนางระดับดยุก(ขุนนางเชื้อประวงค์)ที่มีโบสถหนุนหลัง ผมถึงได้ถามว่าไห้มีโบสถหนุนเท่ากับมีอำนาจมากเกินรึป่าว ถ้าคิดเป็นตัวเลขง่ายๆนะครับโบสถมีอำนาจ50%ฝ่ายราชามีอำนาจ50%แล้วที่นี้ เอาคนที่มีอำนาจฝ่ายราชามาอยู่กับโบสถยิ่งเป็นดยุกที่มีเชื้อเจ้ามาด้วยผลมันคืออำนาจฝ่ายดยุกที่มีโบสถหนุนมันเหนือกว่าราชาแล้วครับ ผลที่ได้มันเหมือนฮิคารุเก็นจิที่อยากทำอะไรก็ทำนั้นแหละครับ
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol, Black7nos

ออนไลน์ Black7nos

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,530
  • ถูกใจแล้ว: 810 ครั้ง
  • ความนิยม: +43/-42
[quote/]
เอาง่ายๆครับแค่คำว่าดยุกมันก็มีสิทธขาดในเขตตัวเองแบบ100%อยู่แล้วไม่ต้องนับอย่างอื่นอย่างความฉลาดเส้นสาย เอาแค่ดยุกเพียวๆคุณก็สังไห้ใครตายหรือทำอะไรก็ได้ในเขตตัวเองแต่ดยุกจะไม่มีอำนาจมากไปกว่าเขตของตัวเอง เช่นดยุกครองเมืองเอมันจะทำอะไรก็ได้ในเมืองรวมถึงชาวบ้านในเมืองด้วยแต่มันจะสังพวกพ่อค้าที่มีสังกัดขุนนางอื่นๆไม่ได้รวมถึงหน่วยงานที่มีอำนาจมากกว่า แปลว่าตราบใดที่ไม่ยุ่งกับคนมีอำนาจเท่าๆกันดยุกจะทำอะไรก็ได้ครับ ที่พระเอกอิเซไคตบดยุกมันคือดยุกกากไร้เส้นสายไร้สมองต่างหากครับ การที่พระเอกมีพลังโกงมันเท่ากับพระเอกมีอำนาจเหนือดยุกหมูอ้วนไงครับไม่มีใครอยากช่วยดยุกโง่ๆไร้เส้นสายแถมมีแต่ชื่อเสีย กับคนที่เดียวกับกองทัพหรือตบมังกรได้หรอกครับดยุกหมูอ้วนในนิยาย มันมีค่ามากสุดแค่คุมเมืองๆเดียวไร้เส้นสายมีแต่คนเกรียดเต็มไปด้วยชื่อเสีย แต่ถ้าดยุกมีแบ็กโหดๆอย่าโบสถมันจะเป็นอีกเรื่องครับ ว่าง่ายๆคืออำนาจมันจะยกไปเกือบเท่าราชาเลยพวกแบบนี้ที่เห็นชัดๆเลย ก็โจโฉที่มีพ่อเป็นขันที่คุมวังตัวเองเป็นขุนนางคุมท้องที่ผลคือมีอำนาจตัดสินใจระดับประเทศ แต่ยกโจโฉอาจไม่เก็จเพราะมันไม่ได้โง่และชื่อเสียระดับไปฉุดเมียชาวบ้าน งันผมยก ฮิคารุ เกนจิ ก็ได้หมอนี่ร้องรำทำเพลงกินดืมเที่ยวเป็นขุนนางเชื้อพระวงค์มีอำนาจกับวัดหรือวัดหนุนหลัง ผลคืออะไรรู้ไหมครับ ไม่ว่าจะจัดหนักกับใครไม่มีความผิดจะนางสนมเมียขุนนางลูกสาวโชกุนกลายเป็นเทรนว่าได้นอนกับฮิคารุ เก็นจิถือว่าโชคดีแล้วนี่คือขุนนางที่มีอำนาจกับโบสถหรือวัดครับถ้าไม่ไช่ยุคสงครามมันมีอำนาจระดับสังปลดจักรพรรติแต่งตังใครมาเป็นแทนก็ได้เลยครับ และฮิคารุ เก็นจิที่ไม่เคยทำงานเที่ยวหณิงอย่างเดียวในประวัติมันปลดพ่อตัวเองออกจากเป็นโชกุนแล้วแต่งตังโชกุนใหม่เองเลนนะครับ นี่คืออำนาจของขุนนางระดับดยุก(ขุนนางเชื้อประวงค์)ที่มีโบสถหนุนหลัง ผมถึงได้ถามว่าไห้มีโบสถหนุนเท่ากับมีอำนาจมากเกินรึป่าว ถ้าคิดเป็นตัวเลขง่ายๆนะครับโบสถมีอำนาจ50%ฝ่ายราชามีอำนาจ50%แล้วที่นี้ เอาคนที่มีอำนาจฝ่ายราชามาอยู่กับโบสถยิ่งเป็นดยุกที่มีเชื้อเจ้ามาด้วยผลมันคืออำนาจฝ่ายดยุกที่มีโบสถหนุนมันเหนือกว่าราชาแล้วครับ ผลที่ได้มันเหมือนฮิคารุเก็นจิที่อยากทำอะไรก็ทำนั้นแหละครับ


ใช่ครับ คือ ดยุค มันจะทำอะไรกับเขตของมันก็ได้ คิดซะว่าเป็นผู้ครองแคว้น นึกภาพว่าประเทศไทย ดยุคครองทั้งภาคอีสานอะไรแบบนี้ แต่ไม่ได้ทั้งประเทศ


แต่ตัวดยุคเองมันใหญ่กว่าเมือง มันครองแคว้น ซึ่งเท่ากับหลายเมืองหลายเขตปกครองรวมกัน


ตัวดยุคเองก็จะแบ่งซอยเขตปกครองลงไปอีก ให้แก่ขุนนางยศต่ำกว่า คือ มาควิซ(Marquise)


นึกภาพมาควิซก็มีที่ดินประมาณจังหวัดหนึ่งในไทยก็ได้ และมาควิซเองก็จะซอยที่ดินลงไปอีกเป็นเอิร์ล(Earl),ไวซ์เคาท์(Viscount)


จนถึงเล็กที่สุดคือ บารอน(Baron) บารอนให้นึกภาพว่าประมาณผู้ใหญ่บ้าน ส่วนใหญ่มักจะเป็นอัศวินที่ได้รับการเลื่อนยศ


แล้วพวกบารอนก็จะมีอัศวินรับใช้อีก


คือเวลาเป็นศัตรูกับดยุค มันไม่ได้เป็นศัตรูแค่คนเดียว แต่มันเป็นศัตรูทั้งขุนนางในภูมิภาคนั้นเลย


แล้วไม่ใช่เล่นๆนะ ขุนนางระดับดยุค ค่อนข้างใกล้ชิดกับ ฝ่ายโบสถ์ และ ราชสำนักมาก


หลายครั้งที่ดยุคใหญ่ มักจะส่งลูกสาวไปแต่งงานเป็นผู้หญิงของราชาของอาณาจักร อาจจะเป็นนางสนม โชคดีก็ราชินี ถ้าเป็นราชินีแบบโฮจิ๋นก็จะมีอำนาจเพิ่มขึ้นไปอีก


ส่วนโบสถ์ ดยุคก็มักจะส่งลูกคนเล็กไปเป็นคนฝ่ายโบสถ์ เพื่อทำงานเอื้อประโยชน์ให้ตระกูล และเพื่อป้องกันไม่ให้พี่น้องแย่งอำนาจกันเอง


การที่คุณจะเอาชนะดยุค มันถึงยากมาก ซึ่งกรณีที่ดยุคจะแพ้มีไม่กี่กรณี
1.ดยุคสร้างความไม่พอใจในท้องถิ่น จนขุนนางท้องถิ่นใต้อาณัติลุกฮือและขับไล่ดยุคออกจากดินแดน และสถาปนาหาดยุคคนใหม่
2.เป็นศัตรูกับศาสนจักร ทำให้ศาสนจักรประกาศว่าเป็นพวกนอกรีต ทำให้แคว้นเพื่อนบ้านมีสิทธิยกทัพเข้ามาเคลมดินแดน
3.ประกาศตั้งตนเป็นเอกราช ไม่ขึ้นตรงกับราชสำนัก ทำให้ราชสำนักต้องยกกำลังพลและขอกำลังพลยกมาปราบ
4.บ้านเมืองเข้าสู่ยุคสงครามกลางเมือง ราชสำนักหมดอำนาจลง เช่น สามก๊ก เซ็นโกคุ ทำให้แคว้นเพื่อนบ้านสามารถยกทัพเข้ายึดดินแดนได้โดยไม่ต้องอ้างสิทธิ
5.ลูกหลานของดยุคแก่งแย่งกันยกกำลังรบกันเอง จนราชสำนักต้องเข้าแทรกแซง และแต่งตั้งตระกูลใหม่เป็นดยุคแทน
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 

