แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า  (อ่าน 175596 ครั้ง)

ออฟไลน์ ohyeah112

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,369
  • ถูกใจแล้ว: 206 ครั้ง
  • ความนิยม: +21/-10
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2180 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 08:38:25 PM »
ผมเชื่อว่า ไทยรอดมาด้วย วัฒนธรรมและพฤติกรรมบุคคลมากกว่า ความสามารถของรัฐบาลนะ  คนไทยตื่นตัวกับโควิดมากครับ เวลาไปเที่ยว ตปท ใส่แมสกับเพียบตั้งแต่ปลายเดือน มกราคม ตอนนั้นผมอยู่ ญี่ปุ่น เดิน ดอนกิโฮเต้บ่อย หน้ากากแม่งมีเกือบทุกคนที่ได้ยนเสียงพูดภาษาไทย...  ทั้งที่ไม่มีการเตือนของรัฐหรือประกาศพิเศษแบบตื่นตูม คนไทยตื่นตูมกันเองก่อนหมดแล้ว ถอดหน้ากากปุ๊ปเจอแม่ด่า... ตอนนั้นต้นกุมภา...  นักท่องเที่ยวไทยส่วนมากคือคนมีเงินชั้นกลาง ตอนไปเที่ยว สวนสัตว์ที่ฮอกไกโด มีกลุ่มวัยทำงานมาพร้อมกลุ่มเพื่อน ทุกคนใส่หน้ากากกันหมด ทั้งที่ประเทศญี่ปุ่น ไม่ได้รณรงค์พิเศษ แต่หน้ากากโดนคนจีนซื้อกลับบ้านรัวๆ แม่ผมก็เหมาหน้ากากมาเหมือนกัน เพราะของมันดี ว่าจะเอามาขาย ไม่คิดว่ากลับบ้านมาปุ๊ป หาซื้อหน้ากากไม่ได้ทั้งประเทศแล้ว...ตกลงคือใช้เอง  ??? ตอนต้นเดือน กุมภา ช่วงนั้นห้างไม่ปิด ผมเดินห้างเข้าไดโซดูของเล่นๆช่วงนั้น มีคนมาถาม มีหน้ากากไหม 3 ราย ในช่วง 5-10 นาที... แต่ตอนนั้นประเทศไทยยังเปิดบิน ด่านตรวจก็แค่วัดอุณหภูมิด้วยเครื่องอินฟาเรด .... อันนี้คือกลางเดือนกุมภา ประเทศเราตื่นตูมและระวังตัวมากในทุกภาคส่วน... แต่ภาครัฐก็ยังเปิดประเทศบอกไม่มีอะไร หน้ากากหายไปหมดแล้ว  แต่ยังมีเจลแอลกอฮอร์ผลิตได้อยู่  ปลายเดือนกุมภา รัฐประกาศ เจลแอลกอฮอร์ต้องเป็นของทางการแพทย์ ทุกคนที่ขายต้องมีใบอนุญาต...  ระเบิดลงครับ เจลแอลกอฮอร์หายไปจากตลาดหาซื้อไม่ได้ตามร้านนอกจากซื้อของผิดกฏหมายทาง online..... ต้องรออีกประมาณ 4 สัปดาห์กว่าของจะมา   พอเริ่มปิดประเทศใครเข้ามาต้องกักตัว  เอาคนไปกักขังที่โรงเรียนนาสเซอรี่ที่ปิดให้นอนกางมุ้ง.....กันหลายๆคน.... เออ กักกันโรคติดต่อนะครับ...... ไม่ต้องจบมัธยมก็รู้ว่าเสี่ยงฉิบหาย.... ต่อมาพวกไปตปทกลับมาหลังประกาศว่าต่อให้มีใบรับรองต้องกักตัว14วันไม่มีเงื่อนไข.... ผมเห็นด้วยครับ แต่คุณยังไม่เข็ดอีกหรือ เอาคนแปลกหน้าไปกักตัวห้องละ 3 คน.....ที่หอพักทหาร โดนสังคมด่าระนาว... บัดนี้คือ แอมบาสซิเดอร์ ห้องละคน OK รับได้ แต่นะ... ช่วงนอนกางมุ้งต่างประเทศเขาเหมาโรงแรมก่อนเรา 3-4 อาทิตย์ครับ เราแค่อะไรต่างประเทศดีก็ก็อปเขามา..   กว่าจะมาถึงวันนี้ สังเกตุได้เลยว่า คนติดเชื้อช่วงแรกคือ พวกไปเที่ยวตปท และติดมาน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่ไป ไม่ใช่ผลงานรัฐบาลแต่เป็นการรักตัวกลัวตายของชนชั้นกลางที่มีการศึกษาครับ  จะเห็นว่าช่วงกลางที่ติดคือพวกหนีตายกลับมาจากต่างประเทศที่มันระบาด พวกเกาหลีผีน้อย และจากประเทศต่างๆ พวกนี้ไม่ค่อยมีการศึกษา กลับมาปุ๊ปกินหมูกระทะโชว์ไม่กักตัวเองแม้แต่น้อย  พวกออกไปทำกิจกรรมศาสนา  พวกชนชั้นกลางไม่ค่อยเจอในช่วงหลังแล้ว ส่วนมากคือพวกที่ติดจากอื่นๆหรือ ติดจากผู้ป่วยที่ ป่วยมาก่อนหน้านี้   สิ่งเดียวที่เราต่างกับเขาคือ วัฒนธรรมคนไทย และกลุ่มผู้ไปนำเชื้อมาแพร่นั้นต่างกัน  ต่างประเทศไปเที่ยวไทยถูกกว่าเที่ยวบ้านเขา 4-5 เท่า ผมว่าที่อเมริกาติดเยอะ 1 มาจากประชาชนไม่ระวังตัวเป็นพิเศษ บนเครื่องบินกลับมา ฝรั่งแทบไม่ใส่หน้ากากเลย คนใส่นี่ชาวเอเชียทั้งนั้น  เออ ผมกลับมาจากญี่ปุ่นวันที่ 3 กุมภา ช้าไปอีก 2 อาทิตย์งานงอกแน่...  พฤติกรรมการทักทายบ้านเขาแพร่เชื้อง่ายกว่าไทยเยอะ  อเมริกานี่เจอกัดขอกอดที... ของไทยสวัสดีข้ามมิติ.... ของอาหรับนี่แก้มชนกัน....  ดีไม่ดีที่อเมริกา มันอาจจะไม่ใช่นักเดินทางไปแพร่เชื้อด้วยซ้ำ ช่วงนั้นก่อนนิวยอร์คระเบิด ทรัมด่าจีน แล้วจีนกำลังสร้างเรื่องเชื้อมาจากอเมริกา... บางทีที่นิวยอร์ค อาจจะไม่ใช่มาจากนักท่องเที่ยวก็เป็นได้...  ฝากเชื้อที่แรงกว่าไปกับใครก็ได้ ไปประเทศที่อเมริกาไม่แบน แล้วให้สายลับจีนเอาเชื้อไปป้ายตามแหล่งที่แพร่ง่าย...  อ้ะอันนี้ เฟคนิว lol... แต่ถ้าจำได้ในไทยจะมีไอ้บ้าตัวนึงไปป้ายน้ำลายที่ลิฟท์ตรงมาบุญครอง... ซ่อนไม้ซ่อนในป่า?


เอาเป็นว่าก่อนมี ศบค ทำงานห่วยบัดซบมาตลอด ถีบอนุทินออกจากจุดนี้นี่แหละ ถึงช่วงต้นมีการปรับตัวอย่างเป็นนัยยะสำคัญ ผมเชื่อว่าตรงนี้ให้หมอมีสิทธิออกความเห็นจริงๆก็ตอนนี้แหละ แต่ก่อนหน้านี้... คุณกล้าบอกให้คนอื่นอย่าด่ามันได้จริงหรือ... วันนี้คุณกล้าบอกหน้ากากไม่สำคัญไหม กล้าบอกเจลล้างมีไปทำไมไม่จำเป็นไหม ตอนนั้นรัฐบาลทำอะไร.... ค่า GDP ตัวชี้วัดผู้ติดเชื้อมันไม่มีค่าอะไรมาอธิบายเมื่อเทียบกับว่า มันทำอะไร ณ ตอนนั้น ถ้ามันเป็นตาสีตาสา คนทั่วไป ผมไม่ว่าอะไร เจ้าของบริษัทอะไรผมไม่ว่าไม่ใช่หน้าที่  แต่นั่นมันคือรัฐมนตรี และรัฐบาล.... ถ้า ไม่ถีบอนุทินออกจากหน้าที่นี้แล้วเอา ศบค ขึ้นนี่... สยองนะ ผมพูดจริงๆ ช่วงต้น ศบค ก็จับยัดกักกันห้องละ 3 คน ยังไม่เข้าที่ แต่ปรับปรุงตลอดเวลาด้วยงบอันจำกัด....  งบอันจำกัด ย้ำสองครั้ง lol


วันนี้ทำงานเข้าตาแล้ว แต่ก่อนหน้านี้ทำอะไรไว้ ประชาชนไม่ลืมครับ กว่าจะด่ากว่าจะกดดันรัฐบาลมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ใช่รัฐบาลปรับปรุงตัวเอง แต่คนทั้งประเทศด่าและกดดันทั้งจากฝ่ายค้านและประชาชน ดังนั้นถึง  คุณลืม แต่ผมไม่ลืม และหลายๆคนเขาก็ไม่ลืม อยากลืม เชิญลืมไปเถอะ แต่ผมไม่ลืมน่ะ ;D  อย่าลืมว่า ถีบอนุทินออกเกิดรอยร้าวขนาดไหนในรัฐบาลช่างมันผมไม่แคร์ ประเด็นคือ ชีวิตประชาชนต้องฝากไว้กับเกมการเมืองในยามวิกฤตด้วยหรือ...  มีอะไรเหี้ยๆ ให้ด่าจะด่าต่อไป ถ้ามันดังพอเขาจะแก้เอง อย่าเงียบ เพราะเขาไม่อยากเจอม็อป..  สิทธิจะบ่น ก็บ่นไป ถ้าบ่นและด่าเยอะๆ จนมีคนเอาไปด่าถึงที่ เดี๋ยวเขาก็ทำอะไรสักอย่างเอง.... แต่ถ้าเงียบ มันก็เฉยๆแดกภาษีไปวันๆอย่างงั้นแหละ
  ขอค้านเรื่องพฤติกรรมคนไทยแย่มากๆครับ ช่วง กุมภา-มีนา ที่เรายังปล่อยให้กลับบ้าน ขอแค่กักตัว ก็ยังไม่ทำกัน เคสสนามมวย เคสทองหล่อ ก็เกิดจากคนไทยนี่แหละ ไหนจะเคสภูเก็ตที่ระบาดใหญ่สุดในประเทศอีก ที่เมษาเราเริ่มคุมได้เพราะมาตรการที่หนักอย่างปิดเมือง ปิดร้านค้า ห้ามเข้า-ออกบางจังหวัด สนามบินก็ปิด ใครจะเข้าก็โดนกักตัวเลย ต้องทำกันขนาดนี้ ว่ากันตรงๆมาตรการที่ทำนี่แรงกว่าไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีซะอีก เรียกได้ว่าเกือบเท่าจีนแล้ว ขาดแค่เอาตำรวจมาตอกไม้ปิดประตูบ้านเท่านั้นเอง แต่ผมเห็นด้วยว่า รัฐบาลห่วยมาก ทุกวันนี้ไม่ใช่ผลงานรัฐบาลนะ เพราะว่า รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่าง อนุทิน จุรินทร์ รวมถึง อุตตม นี่แทบไม่เหลืออำนาจแล้ว อำนาจสั่งการแทบทั้งหมดไปอยู่กับ นายกในฐานะประธาน ศบค หมด ต้องพูดว่าเป็นเพราะการตั้ง ศบค. มาทันท่วงทีนี่แหละทำให้ผลงานโรคระบาดรอบนี้เราดีมากๆ ให้อำนาจกับคนที่เกี่ยวข้องโดยตรงทำงาน ตัดพวกมาจากการเมืองออกจากอำนาจหมด งานมันถึงได้เดินดีแบบนี้ อย่างน้อยผมก็ขอชื่นชมลุงแกคนนึงแหละที่กล้าตัดพวก อนุทิน จุรินทร์ ได้ลง ไม่งั้นเละเทะแน่นอน
Alter is my love \^o^/
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: nosta

ออฟไลน์ sechan

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 3,148
  • ถูกใจแล้ว: 1229 ครั้ง
  • ความนิยม: +183/-262
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2181 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 08:50:21 PM »
ผมหมายถึงช่วงต้น นักท่องเที่ยวบ้านเราที่ไป ตปท น่ะ ผมว่ากลุ่มนี้คือคนมีเงินและการศึกษาที่สูงหน่อย เชื้อเข้าประเทศตอนเริ่มเลยน้อย  ลองคิดว่ามีหลุดไปซ่อนๆ แถว พัทยา หรือหัวหิน หรือเชียงใหม่ หรือ อุดร หรือ โคราช สักจังหวัดละ 4-5คน ช่วงต้นกุมภาดูดิ..... ตอนแรกคนแพร่เชื้อคือนักท่องเที่ยวที่ไปมาต่างประเทศครับ  ดูได้จากการแพร่เชื้อไปอเมริกาจากทางสิงคโปร์  บ้านเขามาเที่ยวบ้านเราด้วยสายการบินงบน้อยเช่น คนหนาแน่น แถมไม่ใส่หน้ากาก  แต่คนไทยใส่หน้ากากหนักจนเหมือนคนบ้า....ในมุมมองของฝรั่ง ขากลับมาผมก็นั่งมากับคนไทยที่เป็นคนแปลกหน้าครับ เขาใส่หน้ากาก แต่ก็มีไอแค๊ก แค๊ก  ไอที นี่โคตรหลอน...แต่เขาบอกว่าเขาแพ้อากาศเย็น.. คนไทยตื่นตัวเรื่องหน้ากากมากตั้งแต่ช่วงปลาย มกราคมครับ  ส่วนพวกที่ติดหนักๆ ผมว่าเพราะคนเที่ยวต่างประเทศของเขาคือพวก เกษียณเก็บเงินวัยแก่ เที่ยวเอเชียถูกกว่าบ้านเขาเยอะ แถมไม่ระวังตัวไม่ใส่หน้ากาก บินสายการบินราคาถูกที่มีคนหนาแน่นอน  UV ฆ่าโควิดไม่ได้ครับ.... ขากลับมา แอร์เอเชีย เขาเปิด UV ให้เห็น โอ้ว ตอนแรกผมก็ว่าจะถอดหน้ากากเพราะมีการฆ่าเชื้อด้วย UV กันติดทางอากาศ แต่เจอแม่ด่า แต่วันนี้กลับรู้สึกดีที่ไม่ได้ถอด... เพราะ UV ฆ่าไอ้เชื้อบ้านี่ไม่ได้... ต้องให้มันแห้ง  ความชื้นต่ำ คือตัวกำจัดไอ้เชื้อนี้... แต่ฝรั่งไม่ใส่หน้ากาก..เยอะ ในช่วงเริ่มต้น พอไปเที่ยวเอเชีย เอาเชื้อกลับมาก็กระจายไปทุกจุดทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว แต่ของประเทศไทย เริ่มที่กรุงเทพเป็นส่วนใหญ่ เพราะคนมีเงินไปเที่ยว ต่างประเทศส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพ  พอหลังๆเชื้อเริ่มแพร่กระจายไปตามประเทศข้างเคียง คนนำเชื้อเข้ามาส่วนใหญ่คือ พวกแรงงานหนีกลับบ้าน กับพวกตามชายแดน.. เห็นได้จากพฤติกรรมของรัฐครับ ดูแล้ววิเคราะห์เอาก็ได้ว่ารัฐประกาศเน้นอะไรอยู่


บ้านเราที่ไปต่างประเทศเพื่อท่องเที่ยวเขาระวังตัวเต็มสตรีมครับ บินไปบินกลับนี่ ผมเห็นกับตา... ตอนไป ผมไปประมาณ 22/01 ดูไม่เคร่งเท่าไหร่ แต่ขากลับมาวันที่ 3 อย่างกับเจอ T virus... แต่ฝรั่งก็ยังเฉยๆ... เกือบ 70% ตามความรู้สึกฝรั่งไม่ใส่หน้ากาก.. ดังนั้นผมเชื่อว่าตอนเริ่มคือ คนไทยเราระวังตัวกันตั้งแต่เริ่ม แม้รัฐบาลไทยยังไม่เตือน WHO ยังไม่ออก คนที่ไปต่างประเทศเตรียมพร้อมสำหรับเที่ยวเสมอ.... ส่วนพวกแรงงานนี่ ผมไม่แน่ใจ แต่พวกเที่ยวนี่  ผมเชื่อส่วนใหญ่ระวังตัวแจครับ  แม่มีเพื่อนนักเที่ยวตอนแรกก็ว่าจะระวังตัวเต็มที่เพราะมีคิวเที่ยวอีกปลายกุมภา ไปเขมร... ยกเลิกหมดครับกลัว lol... สายการบินบ้านเราปิดต้นมีนา  สายเที่ยวขาจรบ้านเราเตรียมตัวดีมากครับ...และกลัวรวมถึงตื่นตัวมากด้วยครับ ยกเลิกเที่ยวแต่ไม่ได้ค่าตัวคืน... ยอมทิ้งตังค์ครับ ถึงจะทำเรื่องทวงคืนก็เถอะ..

