[quote/]อันนี้ผมก็อาจจะหัวร้อนมากเกินไปหน่อย(?)จริงๆนั่นแหละครับ
แต่ยังไงก็สงสัยอยู่ดีว่า "ทำไมเราต้องเสียเงินเพิ่มเพราะความผิดพลาดของผู้ประกอบการเองด้วย?"
ถ้าถามว่าเราต้องเสียเงินเพิ่มทำไมอันนี้ ผมก็คิดแบบนี้มาตั่งนานแล้วเหมือนกันเมื่อประมาณเจ็ดแปดปีก่อนตอนช่วงสถาพรรุ่งเรือง ผมเคยซื้อหนังสือในงานมาแล้วหน้าซ้ำไปหาเปลี่ยนที่ไหนก็ไม่มีเพราะ
เพิ่งวางในงานหนังสือที่เพิ่งจบไป จนโทรไปถามสำนักพิมพ์เค้าก็บอกให้ส่งมาที่สำนักพิมพ์เลย
โดยค่าส่งกลับเขาจะรับผิดชอบเอง เอาเรื่องนี้ไปคุยกับเพื่อน(ตอนนั้นก็หัวเสียเหมือนกัน) แล้วเพื่อนก็ทัก
มาว่าจะให้เขาจ่ายกลับทางไหนยังไงล่ะ โอนตังมาก็ยากแบงค์ไม่ตรงกัน จะให้เค้าเสียตังไว้สำหรับกรณีแบบนี้เลยก็ใช่ที่เพราะเคสแบบนี้มีเกิดขึ้นไม่บ่อย บลาๆมีหลายเหตุผลที่ฟังแล้วก็โอเคพอให้คิดตาม
แต่สมัยนี้อะไรๆก็สดวกทุกอย่าง แต่มันก็จะติดที่รูปแบบขององค์กรอีกน่ะแหละซึ่งเราไม่รู้รูปแบบการเบิิิิิิิิิิิกจ่ายบลาๆอะไรๆ ในองค์กรเค้าอยู่ดี อาจจะติดปัญหาตรงนี้ีด้วยส่วนนึง ยกตัวอย่างบางบริษัท จะเบิกค่ารักษาต้องรอเป็นเดือนๆให้ถึงรอบส่งเรื่องทำเรื่อง ในกรณีนี้มันก็อาจจะแบบเดียวกันถึงจำนวนเงินจะไม่มากแต่ถ้าใครทำงานในองค์กรหรือบริษัทที่เข้มๆนิดนึงจะรู้ว่าการเบิกของเช่นปากกายังต้องไปเซ็นชื่อกับเลขพนักงานเลย ไม่ใช่เรื่องเยอะแต่มันเป็นมาตราฐานของเขาลองคิดดูว่าถ้าคนส่งหลายๆคนมันจะเสียเวลามากและเป็นช่องทางบางอย่างให้ทุจริตได้ รวมถึงถ้ามีการสำรองจ่ายมันก็เป็นช่องทางอีก ซึ่งพอมันช้าปัญหาต่างๆมันก็จะตามมาอีกนั่นแหละเยอะแยะ
อันนี้พูดถึงในแง่องค์กรทั่วๆไปนะไม่รู้ว่านกย่างมันเป็นยังไงคิดยังไงของมันกัน