แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: "ฉันจะเป็นพระเจ้าแห่งโลกใหม่"และแนวไฮท์สคูลฝรั่ง คุยกันหน่อยครับ  (อ่าน 1095 ครั้ง)

ออนไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,286
  • ถูกใจแล้ว: 2418 ครั้ง
  • ความนิยม: +243/-433
ผมไปเจอฝรั่งเขียนบทความล้อเลียนมาครับ

ประมาณว่าเดธโน๊ต หากคนเก็บได้เป็นนักเรียนไฮท์สคูล คงออกมาแนว การแก้แค้นของเนิร์ดที่เอาไปใช้ล้างแค้นพวกนักกีฬาประจำโรงเรียนหรือพวกสาวเชียร์ลีดเดอร์และจบด้วยบทเรียนสอนใจที่เนิร์ดจะตายเพราะความสามารถของตนเอง

แต่เนื่องจาก เดธโน๊ต เป็นมังงะญี่ปุ่น

เด็กมัธยมปลายญี่ปุ่นที่เก็บได้อย่างไลท์จึงเอาไปใช้อย่าง

"ชั้นจะเป็นพระเจ้าแห่งโลกใหม่"และไล่ฆ่าคนมีผลกระทบต่อสังคมไปทั่วโลก

หากให้พวกเนิร์ดฝรั่งไป คงแค่ไล่ฆ่าคนในโรงเรียนหรือคนในเมืองเท่านั้นล่ะครับ ฮา :P

ฝรั่งมองพวกเนิร์ดหรือเด็กฉลาดในแง่ไม่ดีอยู่ลึกๆหรือเปล่าครับ?

หรือการเขียนเรื่องการใช้พลังพิเศษนอกขอบเขตของรั้วโรงเรียนมัธยมมันเขียนยาก?

คือผมจะเขียนแนว urban fantasy เลยอ่านพวกเฟทและย้อนกลับไปคิดถึงซี่รี่ย์

บัฟฟี่มือใหม่ปราบผี ของซี่รี่ย์ฝรั่งเทียบกันน่ะครับ

แน่นอนอาจเพราะพวกนี้เป็นแฟมินิสม์เขียนด้วย

เลยเขียนว่าพวกเนิร์ดบ้าๆบอๆทำตัวไร้สาระน่าทุเรศ...

แต่ความสามารถของพวกเนิร์ดในแนวพวกนี้คือ คิดเครื่องยิงปืนเลเซอร์น้ำแข็งได้ คิดเครื่องล้างสมองได้ คิดจักรกลที่คุมดินฟ้าอากาศได้ คิดเครื่องย้อนเวลาได้ ฯลฯ

อย่าว่าแต่ทุกอย่างที่ว่ามา

เอามาสักอย่างหนึ่ง คนพวกนี้ก็จะมีชื่อเสียงระดับโทนี่ สตาร์ก ได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ตลอดกาลแล้ว

แล้วพวกเขาเอาความสามารถสุดเทพในการประดิษฐ์เหล่านี้ไปใช้ทำอะไร?

แน่นอน เอาไปแก้แค้นสาวๆในโรงเรียน ???

ผมว่าเอาไปใช้เป็นพระเจ้าของโลกใหม่ แบบไลท์ยังจะดูก่อประโยชน์ต่อสังคมมากกว่านะครับ

ทุกท่านคิดว่าอย่างไรบ้างครับ

คิดว่าคนเขียนต้องการสื่ออะไรกันแน่?

หรือมันคือความแตกต่างของอเมริกากับญี่ปุ่น

ที่อเมริกาด่าว่าญี่ปุ่น เคารพกติกาสังคม

แต่ความจริงญี่ปุ่นกล้าคิดไปไกลกว่าอเมริกาอีกอย่างน้อยก็ในเคสเรื่องเหนือธรรมชาติที่มีอิทธิพลกับโลกนี้?

ผมกำลังคิดแนวกลับชาติไปเกิดในแนว urban fantasy พวกนี้น่ะครับ

และผมมองว่า เฮ้ย พวกเอ็งคิดประดิษฐ์ของพวกนี้มาได้นี่เอ็งไม่จำเป็นต้อง โดนคนดูถูกว่าเป็น loser พวกขี้แพ้แล้วมั้ง?

กำลังหาไอเดียและความแตกต่างด้านมุมมองอยู่น่ะครับ

ว่าจะหักมุมแนว isekai ปรกติดู

แนวคิดที่ต่างกันของฝรั่ง

หากไลท์เป้นคนอเมริกัน คงเอาเดธโน๊ตไปฆ่าคนในโรงเรียนและโดนดูถูกว่าเป็นคนขี้แพ้นั่นล่ะตามมุกของนักเขียนฝรั่ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 08, 2020, 08:10:17 PM โดย samuison »
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ nosta

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 2,522
  • ถูกใจแล้ว: 563 ครั้ง
  • ความนิยม: +106/-145
ปกติในหนังฝรั่งจะเห็นเนิร์ดถูกบูลลี่ ก็อาจจะแก้แค้นเฉพาะคนที่บูลลี่


แต่ในหนังฝรั่งคนแกล้งเนิร์ดมักจะเป็นนักกีฬาดังกับแฟนสาวสวย จนผมสงสัยว่า ชีวิตจริงมันมีอะไรอย่างงั้นจริงหรือ เพราะในไทยนักกีฬาดังที่มีแฟนสวย มักจะแฮปปี้ไลฟ์ไม่สนใจแกล้งใคร และมักจะเป็นฝ่ายที่โดนเกลียด อิจฉาด้วยซ้ำ
 

ออฟไลน์ gaiar33

  • จอมพลหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 11,229
  • ถูกใจแล้ว: 5939 ครั้ง
  • ความนิยม: +295/-264
  • เพศ: ชาย
  • หัวหน้าองค์กร(ไม่)ลับ
เอาเดธโน๊ตไล่เขียนชือคนครึ่งจักวาลดูสิ

* gaiar33 โดนรถตู้สีขาวอุ้มไป
 

ออนไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,286
  • ถูกใจแล้ว: 2418 ครั้ง
  • ความนิยม: +243/-433
ปกติในหนังฝรั่งจะเห็นเนิร์ดถูกบูลลี่ ก็อาจจะแก้แค้นเฉพาะคนที่บูลลี่


แต่ในหนังฝรั่งคนแกล้งเนิร์ดมักจะเป็นนักกีฬาดังกับแฟนสาวสวย จนผมสงสัยว่า ชีวิตจริงมันมีอะไรอย่างงั้นจริงหรือ เพราะในไทยนักกีฬาดังที่มีแฟนสวย มักจะแฮปปี้ไลฟ์ไม่สนใจแกล้งใคร และมักจะเป็นฝ่ายที่โดนเกลียด อิจฉาด้วยซ้ำ
ใช่ครับ เนิร์ดที่โดนนักกีฬาแกล้งก็จะเอาความสามารถพิเศษไปใช้แกล้งนักกีฬากลับและให้ได้คุ่กับสาวๆเชียร์ลีดเดอร์
พูดง่ายๆคือ โนบิตะแบบฝรั่งที่ไม่มีโดราเอมอนนนั่นเอง

อย่างที่ท่านว่าก๋็มีคนเคยวิเคราะก์ไว้ครับ
ว่าพวกนนักกีฬา มีความเฟรนลี่ ทำอะไรคนก็รักอยู่แล้ว
มีความมั่นคงในตำแหน่งของตนเอง ไม่มีความจำเป็นต้องไปบูลลี่ใคร
ผู้หญิงบูลลี่กันนั้นเป้นไปได้มากกว่า
อีกเคสหนึ่งก็มีนวิเคราะห์ว่า เพระาพวกนักกีฬา มีชีวิตที่ง่ายๆสบายอยู่แล้ว จึงเป็นคนที่ไม่ ruthless เห็นแก่ตัวออะไรเท่าไร
เพราะพวกเขามีโอกาสดีกว่าคนทั่วไปจึงเปิดใได้ง่ายมากกว่า
คนที่เป็นที่นิยมคือคนที่พูดเข้ากับคนได้ทุกกลุ่มประมาณนั้นล่ะครับ

มีคนด่าว่า เดธโน๊ต คนใหม่คือแนวความคิดของเด็กสมัยนี้ล่ะครับ
เราชอบหรอืเกลียดไไลท์อย่างไร เราก้ยังพอยอมรับว่าเขามีอุดมการณืของเขา จะผิดหรืออะไร
ลึกๆในใจทุกคนชอบคนที่มีอุดมการณืแม้เราจะไม่เห็นด้วยกับอุดมการณ์นั้นก้ตาม

แผนการของพระเอกคนใหม่ีมีเพื่อเงินและความสบลายของตนเองเท่านั้น ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงสังคมอะไรอีกแล้ว
ไม่จำเป้นต้องได้เงินจำนวนล้นฟ้าด้วย
แค่ให้ได้ระดับใช้ชีวิตสบายๆกินดอกเบี้ยนได้ก็พอใจแล้ว
มันคือความเปลี่ยนไปแของแนวคิดของเด็กรุ่้นใหม่ล่ะครับ

ผมไม่ได้ว่้าอะไร
หากมองในแง่หนึ่งคือความประสบความสำเร็จของสังคมก็ว่าได้
ที่แม้เราจะไม่พอใจหลายๆอย่าง แต่เรารู้สึกมีความสุขมากพอที่จะไม่คิดแก้ไขอะไร
ต้องการแค่ว่าเรามีเงินเราก็สามารถอยู่ได้อย่่างชิลๆแลแ้วจะไปเป็นพระเจ้าของโลกใหม่มีความรับผิดชอบเพิ่มไปทำไม?

ไลท์จึงแตกต่างไปจากเนิร์ดฝรั่ง  นั่นล่ะครับ
ฝรั่งชอบ isekaiไปต่างโลกและเปลี่ยนระบบของต่างโลก
เดทโน๊ตมีความคิดก้าวหน้ากว่าที่จะเปลี่ยนระบบโลกปัจจุบันนี้

เรื่องแนวนี้มักจะสอนเรื่องว่า "ไม่ควรเอาพลังพิเศษไปหาผลประโยชน์"

เพื่อสอนเด็กๆไม่ให้หวังพึ่งเวทมนตร์
แต่โลกที่มีเวทมนตร์จริงๆ ผลมันควรจะเป็นอีกอย่างหนึ่ง

ผมจำได้ว่าเคยอ่านคอมเมนท์ใน youtube
ตอนที่โจสุึเกะ ชิเงจี้ โอคุยาสึ ได้เงินค่าล้อตเตอรี่

คนดูบอกว่ารู้สึกแปลกๆ ปรกติเรื่องพวกนี้มักจะลงเอยคนที่ใช้พลังพิเศษหาเงินจะเกิดผลลร้าย
อ.อารากิ เขียนให้ทั้งสามคนได้เอาเงินไปใช้ฝากธนาคารสบายใจ
ผมว่านั่นคือแนวคิดของผู้หใญ่มากกว่า
มันไม่ใช่ดลกของเด็กที่ถฤูกจำกัดด้วยศีลธรรมอีกต่อไป
โลกของผู้ใหญ่คือโลกของคนที่่มีทรัพยากร ความสามารถมากกว่า ก็จะสามารถก้าวหน้าเหนือคนทั่วไปได้ต่างหาก
นี่คือคติของผู้ใหญ่ที่ไม่ได้สอนในเรื่องของเด็กอย่าง โดราเอมอนหรือแนวไฮท์สคูลของฝรั่ง
เอาเดธโน๊ตไล่เขียนชือคนครึ่งจักวาลดูสิ

* gaiar33 โดนรถตู้สีขาวอุ้มไป

ทานอสเป็นคนที่แฟร์เพราะพยบายามจะสุ่มนั่นล่ะครับ
ว่าไปแล้ว ทุกคนค่อนข้างชอบทานอสใน infinity war มากๆเพราะเมหือนดูไลท์ต่อสู้กับทั้งโลกนั่นล่ะ
คือหนังที่เรียกว่าเรามองจากมุมมองของทานอสมากกว่าพวกพระเอกเสียอีก
และการจะเปลี่ยนจักรวาลเราก็ต้องสู้กับทั้งจักรวาล
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: 3TAHeibivo)

ออฟไลน์ warakornboy

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 471
  • ถูกใจแล้ว: 104 ครั้ง
  • ความนิยม: +14/-9
เป็นอีกหัวข้อกระทู้ที่น่าสนใจนะ  หากจะวิเคราะห์สถานการณ์แล้วมันอาจคาดการณ์ได้ยากกว่าแนวคิดของชาวเอเชีย  —  ตะวันออกเยอะเลยครับ  เช่น


ค่านิยมและประวัติศาสตร์
1.  ชาวอุโรป  (ยุโรป)  — โดยเฉพาะชาวอเมริกันกับชนพื้นเมือง  ใช้นิยายReady  Player  One  (2011)  เป็นตัวอย่าง  ;  ข้อสังเกตเก่าคือ  Nerd  ก็เหมือนผู้ชายทั่วไป  คิดว่าชีวิตการมีแฟนแต่งงานไม่มีค่าอะไรมากกว่ายศกระดับเอาไว้ข่ม  —  อวดคนวัยเดียวกัน


