.....กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีเจ้าหญิงที่มีรูปร่างเป็นแมลงได้เกิดตกหลุมรักเจ้าชายรูปงามและอยากจะคอยเป็นกำลังให้เวลาเจ้าชายทรงงานหนัก
แต่ด้วยรูปลักษณ์ของตัวเองที่ราวกับกิ้งกือ+แมลงวันแถมยังมีกลิ่นตัวเหม็นอย่างร้ายกาจทำให้เธอไม่มีความมั่นใจในตัวเอง
เจ้าหญิงแมลงจึงตัดสินใจเดินทางไปขอความช่วยเหลือจากแม่มดที่มีชื่อเสียง(ในทางร้ายกาจ)ในป่าบึงมลพิษ

แน่นอนว่าแค่ได้ยินคำขอร้องที่ว่าอยากให้ช่วยให้เจ้าหญิงแมลงได้เข้าไปให้กำลังใจเจ้าชายรูปงามใกล้ๆ
แม่มดก็แทบจะไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยว่าให้ตัดใจซะแล้วไล่เธอกลับบ้านไปแต่ทว่าลูกศิษย์ของแม่มดผู้มีนิสัยไม่ชอบตัดใจยอมแพ้อะไรง่ายๆ
ก็ได้ขออนุญาตแม่มดว่างานนี้เธอจะเป็นคนลงไปช่วยเจ้าหญิงแมลงเอง ส่วนแม่มดก็รีบตัดความรำคาญว่าอยากจะทำอะไรเปล่าประโยชน์นักก็เชิญ
หลังจากนั้นลูกศิษย์แม่มดก็เค้นสมองเท่าที่พอจะคิดออกคือเริ่มจากการปรับปรุงตัวของเจ้าหญิงแมลงให้ดูดีก่อน

เริ่มจากบังคับเลิกนิสัยที่ชอบคุ้ยขยะกินและปรับปรุงกลิ่นตัวโดยด่วนซึ่งเจ้าหญิงแมลงก็เข้าใจผิดมาตลอด
ว่าการที่ตัวเองคุ้ยขยะกินกับไม่ยอมอาบน้ำคือสิ่งภาคภูมิใจที่ใครๆก็ทำกัน....
หลังจากแก้นิสัยชอบคุ้ยขยะกินได้แล้วก็มาต่อกันที่ปัญหาใหญ่คือกลิ่นตัว แน่นอนว่าบ้านเกิดของเจ้าหญิงแมลงที่เป็นภูเขาขยะไม่มีที่ให้อาบน้ำ
ลูกศิษย์แม่มดจึงพาเจ้าหญิงแมลงไปอาบน้ำทำความสะอาดครั้งใหญ่โดยแอบใช้ห้องอาบน้ำของท่านอาจารย์แม่มดโดยพลการ

แม้จะขจัดกลิ่นไปได้แต่ทว่าดันกลายเป็นทิ้งกลิ่นเหม็นติดห้องอาบน้ำชนิดที่ขัดให้ตายกลิ่นก็ไม่หายทำเอาแม่มดโกรธมากจนไล่ทั้งหมดออกไป
สุดท้ายถึงจะโดนท่านอาจารย์โกรธแต่ก็ช่วยขจัดกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ออกไปได้และลูกศิษย์แม่มดก็ซ้ำด้วยน้ำหอมกลบกลิ่นอีกทีเป็นอันเคลียร์ภารกิจปรับโฉมเจ้าหญิงแมลง
จากนั้นก็มาที่แผนสุดท้ายคือการเข้าหาด้วยความสง่างามโดยสั่งห้ามเจ้าหญิงแมลงคลานแบบแมลงเข้าไปหาเพราะมันทุเรศให้เดิน2ขาแบบคนแทน
แน่นอนว่าตัวเองก็ยังคงเข้าใจผิดว่าเดินหลายขาแบบแมลงมันสง่างามมาโดยตลอดแถมยังเจ้าใจผิดว่าพวกแมลงมีศักดิ์สูงและสง่างามกว่าพวกนางฟ้าแฟรี่ซะอีก
ซึ่งเจ้าหญิงแมลงโดนดูถูกว่าต่ำกว่าพวกแฟรี่ก็พยายามโชว์เหนือกว่าพวกแฟรี่ด้วยการบินให้ดูแม้จะบินได้เหมือนเต่าคลานก็เถอะ
แต่ลูกศิษย์แม่มดก็เห็นว่าเขาท่าจึงพยายามฝึกเจ้าหญิงแมลงให้บินได้เร็วและสง่ากว่านี้

ทว่าเจ้าหญิงแมลงก็เข้าใจถึงข้อจำกัดตัวเองจึงเหวี่ยงใส่ลูกศิษย์แม่มดว่าเรื่องมากจนทั้งคู่มีปากเสียงกัน
ลูกศิษย์แม่มดคิดว่าถึงตัวเองจะเข้มงวดแต่ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อเจ้าหญิงแมลงแท้ๆแต่เจ้าตัวกลับเอาแต่ใจจึงบอกไปว่าจะไม่ช่วยเจ้าหญิงแมลงอีกแล้ว
หลังจากที่ทั้งคู่ทะเลาะกันหลายวันผ่านไปแม้ลูกศิษย์แม่มดจะโกรธมากแต่ก็ยังตัดใจไม่ลงแอบไปดูเจ้าหญิงแมลงเป็นพักๆ
ซึ่งก็ทำให้รู้ว่าถึงจะทะเลาะกันแต่ที่ผ่านมาเจ้าหญิงแมลงก็ฝึกตามที่ลูกศิษย์แม่มดบอกให้ทำด้วยตัวคนเดียวมาตลอด
จนกระทั้งวันหนึ่งลูกศิษย์แม่มดก็ไปแอบดูเจ้าหญิงแมลงเช่นเคยแต่ก็ไม่พบเจ้าหญิงแมลงเลย
ลูกศิษย์แม่มดจึงตัดสินใจออกตามหาจนสุดท้ายเธอไปพบเจ้าหญิงแมลงกำลังถูกพวกเด็กมนุษย์รุมด่าทอและทำร้ายเธออยู่
เจ้าหญิงแมลงไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงเกลียดเธอขนาดนี้ทั้งด่าว่าตัวเหม็นน่ารังเกียจและเอาหินขวางป่าใส่อย่างไม่ปราณี
ลูกศิษย์แม่มดมาเห็นเข้าพอดีจึงตัดสินใจเข้าไปช่วยและขอโทษเจ้าหญิงแมลงเรื่องก่อนหน้านี้สุดท้ายทั้งคู่ก็คืนดีกัน
ทว่าสิ่งหนึ่งที่เจ้าหญิงแมลงเข้าใจจากเหตุการณ์ครั้งนี้คือในสายตามนุษย์เธอเป็นตัวน่ารังเกียจแค่ไหน
จนเธอไม่มีความมั่นใจที่จะเข้าไปใกล้ๆเจ้าชายรูปงามเพื่อให้กำลังใจเขาตามที่เธอใฝ่ฝันอีกแล้ว
แต่ลูกศิษย์แม่มดก็พยายามบอกให้เธออย่ายอมแพ้และให้ลองใช้วิธีเขียนจดหมายแทน
เจ้าหญิงแมลงได้ยินแบบนั้นก็เริ่มมีหวังขึ้นมาอีกครั้งด้วยการเขียนจดหมายถึงเจ้าชาย
แต่ยังไม่ทันทีจะได้ทำตามฝันจู่ๆเจ้าหญิงแมลงก็เกิดอาการแปลกๆมือชาและควบคุมตัวเองไม่ได้ขึ้นมาซะงั้น
แล้วจู่ๆแม่มดก็ปรากฏตัวออกมาและอธิบายให้ลูกศิษย์ฟังว่าที่เธอไม่ยอมช่วยและบอกว่าเปล่าประโยชน์แต่แรก
เพราะร่างที่แท้จริงของเจ้าหญิงแมลงคือปีศาจที่เกิดจากจิตชั่วร้ายของแม่มดชั้นต่ำนั่นเองซึ่งปรกติจะดุร้าย
แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าหญิงแมลงถึงได้ดูมีหัวใจเหมือนคนปรกติ
และที่สำคัญเจ้าหญิงแมลงก็คงจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานนั่นแหละคือสาเหตุที่แม่มดบอกลูกศิษย์ของเธอแต่แรกว่าไม่ว่าจะทำอะไรก็เปล่าประโยชน์
เจ้าหญิงแมลงได้ยินแบบนั้นก็สิ้นหวังแต่ลูกศิษย์แม่มดยังไม่ยอมแพ้เธอบอกให้เจ้าหญิงแมลงบอกความในใจถึงเจ้าชายมาและเธอจะเป็นคนเขียนให้เอง
ซึ่งเจ้าหญิงแมลงก็บอกความในใจไปว่า...
ถึงเจ้าชาย แม้ท่านจะทรงงานหนักก็ขอให้พยายามเข้านะคะ
จากแฟรี่ที่แอบคอยให้กำลังใจท่านอยู่จากใจจริง...
ลูกศิษย์ได้ยินเจ้าหญิงแมลงโกหกในจดหมายว่าเป็นแฟรี่ก็ถามว่าดีแล้วจริงๆรึที่ไม่บอกว่าตัวเองเป็นใคร
แต่เจ้าหญิงแมลงก็บอกว่าดีแล้ว เพราะตอนนี้เธอรู้ดีว่าแมลงอย่างเธอมันน่ารังเกียจแค่ไหน
ลูกศิษย์แม่มดได้ยินก็บอกว่ามันไม่จริงเลยสักนิดเธอเชื่อว่าความจริงใจนี้จะสื่อถึงเจ้าชายแน่นอน
จากนั้นแม่มดก็สั่งให้ลูกน้องแอบเอาจดหมายไปวางไว้บนรถม้าของเจ้าชายที่เสด็จผ่านมาในป่าแห่งนี้ประจำ
ทุกคนแอบรอดูผลว่าจะลงเอยยังไงแต่ไม่ทันที่เจ้าชายจะได้อ่านจดหมายก็พบว่ามีองค์หญิงรูปงามเสด็จมากับเจ้าชายด้วย
แน่นอนว่าผลจากความพยายามมาทั้งหมดมันลงเอยด้วยผลลัพธ์อันแสนเศร้าเพราะเจ้าชายไม่แม้แต่จะสนใจอ่านจดหมายฉบับนั้น
เพราะเจ้าชายมัวแต่สนใจดูแลเจ้าหญิงรูปงามที่เสด็จมาด้วยกันนั่นเอง
ในระหว่างที่ทุกคนกำลังจมอยู่ในบรรยากาศหนักอึ้งจู่ๆก็มีปิศาจบุกเข้ามากระทันหันและกำลังจะมุ่งไปทำร้ายเจ้าชาย
ซึ่งเจ้าหญิงแมลงก็ออกไปขวางทันทีแม้ว่าตัวเองจะกลัวมากและอายุขัยของตัวเองก็ใกล้จะหมดลงก็ตาม
จากการต่อสู้ทำให้ลูกศิษย์แม่มดรู้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกแต่เจ้าหญิงแมลงแอบมาปกป้องเจ้าชายทุกครั้ง
โดยที่เจ้าชายก็ไม่รู้เลยว่าในระหว่างที่ตัวเองกำลังอยู่องค์หญิงรูปงามนั้นได้มีคนบางคนเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเขาอยู่
การต่อสู้จบลงโดยเจ้าหญิงแมลงเป็นฝ่ายชนะแต่เธอก็ใช้พลังไปจนหมดและถูกร่างปีศาจควบคุมจิตใจโดยสมบูรณ์เสียแล้ว
ตอนนี้เธอกลายเป็นปีศาจร้ายที่พร้อมจะฆ่าทุกคนแม้กระทั้งเจ้าชายแต่เธอก็ใช้แรงเฮือกสุดท้ายขอร้องให้ใครก็ได้ฆ่าเธอซะ
แม่มดจึงตัดสินใจทำตามคำขอร้องสุดท้ายของเจ้าหญิงแมลงคือปลดปล่อยเธอด้วยความตายนั่นเอง
หลังจากที่เจ้าหญิงแมลงถูกปลิดชีพเจ้าชายก็ได้มาพบกับร่างไร้วิญญาณของเธอ
ซึ่งเจ้าชายจำได้แม่นว่าตอนที่เขายังเด็กระหว่างที่เที่ยวเล่นในป่าโดยที่ไม่มีภาระใดๆให้กังวล
เขาได้ไปเจอกับแมลงตัวใหญ่ที่กำลังตัวสั่นด้วยความหนาวแต่เจ้าชายไม่ได้รังเกียจเจ้าแมลงตัวนั้น
แถมยังให้กำลังใจให้มันสู้ชีวิตต่อไปอีกเจ้าแมลงตัวนั้นได้รับความเอ็นดูจากเจ้าชายก็ดีใจมากและจดจำมาจนถึงทุกวันนี้
หลังจากที่เจ้าชายรำลึกความหลังเสร็จก็รีบที่จะเข้าไปดูเจ้าแมลงยักษ์ในความทรงจำ
แต่กลับถูกห้ามไว้โดยองค์หญิงรูปงามว่าท่านเจ้าชายไม่ควรลดตัวไปสัมผัสกับซากของแมลงน่ารังเกียจตัวนั้น
แม้ใจจริงเจ้าชายจะไม่รังเกียจเจ้าแมลงตัวนี้เลยแต่เพราะเจ้าชายตระหนักว่าตัวเองไม่ใช่เด็กๆอีกแล้ว
และมีภาระหน้าที่รวมไปถึงหน้าตาที่ต้องแบกไว้ในฐานะเจ้าชายของประเทศเขาจึงตัดสินใจจากไปโดยไม่หันกลับไปมองซากของแมลงตัวนั้นอีกเลย
หลังจากที่พวกเจ้าชายจากไปลูกศิษย์ของแม่มดก็อาสาที่จะเอาศพของเจ้าหญิงแมลงไปฝังเอง
แต่ก่อนที่แม่มดซึ่งเป็นอาจารย์ของตนจะจากไป แม้ลูกศิษย์จะเข้าใจอยู่เต็มอกแต่ก็ยังคงถามอาจารย์ตัวเองว่า
เหตุการณ์ในครั้งนี้มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริงๆสินะเพราะพวกเราทำเต็มที่แล้ว ซึ่งแม่มดก็จากไปโดยไม่พูดอะไร...
สุดท้ายก่อนที่ลูกศิษย์จะนำศพเจ้าหญิงแมลงไปฝังเธอก้มลงเก็บเศษปีกของเจ้าหญิงแมลงไว้ดูต่างหน้า
พรางร้องไห้ออกมาและพูดว่า....
ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่นงั้นรึ?
สุดท้ายไอ้ที่ฉันทำมาทั้งหมดมันก็แค่เรื่องเปล่าประโยชน์เท่านั้นแหละ
เล่นจบบทนี้แล้ว เริ่มต้นด้วยเสียงหัวเราะแต่จบบทด้วยน้ำตานองหน้า
