[quote/]จริงๆการเอาทหารไปไว้ในที่ห่างใกล้พัฒนามันก็มีข้อดีของมันนะคือ มันเกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ เอาคนจำนวนมาก เอาไปบุกเบิกในที่ใหม่ จะเกิดการต้องการทรัพยากรจำนวนมากในพื้นที่ ก็จะเกิดการค้าขายการจ้างงาน เหมือนการสร้างมหาลัยอะไรทำนองนั้น กลับกันเอาทหารไว้ในเมืองนี้มไม่เห็นประโยชย์อะไร
ฉนั้นย้ายทหารไปเหอะเดียวความเจริญก็เข้าไปเอง
ที่มาที่ไปในเรื่องของ Yes minister ใช่ครับ ท่านนายก
ซี่รี่ของอังกฤษที่ผมยกมาต้องการย้ายก็ด้วยเหตุผลอย่างที่ว่าล่ะครับ
คือการบ้ายไปทางเหนือจะสร้างงานได้อีกมาก กระจายความเจริญเข้าไป
มีการดูถูกกันระหว่างคนในเมืองทางใต้ กับชาวบ้านในทางเหนือมาตลอดในอังกฤษก็อย่างที่ว่า อ็อกฟอร์ด แคมบยริดจ์ อีตันนฯลฯ
โรงเรียนหรูๆไม่มีอยู่ทางเหนือว่าอย่างนั้น
..
ก่อนจะเปิดช่องให้ประชาชนพกปืนเพื่อป้องกันตัวได้อย่างอิสระ ผมว่าควรจะสอนให้คนรู้จักอันตราย และรู้วิธีการเก็บรักษาอาวุธให้มิดชิดดีกว่าครับ
ข่าวทำนองนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก และเกิดขึ้นอีกแล้ว
เด็กวัย 13 มาเล่นเกมส์ที่บ้าน แล้วไปคว้าปืนพ่อมาเล่นจนลูกปืนลั่นใส่เพื่อนเสียชีวิต...
https://www.thairath.co.th/news/local/northeast/1767995
"ถ้าปืนผิดกฎหมาย มีแต่คนนอกกฎหมายเท่านั้นที่มีปืน"
คนที่ใช้ปืนตลอดจะรู้สึกว่าคนในเมืองที่ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยไม่เข้าใจความจริงน่ะครับ
ยกตัวอย่างคนที่อยู่แดนเถื่อนอย่าง นักเลงเมืองเพชรหรือนคร
ที่ไปไหนมาไหนต้องระวังตัวตลอด ก็พกปืนไว้เสมอว่าอย่างนั้น
คนในเมืองหลวงหรือเมืองใหญ่ อยู่อย่างปลอดภัยมาตลอด
ราวกับว่าอยู่คนละโลกกันน่ะครับ
แนวความคิดเรื่องอาวุธปืนของอเมริกา
castle rule หลักการป้องกันตัวต่างๆนั่นล่ะครับ
วสว่าไปแล้วไทยเรายังดีกว่าอเมริกาที่ให้ป้องกันตัวได้รับฟังขึ้นกว่า
อเมริกากม.ต่างๆกันไปในบางรัฐ
แต่หลักๆคือมีปืนไว้ก็ดีกว่าไม่มีหากมองในภาพรวมล่ะครับ
the right to bear arm shall not be infringe
สิทธิในการป้องกันตัวเองของประชาชน ไม่ควรจะถูกจำกัดควบคุมโดยรัฐ
ผมขำกับวิธีแก้ปัญหาของลูกพี่มาก ให้ถอดลูกเลื่อนกับปืนแยกกัน คือปกติมันก็ถอดอยู่แล้วนะ แต่มันก็ต้องมีพื้นที่เน้นเก็บเพื่อสามารถใช้งานได้เร็ว ซึ่งจุดกองรักษาการณ์เองก็ถือว่าเป็นจุดที่ต้องมีอาวุธพร้อมใช้อยู่แล้ว การให้มาถอดลูกเลื่อนออกกับริบปืนกลตั้งป้อมm60เนี้ยไม่ได้แก้ปัญหา แถมยังจะพาปัญหาอื่นๆเข้ามาอีก ค่ายทหารจะโดนรูดปืนหมดค่ายไหมขึ้นอยู่กับกองรักษาการณ์ล้วนๆเลย ถ้ากองรักษาการณ์หยุดผู้ก่การร้ายไว้ที่หน้าค่ายไม่ได้นานพอ ทีนี้ละจะบันเทิงยิ่งกว่ารอบจ่าคลั่งอีกแน่นอน เพราะปืนและกระสุนทั้งค่ายโดนปล้น
คลังอาวุธตรงกองรักษาการณ์จริงไม่ควรให้ใครมายุ่งครับ เพราะโดยพื้นฐานปืนที่อยู่ตรงนั้นควรจะพร้อมใช้อยู่แล้ว และก็ไม่ว่ากรณีใดก็ห้ามนำอาวุธในจุดนั้นออกมา เว้นแต่ช่วงรอบบำรุงรักษาอาวุธกับสถานการณ์โดนโจมตี ถ้าทำตามนี้ให้เป็นระเบียบได้จริงๆมันก็ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นแน่นอน
ผมเองก็เข้าใจจ่าๆทั้งหลายว่าทำไมชอบมาเบิกปืนกองการณ์ไปยิงเป้าที่สนาม เพราะปืนที่อยู่ตรงนั้นดีสุดในค่ายแล้วไงละ ปืนที่อยู่ในคลังมันก็ไม่ค่อยจะสมประกอบด้วย แต่พฤติกรรมแบบนี้ควรต้องหยุดได้แล้วจริงๆ
ส่วนตัวแล้วผมสงสารจ่าแกนะ เข้าใจกับสภาวะแรงกดดันแก เห็นหลายคนบอกรับแรงกดดันไม่ไหวก็ลาออกสิ คือผมจะบอกว่ามันไม่ได้ลาออกง่ายๆนะครับอาชีพนี้ คุณต้องทำเรื่องมากมายให้นายเซ็นยินยอม ถ้านายไม่เซ็นคุณก็ไม่ได้ออก แล้วการหนีหายก็ไม่ได้ช่วยอะไรด้วย เพราะสุดท้ายถ้าคุณพลาดถูกจับ คุกทหารก็รอคุณอยู่ เป็นอาชีพที่เข้ายากแล้วออกยากยิ่งกว่าอีก
ส่วนเรื่องยิงคน ผมอยากบอกเหมือนกันว่า ทุกคนมีความเลวร้ายอยู่ในตัวครับ ความวิปริตที่บ้าคลั้งอยากจะทำอะไรสักอย่างในชีวิต
เหตุการณ์สมมติง่ายๆ ถ้าพรุ่งนี้ทุกอย่างของคุณมันต้องจบลงโดยไม่มีอะไรต่อแล้ว คุณอยากทำอะไร คำตอบนี้ต้องไม่ได้มาจากต่อมคนดีที่ไม่มีอยู่จริงนะ แต่มาจากความปรารถนาสุดท้ายอันลึกสุดในตัว ถ้าคุณคิดตามหัวข้อได้คุณจะเข้าใจการกระทำของเขาเอง
สุดท้ายนี้ที่ผมจะบอกก็คือ จ่าคลั่งคนนี้ก็เป็นเหยื่อคนหนึ่งครับ เหยื่อของความเสื่อมทรามในสังคม การกดขี่
มันเป็นเรื่องของหลักการปฏิบัติน่ะครับ
เรามองในแง่ว่าจะมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น
แต่การบริหารจริงๆมันอีกอย่างเพราะผ่านมาหลายสิบปี ไม่เคยมีเหตุการณ์อย่างนี้เลย ถ้าไม่ใช่ภาคใต้
เจอเรื่องเล่าว่าสมัยก่อนใส่กระสุนปืนไว้ให้ แต่มีการเสียสติยิงกัน ท่านหัวหน้าหน่วยเลยเอากระสุนปืนออกให้ถือปืนเปล่าๆเฝ้าแทน ก็คงแล้วแต่นโยบายของแต่ละหน่วยล่ะครับ