1.
สาขาชีววิทยา มอบให้แก่ ‘ซูซาน ช็อตซ์’ (Susanne Schötz) นักวิจัยชาวสวีเดน ที่ทำการวิจัยในงานวิจัย 5 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการแปลเสียงร้องของแมวที่ร้องเป็นเสียงต่าง ๆ ทั้งเสียงร้องเหมียว ๆ เสียงร้องคราง เสียงเพอร์ (Purr) เสียงขู่คำราม การหาว ฯลฯ เพืี่อศึกษาว่าภาษาของแมวนั้นสามารถใช้สื่อสารกับคนได้อย่างไรบ้าง
2.
สาขานิเวศวิทยา มอบให้แก่ทีมนักวิจัยจากประเทศสเปน และประเทศอิหร่าน ในการสำรวจระบบนิเวศเพื่อทำการวิเคราะห์พันธุกรรมของแบคทีเรียชนิดต่าง ๆ ในหมากฝรั่งที่มีคนเคี้ยวแล้วเอาไปแปะไว้ตามผนังหรือทางเท้าในบริเวณต่าง ๆ ทั่วทั้งโลก ซึ่งสามารถต่อยอดไปใช้ในงานสาขาต่าง ๆ เช่น งานด้านนิติเวช การควบคุมโรคติดต่อ หรือแม้แต่การบำบัดทางชีวภาพเพื่อกำจัดขยะเศษหมากฝรั่ง
3.
สาขาเคมี มอบให้กับทีมวิจัยจากประเทศเยอรมนี สหราชอาณาจักร นิวซีแลนด์ กรีซ ไซปรัส และออสเตรีย สำหรับงานวิจัยในการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีในอากาศที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากผู้ชมที่อยู่ภายในโรงภาพยนตร์ ว่าจะมีการเปลี่ยนไปหรือไม่อย่างไร เมื่อฉายภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาต่างกันออกไป เช่น เนื้อหาทางเพศ ความรุนแรง พฤติกรรมต่อต้านสังคม การใช้ยาเสพติด และคำหยาบคาย เพื่อค้นหาว่า มนุษย์ที่ปกติแล้วจะส่งสัญญาณทางอารมณ์ออกมา จะทำให้คนอื่น ๆ สามารถรับรู้อารมณ์นั้นด้วยได้หรือไม่
4.
สาขาเศรษฐศาสตร์ มอบให้แก่ ‘ดร.พาโบล บลาวัตสกี’ (Pavlo Blavatskyy) อาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากประเทศฝรั่งเศส และทีมนักวิจัยจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย ออสเตรีย สาธารณรัฐเช็ก และสหราชอาณาจักร ในการค้นพบความเชื่อมโยงของภาวะโรคอ้วน (Obesity) ของนักการเมือง อาจเป็นตัวบ่งชี้การทุจริตคอรัปชันภายในประเทศนั้น ๆ
5.
สาขาแพทย์ศาสตร์ มอบให้แก่ ‘ดร. โอลเค เซม บูลูต’ (Olcay Cem Bulut) นักวิจัยขาวเยอรมนี ร่วมกับนักวิจัยชาวตุรกีและอังกฤษ ในการวิจัยที่ค้นพบว่า การถึงจุดสุดยอด (Orgasm) ระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ จะสามารถช่วยลดอาการคัดจมูก และทำให้จมูกโล่ง หายใจสะดวกได้ดีเทียบเท่ากับการใช้ยาลดน้ำมูก ซึ่งอาจมีสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมน และการไหลเวียนของเลือดระหว่างถึงจุดสุดยอดที่มีคล้ายคลึงกับความรู้สึกตื่นเต้นและการออกกำลังกาย
6.
สาขาสันติภาพ มอบให้กับ ‘อีธาน เบเซริส’ (Ethan Beseris), ‘สตีเฟน เนลเวย์’ (Steven Naleway) และ ‘เดวิด แคริเออร์’ (David Carrier) แห่งมหาวิทยาลัยยูทาห์ สหรัฐอเมริกา ในการทดสอบสมมติฐานว่า มนุษย์ไว้หนวดเคราเพื่อปกป้องตัวเองจากการถูกต่อยที่ใบหน้า โดยใช้เส้นใยอีพ็อกซีเพื่อจำลองกระดูกมนุษย์ และใช้หนังแกะเพื่อจำลองใบหน้ามนุษย์ ผลปรากฏว่าสามารถดูดซับแรงได้ค่อนข้างดี
7.
สาขาฟิสิกส์ มอบให้กับ ‘อเลสซานโดร คอร์เบตตา’ (Alessandro Corbetta) จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีไอโฮเฟน ประเทศเนเธอร์แลนด์ และนักวิจัยจากประเทศอิตาลี ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา ในการสร้างแบบจำลองทางฟิสิกส์เพื่อทดลองหาสาเหตุว่า ทำไมผู้คนเดินเท้าที่สัญจรไปมาบนถนนจึงมักจะไม่เดินชนกับคนอื่น ๆ ที่เดินบนถนนเส้นเดียวกัน
8.
สาขาจลนศาสตร์ มอบให้กับ ‘ฮิซาชิ มุระกะมิ’ (Hisashi Murakami) นักวิจัยจากประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับนักวิจัยจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และอิตาลี ในการทดลองเพื่อหาสาเหตุว่า ทำไมผู้คนเดินเท้าที่สัญจรไปมาบนถนนเส้นเดียวกัน จึงมักจะเดินชนกับคนอื่น ๆ บ้างในบางครั้ง (พี่เป็นคู่แข่งกับทีมฟิสิกส์หรือเปล่า)
9.
สาขากีฏวิทยา มอบให้กับ ‘จอห์น มัลเรนแนน’ (Cmdr. John A. Mulrennan) ผู้บัญชาการทหารเรือเกษียณอายุจากกองทัพเรือ และทีมวิจัยจากสหรัฐอเมริกา จากกงานวิจัยเกี่ยวกับวิธีการใหม่ในการควบคุมประชากรแมลงสาบในเรือดำน้ำ ด้วยสารเคมีที่มีต้นทุนต่ำกว่า และมีประสิทธิภาพต่ำกว่าการใช้สารเคมีแบบเดิม
10.
สาขาคมนาคม มอบให้กับ ดร. โรบิน แรดคลิฟฟ์ (Robin Radcliffe) และทีมวิจัยจากประเทศนามิเบีย แอฟริกาใต้ แทนซาเนีย ซิมบับเว บราซิล สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ในการทดลองการขนส่งเคลื่อนย้ายแรดด้วยเฮลิคอปเตอร์ว่า ถ้าใช้วิธีผูกเชือกที่ขา แล้วห้อยหงายท้องต่องแต่งกลางอากาศจะส่งผลเสียต่อร่างกายของมันหรือไม่ โดยนำแรดที่ถูกวางยาสลบแล้วจัดให้อยู่ในท่าทางหงายท้องเป็นเวลา 10 นาที พบว่าแรดหงายท้องนั้นมีการหายใจและการหมุนเวียนเลือดที่ดี และไม่เกิดความเสียหายต่อกระดูกและกล้ามเนื้อ ต่างจากการขนย้ายด้วยการให้นอนคว่ำบนกระดาน หรือนอนตะแคง ที่ส่งผลทำให้กล้ามเน้ือเสียหายจากการกดทับ รวมทั้งการหมุนเวียนเลือดและการหายใจที่ไม่ดีนัก
https://www.beartai.com/lifestyle/775436https://www.bbc.com/thai/international-58519389รางวัลที่ได้

1. ถ้วยรางวัลที่ทำจากกระดาษ
2. ธนบัตร (ปลอม) มูลค่าสูงถึงสิบล้านล้านดอลลาร์ซิมบับเว