แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: ว่าด้วยการวัดผลการศึกษา ท่านเชื่อในแนวทางไหนมากกว่ากัน  (อ่าน 289 ครั้ง)

ออฟไลน์ mangamancer

  • แม่ทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 2,077
  • ถูกใจแล้ว: 586 ครั้ง
  • ความนิยม: +44/-99
  • เพศ: ชาย
ตามหัวข้อครับ

 

ออฟไลน์ anmworld

  • หมีฝึกหัด
  • *
  • กระทู้: 1
  • ความนิยม: +0/-0
วัดผลการศึกษา คงต้องดูผลงาน ประสบกาณ์ วิชาความรู้ที่บุคคลนั้นแสดงออกมาครับ หากเทียบเกณฑ์แบบเกรดพวกมหาลัย มัธยม ย่อมไม่สามารถแสดงถึงผลการศึกษาของคนๆนึงออกมาได้อย่างแท้จริง
 

ออฟไลน์ richter

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,533
  • ถูกใจแล้ว: 290 ครั้ง
  • ความนิยม: +39/-17
Status(education) Exam มันเพี้ยนไปจนกลายเป็นขยะที่สร้างแต่มลพิษไปแล้วล่ะครับ ไม่ว่าวิธีไหนก็เจ๊งไม่ต่างกันเพราะมันผิดตั้งแต่จุดประสงค์แล้ว

การสอบวัดผลทางการศึกษานั้นควรจะเป็นกระจกสะท้อนให้นักเรียนได้ตระหนักว่าตนนั้นมีความชำนาญสันทัดในแขนงศาตร์วิชาสาขาใดบ้าง ไม่ใช่เชือกรัดคอแบบที่เป็นกันมาจนถึงปัจจุบัน

เกรดเฉลี่ยทุกวิชา ระดับมาตรฐานผลการศึกษาของโรงเรียน ค่าวัดผลจัญไรพวกนี้นี่แหละที่ช่วยตอกย้ำความบิดเบี้ยวในจุดประสงค์ของการสอบวัดผลยิ่งขึ้นไปอีก

หากการวัดผลทางการศึกษานั้นเป็นไปดังจุดประสงค์ที่ควรแล้วการวัดผลในหลากระดับทั้งในระดับโรงเรียน ภูมิภาค ระดับประเทศและระดับโลกนั้นจะส่งผลดีต่อนักเรียนมากกว่าบีบคอหน้าเขียวกันอย่างที่เป็น

ออฟไลน์ mangamancer

  • แม่ทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 2,077
  • ถูกใจแล้ว: 586 ครั้ง
  • ความนิยม: +44/-99
  • เพศ: ชาย
เข้าใจครับ
ตอนแรกข้อสอบมีขึ้นมาเพื่อให้ผู้เรียนมีเป้าหมายและเป็นการแข่งกับตัวเอง ไม่ใช่เพื่อแข่งขันชิงดีชิงเด่นกับคนอื่น
แต่โลกปัจจุบันมันเป็นแบบนี้ไปแล้ว ถึงกลับไปเลิกแข่งขันกันก็น่าจะเละไปอีกแบบอยู่ดี
 

ออฟไลน์ Alice13th

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 277
  • ถูกใจแล้ว: 110 ครั้ง
  • ความนิยม: +4/-5
การเรียนการสอนของไทยมันเชื่อถือไม่ค่อยได้


เอาง่ายๆเลยที่เรียนมาทั้งหลายเกิน90%แทบไม่สามารถเอามาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
บางอย่างถึงเอามาใช้ได้จริงแต่ในชีวิตประจำวันก็แทบไม่จำเป็นต้องใช้
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: daijobu, kroek

ออฟไลน์ natask

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,528
  • ถูกใจแล้ว: 118 ครั้ง
  • ความนิยม: +45/-22
  • เพศ: ชาย
  • หาไม่เจอหรือเธอว์มีดุ้น
เมื่องานมีมากกว่าคนจบ แม้มีความรู้เท่ากัน ก็จำเป็นต้องมีสิ่งแยกว่าควรเลือกใคร เช่น ถ้าสองคนเหมือนกันทุกอย่าง ผมก็คงเลือกคนที่ได้คะแนน 80 มากกว่า 79 แม้ว่ามันจะห่างกันแค่1คะแนนก็ตาม
เอาจริงๆเรื่องชื่อเสียงโรงเรียน มหาลัยนี่ก็นับว่าเป็นการสอบไปในตัว คือตอนนี้เราดันอยู่ในระบบคิดว่าคนทำข้อสอบยากๆได้คือคนเก่งไปซะแล้ว ทั้งๆที่ความจริงไอ้ยากๆนั่นไม่ได้เอามาใช้ทำงานเลยซักนิด


ผมเคยมีความคิดแบบว่า ให้เด็กทำข้อสอบเป็นข้อเขียนมั้ย ใช้ข้อสอบกลางไปเลย แล้วส่งแบบสุ่มให้คนในคณะนั้นๆให้คะแนนโดยที่ไม่รู้ว่าเจ้าของกระดาษนั้นเป็นใคร แล้วเอาคะแนนร้อยคนมาเฉลี่ย
ถ้าจะให้ดีคงต้องแบบส่งให้เอกนั้นๆแต่คนละมหาลัยตรวจละมั้ง เอาจริงๆพวกข้อเขียนที่ไม่มีคำตอบตายตัว นี่ผมคอนข้างแอนตี้คะแนนที่ได้มาจากคนเดียวๆ(อ.ผู้สอน) เป็นคนตรวจ เพราะผมมองว่ามัน bias


ผมอยากให้ใช้คะแนนเฉลี่ยๆคน อ.หลายๆคน + คะแนนเฉลี่ยจากคนทำงานจริงภายนอกมาคิดร่วมด้วย อ.บางคนมองในแง่ตัวเลขทฤษฎีต้องเป๊ะเลยให้น้อย
แต่คนทำงานจริงอาจมองว่าคำตอบประมาณละเอียดนี้ก็เพียงพอสำหรับใช้ทำงานจริงแล้วเลยให้เยอะ แล้วก็มาเวทๆกันว่าจะให้น้ำหนักคะแนนส่วนไหนเยอะกว่า เป็นต้น
 

ออฟไลน์ mangamancer

  • แม่ทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 2,077
  • ถูกใจแล้ว: 586 ครั้ง
  • ความนิยม: +44/-99
  • เพศ: ชาย
การเรียนการสอนของไทยมันเชื่อถือไม่ค่อยได้


เอาง่ายๆเลยที่เรียนมาทั้งหลายเกิน90%แทบไม่สามารถเอามาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
บางอย่างถึงเอามาใช้ได้จริงแต่ในชีวิตประจำวันก็แทบไม่จำเป็นต้องใช้
ที่ได้มากกว่าคือกระบวณการครับ กระบวณการหาความรู้ กระบวณการคิด
ที่ป.โท-เอกเขาต้องทำวิจัยกันก็ไม่ใช่เพราะจะหากินกับงานวิจัยที่ทำให้ได้รับปริญญาไปจนวันตายครับ ที่สำคัญคือกระบวณการต่างหาก
เหมือนกับที่ว่าแผนการหลายๆแผนอาจไร้ประโยชน์ แต่การวางแผนนั้นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้นั่นล่ะครับ

ตัวความรู้ที่ได้อาจมีที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ซะเยอะ แต่กระบวณการหาความรู้กระบวณการคิดนั้นติดตัวไปแน่นอน
อนึ่งคนที่มีปัญหากับตรงนี้มากๆไม่แนะนำให้เรียนสายสามัญหรือมหาวิทยาลัยครับ ควรเรียนสายอาชีพจะเหมาะกว่า

ทีนี้มันก็มีปัญหาว่า แล้วจะวัดว่าเด็กพัฒนากระบวณการเรียนรู้กระบวณการคิดไปมากแค่ไหน
วิธีวัดที่ดีที่สุดก็คือการวัดความรู้ที่เด็กคนนั้นมีครับ
 

ออฟไลน์ creymerty

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 315
  • ถูกใจแล้ว: 20 ครั้ง
  • ความนิยม: +10/-8
  • แค่เหนื่อย! กับบางสิ่่ง จึงมาหาที่พึ่งพิงทางใจ
ตอนสอบวิชาเครื่องจักรกล อาจารย์ผมคนแรก ให้ซ่อมเครื่องยนต์เองเลย แกไปหาเครื่องเก่่ามาให้ซ่อมแล้ว แต่มีโจทย์ให้ เช่นเครื่องนี้ แกนพัง สูบติด
ตอนซ่อม ต้องอธิบายได้ด้วยว่า มันเป็นอะไร ซ่อมแบบไหน ซ่อมแล้วไม่ดีไม่เป็นไร  อาจารย์อีกคนออกสอบข้อเขียน ก็พวกชิ้นส่วนเครื่องจักรทั้งชุดเลย
ให้อธิบายส่วนประกอบมาว่ามันทำอะไร รุ่นผมมีคนเรียนไม่ถึง 15 คน แต่จบมาทุกคนซ่อมได้ตั้งแต่สากกระบือยันเรือรบ เป็นอาจารย์สองท่านที่ันักเรียนเคารพมาก


ตามโพลล์ บอกตรงๆสมัยนี้ ออกแบบไหนถ้าเป็นข้อเขียนก็ห่วยแตกพอกัน  ผมอยากให้ออกเป็นภาคปฎิบัติไปเลย ปฎิบัติ 70 ข้อเขียน 30 ทำไม่ได้ก็ปล่อยตกไป
เด็กใหม่ๆมาสมัครงาน 10 คน โยนเครื่องให้ลองซ่อม บางคนขนาดไขควงปากแบนปากแฉก ยังแยกไม่ออก  WTF >:(  มันจบมาได้ยังไง
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: lavita, k1110763

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,144
  • ถูกใจแล้ว: 477 ครั้ง
  • ความนิยม: +73/-74
ควรจะมีหลายด้าน วัดผลว่าเด็กจบมามีความรู้มากขนาดไหน


และต้องวัดผลการวัดผลด้วย ว่าเด็กจบได้คะแนนสูงเฉลี่ยแล้วจบมาทำงานได้เงินเดือนสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติหรือไม่


และต้องวัดผลสถาบันต่างๆ ว่าจบมามีงานทำำ ตกงานมากน้อยเท่าใด รายได้เฉลี่ยเท่าใด
 

ออฟไลน์ providence_gundam

  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,174
  • ถูกใจแล้ว: 520 ครั้ง
  • ความนิยม: +39/-156
  • เพศ: ชาย
ถ้าให้เลือกแค่ 2 ช้อยนี้ก็คงเลือกอันล่างเพราะอย่างน้อยมันก็มีมาตรฐานบ้าง


อย่างอันบนที่ผมเคยเจอ แม่งโคตรไม่มาตรฐาน ม.ต้นเคยเจอครูเลขหมั่นไส้เพื่อนที่ไปเข้าค่ายโอลิมปิคเลข เลยออกข้อสอบยากแบบยากเอาสะใจ ผลคือเกือบทั้งชั้นตก เพื่อนผมคนนั้นผ่าน แต่ไม่ได้เต็ม ครูแม่งก็เอาเรื่องนี้มาเยาะเย้ยใหญ่(ผมผ่่่่่่่่่านแบบหวุดหวิด คะแนนเน่าเพราะครูออกข้อสอบไร้สาระแบบนี้ โคตรจะๆม่มาตรฐานเลย)

หลังจากนั้นครูคนนั้นก็โดนโรงเรียนยึดสิทธิ์ออกข้อสอบไปละ แอคชั่นเร็วดีเหมือนกัน
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: nosta

ออฟไลน์ Sidestreetdog

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,764
  • ถูกใจแล้ว: 145 ครั้ง
  • ความนิยม: +22/-21
ถ้าให้เลือกอย่างไงแบบล่างก็จะมีมาตรฐานกว่าครับ
 
ปัญหาของอย่างบน คือครูจะออกยังไงก็ได้
ผมเคยเจอครูคนหนึ่ง ท่านคิดอะไรไม่รู้ เอาข้อสอบของมหาลัยมาให้เด็กทำ (เป็นสอบเก็บคะแนนด้วย)
ผลคือ เด็กตกเกือบทั้งชั้น เหลือเด็กอัจฉริยะที่ผ่านอยู่คนเดียวมั้ง
แน่นอน ทั้งเด็ก และผู้ปกครองไม่ยอม อ.คนนั้นเจอลงโทษ แล้วทางโรงเรียนต้องออกกฏระเบียบในการออกข้อสอบใหม่
ให้มีการตรวจสอบข้อสอบจากทางโรงเรียนอีกชั้นหนึ่ง ก่อนข้อสอบเอามาสอบจริง
 
แต่ถึงไม่มีเหตุการณ์ครูที่แปลกพิศดารแบบนั้น
โดยปกติ ทางโรงเรียนก็จะต้องทำตามแนวทางของกระทรวงฯเป็นหลักอยู่แล้ว
ถึงจะมีให้เพิ่มเติมแนวทางการสอนของตัวเองได้ จนมีเหตุการณ์ที่ได้กล่าวไปข้างต้น
 
หลักๆเพื่อให้การเรียนการสอนมีแนวทาง ได้ความรู้ที่เป็นมาตรฐาน
ถึงอย่างนั้น การเรียนการสอนในแต่ละโรงเรียน ก็ยังแตกต่างกันมากพอที่ จะทำให้มหาวิทยาลัย ต่างๆ
ต้องมาปูความรู้ใหม่ในการเรียนการสอนปี 1 เพื่อให้มั่นใจว่านิสิต/นักศึกษา ที่เข้าเรียน
จะมีความรู้พื้นฐานมากพอ ที่จะเรียนในสาขาวิชานั้นๆ ของมหาลัยฯได้
 
เนื่องจากการปล่อยให้ทางโรงเรียน/ครู จัดการดูแลกันเองหมด จะทำให้มาตรฐานความรู้ มันแกว่งมากนั่นเอง
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก