เขาเรียกวิธีหักดิบแบบบังคับเลือกครับ จากนี้ไปมนุษย์เรา้อวตัดสินใจทันทีเพราะทุกคนต่างก็มีพลังงานมหาศาลไว้ในมือแล้ว
จะสู้กันให้โลกแตกในพริบตา หรือ จะยอมพัฒนาไปด้วยกัน คนเลวและคนดีมีพลังเท่ากันแล้ว
ตามนั้นเลย เพราะนายกญี่ป่นก็พูดแล้วว่า ไม่ว่าหลังจากนี้จะเกิดการนองเลือดขนาดไหน มันก็จะไม่ใช่ความผิด
ของคนที่ให้มาหรือตัวของวามเอง มันเป็นความรับผิดชอบของมนุษย์ด้วยกันเองเท่านั้น เพราะงั้นการที่มีวามเกิดขึ้น
ถือว่าเป็นเรื่องดีแล้ว นั้นคือนายกก็ช่วยเคลียร์ส่วนหนึ่งของโจทย์ให้ด้วย ถึงความคิดของคนเจรจาฝั่งญี่ป่นที่เป็นผู้หญิง
ก็ไม่ผิดหรอกที่วามเกิดขึ้นเร็วเกินไป และบ้างทีมันไม่ควรตกมาอยุ่ในมือมนุษย์เลยด้วยซ้ำก็ถูกด้วย แต่ถ้ามันเกิดขึ้นแล้ว
เราก็ต้องหาทางแก้ไขปัญหาที่จะตามมาเท่านั้น จะไปคร่ำครวญว่ามันไม่ควรมีหรือเกิดขึ้นไม่ได้อีกแล้ว
อะไรหลายๆอย่างในโลกมนุษย์เราตอนนี้ ก็บอกได้ว่ามันเร็วเกินไปที่มนุษย์จะมีมัน โดยเฉพาะช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
มานั้นมนุษย์พัฒนาได้เร็วเกินไปด้วยซ้ำ เมื่อเทียบกับการพัฒนาจนถึงก่อนหน้าสงครามโลกครั้งที่สอง และรวมทั้งไม่ควรที่จะ
มีมันด้วย เช่น สูตร E=mc^2 ที่ให้กำเนิดระเบิดนิวเคลียร์ เป็นต้นแต่ในเมื่อมันมีมันแล้วเราก็ต้องแก้ไขปัญหาตามหลังกัน
ต่อไป เพราะถึงสูตรนี้จะก่อเกิดระเบิดนิวเครียร์ขึ้นมา(แม้ไอน์สไตน์จะไม่ได้ตั้งใจสร้างมันขึ้นมาเพื่อใช้แบบนี้ก็ตาม) แต่มันก็
ทำให้เรามีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ได้ด้วยเหมือนกัน
วามก็ไม่ต่างอะไรกับสูตรนี้ มันมีทั้งดีและร้ายอยู่ที่มนุษย์เราจะเอามันมาใช้ยังไง เพราะวามเองก็มีการรบกวนคลื่นแม่เหล็กที่ทำให้
โลกร้อนขึ้นนั้นคือ วามเองก็เป็นอุปกรณ์ทำลายโลกทางอ้อมไม่ต่างจากกากนิวเคลียร์หรือสารกัมตรังสีเลยอยู่ดี พวกเราใช้วาม
กันตรงๆไม่ได้นานอยู่แล้ว แต่วามจะเป็นตัวช่วยพัฒนาอย่างอื่นขึ้นมา
ดูแล้วจุดประสงค์ของมนุษย์ฮิโฮเองก็ไม่ได้ให้วามมาเพื่อเอามาใช้ตลอดไป แต่ให้มาเพื่อเป็นไอเดียจุดประกายการพัฒนาสิ่งอื่นมากกว่า
เรียกว่าไม่ต้องรอความบังเอิญมาช่วยจุดประกาย(วามถ้าให้เวลามนุษย์ต่อไปเรื่อยๆ ก็จะคิดค้นกันขึ้นมาได้เองแค่มันถูกนำมาบังคับให้
ก่อนเวลาเท่านั้นเพื่อเร่งการพัฒนาของมนุษย์) แต่เร่ประกายด้วย โอเวอร์ เท็คโนโลยี ในเวลานี้ไปเลยเพราะมีมนุษย์ที่พร้อมจะพัฒนาให้
แล้วอย่างน้องแว่นอยู่แล้วด้วย