จากกระทู้ล่าสุดของคุณ
@Black7nos เมื่อกี้ ที่เปิดให้ถกเถียงเรื่องการฆ่าสัตว์ จากเนื้อความย่อๆที่สรุปได้ คือการที่คนเราแบ่งคุณค่าของสัตว์ประเภทต่างๆไม่เหมือนกัน จู่ๆผมเลยนึกถึงภาพนี้ขึ้นมาครับ

จะเห็นได้ว่า ทุกคนยืนหลังรั้วข้างสนามเพื่อดูการแข่งขัน มีลัง 3 ใบสำหรับต่อตัว หากทุกคนได้เท่ากันจะเป็นเช่นด้านภาพซ้ายครับ คนตัวสูงเห็นอยู่แล้ว พอได้ลังก็ยิ่งเห็นชัดขึ้นไปอีก ส่วนคนกลางก็พอเห็นบ้าง ส่วนคนเล็กไม่เห็นหลังรั้วเหมือนเดิม
แต่ถ้าเปลี่ยนมาให้ลังตามความเหมาะสม ให้คนเล็ก 2 ใบถึงจะเห็น ให้คนกลางใบเดียวให้พอเห็นก็พอ ส่วนคนตัวสูงไม่ต้องเพราะเห็นอยู่แล้ว
เช่นกัน บางครั้งเราก็อาจจะต้อง 2 มาตรฐาน(หรือมากกว่า)อยู่บ้าง เพราะพื้นฐานมันไม่เท่ากัน ไม่ใช่สนับสนุนความเหลื่อมล้ำนะ ส่วนนั้นผมแอนตี้อยู่แล้ว
ก่อนที่จะออกทะเล ผมขอพูดเรื่องที่ว่าทำไมคนเราถึงให้ค่าสัตว์ไม่เท่ากัน ระหว่างปศุสัตว์ สัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่า
มันคือการที่ต้องยึดโยงกับผลประโยชน์เริ่มที่ปศุสัตว์ก่อน การที่คนเราฆ่าสัตว์เพื่อกินนั้นมันคือค่านิยมที่ฝังรากลึกมานานมาก อีกทั้งมันยังเกี่ยวพันกับเรื่องปากท้องของคนทุกระดับตั้งแต่ชนชั้นปกครองยันรากหญ้าด้วย การที่ยกเลิกไปนั้นจะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจใหญ่มาก และอาจจะทำให้ความหลากหลายทางอาหารการกินน้อยลง คนตกงานจะมีมากเพราะถ้ายกเลิกวงจรนี้ ฟาร์มต่างๆก็จะต้องปลดคนงานออก คนงานบางคนก็อายุเกินกว่าจะทำงานอื่นที่รายได้ดีกว่าหรือเสมอแล้ว
สัตว์เลี้ยง ส่วนมากมีหน้าตาน่ารัก สีสันสวยงาม ธรรมชาติของคนคือชอบอะไรที่ดูแบ๊วๆหรือสีสันฉูดฉาด บางคนรักสัตว์เหมือนลูกเพราะอาจจะด้วยปมที่โดนคนด้วยกันทำร้ายจนเป็นพวกต่อต้านสังคมมนุษย์ การมีหมาแมวข้างกายก็อาจจะเป็นตัวเยียวยาไม่ให้ยกระดับเป็นฆาตกรโรคจิตได้ บางคนก็เหมือนจอห์นวิค คือมีสัตว์เลี้ยงเป็นของต่างหน้าจากคนรักที่ตายไป บ้างก็ความรักส่วนตัวโน่นนี่นั่น
อีกประเด็นที่ไม่ได้มีการพูดถึง เหตุผลที่ทำไมเมื่อมีคนทรมาณสัตว์แล้วดันหิวแสงโพสต์ลงโซเชียล คนจะแสดงความไม่พอใจ มันประกอบด้วยเหตุผลด้านบน และเรื่องของ
ความปลอดภัยด้วย บางกรณีคนที่โพสต์ว่าตัวเองทำร้ายสัตว์โชว์ลงโซเชียลก็ดันเป็นคนข้างบ้าน ซึ่งเราก็จะรู้สึกไม่ปลอดภัยว่าวันดีคืนดีมันจะขโมยของเราไปทำอะไรยังงั้นรึเปล่า เกิดการหวาดระแวงอยู่ไม่เป็นสุข ถึงปากจะบอกว่าใช้เงินตัวเองซื้อก็ไม่รู้จะเชื่อได้มั้ย
เรื่องความเหลื่อมล้ำ ถามว่ามันเกี่ยวอะไร? นี่ลากเข้าการเมืองหรอ? ก็เฉียดๆครับ มันก็เหมือนพวกที่ขอบทำลายข้าวของโชว์ลง YT FB ทั้งหลายแหล่ ของบางอย่างราคาแพงมาก ซึ่งคนที่เล่นโซเชียลหลายคนจะรู้สึกไม่พอใจ เพราะหลายคนก็ยังเป็นพนักงานเงินเดือนหมื่นห้า บางคนเป็นลูกจ้างรายได้วันชนวันๆละ300 เมื่อมาเห็นสิ่งนี้ก็ดูเหมือนกับเป็นการเหยียบย่ำความฝันที่พวกเขาทำงานแทบตายกว่าจะได้เงินไปซื้อของพวกนั้น แต่ตัวคนนั้นก็มาทำเหมือนจะเย้ยหยันว่า "พวกเอ็งทำงานหลังขดหลังแข็งเพื่อสิ่งนี้ใช่มั้ยล่ะ แต่ข้าเอาสิ่งนี้มาทำลายเล่นๆแล้วซื้อใหม่ได้" และเป็นการถ่างช่องว่างความรวย-ความจนให้กว้างขึ้นไป อีกทั้งถ่านไฟเก่าที่คนกลุ่มนี้หลายคนเคยโดนคนรวยเอาเปรียบหรือเหยียดหยามก็ยิ่งทำให้รู้สึกไม่พอใจ
ยิ่งเป็นกรณีเป็นสัตว์ที่มีเลือดเนื้อด้วยก็ยิ่งเพิ่มอิมแพคส่วนนี้ให้ฝ่ายนั้นดูเลวร้ายขึ้นไปอีก กรณีคล้ายๆกัน คือบางคนมีความฝันอยากเลี้ยงสัตว์ แต่ปัจจัยไม่เอื้ออำนวยทั้งเรื่องการเงิน เวลาว่าง สถานที่ โรคภัยคนในบ้าน ฯลฯ แต่พอมาเห็นคนมีโอกาสที่ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำแต่ไม่ได้ทำแต่ไม่รักษาไว้ก็จะรู้สึกไม่พอใจเช่นกัน
สัตว์ป่า เดิมทีก็เหมือนปศุสัตว์ คือล่ากิน เชือดกันเป็นล่ำเป็นสัน แต่ระยะหลังบางชนิดใกล้สูญพันธุ์ สัตว์หลายๆชนิดเป็นสัตว์เฉพาะถิ่นที่หาดูได้เฉพาะที่นั้นๆ ก็ได้มีกฎหมายอนุรักษ์สัตว์หายาก หรือห้ามล่าในเขตป่าสงวนขึ้นมา
ถามว่ามีมาทำไม? ก็เรื่องผลประโยชน์นั่นแหละ เพราะในขณะเดียวกันในพื้นที่ป่าสงวนก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นดีของคนมีเงิน ตลอดจนเป็นแหล่งถ่ายทำสารคดี แหล่งศึกษาวิจัยพันธุ์สัตว์ต่างๆ โดยสัตว์ป่าเฉพาะถิ่นนั้นจะค่อนข้างขายดี คนรวยสายธรรมชาติหลายคนยอมข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อมาดูสัตว์ชนิดนี้ และสัตว์ชนิดนี้ก็เป็นหนึ่งในตัวโปรโมทการท่องเที่ยวได้ระดับหนึ่ง ทำให้คนพื้นที่มีรายได้จากการที่มีนักท่องเที่ยวมาดูสัตว์ป่า เดินป่าชมธรรมชาติ ระหว่างทางก็ซื้อของตามร้านระแวกนั้นกันไป ในขณเดียวกัน พรานป่าเองที่สมัยก่อนนิยมล่าสัตว์หลายคนใช้ความสามารถในความชำนาญพื้นที่ผันตัวมาทำอาชีพผู้นำทางนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นงานที่เหนื่อยน้อยกว่า(และเหมาะกับสุขภาพและสังขารช่วงบั้นปลายมากกว่า)และได้เงินมากกว่าการล่าสัตว์เพียวๆ
จะเห็นได้ว่าการที่เราเลือกปฏิบัติกับสัตว์นั้น มันต้องยึดโยงกับผลประโยชน์มวลรวมกับสังคมด้วยเหมือนกัน คุณ
@Black7nos กล่าวไว้สัตว์ก็เหมือนทรัพย์สิน ใช่ครับ เพราะแบบนี้เราจึงสามารถจัดว่าสัตว์ไหนใช้ทำอะไรได้ สัตว์ไหนเหมาะจะเป็นอาหาร เอาไว้ดูเล่น เอาไว้ศึกษาศาสตร์นอกตำราหลักต่างๆก็ว่ากันไป
มันก็เหมือนกับรถโดยสารครับ มีรถแอร์ รถพัดลม ค่าโดยสารเท่ากันก็คงดูแปลกๆ หรืออุปกรณ์ต่างๆ ก็ไม่ใช่ว่าจะใช้งานได้ครอบจักรวาล เอามีดพับไปหั่นแตงโมคงไม่ใช่ที่ หรือเอาปังตอไปหั่นมะนาวก็ดูไม่เหมาะ ส่วนการทรมานสัตว์ อันนี้ขอยืนยันว่าแอนตี้ครับ ผมยอมรับว่ามีเรื่องสองมาตรฐานอยู่บ้าง บางครั้งเราก็มีความย้อนแยงในตัวครับ เพียงแต่ถ้าเอาไปใช้กับคนด้วยกันจะเป็นปัญหาเพราะคนเรามีการคิด มีการแยกแยะ รู้จักสิทธิของตัวเอง แต่ถ้าใช้กับสัตว์อาจจะไม่กระทบหนักมาก เพราะอย่างที่คุณบอก มันโต้ตอบเราไม่ได้ คนเราไม่ใช่ว่าฆ่า+ทรมานชนิดนึงได้จะต้องทำกับทุกตัว ในขณะเดียวกันคนเราจะวีแกน 100% ก็เป็นไปไม่ได้เหมือนกัน เพราะถึงจะไม่กินเนื้อสัตว์ แต่ก็ใช้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมเหมือนกัน
สองมาตรฐานนั้นที่เป็นเรื่องผิดแปลกมากๆ อาจจะเพราะว่าเราอยู่ในสังคมที่มีการเอาความสองมาตรฐานนี้มาใช้กับคนในหลายๆเรื่อง เลยเกิดความรู้สึกที่ไม่พอใจ ในขณะเดียวกันมันก็ใช้ได้ในบางกรณีถ้ามันไม่เกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชนมาก