คลิปเขาพูดถึงเรื่องลุงทรัมป์ไปเยือนท่านฉี แต่แจงในมุมมองเศรษฐศาสตร์ แกพูดซะผมตาสว่าง
บัญชีเดินสะพัดเกินดุล
คือการที่เราส่งของออกไปขายได้เงินมากกว่าเงินที่เราจ่ายไปในการนำเข้าสินค้า
แต่เมื่อมองในมุมกลับแล้วแปลกว่าเราผลิตเกินความสามารถในการบริโภคของประชาชนในประเทศไม่ว่าจะในด้านราคา(แพงเกินไป)หรือด้านปริมาณ(ล้นตลาด)
แล้วอะไรทำให้เกิดภาวะผลผลิตเกินความต้องการ1. การขยายกำลังการผลิตเกินกว่าความต้องการตลาด
2. รายได้ของประชากร
ในกรณีนี้ถ้าเรามองกันแล้วสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นตามกลไกตลาดคือการลดราคาเพื่อให้ขายของได้
แต่รัฐไม่อุ้มประชาชน ปล่อย/ดัน สินค้าที่เกินให้ไปขายที่อื่นทำให้ราคาสินค้านนั้นๆ ที่ควรจะลดลง ไม่ลด แถมยังจะแพงขึ้นด้วยเพราะส่งไปขายต่างประเทศได้ราคาดีกว่า
ข้อดีผู้ประกอบการมีรายได้มากขึ้นจึงขยายฐานการผลิตเพิ่ม ทำให้คนงานฝีมือดีหรือเส้นสายสวยได้เลื่อนขั้นแต่นั้นไม่ได้ทำให้ตำแหน่งงานต่างๆ มีเงินเดือนเพิ่มขึ้น
ข้อเสียเงินเฟ้อครับ การขยายฐานการผลิตมักตามมาด้วยการบริโภคทรัพยากรเพิ่มเช่นน้ำมันในการขนส่งของ ไฟฟ้าในการผลิต พวกนี้ทำให้ราคาปัจจัยที่เกี่ยวข้องสูงขึ้นจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นแต่กำลังการผลิตเท่าเดิม แล้วปัจจัยพวกนี้ส่วนใหญ่จะส่งผลให้ต้นทุนผู้ประกอบการอื่นๆ สูงขึ้นด้วยทำให้ราคาสินค้าต่างๆ ขึ้นตามไปด้วย
บัญชีเดินสะพัดขาดดุล
คือการที่เราส่งออกไปขายได้น้อยกว่าจ่ายค่านำเข้าสินค้าเข้ามา ซึ่งสามารถเกิดจากเราส่งออกขายได้น้อยลงหรือเรานำเข้ามากขึ้นก็ได้ ตลอดจนอัตราแลกเปลี่ยนเงินระหว่างประเทศ
กรณีนำเข้ามากขึ้น1. นำเข้าสิ่งที่เราขาดแคลนหรือไม่สามารถผลิตเองได้ อันนี้เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงว่าเศรษฐกิจเราเจริญเติบโต
2. นำเข้าสินค้าที่เราผลิตได้ในราคาถูกกว่า อันนี้จัญไร ทำให้ผู้ผลิตสินค้านั้นๆ ในประเทศเจ๊ง ลดขนาดหรือปิดกิจการ ประชาชนตกงาน
กรณีส่งออกขายได้น้อยลง1. ความสามารถในการบริโภคของประชาชนสูงขึ้นไม่จำเป็นต้องส่งออก อันนี้ดีแปลว่าคนทั่วไปมีรายได้มากขึ้นหรือจำนวนประชากรสูงขึ้นมากพอ
2. ไม่ว่าจะความต้องการของประเทศคู่ค้าน้อยลง อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินหรือโดนเจ้าอื่นตีตลาด ผลคือกดค่าแรงคนงาน เลิกจ้างจากเหตุลดกำลังการผลิตซึ่งอาจจะปิดบางสายการผลิตไป
บัญชีเดินสะพัดที่ดี ?
อันนี้ผมมองว่าใกล้เคียงกับ 0 ดีที่สุดสำหรับประชาชน เกินดุลเงินเฟ้อ ขาดดุลตกงานตามมาด้วยเงินฝืด