ข้อสังเกตใหม่คือ  พวกเค้าสนใจในเรื่องเทคโนโลยี  วิชาการ  วิทยาศาสตร์อื่นๆ  —  ปรัชญาคล้ายๆกันจนลืมหรือไม่สนใจเรื่อง  Sexual  Hormone  ไปแล้วมากกว่า  ดังนั้นถ้าได้  Death  Note  มาจริงคงไม่อยากแตะต้องมันแน่  ถ้าอันตรายขนาดนี้คงหาทางไล่ไปให้พ้นมือแล้วส่งไปให้ถึง  ประธานาธิบดี  ฝ่ายศาลพิจารณาคดี  หรือ  Congress  มากกว่าเพราะไม่ต่างกับ  Nuclear  จิ๋วที่สั่งฆ่าใครตายก็ได้  ไม่อย่างนั้นหนังสือจะต้องถูกเผา


ปัญหาระดับโลกที่ไม่เคยจบสิ้นแต่อยู่ในโลก  Digital  นั้นส่วนใหญ่เกิดมาจากฝีมือของ  Geek  จอมอิจฉาและยึดติด  (Obsessed)  มากกว่า  ซึ่งตัวเอกของ  RPO  เป็นหนึ่งในคนที่มีบุคลิกภาพอย่างนั้น


ส่วนภูมิหลังว่าทำไมถึงจะไม่เกิด  Apocalypse  เพราะ  ‘คนมากมายหนีจากทวีปเกิดมาทวีปอเมริกา’  +  ‘อดีตประชากรเหล่านั้นได้บอกเล่าประวัติศาสตร์ที่อัปยศและน่าอายแก่คนพื้นเมืองในทวีปใหม่’  และ ‘3,600  BC  มีชาติมากมายที่ตายเพราะผู้นำไม่ใฝ่รู้หรือขาดประสบการณ์ปกครอง’  ชาติที่ยังคงอยู่ต่อไปล้วนแต่ต้องต่อสู้ความอับอายที่ยากจะทำให้ลืมทั้งนั้น


2.  ชาวญี่ปุ่น;  จะคล้ายกับตอนที่เป็นจักรวรรดิ   Bakufu  Shogunate  แล้วเข้าร่วมสงคราม  Russo  -Japanese  War  (1841)  กับ  First  Sino  —  Japanese  War  (1894)  และ  Second  Sino  —  Japanese  War  (1937)  ก็มีน้ำหนักเพียงพอแล้วที่จะเลือกไม่ใช่  Death  Note  เพราะอาจก่อสงครามยิ่งกว่านั้นได้ 



สถานภาพทางเศรษฐกิจ  VS  อัตราการขยายตัวของประชากร  =  Lifestyle  และค่านิยม
1.  ชาวอุโรป  (ยุโรป)  —  โดยเฉพาะทวีปอเมริกา;  ถ้าประชากรช่วงสมัย   Early  Video  Game  (1948)  และใช้เกมเป็นตัวแทนค่านิยม  ณ  เวลานั้น  USA  =  เกม  Chess  (TuroChamp)  ก็พออธิบายได้แล้วว่า  ประชากรส่วนใหญ่สนใจและกังวลกับสงครามครั้งต่อไปและความปลอดภัยจากสงครามมากกว่า  ถึงแม้จะยังไม่เกิดก็ตาม  ทั้งนี้ไปค้น  GDP  ดูและเทียบประชากรกับไทยเป็นพื้นฐานจะเห็นได้ว่ามีรายรับมากกว่ารายจ่ายค่าครองชีพที่คาดว่าเป็นต่างกันมากถึง  5  เท่า


2.  ชาวญี่ปุ่น  —  เอเชีย;  ถ้าเป็นคนที่ช่วง  1948   และมีเกม  Periscope  (1948)  เป็นตัวแทน  ก็พอจะพูดได้สถานภาพทางการเงินนั้นอยู่สภาพค่อนข้างสบายและยังคงมีความระแวงใน  WW2  และครั้งต่อๆไปซึ่งพอจะอธิบายได้จาก  Space  Invaders  (1978  SEGA)  เมื่อเทียบกับสภาพรายได้ของประเทศและประชากรตอนนี้คือ  GDP ตอนนี้ยังคงทำรายรับมากกว่ารายจ่ายค่าครองชีพถึง  3  เท่า  ตัวแต่อัตราการกระจายของ  GDP  ต่อจังหวัดมันต่างกันอย่างมาก


คนประกอบอาชีพจำนวนมากเลยคาดหวังในงานพนักงานขายของ  และบริษัทเกมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าเพราะเป็นทางเดียวที่จะเข้าถึงรายได้เลี้ยงตัวเองมากกว่า  และดูเหมือน  Payment  นั้นโหดร้ายเป็นอย่างยิ่ง  เข่น  ทำงานแลกด้วยชีวิต  ไม่งั้นต้องตกงานไม่รู้กี่ปีจน  Karoshi  ประชากรบางส่วนเลยถึงกับหนีไปเป็น  Novel Author  —  Doujinshi  —  Manga  Artist  แทน  ซึ่งคาดหวังได้บ้างจากผู้อ่านที่เป็นพนักงานทั้งหลายและผู้อ่านต่างประเทศ


ขณะที่ถ้าหากบางคนหนีจากชีวิตในเมืองเศรษฐกิจกลับต่างจังหวัดไปทำอาชีพเกษตรกรทั้ปลูกผักหลากหลายและเลี้ยงสัตว์ก็ยังพอจะสบายไปได้บ้าง  ถึงตรงนี้เดาได้ว่าเรื่องแนว  Apocalypse  —  Post  Apocalyse  &  Isekai  ล้วนผลิตมาจากผู้แต่งที่อาศัยอยู่ในตัวเมืองเศรษฐกิจครับ
 

ออนไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,286
  • ถูกใจแล้ว: 2418 ครั้ง
  • ความนิยม: +243/-433

ผมนึกถึงคำพูดของคนที่อ่านมาเจอครับ
ประมาณว่าตัวร้ายคือ"พลังของความเปลี่ยนแปลง" ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ลูกกระจ๊อก อาจต้องทำเพื่อเงินตรา อำนาจ ชื่อเสียงหรืออะไรก็ได้
แต่หัวหน้าต้องมี vision ที่จะพาคนไปทางไหนสักทาง
ผมกำลังจะเล่นมุกว่า

"คนที่คิดจะละลายน้ำแข็งขั้วโลกให้นำท่วมโลกยังมีลูกน้องติดตามนับบร้อยคน เราแค่คิดจะสร้างฮาเร็มสาวๆ ก็น่าจะมีคนติดตามเราบ้างล่ะนะ" ฮา :P
เราจะเห็นว่า ตัวร้าายจะมามุกนี้เสนมอในการเฉลยเบื้องหลังอุดมการณ์ว่าต้องการอะไรจากการกระทำของเขามาทั้งเรื่อง

ในเคส ทานอสและไลท์ ก็เรียกว่าคือมุมมองของบอสของเรื่องในแนวนี้ล่ะครับ
เป็นอีกหัวข้อกระทู้ที่น่าสนใจนะ  หากจะวิเคราะห์สถานการณ์แล้วมันอาจคาดการณ์ได้ยากกว่าแนวคิดของชาวเอเชีย  —  ตะวันออกเยอะเลยครับ  เช่น


ค่านิยมและประวัติศาสตร์
1.  ชาวอุโรป  (ยุโรป)  — โดยเฉพาะชาวอเมริกันกับชนพื้นเมือง  ใช้นิยายReady  Player  One  (2011)  เป็นตัวอย่าง  ;  ข้อสังเกตเก่าคือ  Nerd  ก็เหมือนผู้ชายทั่วไป  คิดว่าชีวิตการมีแฟนแต่งงานไม่มีค่าอะไรมากกว่ายศกระดับเอาไว้ข่ม  —  อวดคนวัยเดียวกัน


ข้อสังเกตใหม่คือ  พวกเค้าสนใจในเรื่องเทคโนโลยี  วิชาการ  วิทยาศาสตร์อื่นๆ  —  ปรัชญาคล้ายๆกันจนลืมหรือไม่สนใจเรื่อง  Sexual  Hormone  ไปแล้วมากกว่า  ดังนั้นถ้าได้  Death  Note  มาจริงคงไม่อยากแตะต้องมันแน่  ถ้าอันตรายขนาดนี้คงหาทางไล่ไปให้พ้นมือแล้วส่งไปให้ถึง  ประธานาธิบดี  ฝ่ายศาลพิจารณาคดี  หรือ  Congress  มากกว่าเพราะไม่ต่างกับ  Nuclear  จิ๋วที่สั่งฆ่าใครตายก็ได้  ไม่อย่างนั้นหนังสือจะต้องถูกเผา


ปัญหาระดับโลกที่ไม่เคยจบสิ้นแต่อยู่ในโลก  Digital  นั้นส่วนใหญ่เกิดมาจากฝีมือของ  Geek  จอมอิจฉาและยึดติด  (Obsessed)  มากกว่า  ซึ่งตัวเอกของ  RPO  เป็นหนึ่งในคนที่มีบุคลิกภาพอย่างนั้น


ส่วนภูมิหลังว่าทำไมถึงจะไม่เกิด  Apocalypse  เพราะ  ‘คนมากมายหนีจากทวีปเกิดมาทวีปอเมริกา’  +  ‘อดีตประชากรเหล่านั้นได้บอกเล่าประวัติศาสตร์ที่อัปยศและน่าอายแก่คนพื้นเมืองในทวีปใหม่’  และ ‘3,600  BC  มีชาติมากมายที่ตายเพราะผู้นำไม่ใฝ่รู้หรือขาดประสบการณ์ปกครอง’  ชาติที่ยังคงอยู่ต่อไปล้วนแต่ต้องต่อสู้ความอับอายที่ยากจะทำให้ลืมทั้งนั้น


2.  ชาวญี่ปุ่น;  จะคล้ายกับตอนที่เป็นจักรวรรดิ   Bakufu  Shogunate  แล้วเข้าร่วมสงคราม  Russo  -Japanese  War  (1841)  กับ  First  Sino  —  Japanese  War  (1894)  และ  Second  Sino  —  Japanese  War  (1937)  ก็มีน้ำหนักเพียงพอแล้วที่จะเลือกไม่ใช่  Death  Note  เพราะอาจก่อสงครามยิ่งกว่านั้นได้ 



สถานภาพทางเศรษฐกิจ  VS  อัตราการขยายตัวของประชากร  =  Lifestyle  และค่านิยม
1.  ชาวอุโรป  (ยุโรป)  —  โดยเฉพาะทวีปอเมริกา;  ถ้าประชากรช่วงสมัย   Early  Video  Game  (1948)  และใช้เกมเป็นตัวแทนค่านิยม  ณ  เวลานั้น  USA  =  เกม  Chess  (TuroChamp)  ก็พออธิบายได้แล้วว่า  ประชากรส่วนใหญ่สนใจและกังวลกับสงครามครั้งต่อไปและความปลอดภัยจากสงครามมากกว่า  ถึงแม้จะยังไม่เกิดก็ตาม  ทั้งนี้ไปค้น  GDP  ดูและเทียบประชากรกับไทยเป็นพื้นฐานจะเห็นได้ว่ามีรายรับมากกว่ารายจ่ายค่าครองชีพที่คาดว่าเป็นต่างกันมากถึง  5  เท่า


2.  ชาวญี่ปุ่น  —  เอเชีย;  ถ้าเป็นคนที่ช่วง  1948   และมีเกม  Periscope  (1948)  เป็นตัวแทน  ก็พอจะพูดได้สถานภาพทางการเงินนั้นอยู่สภาพค่อนข้างสบายและยังคงมีความระแวงใน  WW2  และครั้งต่อๆไปซึ่งพอจะอธิบายได้จาก  Space  Invaders  (1978  SEGA)  เมื่อเทียบกับสภาพรายได้ของประเทศและประชากรตอนนี้คือ  GDP ตอนนี้ยังคงทำรายรับมากกว่ารายจ่ายค่าครองชีพถึง  3  เท่า  ตัวแต่อัตราการกระจายของ  GDP  ต่อจังหวัดมันต่างกันอย่างมาก


คนประกอบอาชีพจำนวนมากเลยคาดหวังในงานพนักงานขายของ  และบริษัทเกมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าเพราะเป็นทางเดียวที่จะเข้าถึงรายได้เลี้ยงตัวเองมากกว่า  และดูเหมือน  Payment  นั้นโหดร้ายเป็นอย่างยิ่ง  เข่น  ทำงานแลกด้วยชีวิต  ไม่งั้นต้องตกงานไม่รู้กี่ปีจน  Karoshi  ประชากรบางส่วนเลยถึงกับหนีไปเป็น  Novel Author  —  Doujinshi  —  Manga  Artist  แทน  ซึ่งคาดหวังได้บ้างจากผู้อ่านที่เป็นพนักงานทั้งหลายและผู้อ่านต่างประเทศ


ขณะที่ถ้าหากบางคนหนีจากชีวิตในเมืองเศรษฐกิจกลับต่างจังหวัดไปทำอาชีพเกษตรกรทั้ปลูกผักหลากหลายและเลี้ยงสัตว์ก็ยังพอจะสบายไปได้บ้าง  ถึงตรงนี้เดาได้ว่าเรื่องแนว  Apocalypse  —  Post  Apocalyse  &  Isekai  ล้วนผลิตมาจากผู้แต่งที่อาศัยอยู่ในตัวเมืองเศรษฐกิจครับ
ผมว่าจริงๆแล้วอาจจะมีจุดเชื่อมกันของสองประเทศก็ได้นะครับ
ญี่ปุ่นยังนับถือ นายพลแม็ค อาเธอร์ เป็นโชกุนคนสุดท้ายอยู่เลย ::)
รับรัฐธรรมนูญใหม่มากจากอเมริกา ตอนนี้ญี่ปุ่นก็ค่อนข้างแฮปปี้ดีในรวมๆ
ผมก็พอเข้าใจว่า ไม่ว่าจะลำบากอย่างไร จะเสี่ยงทำให้สังคมวุ่นวายเพราะความเปลี่ยนแปลงทำไม์?

แต่ในเคสนี้คือผมนึกถึงซีรี่ย์บัฟฟี่น่ะครับ
ที่คนเขียนเป็นแฟมินิสม์พยายามทให้ผู้หญิงเก่งและออกจะดูถูกเนิร์ดหรือลืมคิดถึงผลกระทบจริงๆ หากให้ไอ้พวกเนิร์ดที่เป็นตัวร้าย มันเก่งขนาดประดิษฐ์อุปกรณ์ล้ำยุคอย่างนั้นได้จริง
ผมคุ้นๆว่ามีตอนหนึ่ง ประมาณแสดงว่าเนิร์ดอยากมีชื่อเสียงเด่นดัง อ้างว่าตนเองเป็นคนค้นพบสิ่งต่างๆ เป็นสปายมีสาวหลง ชื่อเสียงเงินทองฯลฯ
ทำนองเรื่องประมาณว่าคนเราไม่ควรหนีความแต่ ...

ไอ้พวกเนิ์ดมันประดิษฐ์ของที่สะเทือนโลกได้จริงๆนี่ครับ?
ทำไมไม่เอาของนั้นไปหาชื่อเสียงเงินทอง?
อย่างปืนยบิงน้ำแข็ง เอาไปจดทะเบีนรับรองกองทัพสหรัฐมาเคาะประตูบ้านและให้เซ็นสัญญารักษาความลับแน่นนอน
หรือเครื่องควบคุมสภาพอากาศ รับรองทุกคนให้รางวัลโนเบลเป็นเอกฉันท์แน่นอน

ผมพยายามนึกภาพ โทนี่ สตาร์ก

ที่เขาหยิ่งได้ก็เพราะว่ามีฝีมือจริง คนมีฝีมือจริงพอหยิ่งคนก็คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา
พวกเนิร์ดก็เช่นกัน หากมันมีความสามารถอย่างที่เพ้อฝันกันไว้จริง
จะหาว่าพวกนี้หลุดโลกได้หรือ?
ผมไม่อยากโทษว่าเฟมินิสม์
จริงๆอาจจะเป็นมุกปรกติที่คนเขียนลืมไป เผลอให้ตัวร้ายเก่งประดิษฐ์และดันประดิษฐ์สิ่งของที่เรียบยกว่าหากประดิษฐ์ได้จริง
โลกต้องจารึกชื่อของพวกนี้เอาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์สมัยใหม่แน่นอน

ท่านเคยอ่านเว็บโนเวลของฝรั่งหรือเปล่าครับเรื่อง worm

ประมาณผมเคยเล่นเควสต์ แทบไม่มีใครเล่น brute คือคนมีความสามารถพิเศษสายพลักำลังเลย เพราะรู้ว่าพลักำลังไปไม่ค่อยรอดกับศัตรูที่มีความสามารถพิเศษเต็มไปหมด
คนมักจะเล่น tinker คือสายประดิษฐ์ของ ซึ่งใช้เวลาและทุนกับอุปกรร์ก็จริง แต่หากทำามเงื่อนไขครบแล้วเรียกว่าอะไรก็ทำได้เกือบหมด

นี่คือความโกงของการเล่นเป็นนักประดิษฐ์ล่ะครับ
คืออาชีพที่โกงที่สุดในแนวเรื่องเหนือธรรมชาตินี้
อย่างโทนี่ สตาร์กที่ว่า ก็ย้อนเวลาได้ถ้าาพล็อตต้องการ
หรือสร้างข้าวของทุกอย่างที่พล็อตต้องการได้

มันคือความโกงที่สุดอย่างหนึ่งในแนวคอมมิคอเมริกันและแนวเรื่องทำนองนี้น่ะครับ
สายประดิษฐ์เพราะว่า ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามมีความสามารถอะไร หากมีเวลาเตรียมตัวมากพอก็จัดการได้ทุกคนว่าอย่างนั้น
และตรงข้ามกับสไปเดอร์แมน ที่โทนี่ รวยด้วยเพราะสิ่งประดิษฐ์
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ panuponk

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 2,703
  • ถูกใจแล้ว: 238 ครั้ง
  • ความนิยม: +35/-50
ยุคนี้เป้นยุคเนิร์ดแล้วครับ ขนาดงานคอมมิคคอน ยังกลายเป็นงานใหญ่ระดับโลกไปแล้ว
 

ออนไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,286
  • ถูกใจแล้ว: 2418 ครั้ง
  • ความนิยม: +243/-433
ยุคนี้เป้นยุคเนิร์ดแล้วครับ ขนาดงานคอมมิคคอน ยังกลายเป็นงานใหญ่ระดับโลกไปแล้ว


สมัยก่อนมักจะมีพวกเนิร์ดที่โดนคนรังเกียจตบอดและเอาความสามารถในการประดิษฐ์ไปล้างแค้นชาวบ้านน่ะครับ






เดี๋ยวนี้ คอมิค กลายเป็นกระแสหลัก คนรู้จัก โทนี่ สตาร์กกันทั้งบ้านเมือง




ไม่ใช่แค่รู้จักกันในกลุ่มพวกเนิร์ดอีกต่อไปแล้ว




คนที่ประดิษฐ์คิดค้นสิ่งของเทพๆได้จะกลายเป็นที่นับหน้าถือตา แบบ สตีฟ จ็อบ บิบเกตและอื่นๆ




แต่สมัยก่อนที่พวกนี้กำลังเขียนเป็นประมาณยุค 80-90 น่ะครับ


ที่มันยังๆม่เข้าสู่กระแสหลัก


หากแฟนคอมมิคตัวจีงจะรู้ว่า ตัวละครนักวิทย์ ต้องให้เป็นตัวร้าย เพราะหากนับจริงๆ ความสามารถจะโกงมาก


ดู โทนี่ สตาร์กเป็นตัวอย่าง ที่ความสามารถไม่ใข่แค่ชุดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงปัญญาประดิษฐ์ เอไอ นาโนแมชชีน การย้อนเวลาฯลฯ




ที่ต้องให้เป็นตัวร้ายที่ทำได้เท่านั้น ไม่งั้นจะดูโกงเอามากๆ




เรียกว่ามีคนบอกว่า สายคราฟ สร้างของ ตามเรื่อง moonlight scrupture นั้นโกง




ความจริงสายคราฟนั้นโกงอยู่แล้ว หากมีเวลา และ ทรัพยากรมากพอ


มันคือตัวร้าย แนวเจมส์บอนด์ ในแบบนักวิทย์บ้าคลั่งที่จะทำลายโลกนั่นล่ะครับ




เรียหว่าพลิกปากกานิดเดียว ตัวร้ายพวกนี้ ยกเลิกการล้างแค้น พวกสาวๆเชียร์ลีดเดอร์ จะกลายเป็นตัวร้ายที่ต้องอาศัย เจมส์ บอนด์หรือ  L มาขัดขวางทันที




มันมีเควสต์ที่ผมเล่น


บอกว่า magic item with national budget นั้นโกงมาก




คือการผลิตอุปกรณ์เวทมนตร์ด้วยงบประมาณระดับประเทศ เรียกว่าเราสามารถสร้างกองทัพที่สามารถจัดการกอง พประเทศข้างๆได้อย่างไม่มีใครหยุดอยู่


หรือแนวการสร้าง สำนักเล่นแร่แปรธาตุ  ขนาดใหญ่เป็นอุตวาหกรรม ขายยา โพชั่น ต่างๆนานา


เรียกว่า ใช้เวทย์สร้างประเทศได้เลยล่ะครับ
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก