แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: ในนี้มีใครที่เคยเรียนกับ อ.ศมศักดิ์ เจียมฯ รุ่นแรก(2537)มั้ยครับ  (อ่าน 174 ครั้ง)

ออฟไลน์ Taw

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,048
  • ถูกใจแล้ว: 468 ครั้ง
  • ความนิยม: +31/-495
ประมาณ พศ.2537 ที่แกสอนธรรมศาสตร์ปีแรกน่ะครับ อยากรู้ว่า
1.เริ่มเข้าสอนเดือนอะไรในปีนั้น
2.แกแต่งตัวสบายๆรองเท้าแตะกางเกงขาสั้นเข้าสอนตั้งแต่ปีแรกๆเลยมั้ย
3.ปีนั้นลุงแกสอนเกี่ยวกับอะไร
4.มีเพิ่มเติมอะไรก็เล่าได้เลยครับ

จุดประสงค์คือจะเอาไปเป็นข้อมูลแต่งนิยายน่ะครับ ที่มีตัวละคร เป็นครูสายเสรีนิยม (เหตุการณ์ปี2540) วัย 27 ปี (เรียนกับสมเจียมรุ่น2537 ปี4 ด้วยวัย 24 ปี โดยที่จบช้ากว่าเพื่อน 2 ปีเพราะครั้งแรก ตอนมัธยมเข้า ม.1 ช้า 1 ปีเพราะที่บ้านเป็นหนี้ก้อนใหญ่ ไม่มีเงินส่งจนต้องทำงานส่งตัวเองเรียน ครั้งที่2 ตอนปี3 บาดเจ็บจากเหตุการณ์พฤษภา35 จนต้องดรอบเรียน 1 ปี) ที่เคยเป็นศิตย์เก่า สศจ ก่อนจะเข้าเป็นครู แล้วได้แนวคิดจาก สศจ มาหลายอย่างจนเป็นสายก้าวหน้าค่อนข้างผ่าเหล่าเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,760
  • ถูกใจแล้ว: 974 ครั้ง
  • ความนิยม: +54/-63
ประมาณ พศ.2537 ที่แกสอนธรรมศาสตร์ปีแรกน่ะครับ อยากรู้ว่า
1.เริ่มเข้าสอนเดือนอะไรในปีนั้น
2.แกแต่งตัวสบายๆรองเท้าแตะกางเกงขาสั้นเข้าสอนตั้งแต่ปีแรกๆเลยมั้ย
3.ปีนั้นลุงแกสอนเกี่ยวกับอะไร
4.มีเพิ่มเติมอะไรก็เล่าได้เลยครับ

จุดประสงค์คือจะเอาไปเป็นข้อมูลแต่งนิยายน่ะครับ ที่มีตัวละคร เป็นครูสายเสรีนิยม (เหตุการณ์ปี2540) วัย 27 ปี (เรียนกับสมเจียมรุ่น2537 ปี4 ด้วยวัย 24 ปี โดยที่จบช้ากว่าเพื่อน 2 ปีเพราะครั้งแรก ตอนมัธยมเข้า ม.1 ช้า 1 ปีเพราะที่บ้านเป็นหนี้ก้อนใหญ่ ไม่มีเงินส่งจนต้องทำงานส่งตัวเองเรียน ครั้งที่2 ตอนปี3 บาดเจ็บจากเหตุการณ์พฤษภา35 จนต้องดรอบเรียน 1 ปี) ที่เคยเป็นศิตย์เก่า สศจ ก่อนจะเข้าเป็นครู แล้วได้แนวคิดจาก สศจ มาหลายอย่างจนเป็นสายก้าวหน้าค่อนข้างผ่าเหล่าเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ


ไม่เคยเรียนโดยตรงครับ แต่ฟังวีดีโอที่แกบรรยายเอาหลายเรื่องอยู่


เอาจริงๆแล้วสศจ. แกไม่ใช่เป็นอัจฉริยะบุคคลอะไรขนาดนั้นหรอกครับ


แกคือคนที่มอง คิด วิเคราะห์และพูดอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่มีอะไรบดบังความคิดของแกได้


แกพยายามชี้ในจุดที่คนทุกคนมองข้ามในแบบว่าเส้นผมบังภูเขานิดเดียว เพียงแค่คิดแบบใช้สามัญสำนึก(Common Sense) ยังไงก็ต้องคิดได้อยู่แล้ว


ให้นึกภาพว่าคนทั่วไปเหมือนเหล่งหูชงแม้รู้ว่าหลักฐานทั้งหมดมันชี้ไปที่งักปุกคุ้ง แต่ด้วยความมีบุญคุณที่งักปุกคุ้งเคยมีแก่ตัวเอก


มันทำให้เหล่งหูชงไม่กล้าคิดไปกว่านั้น เหล่งหูชงพยายามหลอกตัวเองว่าอาจารย์เป็นคนดีจนเกือบท้ายเรื่องจริงๆที่ยอมรับว่าอาจารย์ที่ตนเคารพรักคือคนที่ชั่วร้ายที่สุด


แต่สศจ.นั้นแตกต่าง สศจ.แค่มองว่าคนทุกคนนั้นเท่ากันในฐานะความเป็นมนุษย์ มีแค่สิ่งที่มโนยกยอปอปั้นสร้างความเคารพและเกรงใจกันไปเอง


แท้จริงแล้วไม่ว่าใครจะดีชั่วล้วนตัดสินที่การกระทำ ไม่ใช่ที่สายเลือดแค่นั้นเองครับ


ถามว่าอะไรคือสิ่งที่หล่อหลอมสศจ. มันไม่ใช่เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 หรือ พฤศภาทมิฬนะครับ


แต่มันคือเหตุการณ์สังหารหมู่ม.ธรรมศาสตร์ 6 ตุลา 2519 เพื่อนของแกตายไปในเหตุการณ์นั้นเป็นจำนวนมาก


ดังนั้นสิ่งที่สศจ.แบกรับมาโดยตลอดคือความรู้สึกของเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกับแกที่ต้องเสียชีวิตไป


นั่นทำให้แกยืนหยัดแม้นในตอนแรกไม่มีแม้ซักคนที่ยืนอยู่ข้างแกเลยด้วยซ้ำ เพราะสิ่งที่แกแบกรับมันคือ


"ความต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่เพื่อนของแกที่เสียชีวิตไป"


นั่นคือสิ่งที่เป็นแรงผลักดันและทำให้แกยืนหยัดไม่ว่าจะเอาอะไรมาขู่แก แกก็ยังยืนตรงอย่างคนมีกระดูกสันหลังอย่างที่มนุษย์คนหนึ่งควรจะมี


ถ้าฟังบทสัมภาษณ์แกตอนที่เด็กถามเรื่อง 6 ตุลา 2519 น้ำตาของสศจ.จะคลอตลอดเวลา แกแบกความรู้สึกตรงนี้เอาไว้ตลอดตั้งแต่หนุ่มจนถึงบัดนี้


ถ้าจะจำกัดความของสศจ.ที่ง่ายที่สุด แกคือคนที่แสดงแนวคิดของมนุษยนิยมอย่างตรงไปตรงมา


ที่แกพูดทุกครั้งไม่ได้ต้องการให้เกิดการปฏิวัติ หรือ การเอาชนะอีกฝ่าย แต่มันคือการทำให้คนมองคนอย่างเป็นคนเหมือนกันแค่นั้นจริงๆครับ


จุดมุ่งหมายสูงสุดของแก คือต้องการให้เผ่ามังกรฟ้ายอมรับความผิดในอดีตที่ตนเองก่อ ต้องการคำขอโทษจากปากของเผ่ามังกรฟ้าที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ขึ้น


อย่างที่ผมได้ลงหลักฐานไปว่ามันชี้ชัดอยู่แล้วว่า 6 ตุลา 2519 เกิดขึ้นเพราะใคร เขารู้กันทั้งโลก มีแต่คนไทยที่หลอกตัวเอง


จำประโยคนี้ไว้เลยนะครับ "ผลลัพธ์มันจะเกิดไม่ได้ ถ้าไม่มีเหตุแห่งการกระทำเกิดก่อนผล"


สศจเพียงต้องการให้เผ่ามังกรฟ้าตระหนักและปรับปรุงตัว แค่นั้นจริงๆครับ นี่คือสิ่งที่แกต้องการสูงสุดในชีวิตนี้ของแกแล้ว ไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่านี้แล้วจริงๆ


ฟังคลิปนี้แล้วจะเข้าใจ สศจ.
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: ggg001, NyoronXD, Taw และมีอีก 0 หมีที่ถูกใจสิ่งนี้

ออฟไลน์ Taw

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,048
  • ถูกใจแล้ว: 468 ครั้ง
  • ความนิยม: +31/-495
[quote/]


ไม่เคยเรียนโดยตรงครับ แต่ฟังวีดีโอที่แกบรรยายเอาหลายเรื่องอยู่


เอาจริงๆแล้วสศจ. แกไม่ใช่เป็นอัจฉริยะบุคคลอะไรขนาดนั้นหรอกครับ


แกคือคนที่มอง คิด วิเคราะห์และพูดอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่มีอะไรบดบังความคิดของแกได้


แกพยายามชี้ในจุดที่คนทุกคนมองข้ามในแบบว่าเส้นผมบังภูเขานิดเดียว เพียงแค่คิดแบบใช้สามัญสำนึก(Common Sense) ยังไงก็ต้องคิดได้อยู่แล้ว


ให้นึกภาพว่าคนทั่วไปเหมือนเหล่งหูชงแม้รู้ว่าหลักฐานทั้งหมดมันชี้ไปที่งักปุกคุ้ง แต่ด้วยความมีบุญคุณที่งักปุกคุ้งเคยมีแก่ตัวเอก


มันทำให้เหล่งหูชงไม่กล้าคิดไปกว่านั้น เหล่งหูชงพยายามหลอกตัวเองว่าอาจารย์เป็นคนดีจนเกือบท้ายเรื่องจริงๆที่ยอมรับว่าอาจารย์ที่ตนเคารพรักคือคนที่ชั่วร้ายที่สุด


แต่สศจ.นั้นแตกต่าง สศจ.แค่มองว่าคนทุกคนนั้นเท่ากันในฐานะความเป็นมนุษย์ มีแค่สิ่งที่มโนยกยอปอปั้นสร้างความเคารพและเกรงใจกันไปเอง


แท้จริงแล้วไม่ว่าใครจะดีชั่วล้วนตัดสินที่การกระทำ ไม่ใช่ที่สายเลือดแค่นั้นเองครับ


ถามว่าอะไรคือสิ่งที่หล่อหลอมสศจ. มันไม่ใช่เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 หรือ พฤศภาทมิฬนะครับ


แต่มันคือเหตุการณ์สังหารหมู่ม.ธรรมศาสตร์ 6 ตุลา 2519 เพื่อนของแกตายไปในเหตุการณ์นั้นเป็นจำนวนมาก


ดังนั้นสิ่งที่สศจ.แบกรับมาโดยตลอดคือความรู้สึกของเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกับแกที่ต้องเสียชีวิตไป


นั่นทำให้แกยืนหยัดแม้นในตอนแรกไม่มีแม้ซักคนที่ยืนอยู่ข้างแกเลยด้วยซ้ำ เพราะสิ่งที่แกแบกรับมันคือ


"ความต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่เพื่อนของแกที่เสียชีวิตไป"


นั่นคือสิ่งที่เป็นแรงผลักดันและทำให้แกยืนหยัดไม่ว่าจะเอาอะไรมาขู่แก แกก็ยังยืนตรงอย่างคนมีกระดูกสันหลังอย่างที่มนุษย์คนหนึ่งควรจะมี


ถ้าฟังบทสัมภาษณ์แกตอนที่เด็กถามเรื่อง 6 ตุลา 2519 น้ำตาของสศจ.จะคลอตลอดเวลา แกแบกความรู้สึกตรงนี้เอาไว้ตลอดตั้งแต่หนุ่มจนถึงบัดนี้


ถ้าจะจำกัดความของสศจ.ที่ง่ายที่สุด แกคือคนที่แสดงแนวคิดของมนุษยนิยมอย่างตรงไปตรงมา


ที่แกพูดทุกครั้งไม่ได้ต้องการให้เกิดการปฏิวัติ หรือ การเอาชนะอีกฝ่าย แต่มันคือการทำให้คนมองคนอย่างเป็นคนเหมือนกันแค่นั้นจริงๆครับ


จุดมุ่งหมายสูงสุดของแก คือต้องการให้เผ่ามังกรฟ้ายอมรับความผิดในอดีตที่ตนเองก่อ ต้องการคำขอโทษจากปากของเผ่ามังกรฟ้าที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ขึ้น


อย่างที่ผมได้ลงหลักฐานไปว่ามันชี้ชัดอยู่แล้วว่า 6 ตุลา 2519 เกิดขึ้นเพราะใคร เขารู้กันทั้งโลก มีแต่คนไทยที่หลอกตัวเอง


จำประโยคนี้ไว้เลยนะครับ "ผลลัพธ์มันจะเกิดไม่ได้ ถ้าไม่มีเหตุแห่งการกระทำเกิดก่อนผล"


สศจเพียงต้องการให้เผ่ามังกรฟ้าตระหนักและปรับปรุงตัว แค่นั้นจริงๆครับ นี่คือสิ่งที่แกต้องการสูงสุดในชีวิตนี้ของแกแล้ว ไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่านี้แล้วจริงๆ


[youtube/]
ฟังคลิปนี้แล้วจะเข้าใจ สศจ.

ชอบคลิปนี้มาก มันเป็นอะไรที่โคตรกระตุกจิตกระชากใจสุดๆ นึกถึงตอนช่วงทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ช่วงนี้ด่านักการเมืองกันสาดเสียเทเสีย ยิ่งสมัยคนหลังนี่ถึงกับมีกลอนยื่นปลายื่นเบ็ดในตำนานนั่นด้วย แค่กับกลุ่ม Blue Dragon คือเราแทบไม่พูดถึงในด้านอื่นที่นอกจากการอวยกันเลย แถมมีเหตุผลมาแก้ต่างให้ตลอด (แบบน้ำขุ่นๆ) กับนักการเมืองทำแบบเดีนวกันนี่ด่าเละ นาที 8.41 ที่ว่าด่านักการเมืองแรกๆเพราะด่าอีกกลุ่มไม่ได้มันเป็นอะไรที่ผมแอบคิดมานานแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นหาคนถกด้วยไม่ได้เลยเพราะตอนนั้นขนมหวานเขียว-ชมพูราดกะทิเยอะจัด

สปอยส์ ซ่อน ซ่อน:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 29, 2021, 12:28:34 AM โดย Taw »
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก