#66ใครบอกว่าไม่เชื่อถือ ใครบอกว่าสถิติไม่มีมูล อย่าง#40 #46 ยิ่ง#49 ก็ยิ่งเอ่ยในเรื่อง
ในเมื่อถ้ายกทฤษฏีนี้มาแล้ว ทำไมถึงยกแค่สัญชาติญาณที่เป็นประโยชน์มาอย่างเดียว แต่ไม่ยก
DNAในเรื่องเสียผลประโยชน์มาร่วมด้วย ไม่งั้นมันก็ไม่ต่างอะไรกับกรณีรณรงค์อ้างเรื่องสิทธิสตรี
มาเรียกร้องเพื่อเอาเปรียบสังคม คล้ายๆผู้ชายเห็นแก่ตัวบางคน ที่บอกว่า "ที่ผมหน่ะเจ้าชู้มันเป็น
สัญชาติญาณ ผมแค่ทำตามสัญชาติญาณ แต่อย่าเอ่ยถึงสัญชาติญาณปกป้องตัวเมีย หาอาหาร
หาเงินนะ เพราะผมจะทำเฉพาะสิ่งที่อ้างแล้วสบาย ได้เปรียบเท่านั้น" ใน#51ก็ยิ่งย้ำว่าให้เอามา
ให้ครบถ้วน
อย่างย่อหน้าสุดท้าย#49 ก็ได้เอ่ยถึงอ.ฟูจิ ซึ่งตีแสกหน้าความจริงของผู้หญิงด้านนี้ ซึ่งก็พูด
ถึงเรื่องตัวเมียทำไมอยากได้เงิน และบอกถึงเหตุตัวผู้เจ้าชู้ แต่ต่างกันคือ "อ.ฟูจิกลับบอกถึง
วิธีผสานความเข้าใจนี้" ให้ตัวเมียรับรู้ในนิสัยตัวผู้ และให้ตัวผู้รับรู้ในนิสัยตัวเมีย บอกถึงเรื่อง
ให้ทั้งตัวเมียตัวผู้เข้าใจในสัญชาติของกันและกัน เพื่อจะรับมือด้วยวิธีอย่างไร
เดี๋ยวลงคลิปหล่ะกัน ทำไมถึงหาว่าไม่เห็นด้วยได้ยังไงเนี่ย?? เพราะสิ่งที่ต้องการสื่อคือ
อย่านำทฤษฏีมาใช้ครึ่งเดียว อย่าเอามาเฉพาะส่วนอย่างนี้ และอีกอย่าง ใน#46ก็บอก
ถึงเรื่องที่ถ้าผู้ชายบอกว่าทำให้เค้ามีความสุขของผู้หญิงนั้นกว้างมากกกกกกกก
ผู้หญิงก็มองเช่นกันว่าทำให้เค้ามีความสุขของผู้ชายนั้นก็กว้างมากกกกกกกก ทำไมถึงคิดว่า
มีเฉพาะเพศชายเท่านั้นที่หาว่าหญิงเรื่องมากหล่ะ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายก็คิดว่าเพศชายไม่เป็นหล่ะ
อุตส่าห์พาโรดี้ข้อความเพื่อให้สะกิดใจว่า แค่เปลี่ยนอักษรจากคำว่าหญิงเป็นชาย ก็จะเห็นว่า
อืม...ตำราซุนหวู่ รบร้อยครั้ง นอกจากไม่รู้เขาแถมยังไม่รู้เรา =="
ทำไมผู้หญิงถึงหน้าเงิน ผลวิจัยดูคำตอบกัน
[youtube/]
ผมยกตัวอย่างที่เริ่มเถียงกันว่าไม่มีหลักฐาน" ว่าไม่ใช่ผู้หญิงทั้งหมดที่เป็นอย่างน้น"
ซึ่งผมยอมรับว่า ใช่ครับ
แบสอบพามจำนวนมากก็ยังไม่น่าเชื่อถือ มีช่องโหว่ให้โจมตีได้
นักวิทยาศาสตร์ไม่คสรยอมรับเหตุผลครึ่งๆกลางๆว่า "เพราะไม่อาจทดลองได้เลยยอมรับผลการทดลองที่ไม่สมบูรณ์"
แค่กำลังจะบอกว่า แบบสำรวจอย่างอื่น มันเชื่อถือได้น้อยกว่ายอดขายฟิฟตี้เชดหรือทไวไลท์เท่านั้นเอง
และอาจจะมีข้อแตกต่างบางประการด้วย เช่น กลุ่มเป้าหมายของฟิฟตี้เชด คือผู้หญิงอายุมากกว่ากลุ่มของทไวไลท์ ทั้งที่มาจากต้นตอเดียวกันคือ ฟิฟตี้เชด มาจากแฟนฟิคของทไวไลท์
อันเป็นเรื่องน่าสนใจมากราวกับมุกเกิดใหม่ในต่างโลกของผู้ชายโอตาคุ ที่เพียงแค่เริ่มจากแฟนฟิค ปรับเปลี่ยนชื่อนิดหน่อย ก็ได้เรื่องใหม่มา
เรื่องความเท่าเทียม...ผมเห็นต่างกับท่าน blade นะ
ท่าน blade อยู่สาย ฮาเร็ม
ผมมองว่าสังคมผัวเดียวเมียเดียวคือสังคมที่มั่นคงที่สุด
กระจายผู้หญิงให้อยู่กับผู้ชายให้มากที่สุดเท่าที่จะกระทำได้โดยบังคับ monogamy ด้วยเหตุผลทางกฎหมายและศาสนา
นั่นคือ "ความเท่าเทียม" ในมุมมองของผม...น่าเสียดายคนไม่เห็นด้วยในปัจจุบันเริ่มเยอะขึ้น
ทั้งอย่าง ท่าน blade ที่มองว่า ฮาเร็มไม่เป็นอะไร
ทั้งแฟมินิสม์ที่มองว่า Open relationship ,polygamy ไม่เป็นอะไร
น่าเสียดาย ทั้งที่ผัวเดียวเมียเดียว มีไว้เพื่อปกป้องทุกคนแท้ๆ
กละบมาที่ทไวไลท์หรือฟิฟตี้เชด
เราจะเห็นว่า ผู้หญิงจริงๆ ไม่สนใจเบลลาหรือแคทนิส แต่สนใย เอ็ดเวิร์ด จาคอบ ปีเตอร์ เกรย์มากกว่า
นี่คืออีกเรื่องที่ผมเห็นว่ามันมากกว่าเรื่องเงิน
ผมไม่ชอบใจที่แนวว่า "ผู้หญิงเก่ง แต่ผู้ชายก็ยังเก่งกว่า" ทั้งในแนวลูกสาวดยุก หรือทไวไลท์ ฟิฟตี้เชด
สังเกตแนวของผู้ชาย พระเอกห่วย ไม่มีชิ้นดี แต่สาวๆในฮาเร็มเก่งปกป้องพระเอกได้ มันแสดงความรู้สึกของลูกค้ากลุ่มผู้ชายว่าต้องการผู้หญิงเก่งจริงๆ
ที่ต่างไปคือมนนิยายของผู้หญิง ต้องการให้ผู้ชายเก่งกว่าและฐานะเหนือกว่าด้วย
แต่ผู้หญิงต้องสามารถทำให้ผู้ชายที่เก่งสุดยอดคนนั้นเป็นคนดีด้วยความรักของเธอนี่คือส่วนที่สำคัญที่สุด เท่าที่ผมสังเกตมา
คือ เจอหนังเรื่อง สเต็ปฟอร์ดไวฟ์ ที่ให้ผู้ชายสามีพูดว่า เพราะผู้หญิงต้องการเท่าเทียมกับผู้ชาย ผู้ชายจึงต้องกลายเป็นเทพเจ้าแทน....แต่เป็นอย่างนั้นจริงๆหรือ?
ในเมื่อ ลูกสาวดยุก ทไวไลท์ ฟิฟตี้เชด บอกเราอีกอย่างว่า ฐานะผู้ชายเก่งกว่าเหนือกว่าไม่ใช่ปัญหา แค่เขาเปลี่ยนไปเพราะเพราะเธอก็พอ
หากให้ผมสรุปคือ ผู้หญิงต้องการฐานะเดียวกับผู้ชาย แต่ผู้ชายที่คู่ควรกับเธอคือเทพเจ้า ที่เหนือสามัญชนขึ้นไปอีกระดั
ไม่ว่า เอ็ดเวิร์ดหรือเกรย์ก็ตาม
ไม่ว่ากันเป็นเรื่องดีทางพันธุกรรม ในภาพรวม ถึงแม้จะไร้หัวใจไปหน่อย แต่คนมีทรัพยากรมากกว่าก็สืบทอดลูกหลานได้ดีกว่า
ข้อดีของผัวเดียวเมียเดียวจะมีมาตอนนี้คือ
หากชายกลางมีพจมานเอาไปแล้ว ผู้หญิงคนอื่นก็สามารถเล็งท่านต้อมได้ หรือคุณทนายประจำตระกูลและชายน้อยตามลำดับ
ฮาเร็มจะเปิดโอกาสให้ผู้หญิง มีโอกาสเข้าถึงชายกลางเพิ่มมากขึ้น แน่นอนตามหลักเศรษฐศาสตร์ เวลาและความสนใจที่จะมอบให้แต่ละคนลดน้อยลง จึงมีหลายคนเลือกตัวเลือกรองลงมา
สมการตรงนี้เป็นความคิดส่วนตัวของแต่ละบุคคลไม่โจมตีใคร
แต่ค่านิยมสังคมได้ช่วยกดดัน ไม่ให้ผู้หญิงเลือกเป็นเมียน้อยเสี่ย มีอัตราเพิ่มขึ้น ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อทางศาสนา วัฒนธรรม
เปิดโอกาสให้เธอต้องเลือก ท่านต้อม คุณทนายและชายน้อย พี่ขับสามล้อ ที่เป็นผู้ชายระดับรองลงมาแทน
มันเป็นระบบที่กระจายความเสี่ยงที่ดี
ปัญฟาเกิดขึ้นเมื่อมีคนสนับสนุนฮาเร็ม และ"เมื่อโลกไร้ชายที่พึงเชย อย่ามีคู่เสียเลยจะดีกว่า"ที่ทำให้สาวโสดเพิ่มมากขึ้น
เพราะหลีกเลี่ยงคู่ครองที่มีฐานะต่ำกว่า เรื่องนี้ก็มีคนยกมาอีกนั่นล่ะ
แต่คอลัมน์ แฟมินิสม์ก็สนับสนุนผู้หญิงประมาณว่า "ให้มองว่าตนเองมีคุณค่า อย่าลดมาตรฐานตนเอง หรือลดค่าตนเองไกเลือกคนที่ไม่คู่ควร"...ก็อาจจะจริง
แต่ตามสมการ ชายกลางมีแค่คนเดียว คนที่พอแทนที่ได้ก็มีแต่ท่านต้อมเท่านั้น
ตัวเลือกนั้นเหลือน้อยมากในสภาพสังคมปัจจุบันที่ผู้หญิงจะเล็งคนที่ฐานะสูงกว่ามาตรฐานเงินเดือนคนปรกติ
หากหมดไปจากท่านต้อมก็เหลือแค่ คุณทนาย ชายน้อยและคนขับสามล้อตามสมการเท่านั้น
ที่ผมกล่าวมาคือจะบอกว่า สภาพความเป็นจริงไม่ปราณีใครน่ะครับ
คนเราเลือกหนทางที่ทำให้ตนเองเป็นทุกข์ได้เสมอ
ซึ่งนั่นก็ไม่เท่าไร ที่ผมสงสัยคือ นี่แม้แต่คนที่ออกแนวออทิสติค ไม่เข้าใจคำใบ้ทางสังคมอย่างผมยังพอเข้าใจ
ทำไมผู้หญิงที่เข้าใจทางสังคมมากกว่า ถึงมองไม่ออกถึงปัญหา?