ออฟไลน์ Put1996

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 283
  • ถูกใจแล้ว: 9 ครั้ง
  • ความนิยม: +7/-9
รูปแรก (food), (fam and land) สลับกันนะครับ
My friend, I like war
My friend, I love war
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

ออฟไลน์ Djinnkung

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 562
  • ถูกใจแล้ว: 391 ครั้ง
  • ความนิยม: +20/-6
สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นจากนิยายกับมังกะส่่วนใหญ่คือ พวก Serf ชีวิตดูดีเกินเบอร์ไปมากๆฮะ
ของจริงนี่ี่ชีวิตพวก Serf คือบัดซบสัสหมามากๆนะ ถ้าเอาที่สมจริิงหน่่่่อยก็ต้องใน  The Witcher แหละ
 

ออฟไลน์ IsekaiNetwork

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 454
  • ถูกใจแล้ว: 182 ครั้ง
  • ความนิยม: +11/-11
  • .
สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นจากนิยายกับมังกะส่่วนใหญ่คือ พวก Serf ชีวิตดูดีเกินเบอร์ไปมากๆฮะ
ของจริงนี่ี่ชีวิตพวก Serf คือบัดซบสัสหมามากๆนะ ถ้าเอาที่สมจริิงหน่่่่อยก็ต้องใน  The Witcher แหละ

เพราะมันคือต่างโลก~  ชาวบ้านติดที่แต่ย้ายถิ่นฐานได้ด้วยนะเออ
แถมคนแปลกหน้าเข้าเมืองได้  แค่ไปทำบัตรกิลด์นักผจญภัยก็สามารถ
ร่อนไปทุกเมือง

แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน  เกิดถ้ามันเหมือนโลกเราสมัยก่อน  ต่างโลกมันก็
น่าหดหู่  ไม่สนุก  ไม่สามารถผจญภัยได้  ว่าแต่....  ถ้าในโลกจริงเมื่อโบราณ
ทำแบบนี้ได้หล่ะก็  สงสัยบ้านเมืองมีสปายร้อยพ่อพันธุ์แม่แหงๆ
.
 

ออนไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,308
  • ถูกใจแล้ว: 942 ครั้ง
  • ความนิยม: +87/-197
ตัวละครขุนนางตัวร้าย คือ ผู้ที่ได้ประโยชน์จากโครงสร้างทางสังคมแบบฐานันดร และเพื่อยังคงประโยชน์แก่ลูกหลาน พวกเขาก็จะปกป้องระบบนี้เต็มกำลัง


ถ้าเป็นศักดินาตะวันตกก็จะมีเรื่องศาสนจักรเข้ามาเกี่ยว ขุนนางแต่ละคนก็จะมีอาร์คบิชอปที่ศาสนจักรส่วนกลางแต่งตั้งขึ้นเพื่อช่วยงานขุนนางเจ้าครองแคว้น เนื่องจากพวกพระเหล่านี้เรียนหนังสือ อ่านออกเขียนได้ ซึ่งหน้าที่ของพวกเขาคือเป็นที่ปรึกษาเจ้าครองแคว้น และรวมถึงการอ้างสิทธิเคลมดินแดน ยิ่งในยุคจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ก็จำเป็นอย่างยิ่งยวดที่ต้องมีอาร์คบิชอปประจำแคว้นช่วยงาน เพราะ การยกกองทัพไปรุกรานแคว้นอื่นเพื่อยึดครอง ไม่ใช่อยากทำก็ทำได้เลย แต่ต้องอาศัยการอ้างสิทธิ และการอ้างสิทธิเหล่านี้จะอ้างขึ้นก็ต่อเมื่อศาสนจักรแสดงท่าทีเห็นพ้องหรือยอมรับ


ส่วนศักดินาแบบตะวันออก จะมีลักษณะจุดเด่น คือ การส่งบรรณาการไขว้กันไปมาจนเหมือนเครือข่าย อารมณ์เหมือนของขวัญทางการทูต แต่ทางตะวันออกเอเชียจะเรียกว่าบรรณาการหมด อย่างกรณีล้านช้างใน อานัมสยามยุทธก็ส่งบรรณาการให้ทั้งสยาม และ อาณาจักรอานัม(เวียดนาม) หรือแม้แต่สยามเองก็ส่งบรรณาการไปหลายประเทศเหมือนกัน ถ้าให้จีนก็เรียกว่า จิ้มก้อง เป็นต้น การส่งบรรณาการในประเทศตะวันออก จะด่วนสรุปว่าเป็นเมืองขึ้นไม่ได้ เพราะถ้าสรุปแบบนั้น นั่นหมายถึงสยามเป็นเมืองขึ้นจีน ซึ่งใครๆก็รู้ว่ามันไม่จริง
หมายควงามวว่าในบางเรื่องที่ดยุกเรียกโบสถ์มาช่วยได้แสดงว่าพลังเส้นสายของดยุกมีมามมหาศาลเบยสินะครับ
ช่วงนี้ผมกำลังอ่านการวิเคราะห์สามก๊ก total war ของอ้วนเสี้ยวที่ทำให้คนอยู่ในปกครองได้ง่ายมากจนคนเล่นโวยต้องให้เนิร์ฟพลังดูดคนลงไปกว่าเดิม
แต่ผมว่าโลกควาเมป้ฯจริงก้ประมาณนั้นหรอืเปล่าครับ?
อ้วนเสี้ยวในเจาะเวลาหาโจโฉบอกว่าโดยตำตแหน่งถือตรามหาขุนพล หากโจโฉไม่มีฮ่องเต้ก็ต้องฟังคำสั่งอ้วนเสี้ยวนั่นล่ะ เพราะตรามหาขุนพลสั่งการทหารทั่วแผ่นดินได้
เรียกว่าดยุกอาจจะไม่ต้องทำอะไรมาก โดนคนวิจารณ์ว่าหยิบหย่งอย่างอ้วนเสี้ยว แต่หากมีความสามารถรวมคนและสั่งการได้เท่านั้นก็เกินพอแล้วผมนุกภาพเรื่องเกทน่ะครับที่จักรวรรดิรวบรวมกองทหารนับแสนคนมาโดนญีปุ่่นยิงตายได้ ทางเทคนิคถือว่าอำนาจสูงๆมากนั่นล่ะหากไม่เจอเทคโนโลยีฉิมืออิเซไคก็คงชนะไปแล้วจากจำนวนที่เนหือกว่า
[quote/]

เพราะมันคือต่างโลก~  ชาวบ้านติดที่แต่ย้ายถิ่นฐานได้ด้วยนะเออ
แถมคนแปลกหน้าเข้าเมืองได้  แค่ไปทำบัตรกิลด์นักผจญภัยก็สามารถ
ร่อนไปทุกเมือง

แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน  เกิดถ้ามันเหมือนโลกเราสมัยก่อน  ต่างโลกมันก็
น่าหดหู่  ไม่สนุก  ไม่สามารถผจญภัยได้  ว่าแต่....  ถ้าในโลกจริงเมื่อโบราณ
ทำแบบนี้ได้หล่ะก็  สงสัยบ้านเมืองมีสปายร้อยพ่อพันธุ์แม่แหงๆ
ไม่รู้เป้นไงผมมองท่านแบบเซเลอร์มูนที่ปกครองซิลเวอร์มิลเลเนี่ยม หน้ากากทักซีโด้กังวลปัญหาความอดอยาก ส่วนลูกสาวดยุก กังวลกับงานเลี้ยงเต้นรำ ???

สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นจากนิยายกับมังกะส่่วนใหญ่คือ พวก Serf ชีวิตดูดีเกินเบอร์ไปมากๆฮะ
ของจริงนี่ี่ชีวิตพวก Serf คือบัดซบสัสหมามากๆนะ ถ้าเอาที่สมจริิงหน่่่่อยก็ต้องใน  The Witcher แหละ
แบบบากะริน่า มีการเล่นมุกว่าไม่มีสลัมในอาณาจักรน่ะครับและคนบอกว่าบบ้านของมาเรียตึกอิฐอย่างหรู มีของประดับแจกันสีม่วงไวโอเล็ต หนังสืออ้างอิงในห้องฯลฯมันไม่ใช่ของที่คนจนจะมีหรอกนะ

แต่อย่างว่า"จน"ในสายตาของลูกสาวดยุกที่อยู่ชนชั้นสูงสุดในแผ่นดินอาจจะมองครอบครัวที่ฐานะดีของชาวบ้านว่าจนก็ไม่แปลก

เจอราร์ดก็บ่นในวิทเชอร์ว่าพอบ้านเมืองพัฒนาขึ้น สัตว์ประหลาดก็ค่อยๆหายไปน่ะครับ ???
[quote/]
เอาง่ายๆครับแค่คำว่าดยุกมันก็มีสิทธขาดในเขตตัวเองแบบ100%อยู่แล้วไม่ต้องนับอย่างอื่นอย่างความฉลาดเส้นสาย เอาแค่ดยุกเพียวๆคุณก็สังไห้ใครตายหรือทำอะไรก็ได้ในเขตตัวเองแต่ดยุกจะไม่มีอำนาจมากไปกว่าเขตของตัวเอง เช่นดยุกครองเมืองเอมันจะทำอะไรก็ได้ในเมืองรวมถึงชาวบ้านในเมืองด้วยแต่มันจะสังพวกพ่อค้าที่มีสังกัดขุนนางอื่นๆไม่ได้รวมถึงหน่วยงานที่มีอำนาจมากกว่า แปลว่าตราบใดที่ไม่ยุ่งกับคนมีอำนาจเท่าๆกันดยุกจะทำอะไรก็ได้ครับ ที่พระเอกอิเซไคตบดยุกมันคือดยุกกากไร้เส้นสายไร้สมองต่างหากครับ การที่พระเอกมีพลังโกงมันเท่ากับพระเอกมีอำนาจเหนือดยุกหมูอ้วนไงครับไม่มีใครอยากช่วยดยุกโง่ๆไร้เส้นสายแถมมีแต่ชื่อเสีย กับคนที่เดียวกับกองทัพหรือตบมังกรได้หรอกครับดยุกหมูอ้วนในนิยาย มันมีค่ามากสุดแค่คุมเมืองๆเดียวไร้เส้นสายมีแต่คนเกรียดเต็มไปด้วยชื่อเสีย แต่ถ้าดยุกมีแบ็กโหดๆอย่าโบสถมันจะเป็นอีกเรื่องครับ ว่าง่ายๆคืออำนาจมันจะยกไปเกือบเท่าราชาเลยพวกแบบนี้ที่เห็นชัดๆเลย ก็โจโฉที่มีพ่อเป็นขันที่คุมวังตัวเองเป็นขุนนางคุมท้องที่ผลคือมีอำนาจตัดสินใจระดับประเทศ แต่ยกโจโฉอาจไม่เก็จเพราะมันไม่ได้โง่และชื่อเสียระดับไปฉุดเมียชาวบ้าน งันผมยก ฮิคารุ เกนจิ ก็ได้หมอนี่ร้องรำทำเพลงกินดืมเที่ยวเป็นขุนนางเชื้อพระวงค์มีอำนาจกับวัดหรือวัดหนุนหลัง ผลคืออะไรรู้ไหมครับ ไม่ว่าจะจัดหนักกับใครไม่มีความผิดจะนางสนมเมียขุนนางลูกสาวโชกุนกลายเป็นเทรนว่าได้นอนกับฮิคารุ เก็นจิถือว่าโชคดีแล้วนี่คือขุนนางที่มีอำนาจกับโบสถหรือวัดครับถ้าไม่ไช่ยุคสงครามมันมีอำนาจระดับสังปลดจักรพรรติแต่งตังใครมาเป็นแทนก็ได้เลยครับ และฮิคารุ เก็นจิที่ไม่เคยทำงานเที่ยวหณิงอย่างเดียวในประวัติมันปลดพ่อตัวเองออกจากเป็นโชกุนแล้วแต่งตังโชกุนใหม่เองเลนนะครับ นี่คืออำนาจของขุนนางระดับดยุก(ขุนนางเชื้อประวงค์)ที่มีโบสถหนุนหลัง ผมถึงได้ถามว่าไห้มีโบสถหนุนเท่ากับมีอำนาจมากเกินรึป่าว ถ้าคิดเป็นตัวเลขง่ายๆนะครับโบสถมีอำนาจ50%ฝ่ายราชามีอำนาจ50%แล้วที่นี้ เอาคนที่มีอำนาจฝ่ายราชามาอยู่กับโบสถยิ่งเป็นดยุกที่มีเชื้อเจ้ามาด้วยผลมันคืออำนาจฝ่ายดยุกที่มีโบสถหนุนมันเหนือกว่าราชาแล้วครับ ผลที่ได้มันเหมือนฮิคารุเก็นจิที่อยากทำอะไรก็ทำนั้นแหละครับ
ขอบคุณมากครับ หมายความว่า ้คอมโบดยุก+โบสถ์นี่มันเมททียบเท่ากับพลังโกงเลยสินะครับ?
ที่ผมกำหนดพยายามจะหาทางอธิบายควาเมป็นมาของดยุกหมูอ้วนคือ
ลูกชายตัวสำรองที่ส่งไปโบสถ์นั่นล่ะ แต่พอพ่อและทายาทหลักตายเลยต้องมาเสียบตำแนห่งแทนแต่เนื่องจากเคยอยู่โบสถ์มานานเลยมีเส้นสายกับทางโบสถ์มากกว่าคนอื่นว่างั้นล่ะครับ ::)
นกึถึงมุกเรื่องเหนือธรรมชาิหนังไทยมั้งเล่นมุกว่า ผีตายที่วัดอยู่นาน ทำบลุญเลยขึ้นไปเป้นเทวดาได้ และเลื่อนตำแหน่งเร็วเพระาเคยรู้จักกับพระผู้หลักผู้ใหญ่ที่อยู่ในวัดมาก่อน
ค่าของคนอยู่ที่คนของใครจริงๆ
[quote/]


ใช่ครับ คือ ดยุค มันจะทำอะไรกับเขตของมันก็ได้ คิดซะว่าเป็นผู้ครองแคว้น นึกภาพว่าประเทศไทย ดยุคครองทั้งภาคอีสานอะไรแบบนี้ แต่ไม่ได้ทั้งประเทศ


แต่ตัวดยุคเองมันใหญ่กว่าเมือง มันครองแคว้น ซึ่งเท่ากับหลายเมืองหลายเขตปกครองรวมกัน


ตัวดยุคเองก็จะแบ่งซอยเขตปกครองลงไปอีก ให้แก่ขุนนางยศต่ำกว่า คือ มาควิซ(Marquise)


นึกภาพมาควิซก็มีที่ดินประมาณจังหวัดหนึ่งในไทยก็ได้ และมาควิซเองก็จะซอยที่ดินลงไปอีกเป็นเอิร์ล(Earl),ไวซ์เคาท์(Viscount)


จนถึงเล็กที่สุดคือ บารอน(Baron) บารอนให้นึกภาพว่าประมาณผู้ใหญ่บ้าน ส่วนใหญ่มักจะเป็นอัศวินที่ได้รับการเลื่อนยศ


แล้วพวกบารอนก็จะมีอัศวินรับใช้อีก


คือเวลาเป็นศัตรูกับดยุค มันไม่ได้เป็นศัตรูแค่คนเดียว แต่มันเป็นศัตรูทั้งขุนนางในภูมิภาคนั้นเลย


แล้วไม่ใช่เล่นๆนะ ขุนนางระดับดยุค ค่อนข้างใกล้ชิดกับ ฝ่ายโบสถ์ และ ราชสำนักมาก


หลายครั้งที่ดยุคใหญ่ มักจะส่งลูกสาวไปแต่งงานเป็นผู้หญิงของราชาของอาณาจักร อาจจะเป็นนางสนม โชคดีก็ราชินี ถ้าเป็นราชินีแบบโฮจิ๋นก็จะมีอำนาจเพิ่มขึ้นไปอีก


ส่วนโบสถ์ ดยุคก็มักจะส่งลูกคนเล็กไปเป็นคนฝ่ายโบสถ์ เพื่อทำงานเอื้อประโยชน์ให้ตระกูล และเพื่อป้องกันไม่ให้พี่น้องแย่งอำนาจกันเอง


การที่คุณจะเอาชนะดยุค มันถึงยากมาก ซึ่งกรณีที่ดยุคจะแพ้มีไม่กี่กรณี
1.ดยุคสร้างความไม่พอใจในท้องถิ่น จนขุนนางท้องถิ่นใต้อาณัติลุกฮือและขับไล่ดยุคออกจากดินแดน และสถาปนาหาดยุคคนใหม่
2.เป็นศัตรูกับศาสนจักร ทำให้ศาสนจักรประกาศว่าเป็นพวกนอกรีต ทำให้แคว้นเพื่อนบ้านมีสิทธิยกทัพเข้ามาเคลมดินแดน
3.ประกาศตั้งตนเป็นเอกราช ไม่ขึ้นตรงกับราชสำนัก ทำให้ราชสำนักต้องยกกำลังพลและขอกำลังพลยกมาปราบ
4.บ้านเมืองเข้าสู่ยุคสงครามกลางเมือง ราชสำนักหมดอำนาจลง เช่น สามก๊ก เซ็นโกคุ ทำให้แคว้นเพื่อนบ้านสามารถยกทัพเข้ายึดดินแดนได้โดยไม่ต้องอ้างสิทธิ
5.ลูกหลานของดยุคแก่งแย่งกันยกกำลังรบกันเอง จนราชสำนักต้องเข้าแทรกแซง และแต่งตั้งตระกูลใหม่เป็นดยุคแทน
ผมไแเจอมาวง่ามาควิชคือคนที่คุมกำลังทหารได้ในการรบกับประเทศเพื่อบย้านน่ะครับ

ดยุกนี่สามารถยกกำลังข้ามเขตได้ไหมครับ? หรือขึ้นอยู่กับว่าได้อนุญาตจากทางโบสถ์หรือเปล่า?เช่นโดยปรกติไม่ได้แต่เราอยากยึดเกาะร้างตรงนี้เป็นฐานทัพกับเมืองของเรา เราก้ให้โบสถ์ส่งสัญยาณว่านี่คือการปราบโจรสลัดเพื่อปวงประชา
ราชาหรือพวกบารอน มาควิสในทางผ่านของเรา หากจะคัดต้านก็ต้องงัดขช้อกับโบสถ์ไปก่อนว่างั้นเรียกว่าการมีโบสถ์อยู่ข้างเรานี่ราวกับมีพลังโกงก็ไม่ปานเลยนะครับ
..
เรื่องอ้วนเสี้ยวนิดหนึ่งผมเ็นคนแคสต์เกมสืและเจอลุกน้องหน้าแดงไม่พอใจบ่อยผมหากตีความเป้นนิยายคือคนแคสต์เกมสืไม่ได้สนใจการเมืองเท่าไร ว่าไปไล่ตีทหารของราชวงส์ฮั่่นชาวประชาจะโมโห
หากไปไล่ตีโจรผ้าเลหืองและขอคำสั่งอวยยศแต่งตั้งเราเป้นเจ้าเมืองจากเมืองหลวง
โจโฉที่คุมฮ่องเต้อยู่ก็ไม่มีข้ออ้างยึดตำแหน่งหรือขัดขวางเราหรอกว่างั้นแต่พอไล่ตีทหารฮั่นกองซุนจ้านอะไรก่อน เลยดดนโจมตีด้านความชอบธรรมของกองทัพ
แต่อ้วนเสี้ยวสถานะสูงเกินไปจนสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการตั้งตำแหน่งให้เงิน
ซึ่งก็สำเร็จจริงๆพอไล่ตีทหารฮั่นรวบมาอยู่ในอำนาจของมหาขุนพล พริบตาเดียวก็ได้ครองทั้งภาคเหนือ แม้จะรบชนะบ้างแพ้บ้างก็ตาม ???
ดยุกหรืออ้วนเสี้ยวสามารถทนรับความเสียหายที่พ่ายแพ้ได้ในสงครามเล็กๆ เพระาพี่แกมีฐานกำลังมากพอที่จะสู้อย่างต่อเนื่องระยะยาว
ต่างกับเล่าปี่ ที่แพ้ทีเดียวก้ต้องหนีตายแต่สามารถรวบรวมไพร่พลได้เพระามีเชือ้สายราชวงศ์ฮั่น
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

ออนไลน์ Black7nos

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,530
  • ถูกใจแล้ว: 810 ครั้ง
  • ความนิยม: +43/-42
[quote/]
หมายควงามวว่าในบางเรื่องที่ดยุกเรียกโบสถ์มาช่วยได้แสดงว่าพลังเส้นสายของดยุกมีมามมหาศาลเบยสินะครับ
ช่วงนี้ผมกำลังอ่านการวิเคราะห์สามก๊ก total war ของอ้วนเสี้ยวที่ทำให้คนอยู่ในปกครองได้ง่ายมากจนคนเล่นโวยต้องให้เนิร์ฟพลังดูดคนลงไปกว่าเดิม
แต่ผมว่าโลกควาเมป้ฯจริงก้ประมาณนั้นหรอืเปล่าครับ?
อ้วนเสี้ยวในเจาะเวลาหาโจโฉบอกว่าโดยตำตแหน่งถือตรามหาขุนพล หากโจโฉไม่มีฮ่องเต้ก็ต้องฟังคำสั่งอ้วนเสี้ยวนั่นล่ะ เพราะตรามหาขุนพลสั่งการทหารทั่วแผ่นดินได้
เรียกว่าดยุกอาจจะไม่ต้องทำอะไรมาก โดนคนวิจารณ์ว่าหยิบหย่งอย่างอ้วนเสี้ยว แต่หากมีความสามารถรวมคนและสั่งการได้เท่านั้นก็เกินพอแล้วผมนุกภาพเรื่องเกทน่ะครับที่จักรวรรดิรวบรวมกองทหารนับแสนคนมาโดนญีปุ่่นยิงตายได้ ทางเทคนิคถือว่าอำนาจสูงๆมากนั่นล่ะหากไม่เจอเทคโนโลยีหีืออิเซไคก็คงชนะไปแล้วจากจำนวนที่เนหือกว่า[quote/]
ไม่รู้เป้นไงผมมองท่านแบบเซเลอร์มูนที่ปกครองซิลเวอร์มิลเลเนี่ยม หน้ากากทักซีโด้กังวลปัญหาความอดอยาก ส่วนลูกสาวดยุก กังวลกับงานเลี้ยงเต้นรำ ???

[quote/]
แบบบากะริน่า มีการเล่นมุกว่าไม่มีสลัมในอาณาจักรน่ะครับและคนบอกว่าบบ้านของมาเรียตึกอิฐอย่างหรู มีของประดับแจกันสีม่วงไวโอเล็ต หนังสืออ้างอิงในห้องฯลฯมันไม่ใช่ของที่คนจนจะมีหรอกนะ

แต่อย่างว่า"จน"ในสายตาของลูกสาวดยุกที่อยู่ชนชั้นสูงสุดในแผ่นดินอาจจะมองครอบครัวที่ฐานะดีของชาวบ้านว่าจนก็ไม่แปลก

เจอราร์ดก็บ่นในวิทเชอร์ว่าพอบ้านเมืองพัฒนาขึ้น สัตว์ประหลาดก็ค่อยๆหายไปน่ะครับ ???
[quote/]
ขอบคุณมากครับ หมายความว่า ้คอมโบดยุก+โบสถ์นี่มันเมททียบเท่ากับพลังโกงเลยสินะครับ?
ที่ผมกำหนดพยายามจะหาทางอธิบายควาเมป็นมาของดยุกหมูอ้วนคือ
ลูกชายตัวสำรองที่ส่งไปโบสถ์นั่นล่ะ แต่พอพ่อและทายาทหลักตายเลยต้องมาเสียบตำแนห่งแทนแต่เนื่องจากเคยอยู่โบสถ์มานานเลยมีเส้นสายกับทางโบสถ์มากกว่าคนอื่นว่างั้นล่ะครับ ::)
นกึถึงมุกเรื่องเหนือธรรมชาิหนังไทยมั้งเล่นมุกว่า ผีตายที่วัดอยู่นาน ทำบลุญเลยขึ้นไปเป้นเทวดาได้ และเลื่อนตำแหน่งเร็วเพระาเคยรู้จักกับพระผู้หลักผู้ใหญ่ที่อยู่ในวัดมาก่อน
ค่าของคนอยู่ที่คนของใครจริงๆ
[quote/]
ผมไแเจอมาวง่ามาควิชคือคนที่คุมกำลังทหารได้ในการรบกับประเทศเพื่อบย้านน่ะครับ

ดยุกนี่สามารถยกกำลังข้ามเขตได้ไหมครับ? หรือขึ้นอยู่กับว่าได้อนุญาตจากทางโบสถ์หรือเปล่า?เช่นโดยปรกติไม่ได้แต่เราอยากยึดเกาะร้างตรงนี้เป็นฐานทัพกับเมืองของเรา เราก้ให้โบสถ์ส่งสัญยาณว่านี่คือการปราบโจรสลัดเพื่อปวงประชา
ราชาหรือพวกบารอน มาควิสในทางผ่านของเรา หากจะคัดต้านก็ต้องงัดขช้อกับโบสถ์ไปก่อนว่างั้นเรียกว่าการมีโบสถ์อยู่ข้างเรานี่ราวกับมีพลังโกงก็ไม่ปานเลยนะครับ
..
เรื่องอ้วนเสี้ยวนิดหนึ่งผมเ็นคนแคสต์เกมสืและเจอลุกน้องหน้าแดงไม่พอใจบ่อยผมหากตีความเป้นนิยายคือคนแคสต์เกมสืไม่ได้สนใจการเมืองเท่าไร ว่าไปไล่ตีทหารของราชวงส์ฮั่่นชาวประชาจะโมโห
หากไปไล่ตีโจรผ้าเลหืองและขอคำสั่งอวยยศแต่งตั้งเราเป้นเจ้าเมืองจากเมืองหลวง
โจโฉที่คุมฮ่องเต้อยู่ก็ไม่มีข้ออ้างยึดตำแหน่งหรือขัดขวางเราหรอกว่างั้นแต่พอไล่ตีทหารฮั่นกองซุนจ้านอะไรก่อน เลยดดนโจมตีด้านความชอบธรรมของกองทัพ
แต่อ้วนเสี้ยวสถานะสูงเกินไปจนสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการตั้งตำแหน่งให้เงิน
ซึ่งก็สำเร็จจริงๆพอไล่ตีทหารฮั่นรวบมาอยู่ในอำนาจของมหาขุนพล พริบตาเดียวก็ได้ครองทั้งภาคเหนือ แม้จะรบชนะบ้างแพ้บ้างก็ตาม ???
ดยุกหรืออ้วนเสี้ยวสามารถทนรับความเสียหายที่พ่ายแพ้ได้ในสงครามเล็กๆ เพระาพี่แกมีฐานกำลังมากพอที่จะสู้อย่างต่อเนื่องระยะยาว
ต่างกับเล่าปี่ ที่แพ้ทีเดียวก้ต้องหนีตายแต่สามารถรวบรวมไพร่พลได้เพระามีเชือ้สายราชวงศ์ฮั่น



ตอบ ข้อ 1 ก่อนนะครับ เรื่องอ้วนเสี้ยวเอย โจโฉเอย สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การอ้างความชอบธรรม(Rights)


ความชอบธรรมในยุคกลางฝ่ายตะวันตก มีอะไรบ้าง
1.การสนับสนุนเห็นชอบจากราชสำนัก
2.การสนับสนุนเห็นชอบจากศาสนจักร
3.การสนับสนุนเห็นชอบจากขุนนางท้องถิ่น


ตอบ ข้อ 2 ในยุคกลาง ไม่ว่าจะเป็น ดยุค มาควิซ เอิร์ล ไวซ์เคาท์ บารอน ล้วนมีกำลังทหารหมดครับ แต่มากน้อยแล้วแต่ยศขุนนางและขนาดที่ดินที่ปกครอง


แต่ลำดับจะเป็นอย่างนี้ อัศวิน(เซอร์) 10 นาย รับใช้ บารอน 1 คน


บารอน 10 คน รับใช้ ไวซ์เคาท์ 1 คน


ไวซ์เคาท์ 5 คน รับใช้ เอิร์ล 1 คน


เอิร์ล 3 คน รับใช้ มาควิซ 1 คน


มาควิซ 2 คน รับใช้ ดยุค 1 คน


ลำดับมันจะประมาณนี้ ดังนั้นถ้าคุณสู้กับดยุคตัวร้าย ในความเป็นจริงคุณเจอโขยงขุนนางท้องถิ่นนับตั้งแต่มาควิซลงไปถึงบารอน


คุณอาจจะมองอย่างนี้ก็ได้ครับ


บารอน = ผู้ใหญ่บ้าน
ไวซ์เคาท์ = กำนัน
เอิร์ล = นายอำเภอ
มาควิซ = ผู้ว่าจังหวัด
ดยุค = ผู้ครองแคว้น/ผู้ว่ามณฑล


แต่สมัยยุคกลาง คือ ขุนนางมีอำนาจในการจัดเก็บภาษีเอง ออกกฎหมายท้องถิ่นเอง หรือแม้กระทั่งมีกำลังทหารเป็นของตนเองก็ได้ เหมือนในญี่ปุ่นในยุคเซ็นโกคุ จีนในยุคสามก๊ก ยิ่งขุนนางไหนมีที่ดิน/พื้นที่มากๆ ราชสำนักยอมรับ ยศขุนนางคนนั้นจะยิ่งสูง
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 

ออนไลน์ Black7nos

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,530
  • ถูกใจแล้ว: 810 ครั้ง
  • ความนิยม: +43/-42
เสริมอีกเรื่องหนึ่ง ปัญหาข้อพิพาทระหว่างขุนนางใหญ่ คือ กรณีขุนนางชั้นผู้น้อยใต้สังกัดย้ายไปสังกัดขุนนางใหญ่คนอื่นแทน


(ต้องเข้าใจพื้นฐานว่าสมัยก่อนยุคกลางยังไม่มีระบบแผนที่และระบบขอบเขตอำนาจอธิปไตยที่ชัดเจน)



สมมุติ
ดยุค A มี ขุนนางชั้นผู้น้อย 5 คน ทุกคนต่างมีที่ดินเป็นคนตัวเองแบ่งเป็น 5 ส่วน
ดยุค B มี ขุนนางชั้นผู้น้อย 5 คน เช่นกัน ทุกคนก็ต่างมีที่ดินของตนเองแบ่งเป็น 5 ส่วน

ปกติแล้วดยุค A กับ ดยุค B จะแย่งตัวขุนนางใต้อาณัติของคนอื่นไม่ได้ ถ้ากษัตริย์เข้มแข็งและมีอำนาจห้ามปราม

แต่กรณีที่ราชสำนักอ่อนแอ อำนาจกษัตริย์น้อย หรือเป็นหุ่นเชิด ดยุค A ก็จะใช้โอกาสนี้รุกรานกดดันให้ขุนนางใต้อาณัติ B ย้ายมาอยู่ใต้อาณัติ A แทน

ดยุค B ก็จะมีทางเลือก 2 ทาง คือ 1.ไม่ยกทัพไปช่วยขุนนางชั้นผู้น้อย ปล่อยให้ขุนนางใต้อาณัติของตนย้ายไปสวามิภักดิ์ A 2.เลือกช่วย ไม่ยอมปล่อยให้ขุนนางใต้อาณัติย้ายข้าง เลือกยกทัพรบกับ A
แต่การที่ A จะรุกรานขุนนางชั้นผู้น้อยของ ฺB ได้ ก็จำเป็นจะต้องหาเหตุอันสมควรเสียก่อน เหตุผลที่ชอบธรรมพอที่ดยุคคนอื่นเช่น C D... ไม่ยื่นมือเข้ามาแทรกแซงด้วย

ไม่ใช่อยากหวดก็เดินไปหวดเขา เพราะ ถ้าดยุค C D ... เห็นว่า A นั้น Aggressive ก็จะรีบหาเหตุมาช่วย B รุมกินโต๊ะ A

จำไว้ว่าในยุคกลาง สำคัญที่สุดไม่ว่าจะตะวันตก หรือ ตะวันออก คือ ที่ดิน ที่ดินมาคู่กับศักดินา ขุนนางที่มีที่ดินมากย่อมมีอำนาจมาก ขุนนางที่ดินน้อยย่อมมีอำนาจน้อย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 22, 2021, 12:04:03 PM โดย Black7nos »
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 

ออนไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,308
  • ถูกใจแล้ว: 942 ครั้ง
  • ความนิยม: +87/-197
เสริมอีกเรื่องหนึ่ง ปัญหาข้อพิพาทระหว่างขุนนางใหญ่ คือ กรณีขุนนางชั้นผู้น้อยใต้สังกัดย้ายไปสังกัดขุนนางใหญ่คนอื่นแทน


(ต้องเข้าใจพื้นฐานว่าสมัยก่อนยุคกลางยังไม่มีระบบแผนที่และระบบขอบเขตอำนาจอธิปไตยที่ชัดเจน)



สมมุติ
ดยุค A มี ขุนนางชั้นผู้น้อย 5 คน ทุกคนต่างมีที่ดินเป็นคนตัวเองแบ่งเป็น 5 ส่วน
ดยุค B มี ขุนนางชั้นผู้น้อย 5 คน เช่นกัน ทุกคนก็ต่างมีที่ดินของตนเองแบ่งเป็น 5 ส่วน

ปกติแล้วดยุค A กับ ดยุค B จะแย่งตัวขุนนางใต้อาณัติของคนอื่นไม่ได้ ถ้ากษัตริย์เข้มแข็งและมีอำนาจห้ามปราม

แต่กรณีที่ราชสำนักอ่อนแอ อำนาจกษัตริย์น้อย หรือเป็นหุ่นเชิด ดยุค A ก็จะใช้โอกาสนี้รุกรานกดดันให้ขุนนางใต้อาณัติ B ย้ายมาอยู่ใต้อาณัติ A แทน

ดยุค B ก็จะมีทางเลือก 2 ทาง คือ 1.ไม่ยกทัพไปช่วยขุนนางชั้นผู้น้อย ปล่อยให้ขุนนางใต้อาณัติของตนย้ายไปสวามิภักดิ์ A 2.เลือกช่วย ไม่ยอมปล่อยให้ขุนนางใต้อาณัติย้ายข้าง เลือกยกทัพรบกับ A
แต่การที่ A จะรุกรานขุนนางชั้นผู้น้อยของ ฺB ได้ ก็จำเป็นจะต้องหาเหตุอันสมควรเสียก่อน เหตุผลที่ชอบธรรมพอที่ดยุคคนอื่นเช่น C D... ไม่ยื่นมือเข้ามาแทรกแซงด้วย

ไม่ใช่อยากหวดก็เดินไปหวดเขา เพราะ ถ้าดยุค C D ... เห็นว่า A นั้น Aggressive ก็จะรีบหาเหตุมาช่วย B รุมกินโต๊ะ A

จำไว้ว่าในยุคกลาง สำคัญที่สุดไม่ว่าจะตะวันตก หรือ ตะวันออก คือ ที่ดิน ที่ดินมาคู่กับศักดินา ขุนนางที่มีที่ดินมากย่อมมีอำนาจมาก ขุนนางที่ดินน้อยย่อมมีอำนาจน้อย
ขอบคุณครับ หมายควมามว่าดยุกหมูอ้วนที่ชี้นิวใครก็กล่าวหาว่าเป็นคนนอกศาสนาได้ นี่อันที่จริงมีอำนาจมากกว่าที่เราคิดสินะครับ? ???
ว่าหากพระเอกอิเซไคไม่เก่งพอล่ะก็ คงตายไปนานแล้วล่ะว่าไปแล้วการบุกชนกลุ่มน้อยเพื่อเผยแพร่ศาสนาน่าจะเป็นอะไรที่พอจะลากคนไปช่วยได้
เรียกว่าขงเบ้งบุกม่านใต้

โจโฉอยากจะกล่าวหาแค่ไหนก็หาเหตุผลมาว่าไม่ได้เพระาการบุกชนต่างเผ่าคือคุณธรรมที่ดีขงอชาวภาคกลางงจงหยวน
ผมไปเล่นเกมส์แนวนี้พบว่าเจอปัญหาว่า กิลด์ต่างๆมีอำนาจมาก
แม้แต่เราเป็นราชาจะหาเรื่องกับกิลด์ต้องผ่านสงครามกลางเมืองไปก่อนว่าอย่างนั้นล่ะครับ
..
ไปเจขจอแนวย้อนเวลาราชวงส์ถังพูดมาดีเหมือนกันว่าปัญหาสงครามคือ "ที่ดิน" ที่ไม่สามารถแก้ได้ตราบใดที่จำนวนขุนนางยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทางเทคนิค สงครามคือการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินได้ เรพาะลดจำนวนประชากรขุนนางที่ตายไปลงและสามารถยึดครองดินแดนและตั้งตำแหน่งครองดินแดนได้เิพ่ม
witcher เล่นมุกนรนี้มั้ง
ว่าตราบใดที่ยังชนะ แม้ตจะปกครองโหดร้ายแค่ไหน ก็ยังรอดชีวิตต่อไปได้ แต่พอไม่ชนะ ก็โนวางยาพิษตายจากคนของตนเองนั่นล่ะ
จักรวรรดิที่สร้างโดยสงคราม ต่อให้คนรักสันติมาเป้นจักรพรรดิ ก็ไม่สามารถรักสันติได้หรอก ???
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ Rumia

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,767
  • ถูกใจแล้ว: 1124 ครั้ง
  • ความนิยม: +169/-289
[quote/]
ขอบคุณครับ หมายควมามว่าดยุกหมูอ้วนที่ชี้นิวใครก็กล่าวหาว่าเป็นคนนอกศาสนาได้ นี่อันที่จริงมีอำนาจมากกว่าที่เราคิดสินะครับ? ???
ว่าหากพระเอกอิเซไคไม่เก่งพอล่ะก็ คงตายไปนานแล้วล่ะว่าไปแล้วการบุกชนกลุ่มน้อยเพื่อเผยแพร่ศาสนาน่าจะเป็นอะไรที่พอจะลากคนไปช่วยได้
เรียกว่าขงเบ้งบุกม่านใต้

โจโฉอยากจะกล่าวหาแค่ไหนก็หาเหตุผลมาว่าไม่ได้เพระาการบุกชนต่างเผ่าคือคุณธรรมที่ดีขงอชาวภาคกลางงจงหยวน
ผมไปเล่นเกมส์แนวนี้พบว่าเจอปัญหาว่า กิลด์ต่างๆมีอำนาจมาก
แม้แต่เราเป็นราชาจะหาเรื่องกับกิลด์ต้องผ่านสงครามกลางเมืองไปก่อนว่าอย่างนั้นล่ะครับ
..
ไปเจขจอแนวย้อนเวลาราชวงส์ถังพูดมาดีเหมือนกันว่าปัญหาสงครามคือ "ที่ดิน" ที่ไม่สามารถแก้ได้ตราบใดที่จำนวนขุนนางยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทางเทคนิค สงครามคือการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินได้ เรพาะลดจำนวนประชากรขุนนางที่ตายไปลงและสามารถยึดครองดินแดนและตั้งตำแหน่งครองดินแดนได้เิพ่ม
witcher เล่นมุกนรนี้มั้ง
ว่าตราบใดที่ยังชนะ แม้ตจะปกครองโหดร้ายแค่ไหน ก็ยังรอดชีวิตต่อไปได้ แต่พอไม่ชนะ ก็โนวางยาพิษตายจากคนของตนเองนั่นล่ะ
จักรวรรดิที่สร้างโดยสงคราม ต่อให้คนรักสันติมาเป้นจักรพรรดิ ก็ไม่สามารถรักสันติได้หรอก ???
คือดยุกหมูอ้วนที่ชอบโดนพระเอกตบนะครับมันคือพวกที่เต็มไปด้วยชื่อเสียไม่ว่าจะขูดภาษีฉุดสาวค้าทาส คือเป็นพวกที่ทุกคนเกลียดอยู่แล้วแต่ที่ไม่มีใครทำอะไรเพราะอำนาจมันเยอะบวกกับมัตทำในขอบเขตที่ดินของตัวเอง พอพระเอกมาตบปุปมันเหมือนมือที่สามที่ไม่มีส่วนได้เสียในที่ดินมายุ่งไงครับ ที่นี้ขุนนางที่เหลือก็เข้ามาจัดการแบ่งชิ้นเค้กและสร้างความพอใจไห้คนมีพลังเยอะด้วย แต่ถ้าดยุกมีอำนาจโบสถมันจะกลายเป็นต้องสู้กับประเทศไปไม่ไช่แค่ดยุกและทหารแล้ว

ออนไลน์ Black7nos

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,530
  • ถูกใจแล้ว: 810 ครั้ง
  • ความนิยม: +43/-42
[quote/]
ขอบคุณครับ หมายควมามว่าดยุกหมูอ้วนที่ชี้นิวใครก็กล่าวหาว่าเป็นคนนอกศาสนาได้ นี่อันที่จริงมีอำนาจมากกว่าที่เราคิดสินะครับ? ???
ว่าหากพระเอกอิเซไคไม่เก่งพอล่ะก็ คงตายไปนานแล้วล่ะว่าไปแล้วการบุกชนกลุ่มน้อยเพื่อเผยแพร่ศาสนาน่าจะเป็นอะไรที่พอจะลากคนไปช่วยได้
เรียกว่าขงเบ้งบุกม่านใต้

โจโฉอยากจะกล่าวหาแค่ไหนก็หาเหตุผลมาว่าไม่ได้เพระาการบุกชนต่างเผ่าคือคุณธรรมที่ดีขงอชาวภาคกลางงจงหยวน
ผมไปเล่นเกมส์แนวนี้พบว่าเจอปัญหาว่า กิลด์ต่างๆมีอำนาจมาก
แม้แต่เราเป็นราชาจะหาเรื่องกับกิลด์ต้องผ่านสงครามกลางเมืองไปก่อนว่าอย่างนั้นล่ะครับ
..
ไปเจขจอแนวย้อนเวลาราชวงส์ถังพูดมาดีเหมือนกันว่าปัญหาสงครามคือ "ที่ดิน" ที่ไม่สามารถแก้ได้ตราบใดที่จำนวนขุนนางยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทางเทคนิค สงครามคือการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินได้ เรพาะลดจำนวนประชากรขุนนางที่ตายไปลงและสามารถยึดครองดินแดนและตั้งตำแหน่งครองดินแดนได้เิพ่ม
witcher เล่นมุกนรนี้มั้ง
ว่าตราบใดที่ยังชนะ แม้ตจะปกครองโหดร้ายแค่ไหน ก็ยังรอดชีวิตต่อไปได้ แต่พอไม่ชนะ ก็โนวางยาพิษตายจากคนของตนเองนั่นล่ะ
จักรวรรดิที่สร้างโดยสงคราม ต่อให้คนรักสันติมาเป้นจักรพรรดิ ก็ไม่สามารถรักสันติได้หรอก ???


อย่าคิดว่าดยุคตัวร้ายมีอำนาจแค่ศาสนจักรนะครับ ดยุคส่วนใหญ่หลายคนมีอำนาจในราชสำนักด้วย ถ้าสังเกตดีๆ เจ้าชายอังกฤษหลายคนจะมีชื่อ Title ว่า Duke of ....


พูดง่ายๆ ดยุคตัวร้ายอาจจะเป็นเชื้อพระวงศ์ หรือ มีญาติแต่งงานกับเชื้อพระวงศ์


ดังนั้นที่ผมบอก Isekai มันไม่สมเหตุสมผลเรื่องการตบดยุค ดยุคมีอำนาจมากกว่าที่คิดนะครับ


ถ้าตัวเอกปลุกระดมชาวบ้านลุกฮือตบบารอน อันนี้มันยังพอ Make Sense เพราะ บารอนมีทหารไม่เยอะมากแค่หยิบมือ มีอัศวินแค่หยิบมือ


ขณะที่ดยุคสามารถเกณฑ์ระดมทหารจากขุนนางในท้องที่ของตัวเองได้ทั้งอัศวินและทหารทั่วไป มีกำลังเป็นหลักพันหลักหมื่น บางแคว้นตามประวัติศาสตร์มีเป็นแสนคนนะครับ


กรณีที่ตัวเอกจะตบกับดยุค อย่างน้อยก็ต้องมียศใกล้เคียง เช่น มาควิซ หรือ เอิร์ล และต้องมีการสร้างพันธมิตรกับเหล่าขุนนางที่ไม่พอใจดยุคเป็นทุนเดิมถึงจะพองัดได้


ถ้ามาวิเคราะห์แจกแจงวิธีที่ตัวเอกสามารถจะเอาชนะดยุคตัวร้ายได้ ในยุคกลางที่มีระบอบศักดินา
Case 1 ตัวเอกมีชาติกำเนิดเป็นขุนนางระดับสูง(Marquise,Earl)
           - จะต้องหาขุนนางที่เป็นแคว้นพันธมิตร Alliance หรือ Coalition(ยศระดับเดียวกัน)
           - สร้างความไม่พอใจแก่ขุนนางท้องถิ่นภายใต้อาณัติของดยุคตัวร้าย และชักชวนมาอยู่ใต้อาณัติแทน Vassalise
           - ตัวเอกจะต้องสร้างความชอบธรรม ขณะเดียวกันต้องลดความชอบธรรมของดยุคตัวร้าย โดยผ่านราชสำนัก หรือ ศาสนจักร Rights
Case 2 ตัวเอกมีชาติกำเนิดเป็นขุนนางระดับล่าง(Viscount,Baron)
           - กรณีที่ตัวเอกเป็นขุนนางใต้อาณัติของดยุคตัวร้าย ตัวเอกจำเป็นต้องหาทางย้ายไปสังกัดขุนางคนอื่นที่มีระดับเดียวกับดยุคตัวร้าย และมีท่าทีปฏิปักษ์กับดยุคตัวร้าย
           - ตัวเอกจำเป็นต้องไต่เต้าเพิ่มยศและที่ดินปกครองของตนเอง ผ่านการยึดครอง Vassalise
           - ตัวเอกจำเป็นต้องยุแยงให้ขุนนางระดับล่างเดียวกับตัวเอกไม่พอใจการปกครองของดยุคตัวร้าย
           - ตัวเอกเปลี่ยนไปสวามิภักดิ์กับประเทศที่เป็นศัตรูกับประเทศของดยุค
Case 3 ตัวเอกมีชาติกำเนิดไม่ใช่ขุนนาง ไพร่ หรือ ทาส
           - ปลุกระดมแบบสปาตาคัส หรือ เตียวก๊กเท่านั้น แต่ยากที่จะทำได้สำเร็จ มีวิธีที่น่าสนใจคือไปบุกเบิกดินแดนใหม่ และไปอยู่ใต้อาณัติขุนนางที่เป็นศัตรูของดยุคตัวร้าย ซึ่งเข้า Case 2
           - เริ่มไต่เต้าในระบบขุนนาง และพยายามสร้างผลงานให้กษัตริย์พอพระทัย เลื่อนยศให้ Case 2
           - ทำงานใต้ดิน ก่อวินาศกรรม(Sabotage) ล้วงข้อมูล(Spy) และ Blackmail
           - เข้าร่วมสงครามระหว่างประเทศในฐานะทหารรับจ้าง หรือ นักฆ่า ในประเทศที่เป็นอริกับประเทศของดยุค เพื่อหาโอกาสจ้างวานรบกับดยุคหรือจ้างไปลอบสังหาร


Case 1 มีความเป็นไปได้มากสุด ยากสุดคือ Case 3
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 

ออนไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,308
  • ถูกใจแล้ว: 942 ครั้ง
  • ความนิยม: +87/-197
[quote/]
คือดยุกหมูอ้วนที่ชอบโดนพระเอกตบนะครับมันคือพวกที่เต็มไปด้วยชื่อเสียไม่ว่าจะขูดภาษีฉุดสาวค้าทาส คือเป็นพวกที่ทุกคนเกลียดอยู่แล้วแต่ที่ไม่มีใครทำอะไรเพราะอำนาจมันเยอะบวกกับมัตทำในขอบเขตที่ดินของตัวเอง พอพระเอกมาตบปุปมันเหมือนมือที่สามที่ไม่มีส่วนได้เสียในที่ดินมายุ่งไงครับ ที่นี้ขุนนางที่เหลือก็เข้ามาจัดการแบ่งชิ้นเค้กและสร้างความพอใจไห้คนมีพลังเยอะด้วย แต่ถ้าดยุกมีอำนาจโบสถมันจะกลายเป็นต้องสู้กับประเทศไปไม่ไช่แค่ดยุกและทหารแล้ว
ที่ผมประทับใจคือพี่แกเอาตราทาสหรือปลอกคอสะกดพลังมาใช้ได้แบบในโดจินน่ะครับ ฮา
มันควรจะเป็นของหายากนะนั่นไอเท็มแบบนั้นว่าไปแล้วในเกิดชาตินี้พี่ต้องเทพ เจ้าหญงอค์หนึ่งก็มีแหวนหายากล่ะมั้ง
หมายความว่าดยุกมีอำนาจโบสถ์ในทากงกลับบกันไปไล่จับสาวขุนนางมาเป้นเมียน้อยจะเป็นการเพิ่มอำนาจตนเองเสียด้วยซ้ำสินะครับ?
อย่าง Code Geass ชาร์ลพ่อของลูลูชก็มีภริยา 108 คน
แต่แน่นอน โดนขุนนางซุบซิบที่แต่งงานกับมาริเแอนสามัญชน
แต่ในกองทัพการยอมรับสามัญชนที่มีความสามารถจะทำได้ง่ายกว่า
มาริแอนแห่งแสง อย่างน้อยที่แม้แต่ขุนนางชั้นสูงไม่ยอมรับ แต่ทางกองทัพพวกที่เทพจริงๆยอมรับเท่านั้นก็พอแล้วสำหรับฐานกำลังของมาริแอน
[quote/]


อย่าคิดว่าดยุคตัวร้ายมีอำนาจแค่ศาสนจักรนะครับ ดยุคส่วนใหญ่หลายคนมีอำนาจในราชสำนักด้วย ถ้าสังเกตดีๆ เจ้าชายอังกฤษหลายคนจะมีชื่อ Title ว่า Duke of ....


พูดง่ายๆ ดยุคตัวร้ายอาจจะเป็นเชื้อพระวงศ์ หรือ มีญาติแต่งงานกับเชื้อพระวงศ์


ดังนั้นที่ผมบอก Isekai มันไม่สมเหตุสมผลเรื่องการตบดยุค ดยุคมีอำนาจมากกว่าที่คิดนะครับ


ถ้าตัวเอกปลุกระดมชาวบ้านลุกฮือตบบารอน อันนี้มันยังพอ Make Sense เพราะ บารอนมีทหารไม่เยอะมากแค่หยิบมือ มีอัศวินแค่หยิบมือ


ขณะที่ดยุคสามารถเกณฑ์ระดมทหารจากขุนนางในท้องที่ของตัวเองได้ทั้งอัศวินและทหารทั่วไป มีกำลังเป็นหลักพันหลักหมื่น บางแคว้นตามประวัติศาสตร์มีเป็นแสนคนนะครับ


กรณีที่ตัวเอกจะตบกับดยุค อย่างน้อยก็ต้องมียศใกล้เคียง เช่น มาควิซ หรือ เอิร์ล และต้องมีการสร้างพันธมิตรกับเหล่าขุนนางที่ไม่พอใจดยุคเป็นทุนเดิมถึงจะพองัดได้


ถ้ามาวิเคราะห์แจกแจงวิธีที่ตัวเอกสามารถจะเอาชนะดยุคตัวร้ายได้ ในยุคกลางที่มีระบอบศักดินา
Case 1 ตัวเอกมีชาติกำเนิดเป็นขุนนางระดับสูง(Marquise,Earl)
           - จะต้องหาขุนนางที่เป็นแคว้นพันธมิตร Alliance หรือ Coalition(ยศระดับเดียวกัน)
           - สร้างความไม่พอใจแก่ขุนนางท้องถิ่นภายใต้อาณัติของดยุคตัวร้าย และชักชวนมาอยู่ใต้อาณัติแทน Vassalise
           - ตัวเอกจะต้องสร้างความชอบธรรม ขณะเดียวกันต้องลดความชอบธรรมของดยุคตัวร้าย โดยผ่านราชสำนัก หรือ ศาสนจักร Rights
Case 2 ตัวเอกมีชาติกำเนิดเป็นขุนนางระดับล่าง(Viscount,Baron)
           - กรณีที่ตัวเอกเป็นขุนนางใต้อาณัติของดยุคตัวร้าย ตัวเอกจำเป็นต้องหาทางย้ายไปสังกัดขุนางคนอื่นที่มีระดับเดียวกับดยุคตัวร้าย และมีท่าทีปฏิปักษ์กับดยุคตัวร้าย
           - ตัวเอกจำเป็นต้องไต่เต้าเพิ่มยศและที่ดินปกครองของตนเอง ผ่านการยึดครอง Vassalise
           - ตัวเอกจำเป็นต้องยุแยงให้ขุนนางระดับล่างเดียวกับตัวเอกไม่พอใจการปกครองของดยุคตัวร้าย
           - ตัวเอกเปลี่ยนไปสวามิภักดิ์กับประเทศที่เป็นศัตรูกับประเทศของดยุค
Case 3 ตัวเอกมีชาติกำเนิดไม่ใช่ขุนนาง ไพร่ หรือ ทาส
           - ปลุกระดมแบบสปาตาคัส หรือ เตียวก๊กเท่านั้น แต่ยากที่จะทำได้สำเร็จ มีวิธีที่น่าสนใจคือไปบุกเบิกดินแดนใหม่ และไปอยู่ใต้อาณัติขุนนางที่เป็นศัตรูของดยุคตัวร้าย ซึ่งเข้า Case 2
           - เริ่มไต่เต้าในระบบขุนนาง และพยายามสร้างผลงานให้กษัตริย์พอพระทัย เลื่อนยศให้ Case 2
           - ทำงานใต้ดิน ก่อวินาศกรรม(Sabotage) ล้วงข้อมูล(Spy) และ Blackmail
           - เข้าร่วมสงครามระหว่างประเทศในฐานะทหารรับจ้าง หรือ นักฆ่า ในประเทศที่เป็นอริกับประเทศของดยุค เพื่อหาโอกาสจ้างวานรบกับดยุคหรือจ้างไปลอบสังหาร


Case 1 มีความเป็นไปได้มากสุด ยากสุดคือ Case 3
หากพิจารณาตามแนวโอโตเมะเกมส์ลูกสาวดยุก
แผลว่าที่ดยุกหมุอ้วนแต่งงานกับลูกสาวดยุกนี่ก็ไม่ต่างกับแต่งงานกับหลานสาวหรือลุกพี่ลูกน้องตนเองสินะครับ? ???
สังคมศักดินาแผ่ขยายไปทั้งแผ่นดิน
ต้องมีกองกำลังเท่านั้นนั่นล่ะ ถึงจะพอลืมตาอ้าปากได้บ้าง
หรือไม่ก้ต้องมีสกิลดกงอย่างพระเอกอิเซไคว่าอย่างนั้น
นึกถึงมุกอ้วนเสี้ยวที่คนเล่น total war แซวว่ามันจะ vassallization เป้นเมืองขึ้นอย่างเดียวเลย
ซึ่งทางเทคนิคผมว่าเท่านั้นก็พอแล้วในการใช้จำนวนที่เหนือกว่าบุกไปตีก๊กอื่นๆ
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ Rumia

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,767
  • ถูกใจแล้ว: 1124 ครั้ง
  • ความนิยม: +169/-289
[quote/]
ที่ผมประทับใจคือพี่แกเอาตราทาสหรือปลอกคอสะกดพลังมาใช้ได้แบบในโดจินน่ะครับ ฮา
มันควรจะเป็นของหายากนะนั่นไอเท็มแบบนั้นว่าไปแล้วในเกิดชาตินี้พี่ต้องเทพ เจ้าหญงอค์หนึ่งก็มีแหวนหายากล่ะมั้ง
หมายความว่าดยุกมีอำนาจโบสถ์ในทากงกลับบกันไปไล่จับสาวขุนนางมาเป้นเมียน้อยจะเป็นการเพิ่มอำนาจตนเองเสียด้วยซ้ำสินะครับ?
อย่าง Code Geass ชาร์ลพ่อของลูลูชก็มีภริยา 108 คน
แต่แน่นอน โดนขุนนางซุบซิบที่แต่งงานกับมาริเแอนสามัญชน
แต่ในกองทัพการยอมรับสามัญชนที่มีความสามารถจะทำได้ง่ายกว่า
มาริแอนแห่งแสง อย่างน้อยที่แม้แต่ขุนนางชั้นสูงไม่ยอมรับ แต่ทางกองทัพพวกที่เทพจริงๆยอมรับเท่านั้นก็พอแล้วสำหรับฐานกำลังของมาริแอน
[quote/]
หากพิจารณาตามแนวโอโตเมะเกมส์ลูกสาวดยุก
แผลว่าที่ดยุกหมุอ้วนแต่งงานกับลูกสาวดยุกนี่ก็ไม่ต่างกับแต่งงานกับหลานสาวหรือลุกพี่ลูกน้องตนเองสินะครับ? ???
สังคมศักดินาแผ่ขยายไปทั้งแผ่นดิน
ต้องมีกองกำลังเท่านั้นนั่นล่ะ ถึงจะพอลืมตาอ้าปากได้บ้าง
หรือไม่ก้ต้องมีสกิลดกงอย่างพระเอกอิเซไคว่าอย่างนั้น
นึกถึงมุกอ้วนเสี้ยวที่คนเล่น total war แซวว่ามันจะ vassallization เป้นเมืองขึ้นอย่างเดียวเลย
ซึ่งทางเทคนิคผมว่าเท่านั้นก็พอแล้วในการใช้จำนวนที่เหนือกว่าบุกไปตีก๊กอื่นๆ

อย่างที่เคยบอกสมัยก่อนการแต่งกันเองกับพี่น้องเครือญาติเป็นเรื่องปกติการที่ขุนนางเอาลูกๆมาแต่งกันมันคือการเพิ่มอำนาจ แต่ทังคู่ต้องมีอำนาจพอๆกันนะครับถึงมีผลไม่ไช่ระดับเจ้าเมืองไปแต่งกับเจ้าของหมู่บ้าน แบบนี้เจ้าของหมู่บ้านเท่านั้นที่มีอำนนยเพิ่มแต่เจ้าเมืองมีอำนาจลดลงการที่ดยุกจะแต่งกับใครอย่างต่ำๆมันต้องยศเดียวกันหรือราชวงค์โน่่นครับ

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก