[quote/]
ที่ผมเห็น เขาไม่ได้พูดว่า "ฉันเกลียด AI"
เขาพูดว่า "ฉันเกลียดผู้บริหารห่วยๆ ที่พึ่งแต่ AI และตัดสินใจผิดพลาด"
อันที่จริงผมสังเกตุเห็นสิ่งเดียวกัน ว่าปัจจุบัน สังคมโลกกำลังก้าวไปสู่การ ทำงานไม่เป็น
แม้แต่ในหมู่คนที่ถืออำนาจการตัดสินใจก็กำลังจะทำงานของตัวเองไม่เป็น
คนที่เป็นหัวของทุกๆระบบ จำเป็นต้องมีสกิล เกี่ยวกับการประเมินคนและการใช้คน + ความสามารถในการมองทิศทางไปถึงอนาคต
แต่ทว่าคนรุ่นใหม่ๆกำลังมองหาทางลัดและพึ่งพาสิ่งนั้นมากเกินไปจนหลายๆอย่างมันคลาดเคลื่อนไปจากที่ควรจะเป็น
และเพราะยิ่งไม่มีความสามารถในการมองทิศทางไปถึงอนาคต ความเลวร้ายมันจึงไม่ถูกปรับแก้จูนให้เข้ารูปเข้ารอยและเดินถลำไปสู่หุบเหวในอนาคต
ในทุกๆงาน พื้นฐานความรู้ความเข้าใจ สำคัญกว่าทางลัดและเครื่องมือใหม่ๆ
ไม่ใช่ว่าเราไม่ควรจะใช้เครื่องมือใหม่ๆ แต่เราไม่ควรละเลยพื้นฐานเดิมที่เคยพาเรามาถึงจุดนี้
ผู้บริหาร หลายคนเอาจริงๆ ขึ้นตำแหน่ง ตามขั้นลำดับ ไม่ได้มาเพราะเรื่องฝีมือจริงๆ เจอได้บ่อยโดยเฉพาะบริษัทยุ่น
ผมเคยเล่าให้ฟังไปแล้วนะ เรื่องคนคิดค้น led สีน้ำเงิน ได้เงินเดือนขึ้น200 ดอลล่า กับโบนัสไม่ถึงแสน ทั้งๆ ที่สร้างมูลค่าให้บริษัท
หลายหมื่นล้าน ปัจจุบันพี่แกไปอยู่ฝั่งอเมริกาล่ะ
เอาตามตรงเลยนะ ถ้าในบริษัทคุณมีพนักงานที่เก่งระดับทำในสิ่งที่คนทั้งโลก แม้แต่บริษัทชั้นแนวหน้ายังไม่มีปัญญาทำได้
มันควรต้องขึ้นเงินเดือน + ตำแหน่ง และก็ทุนวิจัยพัฒนาให้งามๆ เลยด้วยซ้ำ เพราะถ้าหนีไปบริษัทอื่นนี่ แม่งชิบหายวายวอด
ข้ามไปฝั่ง intel สภาพอินเทลปัจจุบันที่โงหัวกลับมาได้ เอาจริงๆ หลายคนบอกว่าเป็นเพราะแผนงาน ที่PAT คนเก่าที่โดนปลดออกไปนั่นแหละวางเอาไว้ ซึ่งมีคนเขาบอกนานล่ะว่า
PAT เป็นสายวิศกร เอามาคุมเขาเน้นที่ผลิตภัณซึ่งมันไม่ใช่ของที่จะทำแล้วเห็นผลใน 1 - 2 ปี มันอาจต้องลากไปถึง 4 ปี
เห็นบอกกันว่า หลังจากนี้แหละคอยดูได้เลยว่า ผลงาน ของคนใหม่จะเป็นไง ซึ่งส่วนมากคาดไว้ว่า ลากลงเหวแน่ๆ และน่าจะต้องไปตาม PAT กลับมา