คือ ผมมองอย่างนี้นะ
ในหนังหรือนิยาย
ประมาณว่า ตงฟางปุ๊กป้าย คือหนึ่งในหลายๆข้อหา ว่าจัดเลี้ยงบ่อย
หรืออะไรสารพัด
โอเค การหลงสามีและการหนุนคนรุ่นใหม่มาบริหาร อาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งน่ะใช่
แต่ผมมองว่า การจัดงานเลี้ยงล่าสัตว์ หรือแบบแนวตีกอล์ฟของประธานบริษัทสมัยนี้
มันก็คือการประุชุมนอกรอบนั่นล่ะ
ว่าใครไม่ไปงานพรรค์นี้ก็อย่าหวังจะได้ดิบได้ดีว่าอย่างนั้น

เหมือนกับว่าเราจะล้อเลียนแนวโอโตเมะว่า
"อย่าไปจัดเลยงานเต้นรำเดบูตงน่ะ ไร้สาระ"
คนคงมองกันแปลกๆ
เหมือนกับเด็กถ้าถามพ่อแม่ว่า
"ทำไมเราต้องไปงานสังคมพวกนี้ด้วยน่าเบื่อ ไม่ไปได้ไหม" พ่อแม่คงมองเราตาเขียวและดุว่าเรานั่นล่ะครับ
มันไม่มีกฎว่าให้ไป มันไม่มีค่าตอบแทนเป้นตัวเงินหรือกำไรจากกงานประเภทนี้โดยตรง
แต่มีผลคือการสร้างความสัมพันธ์กันระหว่างคนในแวดวงเดียวกันว่าอย่างนั้น
ที่แนวลุกกระจ๊อกของกรีฟีทพูดว่า
"ภา่ษีชาวบ้านเอามาใช้กับของฟุ่มเฟือยพวกนี้หรือนี่"ก็ถูกนั่นล่ะ
เรียกว่าเราใช้งานพวกนี้เพื่อมอมเมาระดับขุนนางที่มีสิทธิในการก่อกบฎเอาไว้
ภาษิตหนังจีนก็มีว่า
"ไม่มีงานเลี้ยงที่ดี"คือ
ทุกงานเลี้ยงมีเจตนาเคลือบแฝงว่าอย่างนั้น
แบบตัวอย่างหนังจีนคืองานเลี้ยงหงเหมิน แบบตะวันตกก็ red wedding ใน game of throne
จนผมที่เล่นโรลเพลย์ต้องเล่นมุกว่า
"ด้วยคำสั่งของข้าที่เป็นดยุกต่อไปนี้ผู้ชายที่มางานเลี้ยงให้ใส่เสื้อเกราะเต็มยศและติดอาวุธเต็มอัตราศึก สองทุกคนที่เข้ามาในงานต้องทดสอบโดยยการสาดและทานน้ำมนตร์เพื่อป้องกันแวมไพร์และปีศาจแฝงเข้ามาในงาน..."
เพราะเรื่องทำนองนี้ ต่อให้เป็นแนวโอโตเมะก็ตาม มันต้องเกิดเรื่องทุกครั้งในงานประเภทนี้
องค์ชายถอนหมั้น ลูกสาวดยุกล้างแค้น เปิดเผยฐานะที่แท้จริงของนางเอกฯลฯ
ในหนังจีนก็มีการลอบสังหาร ก่อกบฎระหว่างล่าสัตว์ต่างๆ
ไม่มีงานเลี้ยยงที่จบแบบดีดีเลยสักครั้ง

ทุกท่านคิดว่าอย่างไรบ้างครับ?
ในความเป้ยนจริงอาจจะไม่มีเรื่องการฆ่ากันปานในนิยาย
แต่ก็มีความหมายของมันนั่นล่ะในการจัดงานเลี้ยง
ผมเจอคนวิเคราะห์ประมาณนี้น่ะครับ
ว่าคนเรานั้นเป็นสัตว์สังคมที่อ่อนไหวกว่าที่คิด
การโดนด่ามากๆเป็นอะไรที่ได้ผล อย่าคิดว่าไม่ได้ผล
แต่คนเราที่ทนการด่าได้ เพราะล้อมรอบกายไว้ด้วย yes man ลูกกระจ๊อกที่คอยทำให้เราจิตใจสมดุลย์ว่าที่เราทำไปนั้นถูกแล้ว เพื่อต่อต้านคำด่าจากภายนอก
เพื่อตอบสนองว่า ไอ้พวกคนภายนอกที่ด่าเรามันคือพวกไร้หัวคิดไม่ควรใส่ใจต่างๆนานา
มันคือการสร้างสภาพแวดล้อมขึ้นมาอย่างหนึ่งให้ผู้นำกลุ่มนั้นมีลักษณะเฉพาะที่ต้องทำเพื่อประโยชน์ของกลุ่มไปในทางเดียวกัน
มันคือแนวทางการล้างสมองที่ดีอย่างหนึ่ง
ที่คนคนหนึ่ง ทรราชย์มีความมั่นใจในสิ่งที่ทำได้ เพราะรายล้อมตนเองไว้ด้วย yes man ขุนนางกังฉินอย่างนั้นล่ะครับ
เพื่อให้มั่นใจว่าที่กำลังทำอยู่คือสิ่งที่ถูก
งานเลฃี้ยงก็เช่นกันคือการคงสภาพสังคมหรือกลุ่มเอาไว้
การได้นัดก๊วนตีกอล์ฟกับท่านประธานหรือทานอาหารเย็นกับท่านนายก
แปลว่าเราได้รับเชิญเข้าสู่วงวานสนิทชิดเชื้อของท่านนายกแล้ว
คือคนที่มองว่างานก็คืองานทำอย่างนี้ไร้สาระก็มี
แต่คนที่จะก้าวหน้าคือคนที่ไปตีกอล์ฟกับท่านประธาน ขี้ประจบฯลฯ
ที่คนที่ทำงานอย่างเดียวด่ากันนั่นล่ะครับ
คนที่ไม่ใช่พวกเราเราก็ไม่แต่งตั้ง
มันคือระบบอุปถัมป์ที่กลายสภาพจากการฝากตัวในอดีตแปรมาเป้นสภาพในปัจจุบัน
แบบแนวกับที่ขุนช้างฝากตัวกับพระพันนวษาสืบต่อตำแหน่งจากพ่อ
เดบูตงของโอโตเมะก็มีผลคล้ายๆแบบเดียวกันนั่นล่ะ
ว่าเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ มีสิทธิรับตำแหน่งแล้วนะ เข้าก๊วนท่านราชินีแล้วนะ
ทุกท่านคิดว่าอย่างไรบ้างครับ?
มันอาจจะเป็นด้านมืดและคนที่ออกสาย ใช้ความสามารถ meritrocracy คงไม่ชอบการกระทำพวกนี้
แต่มันก็มีเหตุผลของมันในการที่จัดงานพวกนี้