นิดหนึ่งนะครับท่าน ผมไม่ได้เกลียดผู้หญิงมองว่าชั่วร้ายนะ ผมพยายามทำความเข้าใจ ถึงไม่พยายามกล่าวหาผู้หญิงที่มาดีเบทด้วย
ว่าแนวคิดบางอย่างมีที่มาที่ไปอย่างไร
มีการกล่าวว่าในการตัดสินใจนั้น เราตัดสินใจไปแล้ว แนวคิดที่เกิดทีหลังในสมองคือการอธิบายให้เหตุผลแก่ตัวเราเองเท่านั้น
เรื่องแนวความคิดฮิตเลอร์....ผมไม่อยากกล่าวหาชาวยิวหรือว่าร้ายซ้ำเติม
เอาแบบคร่าวๆนะครับผม
เคยเล่นเกมวางแผนหรือเปล่าครับ ที่บัวคับยูนิทต่างๆ?
หากมองจากตัวเลขและการวางแผน สิ่งที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในตัวเลขคือสิ่งที่ดีที่สุดของสังคม
หากเราควบคุมยูนิทในสังคมไม่ได้เราก็ต้องกำจัดยูนิทนั้นออกไป
หากเอาแบบกลางๆคือ รัฐซ้อนรัฐ กฎหมายของรัฐไม่ใช่กฎหมายใหญ่สุดแต่ยังมีศาสนาคุมอยู่ในรัฐนั้นอีกที มีกลุ่มที่ทำเพื่อผลประโยชน์พวกเดียวกันเอง
พวกสกินเฮ้ด อ้างว่าปนะเทศต่างๆไล่ชาวยิวออกมาแล้วนับร้อยประเทศ
มีคนอธิบายแบบมีเหตุผลว่า นั่นเพราะ ราชาแบกรับหนี้ไม่ไหว จึงใช้วิธีไช่ชาวยิวที่เป็นคนปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยสูงออกจากประเทศ เรียกว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเวอร์ชั่นโบราณก็ได้
ถ้าท่านเคยอ่านเจาะเวลาหาจิ๋นซี ก็ทราบใช่ไหมครับว่า ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยสูง คือสัญลักษณ์ของรัฐที่เสื่อมถอย
ชนชั้นยากจนจะยิ่งจนและสร้างความเกลียดชังมากขึ้น
แต่นั่นคือในจีน
ในทางตะวันตก Usury ปล่อยดอกเบี้ย ห้ามไว้ในศาสนาอิสลามและคริสต์ แต่ชาวยิวไม่มีห้ามไว้ ทำให้ผลลัพธ์คือชาวยิวเป็นผู้กุมเศรษฐกิจ และพวกนี้มีนิสัยเป็นชนเผ่าที่เหนียวแน่น กฎและสังคมของตนเอง
คิดว่าป้ญหามันจะร้ายแรงกว่าเจาะเวลาหาจิ๋นซีหรือเปล่าล่ะครับ?
ภาษาหนังจีนคือ ที่ข้างหมอนไยปล่อยให้ผู้อื่นมานานกรนได้?
มันคือปัญหาทีมีมานานแล้วว่าคนเราแบ่งเป็นแก็งค์เป็นเผ่า
อิสราเอลหลักฐานว่าชาวยิวเป็นประชากรส่วนใหญ่ ก็ไม่ใข่ว่าประเทศสงบ มีการจ้องจะฆ่ากันตายกับคนต่างศาสนา
นี่ก็พึ่งจะมีการออกกฎหมาย เอกลักษณ์ชาติของอิสราเอลไป
ว่าจะไม่ยอมเสียอัตลักษณ์ของชาวยิว...
เอาเป็นว่าคุยกันยาวครับ ผมไม่อยากโทษว่าใคร
แต่สรุปคือ หากมองเรื่องนี้ตามตรรกะ ว่าเผ่าของเราต้องได้ทรัพยากรสูงสุด การทำทุกอย่างเพื่อตนเอง ครอบครัว สังคม ศาสนา ประเทศของตนเองไว้ก่อนนั้นผิดหรือ?
ลองปิดชือชนชาติต่างๆและจินตนาการว่าท่านเช่นเกมส์ซิมสิครับ
ท่านจะทำอย่างไรในการที่ทำให้ประเทศซิมของท่านมีทรัพยากรสูงสุด?
นั่นคือการมองอย่างไม่มีความหวังล่ะครับ
แต่หากย้งเชื่อในความดีของมนุษย์ว่าคนต่างชาติศาสนายังอยู่ร่วมกันได้ เราก็ยังไม่เดินทางเดียวกันกับฮิตเลอร์
[quote/]
อืมเราเข้าใจนะ สำหรับคนที่ศึกษาประวัติศาสตร์พวกนี้ เพียงแต่บางครั้งทางเลือกในการจัดการมันมีหลายวิธีมากกว่า ตรรกะฮิตเลอร์มันสุดโต่งไปรุนแรงไป ทุกวันนี้มันจึงมีการศึกษาหลักการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีไง
ส่วนเรื่องแต่งกับผู้ชายรวยเราก็ยอมรับว่าทุกคนมักเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเสมอๆ และสิ่งที่เพอเฟคที่สุดในระบบทุนนิยมคือการมีทรัพสินมากนั้นเอง เพราะการมีทรัพสินมากนั้นบงบอกความสำเร็จทุกอย่างในชิวิตในระบบทุนนิยมโดยไม่สนใจในที่มาของทรัพสินนั้นเท่าไหร่
ท่านเป็นแอสเปอร์เจอ คงเข้าใจดีสินะครับ พอดูสถิติข้อมูล และเอาตรรกะล้วนๆมาตัดสิน คำตอบจะน่ากลัวมาก
พวกเรามีจุดอ่อนอย่างสังเกต สีหน้า เข้าใจธรรมเนียมสังคม หรือดูอะไรหลายอย่างไม่ออก
แต่เก่งเรื่องการสังเกต และการจัดหมวดหมู่
กลับมาที่เรื่อง ไวฟุ
ผมว่าเงินเป็นตัวเลือกที่น่าดึงดูด ผมไม่มองใครด้อยลงเพราะเรื่องนั้น
ผมแค่คิดว่า จะรู้สึกอย่างไรหากทุกคนใช้กฎเดียวกันโดยไม่มีศีลธรรมของศาสนามาเกี่ยวข้อง?
โดยใช้นโยบายและยุทธวิธีที่ได้ผลที่สุดในการได้คู่ครองที่ดีที่สุดโดยไม่คิดว่าการกระทำของตนเองนั้นผิดศีลธรรม?