[quote/]ซึ่งมันก็จะมีคนแบบนี้เกิดมาไม่ถึงสิบคนหรอกครับในยุคๆนึงน่ะครับ เพราะยากที่จะมีมนุษย์ประเภทนี้ที่เก่งกว่าเอลฟ์หรือคนแคระออกมาจะเรียกได้ว่าเป็นพวกผ่าเหล่าผ่ากอของมนุษย์ก็ไม่ผิดนัก
ตามแนวทางคือ การผ่าเหล่าผ่ากอของมนุษย์คือตัวกุมชะตากรรมของโลกน่ะครับ
ในทางเทคนิค ฮอบบิทก็นับเป็น"มนุษย์"
แนวคิดหนึ่งที่ผมอ่านมาคือ เอลฟ์นั้นถูกผูกพันโดยกระแสของโชคชะตามาก
ในเคสของโทลคีนคือผูกพันกับ"เพลง"ของพระเจ้าที่สร้างโลก
เอามาดัดแปลงเป็นนิยายก็คือ ทำให้เอลฟ์เชื่อในคำทำนายเอามากๆ พูดเป็นกลอน หบายความหมาย สองแง่สองง่ามตลอดเวลา
เวลาเอามาใช้ให้เป็นประโยชน์เอลฟ์ จะพยายามทำตัวให้ตรงคำทำนายเพราะโชคชะตาจะช่วยให้เป็นไปตามคำทำนาย...ซึ่งก็จริง
แต่จะอธิบายว่าปัญหามีนิดหน่อยคือ คนแคระ ที่ไม่ได้ยินเสียงเพลงของโลก จึงไม่อยู่ในกระแสของโชคชะตา
กับมนุษย์ ที่กันมีฮีโร่ยูนิท ที่เปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้โผล่มานานๆที
ทำให้เอลฟ์ดูเหมือนงมงายเรื่องคำทำนาย ทั้งที่เอลฟ์เก่งเรื่องเวทย์และคำทำนายที่สุดในโลกนั้นแล้ว
เรื่อง Bright หนังที่วิลล์ สมิท แสดงกำหนดว่าเอลฟ์คือ พวกนักธุรกิจที่ร่ำรวยล่ะครับ
อายุขัยเยอะ มีเวทย์ และฉลาดเลยครอบครองธุรกิจ
แต่ทีพวกลูกครึ่งเพราะมีเอลฟ์หลายคนเหมือนกันที่หลงรักมนุษย์
ในโลกที่เซทติ้ง ให้เป็นยุคก่อนมี ระบบหลายเผ่าพันธ์
องค์ประกอบที่ขาดไม่ได้คือเรื่องความเชื่อ และชาติพันธ์ นะครับ
แนวคิดเรื่องชาติพันธ์ สายเลือด นั้นมีอิทธิพลมาจนถึงยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก มากจริงๆ
รวมถึงเรื่องความเชื่อด้วย(ศาสนา พระเจ้า)
ผมเคยอ่านนิยายเรื่องนึงก็เก่าแล้ว คู่หูตัวเอกเป็น สิ่งอาวุทที่มีสติปัญญาจากเทคโนโลยีขั้นสูง ที่เหลือรอดจากอารยะธรรมเก่าที่เสื่อมสลายไปนานแล้ว
พูดเรื่องพระเจ้า ตอนที่เจอคนสอนศาสนา ที่มีมาตั้งแต่ยุคอารยธรรมเก่า รอดจนมาถึงปัจจุบัน ว่า
"หากมนุษย์ไม่มีการ พัฒนาการทางด้านจิตใจอย่างก้าวกระโดดแล้ว มนุษย์คงไม่ได้รับการปลดปล่อยจากพระเจ้า แม้จะผ่านไปกี่พันปีก็ตาม" ที่มันพูดจริงๆน่าสื่อว่า มนุษย์คงจะปลดแอกตัวเองจากพระเจ้าที่ตัวเองสร้างขึ้นมาไม่ได้แน่
ในเรื่องก็มีเผ่าพันธ์ที่เป็นศัตรูกับมนุษย์คอยจ้องที่จะทำลายล้างกัน บางพวกอยู๋ปะปนกับมนุษย์แล้วก็ออกมาล่า ทำลายบ้างไม่บ่อย บางพวกก็ยึดติดกับวีถีเดิม คือมนุษย์เป็นแค่เหยื่อ อาหาร บางตัวมีหัวสมัยใหม่ ไม่ใช้วิธีทำลายล้าง แต่จะผสมสายเลือดของทั้ง 2 เผ่าเข้าด้วยกันเพือกลืนเผ่าพันธ์เข้าด้วยกันและจะมาปกครองมนุษย์ในภายหลัง ถ้าสู้กันไปเรื่อยๆ อาวุทอย่างคู่หูของตัวเอกก็จะต้องถือกำเนิดขึ้นมาอีกครั้ง
คู่หูของตัวเอกเป็นอาวุธชนิดเดียวที่สามารถฆ่าเผ่าศัตรูของมนุษย์ได้ เหตูการณ์ในอดีตคือ สู้กันจนแทบไม่เหลืออะไรกันทั้งจนเกือบจะสูญพันธ์กันไปทั้ง 2 ฝ่ายแล้วสงครามมันก็หยุดไปเฉยๆ
นิยายปัจจุบัน ชอบกล่าวถึงเรื่องชาติพันธุ์และศาสนาเพื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบัน
ซึ่งก็ไม่ผิดแบบเดียวกับ x-men ที่เกี่ยวเนื่องกับการเหยียดผิว
แต่ในโลกที่มีเทพเจ้าตัวเป็นๆ มันจะเปรียบเทียบยากครับ
เช่น มีเทพเจ้าอย่าง อควอ มายืนยันว่า ตูเกลียดอันเดท ฆ่ามันให้หมด
..
มันคงจะพูดยากเรื่องการปรับความเข้าใจกันเพราะมันมี dogma จริงๆที่ยืนยันโดยเทพเจ้า
อีกแนวคิดที่ผมเจอคือแนวไซไฟ
มีคนเล่นมุก ว่าปลุกอาวุธที่หลับไหลมาหลายร้อยปีให้ตื่นขึ้น...อาวุธนั้นแพ้เพราะด้อยพัฒนากว่าอาวุธปัจจุบัน
[quote/]
ปัญหาเอลฟ์ในจักรวาลนี้้มันไม่แก่กันเลยน่ะสิแถมยังไม่บอกอายุกันอีก เลยไม่รู้ว่าจริงๆแล้วอายุเท่าไหร่กันแน่แถมยังมีเวทย์คงความสาวอีก อย่างเยนนิเฟอร์อายุเป็นร้อยๆปีแล้วแต่ใช้เวทย์ทำให้หน้าเด็ก
เจอมุกประมาณว่า พวกเอลฟ์หรือเผ่าอื่นจะแยกออกน่ะครับว่าอายุเท่าไร
มีแต่มนุษย์ที่สายตาแย่เท่านั้นที่แยกไม่ออก ฮา