@Hanaroo ร่างกายแต่ละคนมันไม่ได้เกิดมาเท่ากันเหมือนกับหุ่นยนต์ ทุกคนแข็งแรงไม่เท่ากันครับ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านปัจจัยด้านเชื้อสาย อาหารการกินตอนเด็ก โรคประจำตัว กรรมพันธุ์
คุณไม่สามารถเอาตัวคุณหรือคนใดคนหนึ่งมาเป็นบรรทัดฐานอีกคนได้ ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ไม่อย่างนั้นโลกของเราคงเป็นเมสซี่หรือโรนัลโด้กันไปหมดแล้ว
แต่สิ่งการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายของแต่ละคน ผมแนะนำให้ทำเท่าที่ทำไหว แล้วดูตัวเลขการพัฒนาทางกายภาพดีกว่าครับ
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัด เช่น ตอนป.1 สามารถวิ่ง 100 เมตรได้ ภายใน 17 วินาที ขึ้นป.2 สามารถวิ่ง 100 เมตร ภายใน 15 วินาที สำหรับผมอย่างนี้ถือว่าเด็กมีการพัฒนาทางด้านร่างกาย
ให้เขาแข่งกับตัวเองดีกว่าครับ อย่าไปกดดันเขาเลย
แล้วคุณอย่าเอาเด็กคนหนึ่งไปเทียบกับอีกคนหนึ่ง เพราะ เด็กแต่ละคนเกิดมาไม่เท่ากัน
ยกตัวอย่างตัวผม ตัวผมเป็นหอบหืดจากกรรมพันธุ์ซึ่งได้รับมาจากคุณพ่อ แน่นอนว่าผมเป็นแบบขั้นรุนแรงคือตกเย็นอากาศเปลี่ยนหอบหืดจะกำเริบ เข้ารพ.เป็นประจำ ต้องพกยกพ่นตลอดเวลา
เอาแค่ผมเดินขึ้นบันได แค่ครึ่งชั้นในขณะที่หอบหืดกำเริบ ผมรู้สึกเหมือนโดนคนบีบคอ ขาดออกซิเจน ไม่มีแรง ผมต้องคลานสี่ขาเหมือนหมาขึ้นบันไดก็ทำมาแล้วนะครับ
เด็กทุกคนไม่ได้เกิดมาเท่ากันครับ แต่ผมอาศัยความพยายามออกกำลังกายอย่างการตีแบด ทำให้ร่างกายดีขึ้น(แต่ไม่ได้หายขาดนะครับ ยังต้องพกยาพ่นไว้กรณีฉุกเฉินติดตัวตลอดเวลา)
ดังนั้นการลงโทษด้วยการออกกำลัง ครูต้องทราบด้วยว่าเด็กคนนั้นร่างกายเป็นอย่างไร มีโรคภัยไข้เจ็บ หรือโรคกรรมพันธุ์หรือเปล่า