แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: "แสวงหาความอมตะ"น่าจะเป็นตัวดึงดูดให้คนเข้าองค์กรลับได้ดีที่สุดหรือเปล่าครับ?  (อ่าน 6150 ครั้ง)

ออฟไลน์ KAGUYA

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY2
  • จอมพลหมีผู้เกรียงไกร
  • *****
  • กระทู้: 21,997
  • ถูกใจแล้ว: 6380 ครั้ง
  • ความนิยม: +623/-548
[quote/]
มันขี้นอยู่กับว่าคุณมีอะไรมากกว่า
ระดับล่าง ต้องการ เงิน
ระดับกลาง ต้องการ  อำนาจ
ระดับ บริหาร ต้องการ ชีวิต ที่ไม่แก่ไม่ตาย

สิ่งที่ส่วนความรู้เป็นที่ที่จำเป็นต้องมีเพื่อ สื่งอื่นที่ต้องการ

องค์กรลับควรต้องมี 3 สิ่งนี้ครบ ถึงความเป้นอมตะยังเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องมีวิธีอื่นในยืดชีวิต
ไม่ว่าจะเป็น  Lex luthor  สร้างโคลน ถ่ายความทรงจำ
ตามนั้น ความเห็นสมเหตุสมผลสุด เพราะนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันผู้ที่ต้องการความเป็นเป็นอมตะล้วนเป็นผู้ที่มีเงินและอำนาจเพราะพวกนี้ความยึดติดสูงกว่าชาวบ้าน คนธรรมดาแค่จะใช้ชีวิตแต่ละวันก็ลำบากแล้วจะเอาชีวิตเป็นอมตะไปทำไม
 

ออฟไลน์ Mortem

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,218
  • ถูกใจแล้ว: 628 ครั้ง
  • ความนิยม: +54/-45
  • เพศ: ชาย
  • ก็แค่แมวที่ผ่านทางมา
ถ้าถามว่า มุขอะไรที่ดึงดูดคนให้เข้าองค์กรชั่วร้ายได้ดีที่สุด สมัยเริ่มจำความได้ อายุราวๆ 5 ขวบ ผมจะตอบว่า "ครองโลก" :P
ผ่านไปซัก 2 ปีเห็นจะได้ คำตอบของผมจเปลี่ยนเป็น "ชีวิตอมตะ???
ช่วงราวๆ ม.ต้น เริ่มมีประสบการณ์ชีวิตนิดหน่อย คำตอบที่พบว่าเป็นไปได้มากที่สุดในความคิดตอนนั้นคือ "เพื่อรักษาไว้ซึ่งอำนาจ8)
หมายถึงตกกระไดพลอยโจน เมื่อขี่หลังเสือแล้วยากที่จะลง พลาดพลั้งตกบัลลัง มีแต่ความชิบหายรออยู่ทั้งแก่ตนเองและทุกคนรอบตัวยันลูกหลานเหลนโหลน
เมื่อขึ้นไปถึงตรงนั้นแล้วหลายคนกลัวที่จะสูญเสียอำนาจไป


ปัจจุบันผ่านวัยกลางคน พบความเป็นจริงของโลกว่า ไม่มีอะไรทำให้คนทำชั่วได้ดีไปกว่า การที่คนเหล่านั้นกำลังคิดว่าตัวเองทำความดี
องค์กรวายร้ายใต้ติดที่แสบสันที่สุด ประสิทธิภาพสูงสุด คือองค์กรที่วางแผนทำสิ่งต่างๆ "เพื่อให้โลกดีขึ้นกว่าเดิม::)
องค์กรแบบนี้จึงจะแสดงแสนยานุภาพออกมาได้เกินคาดเพราะคนทุกระดับไม่ยึดติดกับผลประโยนช์ใดๆ สามารถเสียสละได้แม้แต่ตัวเองและคนในครอบครัว




ทำให้ผมจำมุขๆนึงจากในนิยายได้เลยครับ ที่ตัวเอกเอาเด็กกำพร้าที่พ่อแม่ตายในสงครามมาเลี้ยงดูและฝึกฝนให้เป็นสายลับหรือนักฆ่าอะไรพวกนี้โดยมอบอุดมการณให้กับพวกเด็กๆว่าเพื่อหยุดสงครามที่เกิดขึ้นและกำลังจะเกิดต่อไปเพื่อสันติสุขอะไรทำนองน้ัน
 

ออฟไลน์ providence_gundam

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,051
  • ถูกใจแล้ว: 1614 ครั้ง
  • ความนิยม: +348/-417
  • เพศ: ชาย
[quote/]




ถ้าเป็นคนแก่อายุ 1000  แล้วมีร่างกายสมวัย มันไม่มีอวัยวะทำงานแล้วครับ



อมตะมันมักจะมาพร้อมกับร่างกายที่ไม่เสื่อม
ถ้าร่างกายเสื่อมไปเรื่อยๆทั้งที่ไม่ตายมันจะกลายเป็น undead
ซึ่งมันจะคนละแนวกับคำว่าแสวงหาความเป็นอมตะ


ซึ่งอมตะอีกประเภทนึงคือร่างสลายไปก็ไปหาร่างใหม่ได้
ถ้าเคสนี้คือแก่ก็แก่ไป เดี๋ยวค่อยไปเป็นเด็กใหม่


นั่นแหละครับ อมตะมันมีหลายนิยาม ตั้งแต่อายุ stuff ไว้ช่วงนั้นจนไปถึงมี option ร่างกายย้อนกลับไปเป็นหนุ่มได้ด้วย

ที่ผมจะสื่อถึงคือ อมตะที่ไม่ได้ฟื้นฟูร่างกาย สมมติคุณมีโรคข้อ อยู่แล้ว อมตะคือคาไว้ ไม่เสื่อมกว่านั้น แต่ก็ไม่ฟื้นฟู ดังนั้นส่วนที่เสื่อมมันก็จะคาเราไปเรื่อยๆจนอวสาน หรือบางคนมีอุบัติเหตุ ขาหักจนผิดรูป รักษาแล้วยังเดินได้ไม่ค่อยดี ก็คงไม่อยากได้เท่าไหร่นัก

ที่ผมมองอย่างนี้เพราะ อมตะแบบ full option แถมช่วยรักษาโรค มันไม่มีหรอก ถ้ามีก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนแน่ๆ อัไรที่ขอพรได้เกรียนแตกให้เห็นก็มีถมไป


ถ้าความอมตะนั้นคือการย้อนกลับไปเป็นเด็กหรือย้ายร่าง ก็คิดหนักนะครับ เพราะช่วงวัยเด็ก(เด็กอนุบาล-ประถม)คือช่วงเวลาที่ความน่าเชื่อถือน้อย แรงก็น้อย ช่วยเหลือตัวเองได้ค่อนข้างลำบาก จะโดนองค์กรหักหลังเอาง่ายๆ ต่อให้ลูกมาดูแล ก็ไม่ได้แปลว่าลูกหลานจะหักหลังไม่ได้ ตัวอย่างก็เห็นตั้งหลายเรื่อง

ย้ายร่างก็เหมือนกัน โดนหักหลังหรือผิดแผนโดนขัดขวางก็ไปต่างโลกเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 19, 2020, 10:46:26 AM โดย providence_gundam »
คนที่ชอบ FF7 มักมีแต่คนที่สมองไม่พัฒนา
 

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,747
  • ถูกใจแล้ว: 1941 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
[quote/]


นั่นแหละครับ อมตะมันมีหลายนิยาม ตั้งแต่อายุ stuff ไว้ช่วงนั้นจนไปถึงมี option ร่างกายย้อนกลับไปเป็นหนุ่มได้ด้วย

ที่ผมจะสื่อถึงคือ อมตะที่ไม่ได้ฟื้นฟูร่างกาย สมมติคุณมีโรคข้อ อยู่แล้ว อมตะคือคาไว้ ไม่เสื่อมกว่านั้น แต่ก็ไม่ฟื้นฟู ดังนั้นส่วนที่เสื่อมมันก็จะคาเราไปเรื่อยๆจนอวสาน หรือบางคนมีอุบัติเหตุ ขาหักจนผิดรูป รักษาแล้วยังเดินได้ไม่ค่อยดี ก็คงไม่อยากได้เท่าไหร่นัก

ที่ผมมองอย่างนี้เพราะ อมตะแบบ full option แถมช่วยรักษาโรค มันไม่มีหรอก ถ้ามีก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนแน่ๆ อัไรที่ขอพรได้เกรียนแตกให้เห็นก็มีถมไป


ถ้าความอมตะนั้นคือการย้อนกลับไปเป็นเด็กหรือย้ายร่าง ก็คิดหนักนะครับ เพราะช่วงวัยเด็ก(เด็กอนุบาล-ประถม)คือช่วงเวลาที่ความน่าเชื่อถือน้อย แรงก็น้อย ช่วยเหลือตัวเองได้ค่อนข้างลำบาก จะโดนองค์กรหักหลังเอาง่ายๆ ต่อให้ลูกมาดูแล ก็ไม่ได้แปลว่าลูกหลานจะหักหลังไม่ได้ ตัวอย่างก็เห็นตั้งหลายเรื่อง

ย้ายร่างก็เหมือนกัน โดนหักหลังหรือผิดแผนโดนขัดขวางก็ไปต่างโลกเลย
มุกกลับไปเกิดเป็นเด็กนี่ผมเคยคิดไว้แล้วครับ ถ้ามีเวลาเตรียมตัวไม่ยากครับ
สมัยนี้เต็มไปด้วย ระบบแชท ระบบออนไลน์

แค่ส่งข้อความกลับไปที่ปู่ย่า หรือญาติที่โอเคกับเรา แชทผ่านมือถือบอกฝากเด็กด้วย แล้วโอนเงินไปให้
ถ้ารวยระดับนึง ก็บอกว่าเป็นลูก แล้วก่อนจะเปลี่ยนร่าง ก็ต้องทำหลักฐานไว้ทั้งหมดแล้วค่อยส่งให้คนอื่นเลี้ยงชั่วคราว
พอปล่อยให้เลี้ยงซักพักก็ปล่อยข่าวว่าตาย แล้วเปิดพินัยกรรม แต่งตั้งผู้ดูแลมรดกไว้หมดเงินสดส่วนนึ่งก็ทำระบบธุรกรรมออนไลน์ไว้ สามารถใช้ได้โดยไม่จำเป็นต้องแสดงตัว
พอโตขึ้นหน้าตาจะเหมือนพ่อเค้าก็ไม่สงสัยเท่าไหร่
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pasu

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,300
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +246/-433
ถ้าถามว่า มุขอะไรที่ดึงดูดคนให้เข้าองค์กรชั่วร้ายได้ดีที่สุด สมัยเริ่มจำความได้ อายุราวๆ 5 ขวบ ผมจะตอบว่า "ครองโลก" :P
ผ่านไปซัก 2 ปีเห็นจะได้ คำตอบของผมจเปลี่ยนเป็น "ชีวิตอมตะ???
ช่วงราวๆ ม.ต้น เริ่มมีประสบการณ์ชีวิตนิดหน่อย คำตอบที่พบว่าเป็นไปได้มากที่สุดในความคิดตอนนั้นคือ "เพื่อรักษาไว้ซึ่งอำนาจ8)
หมายถึงตกกระไดพลอยโจน เมื่อขี่หลังเสือแล้วยากที่จะลง พลาดพลั้งตกบัลลัง มีแต่ความชิบหายรออยู่ทั้งแก่ตนเองและทุกคนรอบตัวยันลูกหลานเหลนโหลน
เมื่อขึ้นไปถึงตรงนั้นแล้วหลายคนกลัวที่จะสูญเสียอำนาจไป


ปัจจุบันผ่านวัยกลางคน พบความเป็นจริงของโลกว่า ไม่มีอะไรทำให้คนทำชั่วได้ดีไปกว่า การที่คนเหล่านั้นกำลังคิดว่าตัวเองทำความดี
องค์กรวายร้ายใต้ติดที่แสบสันที่สุด ประสิทธิภาพสูงสุด คือองค์กรที่วางแผนทำสิ่งต่างๆ "เพื่อให้โลกดีขึ้นกว่าเดิม::)
องค์กรแบบนี้จึงจะแสดงแสนยานุภาพออกมาได้เกินคาดเพราะคนทุกระดับไม่ยึดติดกับผลประโยนช์ใดๆ สามารถเสียสละได้แม้แต่ตัวเองและคนในครอบครัว





หมายความว่าช๊อยแรก
"ปกป้องมนุษชาติ"จะดึงคนมาได้มากกว่าที่คิดสินะครับ?กลายเป็นว่าช๊อยส์ที่ดูเห็นแก่ตัวน้อยที่สุดกลับจะดีต่อองค์กรโดยรวมมากที่สุดนั่นเอง
..

มุกที่ผมคิดไว้ในเรื่องการรักษาไม่แก่ไม่ตายก็คือ
เอาแบบยาระงับโรคเอดส์คือ

เข็มหนึ่งยืดอายุได้สิบปี แจกทุกทุกสิบปีว่ากันไป
หากเผลอเกิดอุบัติเหคุก็มีบริการชุบชีวิต

ความผิดปรกติเล็กน้อยของร่างกายก้ฒีโรงพยาบาลขององค์กรคอยรักษา

http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ TamaNeko

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 446
  • ถูกใจแล้ว: 139 ครั้ง
  • ความนิยม: +13/-22
คิดว่าไม่ใช่นะ  แต่เป็นอนุสรณ์  ง่วงนอนแล้ว  Zzzz
 

ออฟไลน์ Nobitanian

  • นักปราชญ์แห่งเขาเซนนิคุมะ
  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 2,924
  • ถูกใจแล้ว: 3268 ครั้ง
  • ความนิยม: +151/-150
[quote/]


ลองได้แก่ซัก 50+ แล้วเคยเข้า รพ.เพราะป่วยหนักซักรอบสองรอบจะรู้ครับ ไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐจริงๆ
การที่ไม่ป่วย กับ การเป็น อมตะ ไม่เหมือนกันนะคร้บ


คนสมัยนี้ ไม่ได้สนใจเรื่ง อมตะ แล้ว แต่อยากตายอย่างสงบ มากกว่า นอนชักกระแด่ว ๆ อยู่บนเตียง ก่อนตาย เท่านั้นเอง
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol, humandroy

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,747
  • ถูกใจแล้ว: 1941 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
[quote/]
การที่ไม่ป่วย กับ การเป็น อมตะ ไม่เหมือนกันนะคร้บ


คนสมัยนี้ ไม่ได้สนใจเรื่ง อมตะ แล้ว แต่อยากตายอย่างสงบ มากกว่า นอนชักกระแด่ว ๆ อยู่บนเตียง ก่อนตาย เท่านั้นเอง

นั่นน่ะมันความคิดคนจนที่เป็นส่วนใหญ่ครับ คนรวยมากๆยังต้องการความเป็นอมตะเต็มไปหมดครับ
ไม่ว่าจะผลงานวิจัยต่างๆเช่น ชะลอความแก่ การโคลนนิ่ง

หรือแม้กระทั่งในนิยายจีนที่มักจะเต็มไปด้วยผู้แสวงหาความเป็นอมตะ
บางที่อาจจะเพราะเป็นแฟนตาซี แต่ก็มีแฟนตาซีเต็มไปหมดอยู่ละ แต่แนวผู้แสวงหาความเป็นอมตะกลับมากมายเต็มไปหมด

เหมือนแนวต่างโลกของญี่ปุ่นที่คนก็อยากไปเกิดใหม่ที่ต่างโลก ไม่ก็ไปแบบสูตรโกง
ทั้งที่นิยายจีนแนวกำลังภายในแต่ก่อนก็เยอะอยู่ละ แต่ตอนนี้กลับเป็นนักพรตเต๋า ที่ยิ่งเก่งยิ่งอายุยืนที่ชิงส่วนใหญ่ของตลาด

แสดงให้เห็นว่าคนที่ชอบรึอยากได้ความเป็นอมตะเต็มไปหมด แค่ส่วนใหญ่จะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้เลยไม่แสดงอาการมากมายแบบแต่ก่อน
แต่ถ้าลองมีสิ เอาแค่ลดอายุลงไป 10-20 ปีจริงๆไม่ใช่แค่ดูเด็กสิ รับรองแย่งกันจนแทบจะก่อสงครามได้เลย
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pasu

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,300
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +246/-433
[quote/]
การที่ไม่ป่วย กับ การเป็น อมตะ ไม่เหมือนกันนะคร้บ


คนสมัยนี้ ไม่ได้สนใจเรื่ง อมตะ แล้ว แต่อยากตายอย่างสงบ มากกว่า นอนชักกระแด่ว ๆ อยู่บนเตียง ก่อนตาย เท่านั้นเอง
เอาแบบใกล้เคียง ทักษิณก็ออกเงินทุนทดลองเกี่ยวกับอาหารและดีเอ็นเอครับ
คนที่มองว่าความตายเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้มีแค่คนจนครับ
คนรวยมองว่าพวกเขามีโอกาสมากที่สุดในการหลีกเลี่ยงความตายหากเทคโนโลยีก้าวหน้ามากพอจึงออกเงินทุนไปในทางด้านนั้น
พวกเราอดมื้อกินมื้ เรื่องทุกข์มาหาไม่ได้หยุด

แต่ไม่ใช่กับคนรวยน่ะครับ

พวกเขามีทุนมากพอที่หากมีออฟชั่นที่จะไม่ตายได้ พวกเขาก็เลือกได้
คนจนอย่างเราไม่มีสิทธิเลือกครับ
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ humandroy

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,288
  • ถูกใจแล้ว: 349 ครั้ง
  • ความนิยม: +23/-23
ยีนส์ที่ไม่แก่ตาย ในธรรมชาตินั้นมีอยู่ตัวอย่างนึงก็คือ แมงกระพรุน มันโตเต้มวัยแล้วย้อนกลับไปเป็นเด็กแล้วก็โตเต็มวัยใหม่
แต่เพราะอะไร ทั้งๆที่เป็นไปได้ สปีชีย์เกือบทั้งหมด ถึงไม่เป็นอมตะ นั่นก็เพราะ การไม่ไตายไม่ได้เป็นอมตะจริงๆ
หากเปลี่ยบเทียบกันแล้ว การอยู่ต่อไปยาวนานเรื่อยๆโดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ย่อมแข่งขันแพ้ให้กับสายพันธ์ที่ยิ่งอยู่นาน
ยิ่งวิวัฒน์ให้แขงแกร่งขึ้นกว่าเดิม หากเปรียบเทียบระว่าง ตัวตนที่เป็นอมตะแค่ไม่แก่ตาย สุดท้ายก็จะถูกฆ่าตายโดยตัวตนอื่น
ที่อายุขัยสั้นแต่ทรงพลังในเชิงการต่อสู้ หรือไม่ตายโดยภัยธรรมชาติไปเองอยู่ดี


คนที่อายุยังน้อยส่วนใหญ่กลัวความตาย นั้นเป็นเพราะสัญชาติญาณ
คนปรกติที่อายุมากจะแค่อยากตายอย่างสงบ นั้นก็เป็นแค่เพราะปกติของสัญชาติญาณเช่นกัน
คนที่ผิดปกติเล็กน้อย เช่นรู้สึกติดค้างบางสิ่งบางอย่างในชีวิต รู้สึกเสียดายที่ในชีวิตมีบางสิ่งที่อยากทำแต่ไม่ได้ทำ อันนี้ก็พบได้เป็นส่วนมาก
คนที่แม้ว่าจะอายุมากแล้วแต่กลัวความตายจนตัวสั่นจริงๆนั้น เป็นเคสที่ผิดไปจากปกติออกไปมาก


พืชเกือบทั้งหมด วิวัฒน์มากให้เป็นตัวตนที่มีอายุขัยยืนยาว จนเข้าใกล้อมตะ
สัตว์เกือบทั้งหมด วิวัฒน์มาให้มีพละกำลังโดยแลกมาด้วยอายุขัยที่สั้น
ทั้งสัตว์และพืช ต่างก็พยายามทำให้ยีนส์ของตนเป็นอมตะ
ส่วนคนนั้นแตกเหล่าออกมาจากสัตว์ ตรงที่ นอกจากจะรักษายีนส์เอาไว้แล้ว
คนเรายังรักษาไว้ซึ่ง"องค์ความรู้ความเข้าใจ" สิ่งนี้เองที่ทำให้คนเราต่างจากสัตว์อย่างที่เป็นอยู่
 

 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,300
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +246/-433
ยีนส์ที่ไม่แก่ตาย ในธรรมชาตินั้นมีอยู่ตัวอย่างนึงก็คือ แมงกระพรุน มันโตเต้มวัยแล้วย้อนกลับไปเป็นเด็กแล้วก็โตเต็มวัยใหม่
แต่เพราะอะไร ทั้งๆที่เป็นไปได้ สปีชีย์เกือบทั้งหมด ถึงไม่เป็นอมตะ นั่นก็เพราะ การไม่ไตายไม่ได้เป็นอมตะจริงๆ
หากเปลี่ยบเทียบกันแล้ว การอยู่ต่อไปยาวนานเรื่อยๆโดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ย่อมแข่งขันแพ้ให้กับสายพันธ์ที่ยิ่งอยู่นาน
ยิ่งวิวัฒน์ให้แขงแกร่งขึ้นกว่าเดิม หากเปรียบเทียบระว่าง ตัวตนที่เป็นอมตะแค่ไม่แก่ตาย สุดท้ายก็จะถูกฆ่าตายโดยตัวตนอื่น
ที่อายุขัยสั้นแต่ทรงพลังในเชิงการต่อสู้ หรือไม่ตายโดยภัยธรรมชาติไปเองอยู่ดี


คนที่อายุยังน้อยส่วนใหญ่กลัวความตาย นั้นเป็นเพราะสัญชาติญาณ
คนปรกติที่อายุมากจะแค่อยากตายอย่างสงบ นั้นก็เป็นแค่เพราะปกติของสัญชาติญาณเช่นกัน
คนที่ผิดปกติเล็กน้อย เช่นรู้สึกติดค้างบางสิ่งบางอย่างในชีวิต รู้สึกเสียดายที่ในชีวิตมีบางสิ่งที่อยากทำแต่ไม่ได้ทำ อันนี้ก็พบได้เป็นส่วนมาก
คนที่แม้ว่าจะอายุมากแล้วแต่กลัวความตายจนตัวสั่นจริงๆนั้น เป็นเคสที่ผิดไปจากปกติออกไปมาก


พืชเกือบทั้งหมด วิวัฒน์มากให้เป็นตัวตนที่มีอายุขัยยืนยาว จนเข้าใกล้อมตะ
สัตว์เกือบทั้งหมด วิวัฒน์มาให้มีพละกำลังโดยแลกมาด้วยอายุขัยที่สั้น
ทั้งสัตว์และพืช ต่างก็พยายามทำให้ยีนส์ของตนเป็นอมตะ
ส่วนคนนั้นแตกเหล่าออกมาจากสัตว์ ตรงที่ นอกจากจะรักษายีนส์เอาไว้แล้ว
คนเรายังรักษาไว้ซึ่ง"องค์ความรู้ความเข้าใจ" สิ่งนี้เองที่ทำให้คนเราต่างจากสัตว์อย่างที่เป็นอยู่
 


"ความบ้าคลั่ง"
คือวสิ่งที่ผมคิดน่ะครับ
สวมวิญญาณ อ.อุโรบุชิและแนวตัวร้ายของจักรวาลนาสุคือ

"ทำไมถึงมองว่าโซเค็นเป็นอะไรที่ไม่ดี"
ต่อให้กลายเป็นหนอนแล้วอย่างไร?เขาได้อย่างที่หวัง
การคงอยู่ต่อของสัมปชัญญะ
มันเป็นการคุยกับคนที่คิดว่าการถูกเปลี่ยนเป็นเก้าอี้หรือก้อนหินที่อยู่ต่อไปชั่วกาลนาน คือ ตอนจบที่มีความสุขของคนพวกนั้นมากกว่าการตายไปตามปรกติครับ
เราจะเลือกตายทำไม ในเมื่อเรามีทางเลือกที่จะมีชีวิตต่อไปได้?
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: humandroy

ออฟไลน์ humandroy

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,288
  • ถูกใจแล้ว: 349 ครั้ง
  • ความนิยม: +23/-23
การคงอยู่ของสัมปชัญญะ นี้เป็นอะไรที่คนโบราณ คิดคำนึงมาเนินนานแล้วครับ ความหมายตามภาษาโบราณจริงๆใช้คำว่า อัตตา
อัตตา นี้ มีความหมายกว้างกว่าสัมปชัญญะ เพราะหมายถึงอะไรบางสิ่งที่คงอยู่ แม้อาจจะไม่ใช่ สติ หรือ สัมปชัญญะ หรือ ความทรงจำ หรือ เจตจำนงค์


ปล. คนทั่วไปไม่ได้รู้สึกว่าอยากตาย เพียงแค่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องตายเพื่อให้คนรุ่นหลังมาแทนที่ ขอแค่ตายอย่างไม่ทรมาน(ตายอย่างสงบ)ก็เพียงพอ
อย่างที่กล่าวไปแล้ว สิ่งที่คงสภาพเดิม ย่อมแพ้พ่ายให้กับสิ่งที่มีการพัฒนาไม่หยุดหย่อน ดังนั้นแล้ว คนสมัยก่อนถึงได้เสาะหาอัตตา เพื่อที่จะโอนถ่ายไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีกว่าดิม


ขึ้นอยู่กับแต่ว่า แต่ละคนจะ นิยามว่า อัตตาของตนเอง คือสิ่งใด
ถ้างง อธิบายให้เข้าใจง่ายๆว่า แต่ละคนนั้น "สิ่งมีค่าที่สุด" นั้นไม่เหมือนกัน


คำว่าอมตะ ในเชิงของรูปธรรม หมายถึง รักษาไว้ซึ่งร่างกายที่เป็นอยู่

คำว่าอมตะ ในเชิงของนามธรรม หมายถึง รักษาไว้ซึ่งเจตจำนงค์ (เช่น ทำให้โลกดีขึ้นกว่าเดิม) หรือ ถ้าพูดแบบคลุมเครือก็คืออุดมการณ์
แต่ สมัยนี้ เทคโนโลยี เสนอ อีกทางเลือกของ อมตะ คือ รักษาไว้ซึ่งความทรงจำ เช่น สแกนสมอง
ตัวอย่างให้จินตาการได้ง่าย ก็อย่างเช่น 10 นักปราชญ์ ใน เอวาฯ ที่เป็นแท่ง 4เหลี่ยม
เหมือนกับว่า สแกนสมองถ่ายความจำไปสู่ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์แล้วประมวลผลนั้นด้วยซุปเปอร์AI
นึกตัวเราในชีวิตใหม่ทีมีความทรงจำเดิม แต่คิดได้เร็วกว่าเดิม รอบรู้กว่าเดิม IQ สูงกว่าเดิม
แถมยังควบคุมสิ่งต่างๆได้ด้วยแค่ความคิด แถมยังปราศจาก ความเจ็บปวด ความกลัวและกังวล
ไร้ซึ่งความเหนื่อย หรือความทรมานใดๆ


ฟังดูทางเลือกใหม่จะ สมบูรณ์แบบ คือไม่เพียงดำรงค์อยู่ แต่ยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม
แต่คำถามคือ หลังจากสแกนสมองเพื่อโอนถ่ายความทรงจำแล้ว ตัวตนเดิมจะเป็นเช่นไร?


 
 

ออฟไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 17,441
  • ถูกใจแล้ว: 14062 ครั้ง
  • ความนิยม: +377/-7
  • เพศ: ชาย
  • นักอู้มือหนึ่ง
ตอนเด็กๆผมเคยอ่านนิยายวิทยาศาสตร์เรื่องหนึ่งเป็นการที่ให้เราหลับและใช้ชีวิตได้เหมือนจริงในฝัน. ก็มีนายแพทย์คนหนึ่งเข้ารับการทดลองเขาก็เข้าไปแก้ปมต่างๆในสมัยเด็กแล้วก็ไม่ยอมตื่นขึ้นมาจนร่างกายตายไปเหลือแต่สมอง.  จนหลายปีผ่านไปหมอรุ่นน้องเข้าไปหาเขาด้วยการเชื่อมต่อสมองก็ไปพบเขามีชีวิตโดดเดี่ยวเหมือนก่อนที่จะเข้าไปในฝัน. เขาบอกว่าเพื่อที่จะให้ผู้หญิงที่เขารักมีชีวิตที่ดีก็ไปเป็นทหารจนได้เป็นนายพล. แต่ผู้หญิงของเขาตายไปในระหว่างการยึดอำนาจ. เขาพยายามจะตายแต่ก็ทำไม่ได้. สุดท้ายเขาก็บอกให้หมอรุ่นน้องทำลายสมองของเขาเสีย. นี่ละมั๊งครับชีวิตอมตะ? ???
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,300
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +246/-433
การคงอยู่ของสัมปชัญญะ นี้เป็นอะไรที่คนโบราณ คิดคำนึงมาเนินนานแล้วครับ ความหมายตามภาษาโบราณจริงๆใช้คำว่า อัตตา
อัตตา นี้ มีความหมายกว้างกว่าสัมปชัญญะ เพราะหมายถึงอะไรบางสิ่งที่คงอยู่ แม้อาจจะไม่ใช่ สติ หรือ สัมปชัญญะ หรือ ความทรงจำ หรือ เจตจำนงค์


ปล. คนทั่วไปไม่ได้รู้สึกว่าอยากตาย เพียงแค่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องตายเพื่อให้คนรุ่นหลังมาแทนที่ ขอแค่ตายอย่างไม่ทรมาน(ตายอย่างสงบ)ก็เพียงพอ
อย่างที่กล่าวไปแล้ว สิ่งที่คงสภาพเดิม ย่อมแพ้พ่ายให้กับสิ่งที่มีการพัฒนาไม่หยุดหย่อน ดังนั้นแล้ว คนสมัยก่อนถึงได้เสาะหาอัตตา เพื่อที่จะโอนถ่ายไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีกว่าดิม


ขึ้นอยู่กับแต่ว่า แต่ละคนจะ นิยามว่า อัตตาของตนเอง คือสิ่งใด
ถ้างง อธิบายให้เข้าใจง่ายๆว่า แต่ละคนนั้น "สิ่งมีค่าที่สุด" นั้นไม่เหมือนกัน


คำว่าอมตะ ในเชิงของรูปธรรม หมายถึง รักษาไว้ซึ่งร่างกายที่เป็นอยู่

คำว่าอมตะ ในเชิงของนามธรรม หมายถึง รักษาไว้ซึ่งเจตจำนงค์ (เช่น ทำให้โลกดีขึ้นกว่าเดิม) หรือ ถ้าพูดแบบคลุมเครือก็คืออุดมการณ์
แต่ สมัยนี้ เทคโนโลยี เสนอ อีกทางเลือกของ อมตะ คือ รักษาไว้ซึ่งความทรงจำ เช่น สแกนสมอง
ตัวอย่างให้จินตาการได้ง่าย ก็อย่างเช่น 10 นักปราชญ์ ใน เอวาฯ ที่เป็นแท่ง 4เหลี่ยม
เหมือนกับว่า สแกนสมองถ่ายความจำไปสู่ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์แล้วประมวลผลนั้นด้วยซุปเปอร์AI
นึกตัวเราในชีวิตใหม่ทีมีความทรงจำเดิม แต่คิดได้เร็วกว่าเดิม รอบรู้กว่าเดิม IQ สูงกว่าเดิม
แถมยังควบคุมสิ่งต่างๆได้ด้วยแค่ความคิด แถมยังปราศจาก ความเจ็บปวด ความกลัวและกังวล
ไร้ซึ่งความเหนื่อย หรือความทรมานใดๆ


ฟังดูทางเลือกใหม่จะ สมบูรณ์แบบ คือไม่เพียงดำรงค์อยู่ แต่ยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม
แต่คำถามคือ หลังจากสแกนสมองเพื่อโอนถ่ายความทรงจำแล้ว ตัวตนเดิมจะเป็นเช่นไร?


 
ผมเจอการเล่นเควสต์และสนัยสนุนการเป็นลิชแบบโมมอนกะน่ะครับ
ว่าไม่ต้องฉี่ ไม่มีอารมณ์ทางเพศไม่ดีตรงไหน
คนที่บ้าคลั่งด้านเวทมนตร์ก็จะไม่ต้องสนใจเรื่องเซ็กสืเพศสัมพันธ์หรืออาหาร แสวงหาความรู้ด้านเวทมนตรือย่างจดจ่อจนกว่าตนเองจะพอใจมีอะไรไม่ดี? :(

ระดับที่บรรยายว่า
ถูกส่งไปในมิติแห่งความมืด ที่แสงสว่าง โชคชะตาไปไม่ถึง เขาจะอยู่ในก้นบึ้งแห่งความมืดไปชั่วกาล..และนั่นคือแผนที่ชิชคนนั้นวางไว้ที่จะส่งตัวตนเขาไปเอง

"การเป้นหนึ่งเดียวกับความคิด"ที่ทำให้เขาคงอยู่ตลอดกาลไปในแค่ความคิดนั้น
ในสายตาของลิช ไม่ถือว่าเป็นการทรมานแต่คือเป้าหมายของลิช อันเดทคนนั้นด้วยซ้ำ
ผมพยายามเข้าทรงอ.อุโรบุชิและGM mี่ผมเล่นเกมส์ด้วยน่ะครับ
ว่าตัวร้ายที่บ้าคลั่งมันยจะมีแนวคิดประมาณไหน
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pasu

ออฟไลน์ Rumia

  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 8,353
  • ถูกใจแล้ว: 2270 ครั้ง
  • ความนิยม: +347/-403
อย่างที่บอกครับอมตะถึงจะมาแบบฟลูออฟชันแต่ไม่มีพลังอำนาจมันก็ไร้ค่าครับ ผลลัพของการที่คนอื่นรู้ว่าคุณเป็นอมตะแต่ไร้พลังดีที่สุดคือคุณได้รับสิทธเป็นหนูทดลองตลอดกาลครับ ผลลัพที่แย่ที่สุดคือคุณจะถูกหวาดกลัวและถูกขังลืมประมาณเอาไปโบกไส่่ปููนแล้วจับฝังดินไม่ก็เอาไปปล่อยทิ้งนอกโลก อมตะมันจึงเป็นออฟชันเสริมจากการมีสิ่งต่างๆก่อนแล้วมันไม่ไช่สิ่งแรกที่ควรพิจรณา การสร้างองค์กรใหณ่ๆแค่เผยแพร่อุดมการไห้คนเชื่อก็พอแล้วครับในอดีตมีไห้เห็นเยอะมาก ทังลัทธิต่างๆ ยันแก็งนาซี ส่วนอมตะหลังได้พลังอำนาจมาแล้วไม่อยากไห้คนอื่นจึงอยากเป็นอมตะ อมตะจึงไม่ไช่ตัวเลือกแรกที่คุณจะชวนคนอื่นมาเข้าองค์กรคุณกลับกันมันเป็นตัวเลือกสุดท้ายเมือองค์กรได้ทุกสิ่งแล้ว ถ้าคุณชวนคนเข้าองค์กรณด้วยจะไห้ความเป็นอมตะคุณจะจบอยู่ที่ห้องทดลองที่ไหนสักที่ตลอดกาลไม่ก็ถูกขังในความมืดชัวนิรัน

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,747
  • ถูกใจแล้ว: 1941 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
ตอนเด็กๆผมเคยอ่านนิยายวิทยาศาสตร์เรื่องหนึ่งเป็นการที่ให้เราหลับและใช้ชีวิตได้เหมือนจริงในฝัน. ก็มีนายแพทย์คนหนึ่งเข้ารับการทดลองเขาก็เข้าไปแก้ปมต่างๆในสมัยเด็กแล้วก็ไม่ยอมตื่นขึ้นมาจนร่างกายตายไปเหลือแต่สมอง.  จนหลายปีผ่านไปหมอรุ่นน้องเข้าไปหาเขาด้วยการเชื่อมต่อสมองก็ไปพบเขามีชีวิตโดดเดี่ยวเหมือนก่อนที่จะเข้าไปในฝัน. เขาบอกว่าเพื่อที่จะให้ผู้หญิงที่เขารักมีชีวิตที่ดีก็ไปเป็นทหารจนได้เป็นนายพล. แต่ผู้หญิงของเขาตายไปในระหว่างการยึดอำนาจ. เขาพยายามจะตายแต่ก็ทำไม่ได้. สุดท้ายเขาก็บอกให้หมอรุ่นน้องทำลายสมองของเขาเสีย. นี่ละมั๊งครับชีวิตอมตะ? ???
นั่นมัน 1 ในพล็อตฆ่าตัวตายเพราะจิตตกไม่เหลืออะไร
เอาจริงๆต่อให้เหลือแต่สมอง ถ้าได้ร่างใหม่เวลาผ่าน ไป 100 ปีไรงี้ ก็ต้องมีความอยากดูโลกใหม่ในยุคนั้นก่อน

ถ้าร่างใหม่ไม่มีก็เหมือนคนพิการ หลายๆคนแค่นี้ก็อยากฆ่าตัวตายแล้ว



ถ้าสมมุติลองเปลี่ยนคน คนที่เหลือแต่สมองมีครอบครัว แล้วเกิดลูกหลานต่อๆมา ถึงเมียกับลูกจะแก่ตายไปแล้ว
แต่หลานเหลนโหลน ยังคงมีชีวิตอยู่
แล้วคนที่มาชุบคือ นักวิทยาศาสตร์รุ่นถัดไปซัก 100 ปี โดยโคลนนิ่งร่างให้ใหม่ผสมนาโนเทคโนโลยี
ทำให้ร่างกายเป็นหนุ่มเหมือนก่อนแถมมีความแข็งแรงกว่าปรกติ เพราะมีนาโนบอทอยู่ในร่างกายคอยกำจัดเซลล์ร้ายและรักษาร่างกาย 

แล้วสมบัติมากมายที่เก็บไว้ที่เซฟเฮาส์ก็มูลค่ามหาศาลยิ่งขึ้น นับพันนับหมื่นเท่า

พอมาเจอตระกูลตัวเองที่มีชีวิตอยู่ปัจจุบัน เป็นคนดีตกยาก เพราะความผิดพลาดของบางรุ่น
ตนเองตื่นมาพร้อมกับสมบัติมูลค่านับแสนล้าน
ถึงอาจจะอยากตายแต่ก็คงไม่รีบตาย รอนู่นแหล่ะเคลียร์ปัญหาให้ตระกูลตัวเอง
แล้วคนที่เข้าไปรู้จักคนที่ถัดไป 6 รุ่น แต่หน้าเหมือนเมียเก่าสุดๆ นิสัยก็คล้ายกัน
ถึงจะมีสายเลือดตัวเอง แต่ก็เหลือแค่ไม่ถึง 1% แต่สืบทอดนามสกุลมาเป็นคนสุดท้าย แล้วเป็นผู้หญิงคนเดียว
ถ้าแต่งงานเมื่อไหร่ ก็ต้องเปลี่ยนนามสกุล แล้วสกุลนั้นก็จะสาบสูญไปตลอดกาล
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,300
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +246/-433
อย่างที่บอกครับอมตะถึงจะมาแบบฟลูออฟชันแต่ไม่มีพลังอำนาจมันก็ไร้ค่าครับ ผลลัพของการที่คนอื่นรู้ว่าคุณเป็นอมตะแต่ไร้พลังดีที่สุดคือคุณได้รับสิทธเป็นหนูทดลองตลอดกาลครับ ผลลัพที่แย่ที่สุดคือคุณจะถูกหวาดกลัวและถูกขังลืมประมาณเอาไปโบกไส่่ปููนแล้วจับฝังดินไม่ก็เอาไปปล่อยทิ้งนอกโลก อมตะมันจึงเป็นออฟชันเสริมจากการมีสิ่งต่างๆก่อนแล้วมันไม่ไช่สิ่งแรกที่ควรพิจรณา การสร้างองค์กรใหณ่ๆแค่เผยแพร่อุดมการไห้คนเชื่อก็พอแล้วครับในอดีตมีไห้เห็นเยอะมาก ทังลัทธิต่างๆ ยันแก็งนาซี ส่วนอมตะหลังได้พลังอำนาจมาแล้วไม่อยากไห้คนอื่นจึงอยากเป็นอมตะ อมตะจึงไม่ไช่ตัวเลือกแรกที่คุณจะชวนคนอื่นมาเข้าองค์กรคุณกลับกันมันเป็นตัวเลือกสุดท้ายเมือองค์กรได้ทุกสิ่งแล้ว ถ้าคุณชวนคนเข้าองค์กรณด้วยจะไห้ความเป็นอมตะคุณจะจบอยู่ที่ห้องทดลองที่ไหนสักที่ตลอดกาลไม่ก็ถูกขังในความมืดชัวนิรัน
หมายถึงจะมีแนวคนรวยสนใจหรือเปล่าครับในการเข้าองค์กร?

การสร้างองค์กรถ้าเสนออำนาจจะนำมาซึ่งมีคนทะเยอทะเยานมากเกินไปทำให้องค์กรลำบากหรือเปล่าครับ?

หรือเราเอาแบบมุกนิกายเม้งก้าไปเลย
คือตั้งประมุขพรรค ผู้คุ้มกฎซ้ายขวา สี่เจ้าขุนเขา มาคานอำนาจกันเองตามสไตล์พรรคมาร?

ว่ากันไปแล้วตั้งแต่องค์กรเด็กเดินยาถึงพรรคการเมือง
ผมว่าจริงๆแล้วคนเราก็สามารถสร้างองค์กรได้แม้แต่ไม่มีอำนาจเวทย์จริงๆด้วยซ้ำ
ในโลกที่มีเวทย์จริงๆ คนที่มีเวทย์น่าจะสร้างองค์กรได้น่าดึงดูดกว่าคนทั่วไปนะครับ?

...
ผมนึกมุกของแนวเซียนกลับชาติมาเกิดที่ใช้มุกผลิตยาเทพๆมารักษาเศรษฐีที่ป่วยเพื่อให้ได้งบมาทำอย่างอื่นต่อน่ะครับ

แต่แนวเวียนกลับชาติมาเกิดนั้นเน้นบ่มเพาะพลังเพิ่มพลังของตนเอง
องค์กรมีไว้เพื่อตอบสนองความต้องการด้านปัจจัยต่างๆของเราเท่านั้น
แต่อย่างนั้นก็อาจจะดีก็ได้มั้ง
ประมุขพรรคคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดคือต้องปกป้องพรรค ทำให้พรรครอดพ้นจากคนที่จะมารุกรานตามสไตล์หนังจีน
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ providence_gundam

  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,051
  • ถูกใจแล้ว: 1614 ครั้ง
  • ความนิยม: +348/-417
  • เพศ: ชาย
อย่างที่บอกครับอมตะถึงจะมาแบบฟลูออฟชันแต่ไม่มีพลังอำนาจมันก็ไร้ค่าครับ ผลลัพของการที่คนอื่นรู้ว่าคุณเป็นอมตะแต่ไร้พลังดีที่สุดคือคุณได้รับสิทธเป็นหนูทดลองตลอดกาลครับ ผลลัพที่แย่ที่สุดคือคุณจะถูกหวาดกลัวและถูกขังลืมประมาณเอาไปโบกไส่่ปููนแล้วจับฝังดินไม่ก็เอาไปปล่อยทิ้งนอกโลก อมตะมันจึงเป็นออฟชันเสริมจากการมีสิ่งต่างๆก่อนแล้วมันไม่ไช่สิ่งแรกที่ควรพิจรณา การสร้างองค์กรใหณ่ๆแค่เผยแพร่อุดมการไห้คนเชื่อก็พอแล้วครับในอดีตมีไห้เห็นเยอะมาก ทังลัทธิต่างๆ ยันแก็งนาซี ส่วนอมตะหลังได้พลังอำนาจมาแล้วไม่อยากไห้คนอื่นจึงอยากเป็นอมตะ อมตะจึงไม่ไช่ตัวเลือกแรกที่คุณจะชวนคนอื่นมาเข้าองค์กรคุณกลับกันมันเป็นตัวเลือกสุดท้ายเมือองค์กรได้ทุกสิ่งแล้ว ถ้าคุณชวนคนเข้าองค์กรณด้วยจะไห้ความเป็นอมตะคุณจะจบอยู่ที่ห้องทดลองที่ไหนสักที่ตลอดกาลไม่ก็ถูกขังในความมืดชัวนิรัน


เรื่องอมตะ คนรวยที่มีอำนาจมากจะสนใจครับ คนธรรมดาไม่มีอำนาจ ไม่มีใครอยากได้หรอกครับ บางคนการมีชีวิตคือนรก คือการชดใช้กรรม อย่างในajin ก็มีเคสโดนจับทดลองเฉือนแขนขาทุกวัน ทรมานจนตาย แต่ก็ฟื้นมาใหม่ ถ้าเทพลุงไม่มาช่วย ก็คงอยู่อย่างนั้นไปจนโลกแตก หรือโดนจับยัดถัง ตายแล้วฟื้นแล้วตายวนไป
คนที่ชอบ FF7 มักมีแต่คนที่สมองไม่พัฒนา
 

ออฟไลน์ Rumia

  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 8,353
  • ถูกใจแล้ว: 2270 ครั้ง
  • ความนิยม: +347/-403
[quote/]


เรื่องอมตะ คนรวยที่มีอำนาจมากจะสนใจครับ คนธรรมดาไม่มีอำนาจ ไม่มีใครอยากได้หรอกครับ บางคนการมีชีวิตคือนรก คือการชดใช้กรรม อย่างในajin ก็มีเคสโดนจับทดลองเฉือนแขนขาทุกวัน ทรมานจนตาย แต่ก็ฟื้นมาใหม่ ถ้าเทพลุงไม่มาช่วย ก็คงอยู่อย่างนั้นไปจนโลกแตก หรือโดนจับยัดถัง ตายแล้วฟื้นแล้วตายวนไป
ไช่ครับแต่ถ้าคนรวยได้ความอมตะแล้วคนที่ไห้ความเป็นอมตะจะเป็นยังไงครับ คนรวยคนมีอำนาจที่ไหนอยากแบ่งความอมตะไห้คนอื่นเหรอผลก็จะเป็นอย่างที่ผมบอกอยู่ดี

ออฟไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 17,441
  • ถูกใจแล้ว: 14062 ครั้ง
  • ความนิยม: +377/-7
  • เพศ: ชาย
  • นักอู้มือหนึ่ง
[quote/]
ผมเจอการเล่นเควสต์และสนัยสนุนการเป็นลิชแบบโมมอนกะน่ะครับ
ว่าไม่ต้องฉี่ ไม่มีอารมณ์ทางเพศไม่ดีตรงไหน
คนที่บ้าคลั่งด้านเวทมนตร์ก็จะไม่ต้องสนใจเรื่องเซ็กสืเพศสัมพันธ์หรืออาหาร แสวงหาความรู้ด้านเวทมนตรือย่างจดจ่อจนกว่าตนเองจะพอใจมีอะไรไม่ดี? :(

ระดับที่บรรยายว่า
ถูกส่งไปในมิติแห่งความมืด ที่แสงสว่าง โชคชะตาไปไม่ถึง เขาจะอยู่ในก้นบึ้งแห่งความมืดไปชั่วกาล..และนั่นคือแผนที่ชิชคนนั้นวางไว้ที่จะส่งตัวตนเขาไปเอง

"การเป้นหนึ่งเดียวกับความคิด"ที่ทำให้เขาคงอยู่ตลอดกาลไปในแค่ความคิดนั้น
ในสายตาของลิช ไม่ถือว่าเป็นการทรมานแต่คือเป้าหมายของลิช อันเดทคนนั้นด้วยซ้ำ
ผมพยายามเข้าทรงอ.อุโรบุชิและGM mี่ผมเล่นเกมส์ด้วยน่ะครับ
ว่าตัวร้ายที่บ้าคลั่งมันยจะมีแนวคิดประมาณไหน

ไม่ต้องฉี่ก็เท่ากับว่าไม่ต้องกินอาหารอร่อยๆ. ถ้าเป็นแบบนี้จริงๆจะอยู่ไปเพื่ออัลไล?  ตายดีกว่าครับ
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก