ที่คอมมิวนิสต์กล่าวว่า"ศาสนาคือยาเสพติด" ผมคิดว่าเขาจะบอกเราว่าศาสนามีเอาไว้หนีความจริงครับ. ถ้าเราโยนทุกอย่างให้เป็นผลกรรมจากชาติก่อน. เราก็จะสบายใจและจะไม่โทษตัวเอง. ส่วนผู้มีอำนาจก็จะใช้ประโยชน์ในการกดหัวประชากรให้ทำตามโดยไม่ต้องคิด
ก็เห็นด้วยล่ะครับ
หากมองในด้านเศรษฐกิจ ศาสนาก็ไม่ต่างกับสถานบันเทิง
แต่จะผลิตบริการอย่างหนึ่งแถมห้ามเราเก็บภาษีอีกต่างหาก เป็นชนชขั้นเหนือคนทั่วไปที่ต้องกราบไหว้อีกต่างหาก
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยผุ้ปกครองให้ปกครองคนได้
สารภาพตามตรง การเริ่มมีแนวคิดว่าชาติหน้าไม่มี คือตัวกลไกสำคัญอันหนึ่งที่ช่วยในการพัฒนาชาตินี้ให้มากกว่าเดิมล่ะครับ
ศาสนาคือ ทางหนีของคนไร้ความหวังในชาตินี้
คือการอธิบายความไร้เหตุผลแปละความโหดร้ายของชีวิต
ว่าทำไมเราต้องลำบากอย่างนี้? คนที่ทำชั่วทำไมได้ดี ฯลฯ
หากมีแนวคิดแบบสมัยใหม่ว่าชาติหน้าไม่มีจริง ประชาชนก็ชักจะคิดแล้วว่า รอชาติหน้าไม่ยน่าจะเวิร์ค ลงมือชาตินี้กระทืบพวสกเขจ้าของที่ดินเลย ก็เห็นผลชาตินี้ล่ะ
เรียกว่ามันจู่โจมลูกค้ากลุ่มเดียวกันน่ะครับว่าจะให้สังคมไปทางไหน
ก็พอเข้าใจจุดยืนอยู่่
เรื่อง ไผ่แดง
ของมรว.คึกฤทธิ์มั้งก็พยายามจะงัดข้อด้านความคิดกับคอมมิวนิสม์
พยายามทำให้คอมมิวนิสม์ดูเป็นพวกไม่มีเหตุผล
ก็อยบ่างว่าล่ะ แนวคิดทำลายตำแหน่งทุกอย่างและสินทรัพย์ส่วนบุคคลนั้นบ้าคลั่งเกินไป
ต้องแยกเทพเจ้ากับพระเจ้าที่เคารพออกจากกันครับถึงเรียกเหมือนกันแต่มันต่างกันเยอะครับ เทพเจ้านี่มีความหมายตามหลักเทวนิยมคือไม่ต้องเป็นเทพก็ได้แค่เป็นสิ่งที่ทรงพลังมีอำนาจจนคนเอื้อมไม่ถึงเป็นไช้ได้ เช่นมนุษย์ต่างดาว จอมเวท หรืออะไรก็ได้ที่ไห้คุณไห้โทษกับมนุษย์อย่างที่มนุษย์แตะต้องไม่ได้ นี่จัดว่าเป็นเทพเจ้า แต่พระเจ้าที่มีตามศาสนาหรือพระเจ้าไม่จัดอยู่ในหมวดไห้คุณไห้โทษพระเจ้าและศาสนาจัดเป็นกฏหมายที่เก่าแก่ที่สุด เพื่อไห้คนในสังคมอยู่ร่วมกันได้เป็นของที่เข้าไม่ถึงยิ่งกว่าเทวนิยมเพราะไม่ไห้คุณไห้โทษใดๆ แต่เมื่อโชคดีจะคิดไปได้ว่าพระเจ้าช่วยหรือโชคร้ายจะคิดไปได้ว่าพระเจ้าโหดร้าย มันเป็นเเนวคิดด้านความดีความชัวครับซึ่งจะเหมารวมว่าเป็นกฏพื้นฐานของการอยู่รวมกันแรกสุดเลย แนวคิดนี้จะไม่มีวันหายไปตราบที่คนยังอยู่รวมกันในสังคม ต่อไห้ยกเรื่องโยโจเซ็นกิที่ลุงไม่เชื่อในพระเจ้าแต่ตอนตายผมว่ามันคิดครับว่าตัวเองทำผิดอะไร(แต่ผมว่ามันเชื่อในพระเจ้าแต่xมันคุยไม่รู้เรื่องเองถ้ามันคุยดีๆแบบมอบงานไห้เพยแพร่ความนับถือพระเจ้าพร้อมพลังโกงผมว่าลุงยอมทำไห้แน่ๆ) ส่วนเทวนิยมจะไม่มีคนเชื่อครับถ้าอำนาจนั้นๆเข้าถึงได้เช่นคุณเป็นนักเวทเพียงหนึ่งเดียว คุณจะอ้างว่าตัวเองเป็นเทพได้เพราะไม่มีคนเข้าใจในพลังของคุณ แต่ถ้าคุณเป็น1ในนักเวทจำนวนมากที่สามารถเรียนรู้เพื่อเป็นจอมเวทได้ ก็จะไม่มีคนนับถือเทพเว้นแต่อำนาจของนักเวทมาจากเทพที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้ ดังนั้นการมีนักเวทไม่ได้แปลว่าจะมีคนนับถือเทพมันคนละเรื่องกัน
ผมไปเจอทฤษฎีหนึ่งล่ะครับ
ว่าจริงๆแล้วมนุษยืจะเลือกศาสนาที่ตนเองนับถือต่างหกาก และจะตีความศรัทธาไปตามที่ตนเองคิด เหมาะสมกับตนเองว่าอย่างนั้น
ผมไปเจอคนอินเดีย วรรณะพรามหณ์บอกว่า
เขาฝึกเป็นพรามหร์ตอนเด็กๆ
แต่พอมาอเมริกา ก็กลายเป็นหนึ่งในอเมริกานั่นรล่ะวรรณะหายไปเมื่อมาสัมผัสอเมริกาดินแดนแห่งเสรี รวมเชื้อชาติ
คือ มันมีปัญหาหลายอย่างที่เรียบยกว่าเถียงกันนับบพันปีน่ะครับว่าจะนับอะไรหรือใครเป้นเทพเจ้าหรือไม่
เรื่องนั้นเอาไว้ให้พวกเทววิทยา ศาสนาวิจารณ์ละกัน
แต่หลักๆคืออย่างที่ท่านว่าส่วนหนึ่งครับ
ที่พวกเทพองค์เดียวสูงวุดจะมอง ตังตนที่ต่ำกว่านั้นได้เป็นปีศาจ
ทาเนียใช้ความหมายของพระเจ้าตามไบเบิ้ล ที่ว่าให้ทำได้ทุกอย่าง
X ก็ทำได้ทุกอย่างตามไบเบิ้ลให้ดูแล้ว ทาเนียก็ไปต่อปากต่อคำอีกนั่นล่ะคนเรา
เพราะตีความหมายแบบคนสมัยใหม่ ที่เพิื่มความสามารถตามไบเบิ้ลของพระเจ้าตีความไปมากกว่านั้นอีกว่างั้น
[quote/]
ต่อหน้าพลังมหาศาล ก็คงได้แต่ยอมรับ สรรเสริญ บูชาว่ากันไป กลับกันก็จะมีบางส่วนที่ต่อต้าน หรือจ้องจะจัดการเหมือนกัน
ผมเจอสิ่งที่เรียกว่า gnostic มั้ง?
ที่เชื่อว่ามีจริงแต่ไม่มีประโยชน์ที่จะไปคิดถึง หรือจะมีผลบดีอะไรต่อเรา
ออกแนวคล้ายนๆอจิณไตยที่พระพทธเจ้าว่าน่ะครับ
ว่าไม่ควรไปคิดถึงว่าอย่างนั้น
แนวที่ผมคิดคือ
ในประเด็นที่ว่า เอกทวะนิยทมน่ะ จะตีความ เทพซูสเป็นแค่ปีศาจสายฟ้าอะไรก็ไม่แปลกหรอก
หรือโรี่ีเป็นแค่ปีศาจร่างเด็ก
แต่ถ้าในศาสนาระดับโรมันหรือระดับบูชาบรรพบุรุษแบบสมัยก่อน
แค่นั้นก็เหลือเฟือในการนับเป็นพระเจ้าแล้ว
ผมมองว่า เอกทวะนิยม คือการพยายามบอกว่าพระเจ้าของข้าเก่งสุดและพยายามจะแถในการเผยแพร่ศาสนาของชาวยิวไปชาติพันธุ์อื่นด้วยฃจนต้องดัดแปลงว่าเป็นศาสนาของมนุษยชาติ
เพราะมันต้องมีคำถามว่า
"พระเจ้าเก่งขนดนั้นก็โอเค แต่ทำไมเราต้องนับถือพระเจ้าของชาวยิว ที่มองเราเป็นพลเมืองชั้นสองด้วย?"
มันก็คือการเมืองของมนุษย์มาแซมล่ะครับ
แต่ทีผมคิดคือ พวกเอทิสม์ที่ยืนจะน้อยลงในภาวะเช่นนั้น