[quote/]ถ้าให้ผมอยู่บู๊ตึ๊งที่ไม่ได้แต่งงานมีทายาทเพื่อสืบทอดอำนาจนี่ตำแหน่งเจ้าสำนักนี่โคตรไม่อยากเป็นหรอกครับ. งานก็เยอะ โอกาสถูกลอบสังหารก็เพียบ. คุ้มตรงไหนที่ต้องมาเป็นเจ้าสำนัก? เป็นผู้อวุโสชิลเอ้าท์กว่าเยอะ
ผมว่าเจ้าสำนักบู๊ตึ้ง นี่ติสท์แล้วก็ขี้แกล้งนะครับ
ปลอมตัวเป็นคนตัดฟืนเพื่อเอาใจเหล็งฮู้ชงอย่างนี้ ผมยังงงว่าระดับเจ้าสำนักทำไมมาตัดฟืนด้วยตนเองหว่า
สงสัยอยากให้ใครมาหาเรื่อง หรืออาจจะต้องการแอบดูพวกศิษย์ว่าทำตัวกันอย่างไรบ้าง
เพราะมีการบอกตรงๆว่า เจ้าสำนักมีการส่งคนออกไปสืบเหมือนกัน
ผมชอบบู๊ตึ้งในภาคภาพยนตร์แฮะ ที่จางซันฟงบอกให้ บ่อกี้มีภริยาไปได้
แต่งงานไม่ได้ทำให้เสียพลังวัตร เจ้าพวกนั้นมันคิดกันไปเองว่าแต่งงานไม่ได้เพราะไม่เห็นข้าแต่งงาน
ข้าแค่ไม่มีสาวติดเท่านั้น
หากนับจาวซันฟงเป็นสำนักที่เน้นเต๋า บำเพ็ญพรต
การบำเพ็ญคู่ก็มีเหมือนกันที่ให้ชายหญิงเสพสังวาสน์ ...แต่การฝึกน่าจะเอ็กซ์เกินไปเลยมีแต่หวงอี้ที่แต่ง
ผมไปอ่านบอร์ดต่างประเทศมา เขาวิเคราะห์เรื่องนี้ว่า คนที่ฝึกวิชาบำเพ็ญคู่ ใช้ lust ความใคร่จะถูกมองเหยียดหยามไม่ต่างอะไรกับคนติดเฮโรอีนในสังคมของพวกป้าๆที่เข้าโบสถ์วันอาทิตย์
และLust นั้นสะสมเข้าไปในร่างกายก็ไม่ต่างอะไรกับคนติดเฮโรอีนเพราะจะไม่สามารถคิดถึงอะไรได้นอกจากความใคร่เท่านั้น
ซึ่งหากนับข้อดีคือการสะสมพลังปราณนั้นทำได้อย่างมีความสุขมาก ไม่น่าเบื่ออย่างการฝึกแบบปกติ
และจะสามารถฝึกได้ทั้งวันโดยไม่ต้องไปไหนและไม่เบื่อหน่าย
แต่คนที่ฝึกวิชานี้จะไม่สามารถเข้าสังคมที่ยัดถือธรรมเนียมอย่างยุทธจักรที่ต้องรักษาหน้าตาและชื่อเสียงไว้ได้
ผู้ชายฝึกก็จะถูกมองอย่างไม่ไว้ใจ ผู้หญิงฝึกก็จะมองเป็นนางมาร
ในแฟนฟิคผมก็จะลองเขียนเรื่องนี้ไว้ครับว่าทำไม การฝึกที่รู้สึกดี ทำไมคนไม่นิยม
ผมชอบนะที่หวงอี้เขียนตอนหลัง ว่าคนทีฝีกวิชาพันธุมารพลาด จะกลายเป็นปีศาจราคะ ฆ่าข่มขืนคนไปทั่ว ควบคุมตนเองไม่ได้ หรือ บุคลิกแตกแยกอย่างเทพอาถรรพ์
และการที่คนในยุทธจักรไม่ไว้ใจนั้นก็สมควรอยู่เพราะคนที่ฝึกวิชาแบบนั้น จะรู้สึกว่าฝึกวิชาแบบปกติ ไม่มีประสิทธิภาพ และ ไม่สนุกเท่ากับการเสพสังวาสน์
คนที่มีจิตใจเข้มแข็งเท่านั้นอาจจะรอดไปได้ แต่ ขนาดอัจฉริยะแห่งยุคอย่างเทพอาถรรพ์ยังทำได้แค่ควบคุมตนเองเป็นบางเวลา
วิชาพันธุมารนั้นสมแล้วที่เป็นยอดของสำนักมาร เพราะมันอันตรายจริงๆ