แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: “บริยอช” ขนมปังฉ่ำเนยที่เคยถูกทั้งโลกเข้าใจผิดว่าเป็นเค้ก  (อ่าน 696 ครั้ง)

ออฟไลน์ moneyisgod

  • เครื่องปั้มแห่งห้องรับแขก
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,920
  • ถูกใจแล้ว: 2950 ครั้ง
  • ความนิยม: +313/-1


“บริยอช” ขนมปังฉ่ำเนยที่เคยถูกทั้งโลกเข้าใจผิดว่าเป็นเค้ก
.
เชื่อว่าทุกคนส่วนใหญ่ที่เคยศึกษาประวัติศาสตร์หรืออ่านหนังสือความรู้ทั่วไปมาบ้างอาจจะเคยได้ยินประโยคเด็ดวลีดังที่ว่า “ไม่มีขนมปังก็กินเค้กแทนสิ” ที่กล่าวกันว่าเป็นคำพูดของพระนางมารี อองตัวแนตต์มาบ้าง แต่อันที่จริงแล้ว ประโยคต้นฉบับที่ว่า Qu'ils mangent de la brioche นั้น คำว่า Brioche มันไม่ได้หมายถึง “เค้ก” หากแต่หมายถึง “ขนมปัง” อีกประเภทต่างหาก
.
บริยอชเป็นขนมปังในประเภทที่เรียกกันว่า “เวียนนัวเซอรี” ซึ่งเป็นขนมปังที่มีเนย นม ไข่ เป็นส่วนประกอบต่างจากขนมปังทั่วไป ถ้านึกภาพไม่ออกให้นึกถึงขนมปังครัวซองค์ ซึ่งไม่ได้มีเนื้อสัมผัสแบบเค้กแต่อย่างใด
.
สำหรับที่มาของบริยอชนั้นว่ากันว่าชาวนอร์มันไวกิ้งเป็นคนนำเข้ามาในช่วงศตวรรษที่ 9 แล้วก็มีหลักฐานการมีอยู่ของชื่อบริยอชในเอกสารโบราณช่วงศตวรรษที่ 15 โดยรากศัพท์มาจากคำในภาษานอร์มันเก่าว่า “บรีเยอร์” (brier) ซึ่งแปลว่าการนวดแป้ง โดยวัตถุดิบที่ใช้ทำบริยอชก็คือเนยซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีชื่อเสียงมากของชาวนอร์มัน แรกเริ่มเดิมทีก็ไม่ได้ใช้เนยจำนวนมากหรือน้ำตาลในการทำ จนกระทั่งในรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ก็ได้มีการใส่เนยในบริยอชเข้าไปแบบจุก ๆ ทำให้ขนมปังบ้าน ๆ ของชาวนอร์มันกลายเป็นขนมปังสุดหรูของผู้มีอันจะกินในฝรั่งเศสไปโดยปริยาย
.
เมื่อบริยอชได้ชุบตัวกลายเป็นอาหารชั้นสูงแล้ว ราคาก็สูงตามไปด้วย จนถึงช่วงศตวรรษที่ 18 ซึ่งมีการขาดแคลนอาหารอย่างหนักพร้อม ๆ กับเศรษฐกิจที่ผันผวนดีดให้ราคาขนมปังธรรมดาสูงขึ้น ซึ่งแน่นอนว่ายิ่งทำให้บริยอชยิ่งกลายเป็นขนมปังที่คนทั่วไปเอื้อมไม่ถึง และเมื่อฌอง-ฌัค รูสโซเขียนหนังสือถึงประโยค “ไม่มีขนมปังก็กินบริยอชสิ” บริยอชจึงถูกนำมาใช้เป็นข้อหาในการให้ร้ายพระนางมารี อองตัวแนตต์ แต่ในปีรุสโซเขียนหนังสือนี้จริง ๆ คือปี 1765 โดยในขณะนั้นพระนางมารีย์ อองตัวแนตต์มีอายุเพียง 9 ปี และยังไม่เคยเหยียบแผ่นดินฝรั่งเศสมาก่อนเลย
.
แต่อะไรที่เป็นสาเหตุให้ผู้คนเข้าใจว่าบริยอชเป็นเค้ก? บางทีอาจจะเป็นในเรื่องของการแปลที่ใช้ประสบการณ์ร่วม เพราะคนนอกฝรั่งเศสอาจไม่ได้รู้จักบริยอช ในสมัยหลังจึงได้แปลประโยค “ไม่มีขนมปังก็กินบริยอชสิ” เป็น “ไม่มีขนมปังก็กินเค้กสิ” เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น สำหรับในปัจจุบันนี้ ราคาของบริยอชก็ยังนับว่าสูงอยู่เมื่อเทียบกับราคาขนมปังชนิดอื่น เนื่องจากราคาวัตถุดิบอย่างเนย ซึ่งจะแพงมากหรือแพงน้อยก็ขึ้นอยู่กับเกรดของวัตถุดิบที่ใช้ในการทำบริยอชด้วย
.
#จานโปรด #ขนมฝรั่งเศส

https://web.facebook.com/photo/?fbid=296535209724203&set=a.189608517083540

 :) :) :) :) :)
 

ออฟไลน์ KAGUYA

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY2
  • จอมพลหมีผู้เกรียงไกร
  • ****
  • กระทู้: 20,376
  • ถูกใจแล้ว: 6562 ครั้ง
  • ความนิยม: +547/-545
จะบริยอชหรือเค้กก็ช่างเถอะ เพราะจะอันไหนพระนางมารีหัวขาดอยู่ดี
 

ออนไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 16,743
  • ถูกใจแล้ว: 19301 ครั้ง
  • ความนิยม: +360/-0
  • เพศ: ชาย
  • นักอู้มือหนึ่ง
เห็นว่าเจ้แกถูกใส่ร้ายนะครับ ความเป็นจริงไม่ได้พูดนาถูกพวกคณะปฎิวัติเอามาพูดเพิ่มความเกลียดชัง
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: สุทธชา, Put1996, KAGUYA และมีอีก 0 หมีที่ถูกใจสิ่งนี้

ออฟไลน์ สุทธชา

  • นักปราชญ์แห่งเขาเซนนิคุมะ
  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 666
  • ถูกใจแล้ว: 3994 ครั้ง
  • ความนิยม: +66/-56
เห็นว่าเจ้แกถูกใส่ร้ายนะครับ ความเป็นจริงไม่ได้พูดนาถูกพวกคณะปฎิวัติเอามาพูดเพิ่มความเกลียดชัง
- นั่นซิ  แต่เรื่องราวหลังประหารไปแล้ว กลับมีการพูดถึงน้อยว่าเกิดอะไรตามมา มักข้ามไปตอนนโปเลียนยึดอำนาจเลย ทั้งที่คณะปฏิวัติก็กิโยตินกันเองไปเยอะอยู่แท้ๆ
- ก็ไม่ได้ว่านางดีหรอกนะ แต่ก็อาจถูกว่าให้แย่เกินจริง 
- จริงๆที่เศรษฐกิจแย่ก็ไม่ใช่แค่ฟุ่มเฟือยนะ ฝรั่งเศสตอนนั้นก็มีไปหนุนอเมริกาให้ประกาศอิสรภาพจากอังกฤษ เสียเงินเสียทองไปมากมายแบบไม่ได้ผลตอบแทน เลยยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก(หรืออาจได้น้อยเกินไปและคอร์รัปชั่นไม่ตกถึงมือประชาชน ก็มีตัวอย่างที่สงครามลากยาวทำประเทศเจ๊งบ่อยๆ)
- เรียกได้ว่าการประกาศอิสรภาพของอเมริกาจากอังกฤษที่มีฝรั่งเศสหนุนหลัง กลับไม่ได้ให้ผลตอบแทนแก่ฝรั่งเศสพอ อันที่จริง ถ้าเป็นปัจจุบัน ประชาชนก็คงมาล้มรัฐบาลอยู่ดี

ออฟไลน์ providence_gundam

  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,454
  • ถูกใจแล้ว: 2134 ครั้ง
  • ความนิยม: +199/-401
  • เพศ: ชาย
คนที่รู้ว่าแม่นางพูดจริง/เท็จก็เป็นปุ๋ยไปหมดละ จริงๆอาจจะเป็น fake news ก็ได้


เหมือนที่ฮิตเลอร์โดนใส่ความว่าฆ่ายิว ใส่ไข่ซะเวอร์เลย ???
 

ออฟไลน์ chin

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 914
  • ถูกใจแล้ว: 420 ครั้ง
  • ความนิยม: +26/-22
คนที่รู้ว่าแม่นางพูดจริง/เท็จก็เป็นปุ๋ยไปหมดละ จริงๆอาจจะเป็น fake news ก็ได้


เหมือนที่ฮิตเลอร์โดนใส่ความว่าฆ่ายิว ใส่ไข่ซะเวอร์เลย ???
อย่างน้อยข้อเท็จจริงในข้อความนี้ก็บอกให้รู้ว่าเป็นข่าวเท็จ ที่พวกปฎิวัติตั้งใจบิดเบือนให้เกิดความเกลียดชังต่อราชวงศ์ละนะ
"รูสโซเขียนประโยคที่ว่าในหนังสือที่ตีพิมพ์ปี 1765 โดยที่พระนางมารี อองตัวเน็ตยังอายุ 9 ขวบ และยังไม่ได้เดินทางมาฝรั่งเศสเลย"
ทำให้พระนางมีมีมอันเป็นเอกลักษณ์ต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้
 

ออฟไลน์ Put1996

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 299
  • ถูกใจแล้ว: 56 ครั้ง
  • ความนิยม: +7/-9
ที่เขียนบทความนี้ก็มั่ว
กฏหมายราคาขนมปังละเฮ้ย มีจรรยาบันหน่อย
My friend, I like war
My friend, I love war
 

ออฟไลน์ สุทธชา

  • นักปราชญ์แห่งเขาเซนนิคุมะ
  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 666
  • ถูกใจแล้ว: 3994 ครั้ง
  • ความนิยม: +66/-56
ที่เขียนบทความนี้ก็มั่ว
กฏหมายราคาขนมปังละเฮ้ย มีจรรยาบันหน่อย
- ฝรั่งเศสขึ้นภาษีขนมปังและเกลือในช่วง2ปีกอนปฏิวัติซึ่งก็มาซ้ำเติมเท่านั้น หลักๆพี่แกดันไปช่วยหนุนอเมริกาปลดแอกอังกฤษ7ปีจนท้องพระคลังโล่งด้วย เลยต้องหาทางเติมท้องพระคลัง

- มีสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง ที่ทำให้ช่วงหลายปีนั้นยุโรปมีผลผลิตทางการเกษตรลดลง และมันฝรั่งก็ยังไม่เป็นที่นิยมอยู่


- ถ้าเอายุติธรรม ปัจจุบันฝรั่งเศสที่ไม่ใช่ราชวงศ์แล้วก็เปลี่ยนมาขูดรีดภาษี14แอฟริกาปีละ17ล้านล้านบาท แถมกดราคาทรัพยากรอย่าง  ยูเรเนียมไนเจอร์ ฝรั่งเศสเอาฟรีไป97% แถม3%จ่ายกดราคา ตอนนี้แอฟริกาเลยจะปฏิวัติเช่นกัน  แค่ไม่ใช่คนในฝรั่งเศสปฏิวัติ


- และเรื่องนี้บทความหัวเรื่อง เขาไม่ได้เน้นเรื่องอื่นที่จะเกี่ยวกับปฏิวัติฝรั่งเศสซะหน่อย เขาแค่พูดถึงตัวจริงของเค้กและขนมปังที่น่าจะเป็นในบทพูดคลาสสิคที่"คาดว่านางน่าจะพูดตอนนั้น" แบบจานโปรด นะ แต่ไม่ได้จะมาบ่นสาเหตุปฏิวัติฝรั่งเศสในตอนนั้น


- พวกผมลากโยงไปนอกเรื่องนอกบทความเขาเองต่างหาก? จะไปว่าคนลงบทความไม่มีจรรยาบรรณอะไรครับ? ;)


หรือท่านหมายถึงบทความของท่านchinด้านล่าง?   เขาก็กล่าวแก้ต่างเรื่องของพระมารีอังตัวเน็ตคนเดียวเฉยๆที่ว่าประโยคนี้อ้างว่ามีปีนั้นทั้งที่นางยัง9ขวบ แค่แก้ต่างที่บิดเบือนเรื่องเดียว ซึ่งถ้าจะให้พูดถ้าที่ท่านchinยกมาจริง เท่ากับเราหลงเฟคนิวส์ ใส่ร้ายคนๆนึงว่ามีส่วนทำให้ราชวงศ์ฝรั่งเศสล่มสลายเป็นเหตุผลนึงให้เกิดปฏิวัติ ทั้งที่นางไม่ได้พูด


- คือ ถ้าให้คนนึกถึงประโยคคลาสสิคในการปฏิวัติของฝรั่งเศส พนันว่ามีคนนึกถึงประโยคไม่มีขนมปังก็กินเค็ก ก่อนไปสนเรื่องภาษีขนมปังซะอีก  ซึ่งถ้าใช่เท่ากับว่าบางทีเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ที่ว่าเครื่องเพชรที่พระนางจะซื้อราคาขนาดซื้อเรือได้ จะจริงรึเปล่าก็ไม่แน่ด้วย


- คือ นางอาจแค่ซวยที่มาแต่งกับพระเจ้าหลุยส์ก็เป็นได้


- แต่ถ้าให้ยุติธรรม ขุนนางส่วนนึงที่มีอำนาจมากก็เสนอนโยบายนี้ให้พระเจ้าหลุยส์ยอมรับและให้ขุนนางไปทำ แต่พอปฏิวัติ ขุนนางที่เป็นคนเห็นด้วยและปฏิบัติตามบางส่วนก็ไปสนับสนุนกลุ่มปฏิวัติ(แต่บางส่วนถึงช่วยก็ถูกตัดหัวอยู่ดี บางส่วน)


- โทษตระกูลเดียวที่เด่นสุดมันง่ายกว่าไปโทษร้อยพันตระกูลที่มีส่วน ขุนนางยุคนั้น ประชาชนก็ไม่ได้เลือก และสุดท้ายคณะปฏิวัติเองลุแก่อำนาจก็สังหารประชาชนตายมากกว่าประชาชนที่ตายในสงครามปฏิวัติหลายเท่าเลยละครับ ก่อนนโปเลียนมา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 15, 2023, 07:54:44 AM โดย สุทธชา »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: chin

ออฟไลน์ Put1996

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 299
  • ถูกใจแล้ว: 56 ครั้ง
  • ความนิยม: +7/-9
หมายถึงกฎหมายที่ห้ามขายขนมปังราคาเกินบริยอซครับ

My friend, I like war
My friend, I love war
 

ออฟไลน์ Put1996

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 299
  • ถูกใจแล้ว: 56 ครั้ง
  • ความนิยม: +7/-9
เมื่อกี้พิมพ์มือถือครับเลยห้วนไปหน่อย
ที่ผมจะบอกคือบทความขาดเนื้อหาว่า "let them eat cake" มาจากไหนและจริงๆแล้วมีเป้าหมายทางการเมืองเช่นใดในฝรั่งเศส
คือเห็นบทความนี้แล้วของขึ้นครับ เหมือนเห็นคนเอาภาพปูตินขับหมีแล้วเอาไปเขียนบทความว่าปูตินเลี้ยงหมีในวังเค้าครับ


1. บริยอช จริงๆแล้วเป็นขนมปังที่ถูกที่สุดครับในสมัยนั้น (ตามกฎหมาย มีขนมปัง 4 ระดับภาษี ระดับต่ำกว่าบริยอซคือขนมปังธรรมดาแป้งกับน้ำ)
2. บริยอชที่ทำขายชาวบ้านไม่ได้ใส่น้ำตาลเนยแบบจุกๆที่เราคิดกันครับ เค้าใส่แบบให้ผ่านกฎหมาย (เหมือนเราใส่โกโก้แท้แค่ 10% ก็เรียกว่าซ็อกโกแล็ตได้ แต่ที่เหลือคือของทดแทน+เคมีล้วนๆ)
3. ขนมปังธรรมดาที่ระดับต่ำกว่าบริยอช รัฐบังคับให้ขายที่ 1 เหรียฐทองแดง (ซึ่งแทบไม่มีใครทำ โดยเฉพาะตอนอดอยากเพราะราคาวัตถุดิบแพงกว่า)

สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือร้านอบแต่ "บริยอช" ขายครับ เพราะอบขนมปังรัฐแล้วขาดทุน
ที่นี้พอเกิดความอดอยาก สิ่งที่รัฐทำคือสั่งจับคนที่ขายขนมปังธรรมดาเกิน 1 ทองแดงครับ ซึ่งมันแก้ปัญหาอดอยากด้วยวิธีนี้ไม่ได้อยู่แล้ว

"let them eat บริยอซ" วลีนี้ความหมายจริงๆคือเราควรให้คนกินบริยอซที่แสดงราคาจากต้นทุนจริง (เพราะไม่โดนควบคุมราคา) เป็นวลีสนับสนุน capitalism & free market + ด่ากลับว่านโยบายควบคุมราคาสินค้าของรัฐ ยิงทำให้คนอดอยากยิ่งขึ้นเพราะถึงจะใส่น้ำตาลเนยแค่พอให้ผ่าน มันก็ยังทำให้ต้นทุนขนมปังแพงขึ้นอยู่ดี ทำให้คนต้องซื้อขนมปังที่ราคาแพงขึ้นทั้งๆที่ถ้าไม่มีการควบคุมขนมปังเปล่า คนก็จะอบขนมปังเปล่าขาย เพราะน้ำตาล+เนยเพิ่มต้นทุนและทำให้ขนมปังเสียง่ายทำให้เก็บไว้ขายได้ไม่นาน

อ้างอิงครับ หาอยู่นานกว่าจะเจอต้นทาง
https://www.globalpolicyjournal.com/blog/06/06/2014/let-them-eat-cake-wasnt-such-bad-idea
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 15, 2023, 07:29:25 PM โดย Put1996 »
My friend, I like war
My friend, I love war
 

ออฟไลน์ สุทธชา

  • นักปราชญ์แห่งเขาเซนนิคุมะ
  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 666
  • ถูกใจแล้ว: 3994 ครั้ง
  • ความนิยม: +66/-56
เมื่อกี้พิมพ์มือถือครับเลยห้วนไปหน่อย
ที่ผมจะบอกคือบทความขาดเนื้อหาว่า "let them eat cake" มาจากไหนและจริงๆแล้วมีเป้าหมายทางการเมืองเช่นใดในฝรั่งเศส
คือเห็นบทความนี้แล้วของขึ้นครับ เหมือนเห็นคนเอาภาพปูตินขับหมีแล้วเอาไปเขียนบทความว่าปูตินเลี้ยงหมีในวังเค้าครับ


1. บริยอช จริงๆแล้วเป็นขนมปังที่ถูกที่สุดครับในสมัยนั้น (ตามกฎหมาย มีขนมปัง 4 ระดับภาษี ระดับต่ำกว่าบริยอซคือขนมปังธรรมดาแป้งกับน้ำ)
2. บริยอชที่ทำขายชาวบ้านไม่ได้ใส่น้ำตาลเนยแบบจุกๆที่เราคิดกันครับ เค้าใส่แบบให้ผ่านกฎหมาย (เหมือนเราใส่โกโก้แท้แค่ 10% ก็เรียกว่าซ็อกโกแล็ตได้ แต่ที่เหลือคือของทดแทน+เคมีล้วนๆ)
3. ขนมปังธรรมดาที่ระดับต่ำกว่าบริยอช รัฐบังคับให้ขายที่ 1 เหรียฐทองแดง (ซึ่งแทบไม่มีใครทำ โดยเฉพาะตอนอดอยากเพราะราคาวัตถุดิบแพงกว่า)

สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือร้านอบแต่ "บริยอช" ขายครับ เพราะอบขนมปังรัฐแล้วขาดทุน
ที่นี้พอเกิดความอดอยาก สิ่งที่รัฐทำคือสั่งจับคนที่ขายขนมปังธรรมดาเกิน 1 ทองแดงครับ ซึ่งมันแก้ปัญหาอดอยากด้วยวิธีนี้ไม่ได้อยู่แล้ว

"let them eat บริยอซ" วลีนี้ความหมายจริงๆคือเราควรให้คนกินบริยอซที่แสดงราคาจากต้นทุนจริง (เพราะไม่โดนควบคุมราคา) เป็นวลีสนับสนุน capitalism & free market + ด่ากลับว่านโยบายควบคุมราคาสินค้าของรัฐ ยิงทำให้คนอดอยากยิ่งขึ้นเพราะถึงจะใส่น้ำตาลเนยแค่พอให้ผ่าน มันก็ยังทำให้ต้นทุนขนมปังแพงขึ้นอยู่ดี ทำให้คนต้องซื้อขนมปังที่ราคาแพงขึ้นทั้งๆที่ถ้าไม่มีการควบคุมขนมปังเปล่า คนก็จะอบขนมปังเปล่าขาย เพราะน้ำตาล+เนยเพิ่มต้นทุนและทำให้ขนมปังเสียง่ายทำให้เก็บไว้ขายได้ไม่นาน

อ้างอิงครับ หาอยู่นานกว่าจะเจอต้นทาง
https://www.globalpolicyjournal.com/blog/06/06/2014/let-them-eat-cake-wasnt-such-bad-idea
- งั้นเอาจริงนางอาจผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจก็ได้ซินะครับ เพราะนางไม่ได้ออกจากวังไปดูราคาสินค้าด้วยตัวเอง
- นางเลยไม่รู้ว่าในเวลานั้นบริโอชหรือเค้กระดับชาวบ้านแพงทะลุฟ้าไปแล้ว จากที่ควรมีราคาไม่ต่างกันเกินเลยนัก
- ยิ่งฟังยิ่งน่าสงสารนาง

ออฟไลน์ Put1996

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 299
  • ถูกใจแล้ว: 56 ครั้ง
  • ความนิยม: +7/-9
[quote/]
- งั้นเอาจริงนางอาจผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจก็ได้ซินะครับ เพราะนางไม่ได้ออกจากวังไปดูราคาสินค้าด้วยตัวเอง
- นางเลยไม่รู้ว่าในเวลานั้นบริโอชหรือเค้กระดับชาวบ้านแพงทะลุฟ้าไปแล้ว จากที่ควรมีราคาไม่ต่างกันเกินเลยนัก
- ยิ่งฟังยิ่งน่าสงสารนาง

ถึงออกไปก็ไม่น่าจะรู้ราคาจริงหรอกครับ เห็นคนของรัฐมาก็เปลี่ยนป้ายราคากันแล้วกลัวโดนจับ
จะให้ปลอมตัวเป็นชาวบ้านไปก็เสี่ยง แค่ดูผิวก็รู้แล้วครับว่าคนในวังแน่นอนผิวไม่ทำงานแรงงานขนาดนั้น
My friend, I like war
My friend, I love war
 

ออฟไลน์ chin

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 914
  • ถูกใจแล้ว: 420 ครั้ง
  • ความนิยม: +26/-22
[quote/]

ถึงออกไปก็ไม่น่าจะรู้ราคาจริงหรอกครับ เห็นคนของรัฐมาก็เปลี่ยนป้ายราคากันแล้วกลัวโดนจับ
จะให้ปลอมตัวเป็นชาวบ้านไปก็เสี่ยง แค่ดูผิวก็รู้แล้วครับว่าคนในวังแน่นอนผิวไม่ทำงานแรงงานขนาดนั้น
ถ้าเอาเป็นการ์ตูน คงให้ออสการ์ กับอังเดร ปลอมตัวออกมไปสืบราคาแทน
 :P
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก