[quote/] ก็คิดอยู่ ว่าถ้าชื่อคนเขีบนบทเป็นคนอื่นจะโดนแบบนี้ไหม
ถ้าเป็นชื่อเก็น คงมีคนบอก"สมกับเป็นเก็น"
แต่นี่ดันเป็นเจ๊มาริไง
เอาเหอะ ช่างแม่งละ อะไรจะเกิดก็เกิด
การเอา มาริ กับ จอมมารเก็น มาเปรียบเทียบกันมันคงไม่ใช่แล้วละ
การเขียนบทของจอมมาร
- ตั้ง concept ขุึ้นมาหนึ่งอย่างแล้วใส่รายละเอียดลงไป แล้วใช้รายละเอียดย่อยเจาะเพ่งไปยังแค่จุดนั้นจนหมด ดังนั้นบทที่เขียนจึงดูสั้นแต่ได้รายละเอียดสูงมาก และไม่หลุดออกไปนอกกรอบที่ตั้งไว้
- ด้านเขียนบท
หากจะเขียนบทให้ตาย อยู่ที่พล็อตหลักของเรื่องด้วยว่ามันสมควรที่จะใส่บทตายเป็นใบไม้ร่วงหรือราบเป็นหน้ากลองหรือไม่ ทั้งนี้จอมมารจะคำนึงถึง วัยของคนดูเป็นหลักว่าเหมาะสมจะเขียนบทให้เป็นแนวนี้หรือไม่
- ด้านตัวละคร
เค้าคำนึงถึงบทโดยรวมและความสำคัญของตัวละครรวมทั้งสิ่งที่ทำไว้มีผลต่อเนื้อเรื่องช่วงหลังมากแค่ไหนด้วย ไม่ใช่สักแต่จะเอาออกมาตายล้างตายผลาญ ต้มมาม่าเกินความจำเป็นจนเรื่องหลุดนอกกรอบและพล็อตหลัก ทั้งการตายของตัวละครมันทำให้เกิดคุณค่าและเห็นชัดในพล็อตหลักที่ตั้งไว้มากขึ้นจนเผยออกมาจนหมด
เรียกสั้นๆว่า ทยอย ตาย ไปทีละคน แบบ มีคุณค่า
ตัวละครจะค่อยๆเติบโตขึ้นเรื่อยๆจากเหตุการณ์ที่ดำเนินมาจนถึงตอนจบ โดยเฉพาะตัวละครหลัก ซึ่งองค์ประกอบที่ทำให้พัฒนามาจากทั้งเรื่องรอบตัวและใกล้ตัวที่สุด
แยกแยะด้านตัวละคร
ตัวละครหญิง
ผลงานที่เป็นออริจินอลที่เกน เชือดเอง ตัวเอกหญิงจะเป็นคนจิตใจดี แต่ไม่ค่อยมีความมั่นใจ ตอนจบ จะเติบโตเห็นพัฒนาการและเข้าสู่ด้านมืด
ตัวละครชาย
ส่วนฝั่งชาย ชีวิตมืดตั้งแต่ต้นยันจบ
โดยเฉพาะตัวละครหลัก เริ่มต้นจิตใจจะยังปกติสุขออกไปทางขาวไม่ก็เทา แต่ตอนหลังๆจะเริ่มถูกผลักให้ถึงขอบเหวลึก จนสุดท้ายตกลงสู่เหวลึกในที่สุด ดูตัวอย่างเห็นชัดเจนเช่น
คิริซึงุ / Fate Zero แม้เรื่องนี้ยาสุจะแต่งเรื่องหลักแล้วเกนเข้ามาใส่ความเป็นตัวเองลงไป แต่เป็นหน้าที่ของเกนที่ต้องเกลาบทอีกต่อนึง สุดท้าย จิตใจเจ้าตัวก็จมลงสู่เหวลึกในตอนท้าย เพียงยังดีที่ตนเองสำนึกจนเป็นเชือกช่วยชีวิตมองเห็นแสงสว่างริบหรี่ตรงหน้า
หรือ
อาคาเนะ/ไซโคพาส ที่เห็นชัดเจนเลยว่า ต้นเรื่องกับท้ายเรื่อง ต่างกันมากขนาดไหน
- ด้านการเล่นใส่มุก
มักเป็นมุกแบบเหลือเชื่อ ท่ามกลางพล็อตที่ดูแสนธรรมดา ทั้งสามารถทำให้เนื้อหาในครึ่งหลังเกิดความน่าติดตาม ทั้งหลอกคนดูให้คิดและลุ้นตามจนสมองกับตับระเบิดก่อน จากนั้นค่อยเฉลยแบบหักมุมหรือคาดไม่ถึง
จอมมารเกนเค้าไม่ใช่พวกโลกสวยแต่เป็นพวกเน้น เอียงไปความจริงและสัจธรรมสภาพอันโหดร้ายของโลก
ด้านจิตใจมนุษย์เค้าก็เล่นด้วยแต่เพราะมนุษย์มีจิตใจหลายประเภท มนุษย์ทุกคนบนโลก มีสันดานต่างกันทุกคน จอมมารเลยใส่มาไม่หมด
พวกตัวอย่างคำว่า สีเทา ที่เห็นภาพชัดและนำเสนอได้น่าสนใจยกให้ HxH มันคือ มนุษย์ จริงๆ
โทงาชิ ถ่ายทอดคำว่า มนุษย์ ได้ชัดเจนดี ไม่ใช่พวกโลกสวย และ ไม่ใช่คนที่ดำเนินการเขียนแบบมืด
ตรงกันข้ามกับจอมมารที่ เกน เน้นกระชากอารมณ์ พลิกปม ทำให้คนติดตามต้องอึ้ง
ด้านการเขียนตอนจบ
ตลอดทั้งเรื่องโทนสีจะเป็นไม่ว่ายังไงก็สีเทาตั้งแต่ต้นจนจบ ก่อนจบจะสีดำสนิทเลยก็ได้ เพราะมองความเป็นจริงในมุมมองของเกน ความจริงดังกล่าวความเป็นจริงมันก็เป็นสีเทาทั้งนั้น
อย่าง
มาโดกะ 12 ตอนอวสานนั้นถือว่า สีเทาเอนไปทางสีดำ
ไซโคพาส ก็สีเทา เพราะมันคือทางเลือกของแต่ละคน
Fate zero จบแบบสีเทาเอนไปทางสีดำ
ตรงกันข้าม
มาริ เป็นนักเขียนบทที่มาสาย ดราม่า แนวรักใคร่ ครอบครัวและความสัมพันธ์ พล็อตเรื่องสโคปวงในจุดนั้นเท่านั้นไม่ขยายไปไหน เพราะดูหลายผลงานของ โอคาดะ มาริ อย่าง Hanasaku Iroha หรือ Anohana ไม่ก็ NagiAsu ในด้านการเล่าความสัมพันธ์ตัวละครตรงนี้ไม่ต้องพูดถึงเท่าไร แต่ทุกเรื่องมันมีจุดนึงที่เหมือนกันคือ พล็อตเรื่อง กับ สโคปของการเล่าเรื่อง ค่อนข้างจำกัดอยู่แค่ตรงจุดนั้นอย่างเดียว ปัญหาที่เกิดขึ้นมันก็ไม่พ้นมาจาก วงในของกลุ่ม ไม่ก็ วงนอกแล้วลามมาถึงตัวเอง และทุกอย่างมันก็จบลงในกลุ่มนั้น โดยเฉพาะ Anohana ที่เรื่องเล่าแค่ในกลุ่มเพื่อนทั้งหมด
ซึ่งกันดั้มมันไม่ใช่อย่างนี้ แนวของเรื่องมันสามารถไปได้ไกลกว่านั้นและขยายวงไปได้เยอะกว่านี้