หลักฐานคนไทยระวังตัวแจ ก็มือถือของท่านๆน่ะแหละ เชื่อผมดิ เปิดอ่านย้อนดูการแชร์ข่าวโควิด ช่วงต้นเดือนกุมภา.... ดูในมือถือตัวเองน่ะแหละ แล้วไม่ต้องถามคนอื่น... ถ้าไม่โป๊จจิ... จะเจอข่าวเตือนโควิดรัวๆจากเพื่อนหรือไม่ก็ญาติ... แล้วดูอเมริกาหลังปลดแบน กับพี่ไทยหลังปลดแบน พี่ไทยยังใส่หน้ากากเต็มอัตราศึก แต่ฝรั่ง ก็อย่างที่บอก ไหนหน้ากาก ไหน โซเชียลดิซแทนซิ่ง...  แค่พฤติกรรมคนก็คนละขุมแล้ว แม้ว่าจะไปแย่งเบียร์กันก็ยังใส่หน้ากากเป็นอย่างน้อยครับ

ขอแย้งเรื่อง สส นิด รัฐบาลนี้มาด้วยวิธีพิเศษ รวมกลุ่มจากคนสุดพิเศษ เพื่ออำนาจแบบพิเศษ ด้วย สว สุดประเสริฐ การตัดสินใจพวกนี้ไม่ผ่าน สภาด้วยซ้ำ ไม่ให้แม้แต่สิทธิฝ่ายค้านโวยวาย ได้แต่เป็นหมาเห่าใบตองแห้ง  ที่อุบาทไม่ใช่ระบบ สส นะ แต่เป็นระบบรัฐสภาไทยที่แก้มาต่างหาก.... แดกได้เต็มที่ 250 สว พร้อมรับใช้... ศาลมีไว้ชาบู...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 05, 2020, 09:31:20 PM โดย sechan »
 

ออฟไลน์ sariora123

  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 13,820
  • ถูกใจแล้ว: 4052 ครั้ง
  • ความนิยม: +471/-445
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2182 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 09:06:51 PM »


เท่าที่ดูข่าวช่องสายทหาร ตอนนี้เริ่มเห็น เรือรบอเมริกา แล่นคุ้มครองเรือสินค้าแล้วนะครับจำไม่ผิดเรือสินค้าฟิลิปปิน
เวียดนามเองก็เปิดท่าให้เรือรบอเมริกาเข้ามาแวะได้ (ทั้งๆ ที่เวียดนามแม่งเด็กเส้นรัสเซีย ท่าทางลูกพี่คงอนุญาติ)

อนาคต หลายๆ ประเทศคงได้มีการทำภารกิจรักษาความสงบในทะเลจีนใต้กันแน่ๆ ส่วนตัวเรื่องนี้ผมล่ะอยากเชียให้ญี่ปุ่นกลับมายิ่งใหญ่ด่านการทหารอีกรอบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 05, 2020, 09:48:08 PM โดย sariora123 »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: 3TAHeibivo)

ออฟไลน์ Hanaroo

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,427
  • ถูกใจแล้ว: 444 ครั้ง
  • ความนิยม: +32/-224
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2183 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 09:18:08 PM »


เพ้อเจ้อ เลียจีนจนมั่วจับแพะชนแกะ

ของเมกานี่ เมกามันปิดข่าว อุ้มนักข่าว แล้ว"ตั้งใจ" ส่งคนไปแพร่เชื้อทั่วโลกแบบจีนไหม

แค่นี้หากคิดไม่ได้ ก็ไม่ต้องมีสมองมันละ

ปล..เห็นติ่งจีนแล้วขึ้น ชิบหายไปทั้งโลกยังแก้ตัวให้ไอ้เจ๊กพูห์อีก
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ sariora123

  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 13,820
  • ถูกใจแล้ว: 4052 ครั้ง
  • ความนิยม: +471/-445
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2184 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 09:51:11 PM »
จำไม่ผิด เอดส์มันมีคนติดเชื้อนี้มาจากลิงในอาฟริกา  แล้วเชื่อมันก็เริ่มแพร่กระจายไปทั่วเลยไม่ใช่เหรอ


โรคเอดส์ มีในสัตว์มานานแล้วแต่มันไม่ติดข้ามมาคน ดาราบางคนผมจำชื่อไม่ได้ยังเคยเล่าว่า แมวตัวเองเป็นเอดส์แมว คือมันติดต่อเฉพาะแมว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 05, 2020, 09:55:41 PM โดย sariora123 »
 

ออฟไลน์ sechan

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 3,148
  • ถูกใจแล้ว: 1229 ครั้ง
  • ความนิยม: +183/-262
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2185 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 10:06:15 PM »
...เอเย่นเบียร์สิงค์ ไลน์มาบอกผู้ว่าเพชร อนุญาตให้ขายสุราได้แล้วพรุ่งนี้....  แต่เหมือนอำนาจห้ามขายสุราใช้อำนาจกฏหมายควบคุมโรคติดต่อ ต้องเดินเรื่องเข้าส่วนกลางก่อนไม่ใช่หรือ... ทำไมเดินเร็วจัง... เข้ายื่นเรื่องกลางวันนี้ คืนนี้อนุมัติ...  มีงานให้ทำแล้วไอ้แล้ว... ;D  เดือนนี้ไม่ต้องควักตังค์จ่ายลูกน้องแบบขาดทุนซะที แต่ไม่ใช่พรุ่งนี้แม่งกลับลำยังทำใบอนุญาตไม่ทันนะเห้ย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 05, 2020, 10:14:03 PM โดย sechan »
 

ออฟไลน์ ohyeah112

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,369
  • ถูกใจแล้ว: 206 ครั้ง
  • ความนิยม: +21/-10
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2186 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 10:15:54 PM »
...เอเย่นเบียร์สิงค์ ไลน์มาบอกผู้ว่าเพชร อนุญาตให้ขายสุราได้แล้วพรุ่งนี้....  แต่เหมือนอำนาจห้ามขายสุราใช้อำนาจกฏหมายควบคุมโรคติดต่อ ต้องเดินเรื่องเข้าส่วนกลางก่อนไม่ใช่หรือ... ทำไมเดินเร็วจัง... เข้ายื่นเรื่องกลางวันนี้ คืนนี้อนุมัติ...  มีงานให้ทำแล้วไอ้แล้ว... ;D  เดือนนี้ไม่ต้องควักตังค์จ่ายลูกน้องแบบขาดทุนซะที แต่ไม่ใช่พรุ่งนี้แม่งกลับลำยังทำใบอนุญาตไม่ทันนะเห้ย
  ไม่ต้องขออนุญาติใคร เรื่องนี้ผู้ว่าคนเดียวล้วนๆ จังหวัดผมก็มีปัญหาคนขายเหล้าไม่ได้ แล้วจังหวัดติดกันมีแค่คลองกั้นเจือกขายได้ ชาวบ้านเดินข้ามสะพานไปซื้อแล้วกลับมาเมาในจังหวัดเฉย คนขายก็เริ่มโวยวายล่ะเสียหาย จริงๆเรื่องนี้จะห้ามควรห้ามทุกจังหวัดไปเลย ถ้าปล่อยคือต้องปล่อยหมด ไม่ใช่มาจังหวัดนู้นได้ นี้ไม่ได้ สุดท้ายคนเดือดร้อนก็คนขายนี่แหละนั่งดูร้านตรงข้ามคลองขายตาปริบๆ  ??? ???
Alter is my love \^o^/
 

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,741
  • ถูกใจแล้ว: 1940 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2187 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 10:36:32 PM »
[quote/]

เพ้อเจ้อ เลียจีนจนมั่วจับแพะชนแกะ

ของเมกานี่ เมกามันปิดข่าว อุ้มนักข่าว แล้ว"ตั้งใจ" ส่งคนไปแพร่เชื้อทั่วโลกแบบจีนไหม

แค่นี้หากคิดไม่ได้ ก็ไม่ต้องมีสมองมันละ

ปล..เห็นติ่งจีนแล้วขึ้น ชิบหายไปทั้งโลกยังแก้ตัวให้ไอ้เจ๊กพูห์อีก


ไอ้เรื่อง ปิดข่าวนี่จีนน่าจะทำจริง ส่วนเอาไวรัสไปปล่อยนี่อาจเป็นแค่การปรักปรัมครับ


ถ้าการป้องกันของประเทศอเมริกาดีจริง มันคงไม่ระบาดขนาดนี้ครับ


คือถ้ามันระบาดแค่ 10-20 ประเทศ อาจจะมองว่ามีการเอาไปปล่อย
แต่นี่ระบาดไปแทบทุกประเทศแล้วมั้ง


ไม่ว่าจีนจะเอาไปปล่อยรึไม่ ยังไงอเมริกาก็ไม่รอด
แล้วยุโรปก็ติดไปทั่วก่อนแล้ว มีความเป็นไปได้ว่า อเมริกาติดมาจากยุโรปด้วยซ้ำ


จริงอยู่ที่ตอนระบาดแรกๆคนจีนหนีกระจายไปทั่วโลก
แต่อย่าว่าแต่จีนหนีออกนอกประเทศเลย


ทุกชาติทั่วโลก หนีการระบาดหมด แม้กระทั่งคนอเมริกา ที่อยู่ไทยก่อนการระบาดในอเมริกา
ก็มีหลายคนขออยู่ไทยต่อ


ส่วนคนไทยที่อยู่ในประเทศที่ระบาดรุนแรงก็อยากกลับไทย




เพราะงั้นแทนที่จะบอกว่าคนจีนตั้งใจแพร่เชื้อ ต้องพูดว่ามันเป็นธรรมชาติมนุษย์มากกว่า


ขนาดคนไทยบางคนยังเป็นพาหะ ทั้งที่ไม่มีอาการป่วยเลย




แต่ด้วยนิสัยของประเทศจีนก็ฟังขึ้นนะว่าตั้งใจไปปล่อย
แต่ที่เค้าว่าเชื้อที่ระบาดในจีนมาจากอเมริกา ก็ฟังขึ้นเช่นกัน


เพราะงั้นอะไรที่มาจากปากทรั้มป์ ก็ฟังหูไว้หู อย่าไปเชื่อมาก
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: as-hero, daijobu, nosta และมีอีก 0 หมีที่ถูกใจสิ่งนี้

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 2,522
  • ถูกใจแล้ว: 563 ครั้ง
  • ความนิยม: +106/-145
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2188 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 10:42:43 PM »
ผมเชื่อว่า ไทยรอดมาด้วย วัฒนธรรมและพฤติกรรมบุคคลมากกว่า ความสามารถของรัฐบาลนะ  คนไทยตื่นตัวกับโควิดมากครับ เวลาไปเที่ยว ตปท ใส่แมสกับเพียบตั้งแต่ปลายเดือน มกราคม ตอนนั้นผมอยู่ ญี่ปุ่น เดิน ดอนกิโฮเต้บ่อย หน้ากากแม่งมีเกือบทุกคนที่ได้ยนเสียงพูดภาษาไทย...  ทั้งที่ไม่มีการเตือนของรัฐหรือประกาศพิเศษแบบตื่นตูม คนไทยตื่นตูมกันเองก่อนหมดแล้ว ถอดหน้ากากปุ๊ปเจอแม่ด่า... ตอนนั้นต้นกุมภา...  นักท่องเที่ยวไทยส่วนมากคือคนมีเงินชั้นกลาง ตอนไปเที่ยว สวนสัตว์ที่ฮอกไกโด มีกลุ่มวัยทำงานมาพร้อมกลุ่มเพื่อน ทุกคนใส่หน้ากากกันหมด ทั้งที่ประเทศญี่ปุ่น ไม่ได้รณรงค์พิเศษ แต่หน้ากากโดนคนจีนซื้อกลับบ้านรัวๆ แม่ผมก็เหมาหน้ากากมาเหมือนกัน เพราะของมันดี ว่าจะเอามาขาย ไม่คิดว่ากลับบ้านมาปุ๊ป หาซื้อหน้ากากไม่ได้ทั้งประเทศแล้ว...ตกลงคือใช้เอง  ??? ตอนต้นเดือน กุมภา ช่วงนั้นห้างไม่ปิด ผมเดินห้างเข้าไดโซดูของเล่นๆช่วงนั้น มีคนมาถาม มีหน้ากากไหม 3 ราย ในช่วง 5-10 นาที... แต่ตอนนั้นประเทศไทยยังเปิดบิน ด่านตรวจก็แค่วัดอุณหภูมิด้วยเครื่องอินฟาเรด .... อันนี้คือกลางเดือนกุมภา ประเทศเราตื่นตูมและระวังตัวมากในทุกภาคส่วน... แต่ภาครัฐก็ยังเปิดประเทศบอกไม่มีอะไร หน้ากากหายไปหมดแล้ว  แต่ยังมีเจลแอลกอฮอร์ผลิตได้อยู่  ปลายเดือนกุมภา รัฐประกาศ เจลแอลกอฮอร์ต้องเป็นของทางการแพทย์ ทุกคนที่ขายต้องมีใบอนุญาต...  ระเบิดลงครับ เจลแอลกอฮอร์หายไปจากตลาดหาซื้อไม่ได้ตามร้านนอกจากซื้อของผิดกฏหมายทาง online..... ต้องรออีกประมาณ 4 สัปดาห์กว่าของจะมา   พอเริ่มปิดประเทศใครเข้ามาต้องกักตัว  เอาคนไปกักขังที่โรงเรียนนาสเซอรี่ที่ปิดให้นอนกางมุ้ง.....กันหลายๆคน.... เออ กักกันโรคติดต่อนะครับ...... ไม่ต้องจบมัธยมก็รู้ว่าเสี่ยงฉิบหาย.... ต่อมาพวกไปตปทกลับมาหลังประกาศว่าต่อให้มีใบรับรองต้องกักตัว14วันไม่มีเงื่อนไข.... ผมเห็นด้วยครับ แต่คุณยังไม่เข็ดอีกหรือ เอาคนแปลกหน้าไปกักตัวห้องละ 3 คน.....ที่หอพักทหาร โดนสังคมด่าระนาว... บัดนี้คือ แอมบาสซิเดอร์ ห้องละคน OK รับได้ แต่นะ... ช่วงนอนกางมุ้งต่างประเทศเขาเหมาโรงแรมก่อนเรา 3-4 อาทิตย์ครับ เราแค่อะไรต่างประเทศดีก็ก็อปเขามา..   กว่าจะมาถึงวันนี้ สังเกตุได้เลยว่า คนติดเชื้อช่วงแรกคือ พวกไปเที่ยวตปท และติดมาน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่ไป ไม่ใช่ผลงานรัฐบาลแต่เป็นการรักตัวกลัวตายของชนชั้นกลางที่มีการศึกษาครับ  จะเห็นว่าช่วงกลางที่ติดคือพวกหนีตายกลับมาจากต่างประเทศที่มันระบาด พวกเกาหลีผีน้อย และจากประเทศต่างๆ พวกนี้ไม่ค่อยมีการศึกษา กลับมาปุ๊ปกินหมูกระทะโชว์ไม่กักตัวเองแม้แต่น้อย  พวกออกไปทำกิจกรรมศาสนา  พวกชนชั้นกลางไม่ค่อยเจอในช่วงหลังแล้ว ส่วนมากคือพวกที่ติดจากอื่นๆหรือ ติดจากผู้ป่วยที่ ป่วยมาก่อนหน้านี้   สิ่งเดียวที่เราต่างกับเขาคือ วัฒนธรรมคนไทย และกลุ่มผู้ไปนำเชื้อมาแพร่นั้นต่างกัน  ต่างประเทศไปเที่ยวไทยถูกกว่าเที่ยวบ้านเขา 4-5 เท่า ผมว่าที่อเมริกาติดเยอะ 1 มาจากประชาชนไม่ระวังตัวเป็นพิเศษ บนเครื่องบินกลับมา ฝรั่งแทบไม่ใส่หน้ากากเลย คนใส่นี่ชาวเอเชียทั้งนั้น  เออ ผมกลับมาจากญี่ปุ่นวันที่ 3 กุมภา ช้าไปอีก 2 อาทิตย์งานงอกแน่...  พฤติกรรมการทักทายบ้านเขาแพร่เชื้อง่ายกว่าไทยเยอะ  อเมริกานี่เจอกัดขอกอดที... ของไทยสวัสดีข้ามมิติ.... ของอาหรับนี่แก้มชนกัน....  ดีไม่ดีที่อเมริกา มันอาจจะไม่ใช่นักเดินทางไปแพร่เชื้อด้วยซ้ำ ช่วงนั้นก่อนนิวยอร์คระเบิด ทรัมด่าจีน แล้วจีนกำลังสร้างเรื่องเชื้อมาจากอเมริกา... บางทีที่นิวยอร์ค อาจจะไม่ใช่มาจากนักท่องเที่ยวก็เป็นได้...  ฝากเชื้อที่แรงกว่าไปกับใครก็ได้ ไปประเทศที่อเมริกาไม่แบน แล้วให้สายลับจีนเอาเชื้อไปป้ายตามแหล่งที่แพร่ง่าย...  อ้ะอันนี้ เฟคนิว lol... แต่ถ้าจำได้ในไทยจะมีไอ้บ้าตัวนึงไปป้ายน้ำลายที่ลิฟท์ตรงมาบุญครอง... ซ่อนไม้ซ่อนในป่า?


เอาเป็นว่าก่อนมี ศบค ทำงานห่วยบัดซบมาตลอด ถีบอนุทินออกจากจุดนี้นี่แหละ ถึงช่วงต้นมีการปรับตัวอย่างเป็นนัยยะสำคัญ ผมเชื่อว่าตรงนี้ให้หมอมีสิทธิออกความเห็นจริงๆก็ตอนนี้แหละ แต่ก่อนหน้านี้... คุณกล้าบอกให้คนอื่นอย่าด่ามันได้จริงหรือ... วันนี้คุณกล้าบอกหน้ากากไม่สำคัญไหม กล้าบอกเจลล้างมีไปทำไมไม่จำเป็นไหม ตอนนั้นรัฐบาลทำอะไร.... ค่า GDP ตัวชี้วัดผู้ติดเชื้อมันไม่มีค่าอะไรมาอธิบายเมื่อเทียบกับว่า มันทำอะไร ณ ตอนนั้น ถ้ามันเป็นตาสีตาสา คนทั่วไป ผมไม่ว่าอะไร เจ้าของบริษัทอะไรผมไม่ว่าไม่ใช่หน้าที่  แต่นั่นมันคือรัฐมนตรี และรัฐบาล.... ถ้า ไม่ถีบอนุทินออกจากหน้าที่นี้แล้วเอา ศบค ขึ้นนี่... สยองนะ ผมพูดจริงๆ ช่วงต้น ศบค ก็จับยัดกักกันห้องละ 3 คน ยังไม่เข้าที่ แต่ปรับปรุงตลอดเวลาด้วยงบอันจำกัด....  งบอันจำกัด ย้ำสองครั้ง lol


วันนี้ทำงานเข้าตาแล้ว แต่ก่อนหน้านี้ทำอะไรไว้ ประชาชนไม่ลืมครับ กว่าจะด่ากว่าจะกดดันรัฐบาลมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ใช่รัฐบาลปรับปรุงตัวเอง แต่คนทั้งประเทศด่าและกดดันทั้งจากฝ่ายค้านและประชาชน ดังนั้นถึง  คุณลืม แต่ผมไม่ลืม และหลายๆคนเขาก็ไม่ลืม อยากลืม เชิญลืมไปเถอะ แต่ผมไม่ลืมน่ะ ;D  อย่าลืมว่า ถีบอนุทินออกเกิดรอยร้าวขนาดไหนในรัฐบาลช่างมันผมไม่แคร์ ประเด็นคือ ชีวิตประชาชนต้องฝากไว้กับเกมการเมืองในยามวิกฤตด้วยหรือ...  มีอะไรเหี้ยๆ ให้ด่าจะด่าต่อไป ถ้ามันดังพอเขาจะแก้เอง อย่าเงียบ เพราะเขาไม่อยากเจอม็อป..  สิทธิจะบ่น ก็บ่นไป ถ้าบ่นและด่าเยอะๆ จนมีคนเอาไปด่าถึงที่ เดี๋ยวเขาก็ทำอะไรสักอย่างเอง.... แต่ถ้าเงียบ มันก็เฉยๆแดกภาษีไปวันๆอย่างงั้นแหละ


ใช่เหรอครับ คนไทยมีวัฒนธรรมป้องกันตัวเองดี ตอนหวัดนกก็ตายอันดับต้นๆของโลก โชคดีที่โรคนี้ตายไม่เยอะ แล้วคนใช้หน้ากากกันเองรัฐไม่ได้บอกจริงเหรอ รัฐบาลบอกตั้งแต่แรกๆ
ไอ้คนชั้นกลางไปเที่ยวต่างประเทศก็ติดกันไม่ไช่น้อยนะ มีมนุษย์ป้าไปเที่ยวญี่ปุ่นใส่หน้ากากบ้างไม่ใส่บ้าง แถมกินอาหารในร้าน มีผีน้อยมาแพร่เชื้อ มีผีพนัน พวกขี้เมาช่วยกันแพร่เชื้อ ถ้าประชาชนวัฒนธรรมไทยมันดีจริงคุมได้โดยไม่ต้องใช้รัฐบาลจริงทำไมมันมีช่วงที่ระบาดหนักละครับจนรัฐบาลต้องออกมาตราการสารพัดเพื่อป้องกัน แต่ก็ไม่ได้ปิดเมืองให้คนอยู่แต่ในบ้าน ทั้งที่โดนด่ากดดันสารพัด จนคุมได้โดยไม่ต้องปิดเมือง จนปกป้องเศรษฐกิจพร้อมกับชีวิตประชาชนได้ โดนฝ่ายค้านด่าเรื่องเสรีภาพ รัฐประหารโควิด แต่รัฐบาลก็ใช้นโยบายเด็ดขาดจนได้ผล ตอนออกเคอร์ฟิวด์ก็โดนด่าว่า โรคไม่เลือกเวลาแพร่ แต่ก็ออกกฎคุมขี้เมาจนคุมสถานะการณ์ได้ ตอนโดนคนด่าให้ปิดเมืองแต่รัฐบาลก็ใช้มาตราการที่เบากว่าจนได้ผล ไม่ไช่ว่าโดนด่าจนต้องยอมแต่เค้ามีที่ปรึกษาเลือกว่าสิ่งไหนดีไม่ดี และทำออกมาจนได้ผลดี


          ถึงจะบอกรัฐบาลทำไม่ดีตอนแรกถ้าเทียบกับต่างประเทศละ ประเทศตะวันตกที่คนไทยอวยกันบอกประชาชนอย่าใช้หน้ากากอนามัย บางประเทศปล่อยให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่
ปล่อยเสรีจนติดกันยับทีนี้ก็ต้องปิดเมืองแต่ก็คุมไม่ค่อยได้ ทั้งเศรษฐกิจและชีวิตคนพัง


       รัฐบาลเลือกฟังทั้งทีมแพทย์และทีมเศรษฐกิจ จนสามารถป้องกันไว้ได้ และรักษาเศรษฐกิจไว้ได้ในระดับนึง


        รัฐบาลไทยถึงทำผิดแต่แก้ไขจนคุมสถานะการณ์ได้ดีมาก เทียบกับหลายประเทศที่ยับเทียบกับเฉลี่ยโลกไทยก็คุมได้ดีมาก ถ้าต้องการรัฐบาลที่ไม่ทำอะไรพลาดเลย ก็คงหายากมากในสถานการณ์นี้ แต่รัฐบาลไทย ทำได้ดีกว่ารัฐบาลส่วนใหญ่ในโลก ทั้งที่ไทยอยู่จุดที่เสี่ยงที่สุดรองจากจีน ผมว่าสอบผ่าน
 

ออฟไลน์ sariora123

  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 13,820
  • ถูกใจแล้ว: 4052 ครั้ง
  • ความนิยม: +471/-445
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2189 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 10:53:43 PM »
[quote/]


ใช่เหรอครับ คนไทยมีวัฒนธรรมป้องกันตัวเองดี ตอนหวัดนกก็ตายอันดับต้นๆของโลก โชคดีที่โรคนี้ตายไม่เยอะ แล้วคนใช้หน้ากากกันเองรัฐไม่ได้บอกจริงเหรอ รัฐบาลบอกตั้งแต่แรกๆ
ไอ้คนชั้นกลางไปเที่ยวต่างประเทศก็ติดกันไม่ไช่น้อยนะ มีมนุษย์ป้าไปเที่ยวญี่ปุ่นใส่หน้ากากบ้างไม่ใส่บ้าง แถมกินอาหารในร้าน มีผีน้อยมาแพร่เชื้อ มีผีพนัน พวกขี้เมาช่วยกันแพร่เชื้อ ถ้าประชาชนวัฒนธรรมไทยมันดีจริงคุมได้โดยไม่ต้องใช้รัฐบาลจริงทำไมมันมีช่วงที่ระบาดหนักละครับจนรัฐบาลต้องออกมาตราการสารพัดเพื่อป้องกัน แต่ก็ไม่ได้ปิดเมืองให้คนอยู่แต่ในบ้าน ทั้งที่โดนด่ากดดันสารพัด จนคุมได้โดยไม่ต้องปิดเมือง จนปกป้องเศรษฐกิจพร้อมกับชีวิตประชาชนได้ โดนฝ่ายค้านด่าเรื่องเสรีภาพ รัฐประหารโควิด แต่รัฐบาลก็ใช้นโยบายเด็ดขาดจนได้ผล ตอนออกเคอร์ฟิวด์ก็โดนด่าว่า โรคไม่เลือกเวลาแพร่ แต่ก็ออกกฎคุมขี้เมาจนคุมสถานะการณ์ได้ ตอนโดนคนด่าให้ปิดเมืองแต่รัฐบาลก็ใช้มาตราการที่เบากว่าจนได้ผล ไม่ไช่ว่าโดนด่าจนต้องยอมแต่เค้ามีที่ปรึกษาเลือกว่าสิ่งไหนดีไม่ดี และทำออกมาจนได้ผลดี


          ถึงจะบอกรัฐบาลทำไม่ดีตอนแรกถ้าเทียบกับต่างประเทศละ ประเทศตะวันตกที่คนไทยอวยกันบอกประชาชนอย่าใช้หน้ากากอนามัย บางประเทศปล่อยให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่
ปล่อยเสรีจนติดกันยับทีนี้ก็ต้องปิดเมืองแต่ก็คุมไม่ค่อยได้ ทั้งเศรษฐกิจและชีวิตคนพัง


       รัฐบาลเลือกฟังทั้งทีมแพทย์และทีมเศรษฐกิจ จนสามารถป้องกันไว้ได้ และรักษาเศรษฐกิจไว้ได้ในระดับนึง


        รัฐบาลไทยถึงทำผิดแต่แก้ไขจนคุมสถานะการณ์ได้ดีมาก เทียบกับหลายประเทศที่ยับเทียบกับเฉลี่ยโลกไทยก็คุมได้ดีมาก ถ้าต้องการรัฐบาลที่ไม่ทำอะไรพลาดเลย ก็คงหายากมากในสถานการณ์นี้ แต่รัฐบาลไทย ทำได้ดีกว่ารัฐบาลส่วนใหญ่ในโลก ทั้งที่ไทยอยู่จุดที่เสี่ยงที่สุดรองจากจีน ผมว่าสอบผ่าน

หวัดนกมันติดต่อได้ทางอากาศ ของแท้ ยิ่งกว่า โควิตซะอีก
เข้าใจไหมนี่ ผมเรียนด้านอุตสาหกรรมเกษตร ไปโรงงานค้าเนื้อไก่ คนดูแลคอนโดไก่ยังบอกเลยว่า ขนาดอยู่ในหรืบเขา ยังติดเชื้อได้
ที่เหลือแค่ปิดข่าวไว้มิดหรือไม่มิดเท่านั้นแหละ
บ้านผมระแวกบ้านสมัยนั้น ในระยะ3 กิโลเมตรไม่มีหมู่บ้านใกล้เคียง ถนนหลักทางหลวงเส้นใกล้สุดยังห่างไป 2 กิโล ไก่ที่บ้านยังมีติดเชื้อตายเลยนะ

แล้วรัฐพังทีมเศรษฐกิจกับแพทย์ ?? ติดตามข่าวในประเทศไทยหรือฟังจากต่างประเทศ ??
ไอ้ที่ทำนี่น่ะ ถ้าดูข่าวจริงๆ ควรจะเห็นว่า ไอ้มาตรการต่างๆ ที่ออกมานี่น่ะ เพราะโดนถล่มเข้าไปจากคนมีชื่อเสียงบ้าง จากคณะแพทย์ที่ออกมาประโคมข่าวกัน 2 วันติดๆ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 05, 2020, 10:57:21 PM โดย sariora123 »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: daijobu, kroek

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,741
  • ถูกใจแล้ว: 1940 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2190 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 10:58:18 PM »
พูดๆไปละก็นึกถึงไข้หวัดสเปน ตายไป 50 ล้านคน


เกิดจากทหารที่เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 ไปติดมา แต่แม่มปิดข่าวเพราะกลัวเสียขวัญ


ที่เค้าว่าการระบาดครั้งใหญ่เกิดจากที่ ทหารอเมริกาติดไปเพียบละ แต่ปิดข่าวแล้วจัดงานพาเหรด มีคนร่วมงาน 2 แสน
หลังจากนั้น 6 สัปดาห์ คนเมกา ก็ตายไป 12000 เอาแค่เมืองที่จัดงานตายไป 16000 ในรอบ 6 เดือน




ส่วนถามว่าทำไมชื่อไข้หวัดสเปน ก็เพราะทุกประเทศที่ระบาดปิดข่าวหมด เพราะเพิ่งก่อสงครามมา
ไม่อยากให้ประเทศอื่นๆรู้ว่าตัวเองกำลังแย่


ส่วนสเปนไม่ได้ยุ่งกับสงคราม เลยประกาศแทน คนเลยยกชื่อไข้หวัดสเปน พร้อมกับโบ้ยว่าระบาดมาจากประเทศสเปน
แต่พวกที่แพร่คือทหารที่ร่วมสงคราม ประเทศที่ไม่ได้ทำสงครามจะเป็นตัวแพร่เชื้อได้ไง
แต่ก็ไม่ทันติดไปทั่วโลกละ


สรุปทั่วโลกเท่าที่นับได้ ตายไปมากกว่า 50 ล้าน แต่เค้ากะๆว่าน่าจะตายจริง 100 ล้าน
ถ้าหลายๆประเทศไม่ปิดข่าวก็คงไม่หหนักขนาดนั้น รวมถึงอเมริกาด้วย




 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: daijobu

ออฟไลน์ Hanaroo

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,427
  • ถูกใจแล้ว: 444 ครั้ง
  • ความนิยม: +32/-224
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2191 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 11:09:56 PM »
การบอกว่าจีน"ตั้งใจ" ปล่อยให้แพร่ไปทั่วโลกไม่ใช่การปรักปรัมนะครับ
เริ่มตั้งแต่ จีนปิดข่าว และบิดเบือนข่าวว่ามันไม่ติด ไม่แรง(ทั้งที่รู้จริงว่ามันเป็นอะไร)
แล้วสนับสนุนให้ คนจีนออกเดินทางไปทั่ว อ้างว่าเป็นวันสำคัญอะไรก็ว่าไป

พอ เค้าจะคัดกรองเข้มนักท่องเทียวจากจีน จีน ก็ออกมาทำนองว่า หากคัดเข้มกะจีน เด๋วจีนโกรธนะ

ดูจากเจตนา นี่ก็เพียงพอต่อการบอกว่า"ตั้งใจแพร่เชื้อ" แล้วครับ
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: kroek, Sasageyo

ออฟไลน์ sechan

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 3,148
  • ถูกใจแล้ว: 1229 ครั้ง
  • ความนิยม: +183/-262
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2192 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 11:17:34 PM »
ส่วนตัวผมเชื่อว่านอกจากส่งคนติดเชื้อไปทั่วโลก ผมเชื่อว่ามีการส่งทหารเอาเชื่อไปปล่อยประเทศที่มีปัญหาทางสังคมและกำลังด้วยเพื่อความบาลานซ์ทางการเมืองและการทหาร.... และเศรษฐกิจ  ลองนึกภาพจีนตืดเชื้อแค่ภายในประเทศอยู่คนเดียว เศรษฐกิจตกต่ำดูซิ... ปัญหาคือหลักฐานพวกนี้ มันไม่ทำเป็นรายลักษณ์อักษร สั่งปากเปล่าทั้งนั้น  หลายประเทศที่โดนหนักๆนี่ มีปัญหากับจีนทั้งนั้น  ???  เออ เฟคนิว กูคิดไปเอง

หวัดนก พาหะมันบินได้ และบินไปทั่วโลก แถมคุยไม่รู้เรื่อง คุมไม่อยู่มันเรื่องปรกติ คุณจะไปฆ่านกพิราบทั่วประเทศยังไง ส่งพลังจิต?หักคอนก?

แต่ไอ้โควิด นี่คน และน้ำลายคน ไม่ใช่อากาศไม่ใช่หายใจ น้ำลายและการขับถ่าย ของคนติดโรคเท่านั้น เงื่อนไขวิธีการคุมง่ายกว่าเยอะ  เอาจริง หลบอยู่บ้านกันทั้งประเทศ เดือนนึงมันก็จบแล้ว ปัญหาคือ ทำอย่างงั้นได้ ต้องมีโรงบาลพร้อม และเงินและอาหารพร้อมที่จะให้คนอยู่กับบ้าน และไม่รับคนนอกเข้ามา  จริงๆแค่ใส่หน้ากาก  ทั้งประเทศ แล้วกินอาหารกับคนนอกบ้าน ถ้าป่วยก็ป่วยกันในบ้าน สักครึ่งเดือน ก็คุมได้แล้ว... ติดรักษาไปหายก็หาย ตายก็ตาย อันนี้เหมือนทุกประเทศ เพียงแต่เรามียารักษาเอดส์ที่เป็นตัวกระตุ้นภูมิเป็นพื้นฐาน ถ้าร่างกายเรียนรู้แล้วว่ามันเป็นเชื้อก็กระตุ้นให้ภูมิฆ่าได้เร็ว  โอกาศรอดก็จะเยอะ หลายคนมันช้าเพราะติดเงื่อนไขหงำเหงือก...ถ้าไม่ครบเงื่อนไขต้องจ่ายเงินตรวจเอง บางคนก็จ่ายเลยเจอเลย แต่หลายคนก็ต้องรอจนถึงสัปดาห์ที่3หลังติด หมอถึงส่งตรวจ แล้วก็ตายสัปดาห์ที่ 4-5  ตอนนี้ ปัญหามีอย่างเดียว คนอพยพเข้าไทยเพราะโรงพยาบาลรอบๆรับไม่ไหว... ซึ่งคนไทยทำได้ดีในช่วงกักกันตัว มีการล่าแม่มดที่เข้มข้น  ช่วง ศบค สามสัปดาห์หลังนี่โอเคแล้ว สัปดาห์แรกยังกากๆอยู่ อิทธิพลนายเก่า? ตราบใดไม่ปล่อยพวกหนีเข้าเมือง คุมการกักบริเวณให้ดี ตามพวกที่หายแล้วว่าไม่เป็นใหม่ ผมเชื่อว่าประเทศเรา หมดโควิด.... แต่ผมว่ายากเพราะว่าพวกติดเชื้อจะเข้ามาทางชายแดนเรื่อยๆ 'w';  ด้วยเหตุผลทางการแพทย์  ลองนึกภาพถ้าเริ่มตอนแรกหมื่นนึง.... ผมว่าเอาไม่อยู่ เราสตาร์ทต่ำและพาหะหลักป้องกันตัวสูงตั้งแต่เริ่ม ตัวแสบส่วนใหญ่จึงเป็นชาวต่างชาติ กับคนที่ไม่ป้องกันตัวเอง  กับพวกแรงงานเถื่อนที่หนีกลับบ้าน  เอาล่ะตอนนี้ ประเทศไทย สมมุติหายแล้ว ผมโคตรกลัวคือมาเลเซียแอบหนีเข้าไทยรัวๆ พอเข้าไทยจ่ายค่าปรับ 800.. กักตัว 14 วัน บอกกูติดโควิดรักษากูตามมนุษย์ธรรมด้วย... เพราะโรงบาลประเทศกูมันเต็ม.... :o
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 05, 2020, 11:40:17 PM โดย sechan »
 

ออฟไลน์ Hanaroo

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,427
  • ถูกใจแล้ว: 444 ครั้ง
  • ความนิยม: +32/-224
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2193 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2020, 11:37:46 PM »
ส่วนตัวผมเชื่อว่านอกจากส่งคนติดเชื้อไปทั่วโลก ผมเชื่อว่ามีการส่งทหารเอาเชื่อไปปล่อยประเทศที่มีปัญหาทางสังคมและกำลังด้วยเพื่อความบาลานซ์ทางการเมืองและการทหาร.... และเศรษฐกิจ  ลองนึกภาพจีนตืดเชื้อแค่ภายในประเทศอยู่คนเดียว เศรษฐกิจตกต่ำดูซิ... ปัญหาคือหลักฐานพวกนี้ มันไม่ทำเป็นรายลักษณ์อักษร สั่งปากเปล่าทั้งนั้น  หลายประเทศที่โดนหนักๆนี่ มีปัญหากับจีนทั้งนั้น  ???  เออ เฟคนิว กูคิดไปเอง

หวัดนก พาหะมันบินได้ และบินไปทั่วโลก แถมคุยไม่รู้เรื่อง คุมไม่อยู่มันเรื่องปรกติ คุณจะไปฆ่านกพิราบทั่วประเทศยังไง ส่งพลังจิต?หักคอนก?

แต่ไอ้โควิด นี่คน และน้ำลายคน ไม่ใช่อากาศไม่ใช่หายใจ น้ำลายและการขับถ่าย ของคนติดโรคเท่านั้น เงื่อนไขวิธีการคุมง่ายกว่าเยอะ  เอาจริง หลบอยู่บ้านกันทั้งประเทศ เดือนนึงมันก็จบแล้ว ปัญหาคือ ทำอย่างงั้นได้ ต้องมีโรงบาลพร้อม และเงินและอาหารพร้อมที่จะให้คนอยู่กับบ้าน และไม่รับคนนอกเข้ามา  จริงๆแค่ใส่หน้ากาก  ทั้งประเทศ แล้วกินอาหารกับคนนอกบ้าน ถ้าป่วยก็ป่วยกันในบ้าน สักครึ่งเดือน ก็คุมได้แล้ว... ติดรักษาไปหายก็หาย ตายก็ตาย อันนี้เหมือนทุกประเทศ เพียงแต่เรามียารักษาเอดส์ที่เป็นตัวกระตุ้นภูมิเป็นพื้นฐาน ถ้าร่างกายเรียนรู้แล้วว่ามันเป็นเชื้อก็กระตุ้นให้ภูมิฆ่าได้เร็ว  โอกาศรอดก็จะเยอะ หลายคนมันช้าเพราะติดเงื่อนไขหงำเหงือก...ถ้าไม่ครบเงื่อนไขต้องจ่ายเงินตรวจเอง บางคนก็จ่ายเลยเจอเลย แต่หลายคนก็ต้องรอจนถึงสัปดาห์ที่3หลังติด หมอถึงส่งตรวจ แล้วก็ตายสัปดาห์ที่ 4-5  ตอนนี้ ปัญหามีอย่างเดียว คนอพยพเข้าไทยเพราะโรงพยาบาลรอบๆรับไม่ไหว... ซึ่งคนไทยทำได้ดีในช่วงกักกันตัว มีการล่าแม่มดที่เข้มข้น  ช่วง ศบค สามสัปดาห์หลังนี่โอเคแล้ว สัปดาห์แรกยังกากๆอยู่ อิทธิพลนายเก่า? ตราบใดไม่ปล่อยพวกหนีเข้าเมือง คุมการกักบริเวณให้ดี ตามพวกที่หายแล้วว่าไม่เป็นใหม่ ผมเชื่อว่าประเทศเรา หมดโควิด.... แต่ผมว่ายากเพราะว่าพวกติดเชื้อจะเข้ามาทางชายแดนเรื่อยๆ 'w';  ด้วยเหตุผลทางการแพทย์  ลองนึกภาพถ้าเริ่มตอนแรกหมื่นนึง.... ผมว่าเอาไม่อยู่ เราสตาร์ทต่ำและพาหะหลักป้องกันตัวสูงตั้งแต่เริ่ม ตัวแสบส่วนใหญ่จึงเป็นชาวต่างชาติ กับคนที่ไม่ป้องกันตัวเอง  กับพวกแรงงานเถื่อนที่หนีกลับบ้าน  เอาล่ะตอนนี้ ประเทศไทย สมมุติหายแล้ว ผมโคตรกลัวคือมาเลเซียแอบหนีเข้าไทยรัวๆ พอเข้าไทยจ่ายค่าปรับ 800.. กักตัว 14 วัน บอกกูติดโควิดรักษากูตามมนุษย์ธรรมด้วย... เพราะโรงบาลประเทศกูมันเต็ม.... :o

ไม่หรอกครับ

แค่มีคำสั่งให้อาตี๋คลั่งหมีพูห์ "สละเพื่อชาติ" ติดเชื้อ แล้วไปขากถุยที่เมกาหลายๆที่ มันก็มีการแพร่ระบาดได้แล้ว
 

ออฟไลน์ Sasageyo

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 387
  • ถูกใจแล้ว: 132 ครั้ง
  • ความนิยม: +19/-24
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2194 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2020, 12:58:11 AM »
การบอกว่าจีน"ตั้งใจ" ปล่อยให้แพร่ไปทั่วโลกไม่ใช่การปรักปรัมนะครับ
เริ่มตั้งแต่ จีนปิดข่าว และบิดเบือนข่าวว่ามันไม่ติด ไม่แรง(ทั้งที่รู้จริงว่ามันเป็นอะไร)
แล้วสนับสนุนให้ คนจีนออกเดินทางไปทั่ว อ้างว่าเป็นวันสำคัญอะไรก็ว่าไป

พอ เค้าจะคัดกรองเข้มนักท่องเทียวจากจีน จีน ก็ออกมาทำนองว่า หากคัดเข้มกะจีน เด๋วจีนโกรธนะ

ดูจากเจตนา นี่ก็เพียงพอต่อการบอกว่า"ตั้งใจแพร่เชื้อ" แล้วครับ

อันนี้เห็นด้วยนะ  ถ้าจะพิจารณาคดีไปในแนวทางนี้  ถ้ามันมีน้ำหนักพอที่จะหักล้างเหตุผลที่ว่า  เพราะเป็นโรค
ระบาดใหม่ที่ถูกค้นพบ  ในช่วงต้นจึงยังไม่ทราบว่าติดเชื้อคนสู่คนได้  การเข้าถึงและเข้าใจทำไม่ทันท่วงที  ซึ่ง
จีนคงนำประเด็นนี้มาใช้  หลายประเทศหลายรัฐในสหรัฐฯก็เล่นประเด็นนี้ฟ้อง  ซึ่งก็ต้องพิสูจน์ในเวทีโลก 
เหมือนเช่นกรณีอองซานซูจีชี้แจงศาลโลกในข้อกล่าวหาระดับนานาชาติ  แต่ควรจะทำหลังโรคระบาดซาลงก่อน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 06, 2020, 01:07:56 AM โดย Sasageyo »
 

ออฟไลน์ sariora123

  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 13,820
  • ถูกใจแล้ว: 4052 ครั้ง
  • ความนิยม: +471/-445
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2195 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2020, 01:48:18 AM »
[quote/]

อันนี้เห็นด้วยนะ  ถ้าจะพิจารณาคดีไปในแนวทางนี้  ถ้ามันมีน้ำหนักพอที่จะหักล้างเหตุผลที่ว่า  เพราะเป็นโรค
ระบาดใหม่ที่ถูกค้นพบ  ในช่วงต้นจึงยังไม่ทราบว่าติดเชื้อคนสู่คนได้  การเข้าถึงและเข้าใจทำไม่ทันท่วงที  ซึ่ง
จีนคงนำประเด็นนี้มาใช้  หลายประเทศหลายรัฐในสหรัฐฯก็เล่นประเด็นนี้ฟ้อง  ซึ่งก็ต้องพิสูจน์ในเวทีโลก 
เหมือนเช่นกรณีอองซานซูจีชี้แจงศาลโลกในข้อกล่าวหาระดับนานาชาติ  แต่ควรจะทำหลังโรคระบาดซาลงก่อน



อเมริกาฟ้องเอา ดูธรรมดาไปเลยนะ ถ้าเทียบกับบางประเทศ มีข่าวแว่วๆ มาว่า รัฐอาจจะเวณคืนทรัพย์สินที่เป็นของชาวจีน
เพื่อลดอิทธิพลของจีนในประเทศตัวเอง



 

ออฟไลน์ sechan

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 3,148
  • ถูกใจแล้ว: 1229 ครั้ง
  • ความนิยม: +183/-262
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2196 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2020, 04:25:03 AM »
แบ่งเบาโป๊กไปบ้าง ดีแล้วครับ ??? วันไหนอ้าปากด่ารัฐบาล ยังไงมันก็ขึ้นแหละ
 

ออฟไลน์ Yongkare

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • แม่ทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 2,028
  • ถูกใจแล้ว: 351 ครั้ง
  • ความนิยม: +43/-29
  • เพศ: ชาย
  • อย่างรู้เนื๊อแท้ของคน จงมอบอำนาจให้แก่เขา
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2197 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2020, 09:30:27 AM »
บางคนนี่เก๊จเชื่อมโยงหน้าจะเกินร้อยกันเลย ดูจากการคอมมเมน 

เปิดขายเหล้าวันเดียว สติถิเมาแล้วขับทำคนตาย แซงโคโลน่าไปแล้ว ที่ 68 คน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 06, 2020, 09:43:37 AM โดย Yongkare »

There is nothing either good or bad but thinking make it so
ไม่มีสิ่งใดบนโลกที่ดีหรือเลว ความคิดของเราต่างหากที่ทำให้เกิดความดีความเลว
Hamlet Act 2,scene 2, 239-251
 

ออฟไลน์ Diamos

  • นักปราชญ์แห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,014
  • ถูกใจแล้ว: 4581 ครั้ง
  • ความนิยม: +446/-110
  • เพศ: ชาย
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2198 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2020, 09:32:30 AM »
ไม่ได้แวะเข้ามู้นี้มาประมาณ​อาทิตย์​หนึ่ง เกิดอะไรขึ้น ทำไมไหลมาได้หลายหน้าขนาดนี้   ???

ขอย้อนอ่านแปบว่าถกอะไรกันมาบ้างเนี่ย   ;)
สถาปนิก, นักออกแบบและสร้างสรรค์เพื่อเหล่าหมีผู้น่ารัก
โครงการนิยายแต่ง หน้าหลัก;Age of War;DSU Board
 

ออฟไลน์ Diamos

  • นักปราชญ์แห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,014
  • ถูกใจแล้ว: 4581 ครั้ง
  • ความนิยม: +446/-110
  • เพศ: ชาย
Re: คิดยังไงหกับข่าวไวรัสโคโรน่า
« ตอบกลับ #2199 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2020, 09:51:54 AM »
[quote/]


ไอ้เรื่อง ปิดข่าวนี่จีนน่าจะทำจริง ส่วนเอาไวรัสไปปล่อยนี่อาจเป็นแค่การปรักปรัมครับ


ถ้าการป้องกันของประเทศอเมริกาดีจริง มันคงไม่ระบาดขนาดนี้ครับ


คือถ้ามันระบาดแค่ 10-20 ประเทศ อาจจะมองว่ามีการเอาไปปล่อย
แต่นี่ระบาดไปแทบทุกประเทศแล้วมั้ง


ไม่ว่าจีนจะเอาไปปล่อยรึไม่ ยังไงอเมริกาก็ไม่รอด
แล้วยุโรปก็ติดไปทั่วก่อนแล้ว มีความเป็นไปได้ว่า อเมริกาติดมาจากยุโรปด้วยซ้ำ


จริงอยู่ที่ตอนระบาดแรกๆคนจีนหนีกระจายไปทั่วโลก
แต่อย่าว่าแต่จีนหนีออกนอกประเทศเลย


ทุกชาติทั่วโลก หนีการระบาดหมด แม้กระทั่งคนอเมริกา ที่อยู่ไทยก่อนการระบาดในอเมริกา
ก็มีหลายคนขออยู่ไทยต่อ


ส่วนคนไทยที่อยู่ในประเทศที่ระบาดรุนแรงก็อยากกลับไทย




เพราะงั้นแทนที่จะบอกว่าคนจีนตั้งใจแพร่เชื้อ ต้องพูดว่ามันเป็นธรรมชาติมนุษย์มากกว่า


ขนาดคนไทยบางคนยังเป็นพาหะ ทั้งที่ไม่มีอาการป่วยเลย




แต่ด้วยนิสัยของประเทศจีนก็ฟังขึ้นนะว่าตั้งใจไปปล่อย
แต่ที่เค้าว่าเชื้อที่ระบาดในจีนมาจากอเมริกา ก็ฟังขึ้นเช่นกัน


เพราะงั้นอะไรที่มาจากปากทรั้มป์ ก็ฟังหูไว้หู อย่าไปเชื่อมาก


ตอนนี้สิ่งที่ออกมาจากทั้งฝั่งอเมริกากับจีนนี่ผมไม่เชื่อทั้งคู่เลยครับ แม่มการเมืองพอกันทั้งสองฝ่าย


ดูยังไงก็คือทรัมป์เริ่มรับมือไม่ไหว และอยากได้เงินจากจีนมาหนุนเศรษฐ​กิจตัวเองชัด ๆ


ส่วนจีนก็รู้ตัว ถ้าปล่อยให้เป็นตามเกมส์ทรัมป์ ประเทศตัวเองได้จ่ายเงินค่าเสียหายอานฉิบหายแน่ (เพราะช่วงเริ่มต้นระบาดของเชื้อ จีนรับมือพลาดช่วงต้น  รวมถึงการข่าวที่เชื่อได้ยาก เครดิตจีนเรื่องนี้แกเสียเยอะ)​


ก็นั่นละ ผมเลยไม่อยากเชื่อข่าวจากสองประเทศ​นี้เท่าไหรนักในช่วงนี้
สถาปนิก, นักออกแบบและสร้างสรรค์เพื่อเหล่าหมีผู้น่ารัก
โครงการนิยายแต่ง หน้าหลัก;Age of War;DSU Board
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: daijobu, KAGUYA, Kopyor และมีอีก 0 หมีที่ถูกใจสิ่งนี้

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก