[quote/]
1.ลดภาษี อันนี้หลักพื้นๆของพื้นฐานหลังสงครามเลย 2.หางานให้ทำ อีะ!แน่นอน ถ้าคนเรามีกินมีใช้
การก่อกบฏทำได้ยาก ประชาชนตาดำๆไร้อำนาจจะไม่หาเหาใส่หัว ถ้ามีกินมีใช้ตามอัตภาพระดับนึง
การสูบเลือดที่ดี ไม่ใช่การสูบทีเดียวหมด แต่ต้องทำเหมือนเขาเป็นห่านทองคำที่ออกไข่ให้เรา
ไม่ใช่ไปเชือดเขา
3.ภาษา ก็คงคล้ายๆยุคล่าอาณานิคมหล่ะมั้ง อ้างว่าไม่ได้บังคับ แต่ถ้าอยากเจริญก้าวหน้า
ก็ต้องหันมาเข้ารีตศาสนา หันมาฝึกพูดภาษา มันก็แค่หนึ่งในเครื่องมือกลืนชาติก็เท่านั้น มันยังมี
อื่นๆอีกเยอะที่จะต้องใช้ควบคู่ไปด้วย เช่นการเกงยีนส์น้ำเป็ปซี่ เอ๊ย!! แง่มๆ ตะเกียบสิ ซูชิสิ
เพราะแม่หญิงเป็นคนญี่ปุ่น ให้เมืองขึ้นรู้สึกชื่นชมในวัฒนธรรมแล้วอยากเป็นบ้าง อยากเป็นเหมือนเรา
เพลงเอลวิสต้องมา เอ๊ย เพลงอนิเมะแต่... ตอนนั้นยังไม่มีเพลงอนิเมะ =="
การก่อกบฏสมัยก่อนในสมัยก่อนปฏิวัติฝรั่งเศษ น้อยครั้งมากที่จะได้เห็นกบฏจากชนชั้นชาวนาหรือทาสจริงๆ
ซึ่งมีไม่กี่ครั้งที่ดังๆ เช่น กบฏโพกผ้าเหลือง ราชวงศ์ฮั่น กบฏสปาตาคัสใน Third Serville War ของโรมัน
ส่วนใหญ่เป็นกบฏจากชนชั้นขุนนางที่ไม่พอใจผู้ปกครองเสียมากกว่าครับ เลยปลุกปั่นชาวบ้านให้ร่วมกันก่อกบฏ
หนึ่งในการก่อการที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์โลก คือ การกำเนิดมหากฎบัตร Magna Carta ที่เกิดจากขุนนางอังกฤษไม่พอใจพระเจ้าจอห์น
ดังนั้นในยุคศักดินา มันก็ไม่ได้ง่ายนัก เพราะคุณต้อง Compromise ทุกชนชั้น ทั้งชาวนา นักรบ ขุนนาง พระนักบวช เจ้าเมือง เจ้าแคว้น ที่จะ Say Yes กับคุณได้
ผมแนะนำคุณ
@imarisgano ลองเล่นเกมส์ Grand Strategy อย่าง Total War ภาค Rome II กับ Attila หรือ Crusader King จะรู้เลยว่าการปกครองยุคกลางศักดินาเนี่ยเป็นอะไรที่ยากมาก
เอาแค่เรื่องขัดแย้งในตระกูลก็ปวดสมองจนไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว แถมยังต้องมา Compromise กับขุนนางท้องถิ่น ขุนนางราชสำนัก ถือว่าไม่ง่ายเลย
การที่เราจู่ๆจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ในฐานะฝ่ายซ้ายอย่างผม ยังมองว่าไม่ง่ายเลยนะ ถ้าบริบททางสังคมโลกมันไม่ได้เอื้อ
การจะเปลี่ยนระบบใดๆ ต้องเปลี่ยนจากบริบทเสียก่อน จึงสามารถเปลี่ยนระบบได้ครับ
ยกตัวอย่างเช่นการปฏิวัติฝรั่งเศษ มันมีบริบทที่เปลี่ยนไป คือ แท่นพิมพ์ของกูร์เตนแบร์กที่ช่วยส่งสาร คนฝรั่งเศษรู้หนังสือเกือบค่อนประเทศ การกำเนิดชนชั้นพ่อค้า ภาวะขาดแคลนอาหาร โรคระบาด แพ้สงคราม เศรษฐกิจตกต่ำ ครบองค์ประกอบ
ทุกอย่างจะต้องเป็นใจโดยพร้อมกับทุกบริบท การขับเคลื่อนสังคมมันจึงจะเปลี่ยนแปลงได้สำเร็จ อย่างสิ่งที่ผมทำก็คือการเปลี่ยนแปลงบริบทของประวัติศาสตร์
ผมจะขุดประวัติศาสตร์กับหลักฐานที่ไม่เคยมีคนสนใจมาก่อนขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับประวัติศาสตร์แบบที่เราเรียนกันมาตามหลักสูตร เพื่อเปลี่ยนแปลงบริบทใหม่