เอกสารลับผมไม่ใส่ใจหรอก
แต่ทำไมว่างจังว้า ทุกวันนี้ผมต้องเปิด youtube
ด้วยความไว 1.5-1.75 เท่าตลอดเลย
แถมมือก็กดมือถือ
นี่ถ้าสามารถฟังคลิปความเร็ว 2-3 เท่าแล้วรู้เรื่องได้ก็คงทำละ
คือเข้าใจเลยทำไมคนรวยชอบซื้อเวลาชาวบ้าน
"แรงกับเวลาเราได้มาเปล่า พักสักหน่อยก็หายเหนื่อย" คำพูดของก๋งที่พูดกับหยกในเรื่อง "อยู่กับก๋ง" ท่านคงไม่ค่อยเห็นด้วยสินะครับ?
เป้นแนวคิดที่อยู่ในหนังสือเสริมบทเรียนเลยนะเรื่องประโยคสอนใจนี้นี่
เวลาคือทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุด เพระามีจำกัดมากที่สุด เราหาเงินหรือคนมากขึ้นได้ทางฤษฎี แต่เวลามีจำกัดที่สุด
...
กลับมาเรื่องความสมานฉันทน์
ผมเริ่มมาคิดอย่างหนึ่งว่าการเอาหน้าตานักการเมืองติดกับรองเท้า ทำเป็นพรมเหยียบ ทำลงกางเกงใน
มีอะไรที่รับไม่ได้หรอืการด่าว่าพ่อแม่มันขี้โกง ด่าให้ลูกมันรับรู้ ให้โลกประณาม
มันกลายเป็นพฤติกรรมที่รับไม่ได้ตั้งแต่ตอนไหน?
"ความสมานฉันทน์" คืออะไรกันแน่
หรือมันเริ่มกลายเป็น
"ไม่ตลก" "ไม่สมานฉันทน์"
เมื่อเราเริ่มที่จะทำแบบนั้นกับคนอื่นๆ
ที่"ไม่ใช่ทักษิณ"
เราไปทำเรื่องพวกนั้นกับ "เป้าหมายที่ไม่ใช่ทักษิณ" "เป้าหมายที่ด่าได้ไม่บาป" "ดูถูกได้ไม่บาป"
พฤติกรรมที่ทำแบบเดียวกันที่ทำกับคนอื่น เลยกลายเป็น
"ไม่สมควร" "ไม่เหมาะสม" "เป้นความรุนแรง" "หยาบคาย"
ไปเสียแล้วทั้งที่เมือ่ก่อนเราก้ทำกันมากกว่านี้เสียด้วยซ้ำ
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมช่วงเวลานั้นเราถึงมองมันกลายเป็นช่วงเวลาที่สุขสันต์แต่ละคนสรวลเส เฮฮา สมานฉันทน์กันไปได้
เราด่าหน้าเหลี่ยม หมอเลี้ยน ไอซีที เซารอน กันได้อย่างเมามัน
ด้านมืด != ข้อมูลลับที่เก็บใน MI6 หรืออะไรทำนองนั้นครับ
ด้านมืดตอนนี้คือ = ชอบคุ้ยเเต่เรื่องปวดหัวมืดมองเเต่เเง่ร้ายครับ เเละ อีกอย่างบอกไม่ขาดคำเห็นไหมข้อความของคุณมีการดุดันโดยคนไปฝ่ายตรงข้าม
"งานได้ที่ไม่มีหลักฐานอ้างอิงบรรณานุกรม งานนั้นคืองานขยะ"
ตามคำพูดของอาจารย์สายนักวิชการน่ะครับ
สายนักวิชาการจะดูหัวสูงก็เพระาเขาเรียนระเบียบวิธีการโต้เถียงกันมาแบบนี้ ว่าหาหลักฐานเอกสารมาประกอบ
ผมเข้าใจท่านนะ
"หลักฐาน" "ความจริง" จะมาสำคัญกว่า"ความรู้สึก" ของเราได้อย่างไรกัน?
แบบเดียวกับแนวคิด
"เมื่อสิบปีก่อนคนสมานฉันทน์กันมากกว่านี้"นั่นล่ะ
"ความรู้สึกร่วม" สำคัญกว่าเหตุผลและวาทศิลป์อีกหากว่ากันตามตำราวาทศิลป์แบบโบราณแล้ว