แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: คุยกันเรื่องสัพเพเหระนิยายจีน/วิชาเซียน+เก้ากระบี่เดียวดาย  (อ่าน 79025 ครั้ง)

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,342
  • ถูกใจแล้ว: 2434 ครั้ง
  • ความนิยม: +246/-434
อย่าไปเอาวิทยาศาสตร์มาใส่ครับ ไม่งั้นพอจุดๆนึงจะโดนคนว่ามั่ว
คือแนวอิงความจริงต้องข้อมูลแน่นครับ
คือมันคิดตามได้ ถกกันสนุกเข้าถึงง่าย แต่คนแต่งจะยืนระยะยาก


คือจินตนาการล้วนๆแต่ต้น คนอ่านก็โอเค ถึงมีไรมั่วๆมาก็ช่างถือว่าตามใจคนแต่ง


ถ้าอิงประวัติศาสตร์ อิงวิทยาศาสตร์ ถ้าใส่แค่นิดๆไม่เป็นไร
แต่ถ้าใส่แบบจริงจังลงไป ใส่รายละเอียดลงไป เกิดคนแต่งพลาดขึ้นมา
โดนหนักครับ


เช่น บิดเบือนให้คนเชื่อ แต่ตัวเองมั่วมาล้วนๆ
บางคนมันมาอ่านเพราะชอบแนวสมจริง แต่เจอคนแต่งมั่วมา
อย่างธรรมดาก็เลิกอ่าน อย่างหนักก็มาม่า




เพราะงั้นยึดวิทยาศาสตร์แนวโดราเอม่อนดีสุดครับ
คือเว่อๆจนคนไม่สนว่าทำได้จริงรึไม่
ขอบคุณครับ


ฮืม ผมเคยวิเคราะห์ว่าที่คนอ่านบางคนไม่ชอบหวงอี้ เหยี่ยวมารเพราะอธิบายวิชาของสำนักมารละเอียดเกินไป


ปกติพวกมารมีวิชาพิสดาร แต่ไม่บอกว่าฝึกอย่างไรให้คนอ่านคิดเอาเอง


ผมว่าการอธิบายทำให้ความขลังและความลึกลับลดลง


...แต่ผมพยายามจะให้เนื้อเรื่องดำเนินไปโดยพระเอกหาวิธีโกงโดยมองขั้นตอนด่านพลังและการบรรลุวิขาคือปัญหาที่ต้องแก้ไข ด้วยเงินและความคิดสร้างสรรค์น่ะครับ


ผมว่าคงต้องทำอย่างที่ท่านว่า อธิบายโครงหลักๆก็พออย่างอื่นให้คนอ่านจินตนาการเอาเอง
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ daijobu

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 985
  • ถูกใจแล้ว: 311 ครั้ง
  • ความนิยม: +28/-61
ผมว่าที่ผมไม่ชอบหวงอี้ไม่ใช่เพราะบรรยายวิชาละเอียดหรอก
แต่เพราะ บุคคลิกตัวละครที่แกสร้าง แกชอบก๊อบตัวละครชาวบ้านมา
แต่ดันมาใช้แนวคิดแบบตัวหวงอี้เองในการตัดสินใจของตัวละครทำให้เวลาอ่านแล้ว บุคคลิก กับพฤติกรรมตัวละครมันขัดแย้งกันหลายจุดเอามากๆ
แล้วที่มีปัญหาก็ตัวละครหลักทั้งนั้นทำให้เวลาอ่านไปแล้วจะไม่ประทับใจเท่าไหร่
ออกไปทางรู้สึกว่าแต่งมั่วๆ เลยด้วยซ้ำ....
มีปัญหา ยัดตัวละครใหม่ๆ ลงมา ทำให้เรื่องเดิน
แต่ยิ่งตัวละครมาก ความขัดแย้งในเรื่องบุคคลิก กับการกระทำก็ยิ่งมากตาม
ทำให้ทุกเรื่องหวงอี้ ตอนต้นสนุกมาก มากลางเรื่องเริ่มแปร่งๆ ไปถึงท้ายเรื่องชักแย่ ทุกเรื่องไป....
ทำให้นิยายหวงอี้ เทียบพวกคนแต่งอย่างโกวเล้ง กิมย้งไม่ได้ ก็ตรงนี้ล่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 08, 2018, 12:49:14 PM โดย daijobu »
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 17,441
  • ถูกใจแล้ว: 14062 ครั้ง
  • ความนิยม: +377/-7
  • เพศ: ชาย
  • นักอู้มือหนึ่ง
ตัวละครของหวงอี้ที่นิสัยเป็นผู้เป็นคนหน่อยก็น่าจะเป็น เซี่ยงเส้าหลง ละมั๊ง? บ้าน้อยที่สุดแล้ว
ที่น่ากระทืบที่สุดก็โค่วจง
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,342
  • ถูกใจแล้ว: 2434 ครั้ง
  • ความนิยม: +246/-434
ผมว่านั่นคือข้อเสียของคนที่ต้องการทำเรื่องให่เป็นมหากาพย์ล่ะครับ


หลายอย่างต้องทำให้ตัวละครทำตัวแปลกๆเพื่อให้เรื่องเดินไป


ว่ากันตรงๆ ผมไม่ชอบนิสัยพวกเรือนณาณเมตไตร เท่าไร อาจจะเพราะมีแนวคิดปรัชญาการมองโลกต่างกันก็ได้


ผมชอบเซี่ยงเส้สหลงเจาะเวลาเหมือนกันครับ เรื่องไม่ยาวมาก และสามารถมีบทจบที่กระชับดี


การหาจุดจบให้กับเรื่องถือเป็นสิ่งสำคัญเหมิอนกัน




ไหนๆก็วิเคราะห์หวงอี้กันแล้ว


ท่านไม่ได้มองว่า หวงอี้อธิบายวิชาสำนักมารละเอียดเกินไปหรือครับ? หรือเว่อเกินไป?


เช่น วิชสพลังคลื่น สำนึกมารที่เตือนอัยตรายได้ หรือการถอดจิต?


แฟนฟิคที่ผมจะเขียนว่าจะเอาวิชาพิสดารพวกนี้มาเขียนเหมือนกัน


วิชาของหวงอี้ผมมองว่าเป็นวิชาที่จะโผล่ในจักรวาลนาสุก็ไม่แปลก


ว่ากะนถึงที่สุด ปลูกจิตธรรมปลูกฝังมารนั้น คืออ วิชามารนอกรีตที่ดัดแปลงวิญญาณของคน
ตามจักรวาลนาสุ ดูดกลืนวิญญาณจะส่งผลต่อบุคลิกภาพ และ ไม่นับว่าคนที่ดูดวิญญาณไปเป็นคนเดิมอีกต่อไป



http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 17,441
  • ถูกใจแล้ว: 14062 ครั้ง
  • ความนิยม: +377/-7
  • เพศ: ชาย
  • นักอู้มือหนึ่ง
ผมว่าที่ผมไม่ชอบหวงอี้ไม่ใช่เพราะบรรยายวิชาละเอียดหรอก
แต่เพราะ บุคคลิกตัวละครที่แกสร้าง แกชอบก๊อบตัวละครชาวบ้านมา
แต่ดันมาใช้แนวคิดแบบตัวหวงอี้เองในการตัดสินใจของตัวละครทำให้เวลาอ่านแล้ว บุคคลิก กับพฤติกรรมตัวละครมันขัดแย้งกันหลายจุดเอามากๆ
แล้วที่มีปัญหาก็ตัวละครหลักทั้งนั้นทำให้เวลาอ่านไปแล้วจะไม่ประทับใจเท่าไหร่
ออกไปทางรู้สึกว่าแต่งมั่วๆ เลยด้วยซ้ำ....
มีปัญหา ยัดตัวละครใหม่ๆ ลงมา ทำให้เรื่องเดิน
แต่ยิ่งตัวละครมาก ความขัดแย้งในเรื่องบุคคลิก กับการกระทำก็ยิ่งมากตาม
ทำให้ทุกเรื่องหวงอี้ ตอนต้นสนุกมาก มากลางเรื่องเริ่มแปร่งๆ ไปถึงท้ายเรื่องชักแย่ ทุกเรื่องไป....
ทำให้นิยายหวงอี้ เทียบพวกคนแต่งอย่างโกวเล้ง กิมย้งไม่ได้ ก็ตรงนี้ล่ะ

พออ่านที่ท่านวิจาร์ณแล้วคิดถึงเรื่อง บลีซ. ผงซักฟอก เลยแฮะ นึกอะไรไม่ออกก็เพิ่มตัวละครเอา แล้วเนื้อเรื่องก็เละ
 

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,774
  • ถูกใจแล้ว: 1947 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
[quote/]พออ่านที่ท่านวิจาร์ณแล้วคิดถึงเรื่อง บลีซ. ผงซักฟอก เลยแฮะ นึกอะไรไม่ออกก็เพิ่มตัวละครเอา แล้วเนื้อเรื่องก็เละ
ผงซักฟอกที่เละหลักๆคือ เอาบทตัวประกอปมาให้เด่นเทียบตัวเอก แล้วตัวประกอปที่ดัน แม่มก็เสือกเยอะ เยอะมากๆจนสุดท้ายภาคหลังๆ สตอเบอรี่ บทเหลือแค่ 10% ของทั้งหมดได้มั้ง :o
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ lsriiK

  • พลทหารหมี
  • **
  • กระทู้: 139
  • ถูกใจแล้ว: 20 ครั้ง
  • ความนิยม: +1/-2
  • เพศ: ชาย
ผงซักฟอกที่แย่อีกอย่างคือตัวละครแม่มชอบแพล่มความสามารถจะเขียนให้คิดในใจบ้างไม่ได้เหรอ
แพล่มจนแพ้นี่โคตรอนาถใจ
 

ออฟไลน์ blakaros

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีชั้นสูง
  • *****
  • กระทู้: 18,519
  • ถูกใจแล้ว: 6890 ครั้ง
  • ความนิยม: +286/-9
ผมว่าที่ผมไม่ชอบหวงอี้ไม่ใช่เพราะบรรยายวิชาละเอียดหรอก
แต่เพราะ บุคคลิกตัวละครที่แกสร้าง แกชอบก๊อบตัวละครชาวบ้านมา
แต่ดันมาใช้แนวคิดแบบตัวหวงอี้เองในการตัดสินใจของตัวละครทำให้เวลาอ่านแล้ว บุคคลิก กับพฤติกรรมตัวละครมันขัดแย้งกันหลายจุดเอามากๆ
แล้วที่มีปัญหาก็ตัวละครหลักทั้งนั้นทำให้เวลาอ่านไปแล้วจะไม่ประทับใจเท่าไหร่
ออกไปทางรู้สึกว่าแต่งมั่วๆ เลยด้วยซ้ำ....
มีปัญหา ยัดตัวละครใหม่ๆ ลงมา ทำให้เรื่องเดิน
แต่ยิ่งตัวละครมาก ความขัดแย้งในเรื่องบุคคลิก กับการกระทำก็ยิ่งมากตาม
ทำให้ทุกเรื่องหวงอี้ ตอนต้นสนุกมาก มากลางเรื่องเริ่มแปร่งๆ ไปถึงท้ายเรื่องชักแย่ ทุกเรื่องไป....
ทำให้นิยายหวงอี้ เทียบพวกคนแต่งอย่างโกวเล้ง กิมย้งไม่ได้ ก็ตรงนี้ล่ะ

เพราะแบบนี้ถึงมีคนแนะนำให้อ่านนิยายหวงอี้เฉพาะเรื่องสั้นหรือเรื่องที่ขนาดกลางๆเท่านั้นไงครับ   เพราะยิ่งยาวยิ่งเละ




มังกรคู่นี่ผมยังทนอ่านไม่จบเลย   ส่วนเจาะเวลาหาจิ๋นซีนี่พอโอเค   เทพมารนี่บอกตรงๆอ่านเพราะหื่นกับฉากล่างฟานหวิน   นอกนั้นอ่านผ่านๆ
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ xman2029

  • นักปราชญ์แห่งเขาเซนนิคุมะ
  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 760
  • ถูกใจแล้ว: 138 ครั้ง
  • ความนิยม: +42/-6
ผมว่านิยายจีนพวกไปเกิดใหม่หรือนิยายหลายๆเรื่องสนุกกว่านิยายญี่ปุ่นนะหลังๆ เพราะพระเอกนิยายจีนกว่าจะได้อะไรมามีปัญหานั้นปัญหานู้นปัญหานี่ตลอด ในขณะที่นิยายญี่ปุ่นส่วน ไอนี่อาวุธในตำนวนนะ มีกับดักหรือเวทมนระดับสูงกันอยู่ ขนาดระดับ top ยังตายได้ถ้าไม่วางแผนหรือศึกษาเส้นทางดีๆแต่พระเอกกับเดินไปเอาได้แบบชิวๆด้วยพลังพิเศษหรือพรอะไรสักอย่างแบบชิวๆ ถ้าเป็นนิยายจีน กว่าจะเข้าไป กว่าจะแก้ไขปัญหา ไปเจอไอเทมอก็เจอพวกศัตรูหรือคู่แข่งที่เก่งกว่าตัวเองต้องตีกันก่อนสัก 1-2 ยก ไม่ก็วางแผนหลอกนั้นนู้นี่เพื่อให้ศัตรูไปอีกทาง พอได้ไอเทมเสร็จกำลังจะกลับ ศัตรูก็กลับมาถูกทางและต้องตีกับพระเอก แถมกว่าจะเอาไปใช้ได้ก็ต้องผ่านเงื่อนไขนั้นนู้นนี่ไม่เหมือนของญี่ปุ่นที่ได้มาปุ๊ปใช้ได้ทันที หรือ สงครามใหญ่ระหว่างพระเอกพระเอกกับตัวโกง ญี่ปุ่นเหรอ เสกของหรือใช้เวท/พลังพระเอก คนเดียวถล่มทั้งกองทัพ แต่ของจีนต้องมีการวางแผนหรือแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าตลอด แถมมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นตลอด มันเลยทำให้นิยายจีนหลังๆสนุกกว่านิยายญี่ปุ่น
 

ออฟไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 17,441
  • ถูกใจแล้ว: 14062 ครั้ง
  • ความนิยม: +377/-7
  • เพศ: ชาย
  • นักอู้มือหนึ่ง
[quote/]เพราะแบบนี้ถึงมีคนแนะนำให้อ่านนิยายหวงอี้เฉพาะเรื่องสั้นหรือเรื่องที่ขนาดกลางๆเท่านั้นไงครับ   เพราะยิ่งยาวยิ่งเละ




มังกรคู่นี่ผมยังทนอ่านไม่จบเลย   ส่วนเจาะเวลาหาจิ๋นซีนี่พอโอเค   เทพมารนี่บอกตรงๆอ่านเพราะหื่นกับฉากล่างฟานหวิน   นอกนั้นอ่านผ่านๆ
เทพมารผมตามอ่านเฉพาะช่วง หานป๋อ ครับ มันบ้าดี แต่น่าเสียดายที่ตอนหลังๆมันใช้แต่ดาบ ชอบช่วงที่มันใช้หลายๆอย่างมากกว่า
 

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,774
  • ถูกใจแล้ว: 1947 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
ผมว่านิยายจีนพวกไปเกิดใหม่หรือนิยายหลายๆเรื่องสนุกกว่านิยายญี่ปุ่นนะหลังๆ เพราะพระเอกนิยายจีนกว่าจะได้อะไรมามีปัญหานั้นปัญหานู้นปัญหานี่ตลอด ในขณะที่นิยายญี่ปุ่นส่วน ไอนี่อาวุธในตำนวนนะ มีกับดักหรือเวทมนระดับสูงกันอยู่ ขนาดระดับ top ยังตายได้ถ้าไม่วางแผนหรือศึกษาเส้นทางดีๆแต่พระเอกกับเดินไปเอาได้แบบชิวๆด้วยพลังพิเศษหรือพรอะไรสักอย่างแบบชิวๆ ถ้าเป็นนิยายจีน กว่าจะเข้าไป กว่าจะแก้ไขปัญหา ไปเจอไอเทมอก็เจอพวกศัตรูหรือคู่แข่งที่เก่งกว่าตัวเองต้องตีกันก่อนสัก 1-2 ยก ไม่ก็วางแผนหลอกนั้นนู้นี่เพื่อให้ศัตรูไปอีกทาง พอได้ไอเทมเสร็จกำลังจะกลับ ศัตรูก็กลับมาถูกทางและต้องตีกับพระเอก แถมกว่าจะเอาไปใช้ได้ก็ต้องผ่านเงื่อนไขนั้นนู้นนี่ไม่เหมือนของญี่ปุ่นที่ได้มาปุ๊ปใช้ได้ทันที หรือ สงครามใหญ่ระหว่างพระเอกพระเอกกับตัวโกง ญี่ปุ่นเหรอ เสกของหรือใช้เวท/พลังพระเอก คนเดียวถล่มทั้งกองทัพ แต่ของจีนต้องมีการวางแผนหรือแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าตลอด แถมมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นตลอด มันเลยทำให้นิยายจีนหลังๆสนุกกว่านิยายญี่ปุ่น


จริงๆผมว่าทั้ง 2 ประเทศก็มีนิยายสนุกๆมาเรื่อยๆนะครับ
แต่ที่ต่างกันคือ นิยายญี่ปุ่นที่รสกลมกล่อมน้อยลงมากๆๆๆ


คือไม่โครตชิวๆ ก็มักจะเครียดๆยัดดราม่าจนมากเกิน
แบบคล้ายๆเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าฮาร์ดคอร์มากไป


เช่น แนวชิวๆ ก็ให้มันมีความเครียดผสมมาบ้าง
แต่ให้คนอ่านเดาได้ว่าสุดท้ายก็ไม่มีอะไร


ส่วนไอ้พวกชีวิตโดนทำร้าย ก็โดนอยู่นั่นแหละ


ส่วนนิยายจีนข้อเสียหลักๆคือชอบวางโครงเรื่องยาวมากๆ
แล้วพอเขียนๆไปมุกตัน ถ้าไม่ใช้ซ้ำ ก็เริ่มเขียนช้าลงๆ


จนกลายเป็นว่านิยายจีนจะสนุกช่วงแรกๆ ไปกลางๆ
พอเริ่มย้ายดาวมันก็เริ่มน่าเบื่อละ
 

ออฟไลน์ daijobu

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 985
  • ถูกใจแล้ว: 311 ครั้ง
  • ความนิยม: +28/-61
[quote/]พออ่านที่ท่านวิจาร์ณแล้วคิดถึงเรื่อง บลีซ. ผงซักฟอก เลยแฮะ นึกอะไรไม่ออกก็เพิ่มตัวละครเอา แล้วเนื้อเรื่องก็เละ
ก็คล้ายกันครับ พวกช่วงไหนเขียนตัวร้ายเก่งไปตัวละครใหม่แก้ปม ช่วงไหนเขียนตัวเอกเก่งไป เพื่มตัวร้ายเทพๆ มายืดเรื่องตรงนั้นไม่ค่อยดี แต่ก็พอยอมรับได้ แต่จุดน่าเกลียดอยู่ที่ Setting นิสัยตัวละคร ทั้งที่นิสัยยังไม่เปลี่ยน แต่พฤติกรรมเปลี่ยนอย่างชัดๆ ในมังกรคู่ ก็ตอนจบ โควจง ยอมแพ้ง่ายไปไหม คนติดตาม ก็ยอมเขาง่ายๆ เนอะ สรุปนี่มาชิงแผ่นดินหรือมาเล่นขายของ....

[quote/]เพราะแบบนี้ถึงมีคนแนะนำให้อ่านนิยายหวงอี้เฉพาะเรื่องสั้นหรือเรื่องที่ขนาดกลางๆเท่านั้นไงครับ   เพราะยิ่งยาวยิ่งเละ




มังกรคู่นี่ผมยังทนอ่านไม่จบเลย   ส่วนเจาะเวลาหาจิ๋นซีนี่พอโอเค   เทพมารนี่บอกตรงๆอ่านเพราะหื่นกับฉากล่างฟานหวิน   นอกนั้นอ่านผ่านๆ
นี่คือปัญหาของหวงอี้ ที่อยากให้ตัวละครดูสูงส่งเหนือคน... ในแง่อักษรศาสตร์ อ่านก็ดูสูงส่งดี เหมือนนักการเมืองประเทศสารขันต์ บรรยาย พูดเก่งพูดหรูแต่ดูการกระทำ ดูผลงานหลังจากตัวโวหารออกไปแล้ว มันดูไม่ได้เลย...
มันถึงทำให้เรื่องมันดูแปร่งๆ ยิ่งการกระทำขัดแย้ง กับบุคคลิก ก็ยิ่งทำให้เรื่องมันดำเนินขัดความรู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆ...
ปล. บางเรื่องที่แกเขียน ผมว่าแก่อยากเขียนนิยาย เรต X แบบไม่สนใจสาระมากกว่า...
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,342
  • ถูกใจแล้ว: 2434 ครั้ง
  • ความนิยม: +246/-434
ผมว่าบลีช นี่ คุโบะ ติดนิสัยคล้ายอุนสุยอันครับ ที่ให้บทเด่นในคนที่ไม่ควรจะเด่น


ที่ปกติคนเขาให้พระเอกเป็นคนซื่อๆนั้นมีเหตุผลอยู่ เพราะสามารถอธิบายความเป็นมาเป็นไปของเนื้อเรื่องได้ดีกว่า การกระจายไปหลายคน


คนที่ใช้ตัวละครหลายตัวมักจะจบเรื่องยากอย่างอ.นาริตะ คนเขียน  duraarara ที่จบเรื่อง fate strange fake ยังไม่ลง




กลับมาที่หวงอี้ ที่ซือเฟยเซวียนมาขัดขวางทำให้ผมเกลียดซือเฟยเซวียนเลยล่ะครับ


มองว่าเรือนฌาณนี่มันมีวิธีควบคุมหลังฉากไม่ต่างกับสำนักมารเลยในแง่หนึ่ง


ไหนๆก็พูดเรื่องเรท x กันแล้ว


คิดอย่างไรกับการฝึกวิชาโดยเสพสังวาสน์ครับ?


ผมไปอ่านเจอมาแนว  xianxiaคนที่เป็นนายน้อยได้เคล็ดวิชาเสพสังวาสน์เพื่อเพิ่มพลังมา


เลยซื้อทาสมาหลายสิบคนให้ฝึกวิชาเสพสังวาสน์และให้บรรดาฮาเร็มนั้นฝึกวิชาทั้งวันทั้งคืนและนาจน้อยก็ดูดพลัง


ทำให้สามารถฝึกวิชาได้เร็วกว่าหลายๆคน ด้วยวิธีที่ดูดพลังจากกลุ่มฮาเร็มที่ฝีกวิชาเสพสังวาสน์




แต่ในเรื่องก็กำหนดให้มีข้อเสียคือ


วิชานี้เป็นวิชาลับ ที่เคยมีอาณาจักรในอดีตเคยฝึกและล่มสลายไปเพราะมัวใส่ใจแต่ตัณหาราคะ


หากมีคนรู้ว่าฝึกวิชานี้จะเสียชื่อเสียงเหมือน คนเสพเฮโรอีนในกลุ่มคนนับถือศาสนาเคร่งครัด


และเรื่องก็กำหนดได้ดีว่าการเลือกธาตุที่จะฝึกนั้นไม่ใช่สักแต่เลือก เพราะธาตุต่างๆที่สะสมในร่างกายนั้นมีผลต่อลักษณะนิสัยและจิตใจ


คนที่สะสมปราณราคะมากเกินไปก็จะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ในสังคมได้
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ xman2029

  • นักปราชญ์แห่งเขาเซนนิคุมะ
  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 760
  • ถูกใจแล้ว: 138 ครั้ง
  • ความนิยม: +42/-6
[quote/]


จริงๆผมว่าทั้ง 2 ประเทศก็มีนิยายสนุกๆมาเรื่อยๆนะครับ
แต่ที่ต่างกันคือ นิยายญี่ปุ่นที่รสกลมกล่อมน้อยลงมากๆๆๆ


คือไม่โครตชิวๆ ก็มักจะเครียดๆยัดดราม่าจนมากเกิน
แบบคล้ายๆเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าฮาร์ดคอร์มากไป


เช่น แนวชิวๆ ก็ให้มันมีความเครียดผสมมาบ้าง
แต่ให้คนอ่านเดาได้ว่าสุดท้ายก็ไม่มีอะไร


ส่วนไอ้พวกชีวิตโดนทำร้าย ก็โดนอยู่นั่นแหละ


ส่วนนิยายจีนข้อเสียหลักๆคือชอบวางโครงเรื่องยาวมากๆ
แล้วพอเขียนๆไปมุกตัน ถ้าไม่ใช้ซ้ำ ก็เริ่มเขียนช้าลงๆ


จนกลายเป็นว่านิยายจีนจะสนุกช่วงแรกๆ ไปกลางๆ
พอเริ่มย้ายดาวมันก็เริ่มน่าเบื่อละ
จริงนิยายจีนชอบไล่จาก จากตระกูล ไปเมือง จากเมืองไปประเทศ จากประเทศไปทวีป จากทวีปไปโลก จากโลกไปมิติอื่นหรือดาวดวงอื่นกว่าจะจบได้แทบตาย แถมบางเรื่องสเกลพลังยิ่งไม่สมดุลหรือมั่วไปเรื่อย เรื่องไหนคุมได้ดีก็รอดไป บางเรื่อง แทบจะดำเนินเรื่องเหมือนกันเลยเวลาเปลี่ยน map แค่ต่างตัวละครกับต่างสถานที่เฉยๆ
ส่วนนิยายญี่ปุ่นนี่ส่วนใหญ่ที่ขายๆกันในไทยมีแต่สายชิวกับสายเทพทรูชะเยอะแทบไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น ส่วนพวกใช้ฝีมือกับกลยุทธนี่น้อยมาก
 

ออฟไลน์ daijobu

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 985
  • ถูกใจแล้ว: 311 ครั้ง
  • ความนิยม: +28/-61
ผมว่าบลีช นี่ คุโบะ ติดนิสัยคล้ายอุนสุยอันครับ ที่ให้บทเด่นในคนที่ไม่ควรจะเด่น


ที่ปกติคนเขาให้พระเอกเป็นคนซื่อๆนั้นมีเหตุผลอยู่ เพราะสามารถอธิบายความเป็นมาเป็นไปของเนื้อเรื่องได้ดีกว่า การกระจายไปหลายคน


คนที่ใช้ตัวละครหลายตัวมักจะจบเรื่องยากอย่างอ.นาริตะ คนเขียน  duraarara ที่จบเรื่อง fate strange fake ยังไม่ลง




กลับมาที่หวงอี้ ที่ซือเฟยเซวียนมาขัดขวางทำให้ผมเกลียดซือเฟยเซวียนเลยล่ะครับ


มองว่าเรือนฌาณนี่มันมีวิธีควบคุมหลังฉากไม่ต่างกับสำนักมารเลยในแง่หนึ่ง


ไหนๆก็พูดเรื่องเรท x กันแล้ว


คิดอย่างไรกับการฝึกวิชาโดยเสพสังวาสน์ครับ?


ผมไปอ่านเจอมาแนว  xianxiaคนที่เป็นนายน้อยได้เคล็ดวิชาเสพสังวาสน์เพื่อเพิ่มพลังมา


เลยซื้อทาสมาหลายสิบคนให้ฝึกวิชาเสพสังวาสน์และให้บรรดาฮาเร็มนั้นฝึกวิชาทั้งวันทั้งคืนและนาจน้อยก็ดูดพลัง


ทำให้สามารถฝึกวิชาได้เร็วกว่าหลายๆคน ด้วยวิธีที่ดูดพลังจากกลุ่มฮาเร็มที่ฝีกวิชาเสพสังวาสน์




แต่ในเรื่องก็กำหนดให้มีข้อเสียคือ


วิชานี้เป็นวิชาลับ ที่เคยมีอาณาจักรในอดีตเคยฝึกและล่มสลายไปเพราะมัวใส่ใจแต่ตัณหาราคะ


หากมีคนรู้ว่าฝึกวิชานี้จะเสียชื่อเสียงเหมือน คนเสพเฮโรอีนในกลุ่มคนนับถือศาสนาเคร่งครัด


และเรื่องก็กำหนดได้ดีว่าการเลือกธาตุที่จะฝึกนั้นไม่ใช่สักแต่เลือก เพราะธาตุต่างๆที่สะสมในร่างกายนั้นมีผลต่อลักษณะนิสัยและจิตใจ


คนที่สะสมปราณราคะมากเกินไปก็จะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ในสังคมได้
เอาจริงๆ คนฝึกวิชาแนวหยินหยาง ในจิตใจจริงๆ อาจตายด้านกว่าคนไม่ฝึกนะเพราะต้องคุมจิตใจตอนผสานตลอดไม่ให้เตลิดไม่งั้น ธาตุไฟแทรก
แถมต้องคุมร่างกายให้พร้อมเสมอ ทั้งฝ่ายชาย หญิง
แสดงว่าต้องคุมร่างกายโดยได้ไม่ตกอยู่ภายใต้จิตใจ ไม่งั้นไม่เป็นอันฝึกฝนหรือถ้ารอบิวอารมณ์ตลอดการฝึกจะมีประสิทธิภาพหรือ
ทำไปนานๆ ก็คงเรียกว่าพร้อมมี sex ตลอด 24 hr. แต่ในจิตใจ อาจไม่คิดอะไรแล้วก็ได้.... ???
ประมาณการมี sex คงไม่ต่างการรำมวยไทเก๊ก สำหรับพวกฝึกแนวทางหยินหยางจริงๆ.. (แต่ไอ้พวกเอาการฝึกบังหน้าไม่นับ)

 

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,774
  • ถูกใจแล้ว: 1947 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
เรื่องใช้การเสพสาวๆเพิ่มพลังนี่มีจุดอ่อนอยู่


1. ระดับพลังที่ได้ขึ้นกับสาวๆที่เอามาเสพด้วย
กล่าวคือทาสนับพันไม่อาจสู้เสพเทพธิดาคนเดียว ถึงปริมาณจะช่วยได้
แต่มันก็ทำให้เสียเวลาจนความเร็วในการฝึกแทบไม่ต่างกับฝึกปรกติ


2. พลังที่ได้จากการเสพ มักมีแต่พลังปราณ ทำให้กล้ามเนื้อและส่วนอื่น
ไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร


3. ทำให้มักเสพติดเกินควร พูดง่ายๆมัวแต่ขี้เอา เพราะฝึกได้ไว
แต่ถึงไม่ไวแล้วก็ยังเน้นเอาสาวต่อเพราะคนมันติดไปแล้ว




สรุป แนวเสพเพื่ออัพพลัง ถ้าเสพพองามเป็นพระ
เสพมากไปนะก็เป็นมาร




---------—---------------
ว่าแต่อ่านๆมานี่มีเรื่องไหน เสพกันสนุกๆมั่ง ;D
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,342
  • ถูกใจแล้ว: 2434 ครั้ง
  • ความนิยม: +246/-434
[quote/]เอาจริงๆ คนฝึกวิชาแนวหยินหยาง ในจิตใจจริงๆ อาจตายด้านกว่าคนไม่ฝึกนะเพราะต้องคุมจิตใจตอนผสานตลอดไม่ให้เตลิดไม่งั้น ธาตุไฟแทรก
แถมต้องคุมร่างกายให้พร้อมเสมอ ทั้งฝ่ายชาย หญิง
แสดงว่าต้องคุมร่างกายโดยได้ไม่ตกอยู่ภายใต้จิตใจ ไม่งั้นไม่เป็นอันฝึกฝนหรือถ้ารอบิวอารมณ์ตลอดการฝึกจะมีประสิทธิภาพหรือ
ทำไปนานๆ ก็คงเรียกว่าพร้อมมี sex ตลอด 24 hr. แต่ในจิตใจ อาจไม่คิดอะไรแล้วก็ได้.... ???
ประมาณการมี sex คงไม่ต่างการรำมวยไทเก๊ก สำหรับพวกฝึกแนวทางหยินหยางจริงๆ.. (แต่ไอ้พวกเอาการฝึกบังหน้าไม่นับ)




ฮืมเรื่องนี้คนเขียนเป็นฝรั่งก็จริงแต่ความเข้าใจของเขาค่อนข้างสอดคล้องกับแนวีดกำลังภายในน่ะครับ


เขาไใกำหนดให้มีหยินหยางเพราะบอกว่าแค่ธาตุต่างๆก็ซับซ้อนพออยู่แล้ว


แต่เรื่องความอยากเรื่องเซกส์นี่ เขากำหนดไว้ว่า พวกที่ฝึกปราณราคะนั้น มีข้อดีตรงที่ฝึกแล้วจะรู้สึกมีความสุขไม่เบื่อหน่ายในการฝึก


เรียกว่าอาณาจักรโบราณล่มสลายก็เพราะมัวแต่ฝึกปราณราคะจนไม่เป็นอันทำอย่างอื่น


และกำหนดได้คล้ายกับแนวความคิดหวงอี้ทีเดียวที่ว่าผู้ฝึกปราณจะกำเนิดบุตรยาก


เขากำหนดว่า Fertility การเจริญพันธุ์+Lustราคะ=ชีวิต life


คนฝึกปราณผสมธาตุเกลี่ยนแปลงการสืบพันธุ์และราคะเป็นพลังชีวิตได้ แต่นั่นก็แลกมาด้วยการที่ขาดอารมณ์ราคะไปและมีบุตรยาก


อีกข้อหนึ่งคือคนที่มีธาตุ life ชีวิตอยู่ในตัวมากจะกลายเป็นคนรักสันติ การฆ่าคนทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจที่ต้องทำสิ่งที่ฝืนกับปราณธาตุที่อยู่ในตัวเรา


ผมว่าแนวคิดนี้น่าสนใจนะ อธิบายได้ดีด้วยว่าทำไมคนถึงมีจิตมาร กลายเป็นคนชั่วอาละวาดได้ และทำไม ฝ่ายดีอย่างเจ้าอาวาสเส้าหลินถึงไม่ออกไปบู๊กำจัดมารในยุทธภพก็เพราะตกอยู่ใต้ปราณธาตุของตนเองเช่นกัน


เรื่องใช้การเสพสาวๆเพิ่มพลังนี่มีจุดอ่อนอยู่


1. ระดับพลังที่ได้ขึ้นกับสาวๆที่เอามาเสพด้วย
กล่าวคือทาสนับพันไม่อาจสู้เสพเทพธิดาคนเดียว ถึงปริมาณจะช่วยได้
แต่มันก็ทำให้เสียเวลาจนความเร็วในการฝึกแทบไม่ต่างกับฝึกปรกติ


2. พลังที่ได้จากการเสพ มักมีแต่พลังปราณ ทำให้กล้ามเนื้อและส่วนอื่น
ไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร


3. ทำให้มักเสพติดเกินควร พูดง่ายๆมัวแต่ขี้เอา เพราะฝึกได้ไว
แต่ถึงไม่ไวแล้วก็ยังเน้นเอาสาวต่อเพราะคนมันติดไปแล้ว




สรุป แนวเสพเพื่ออัพพลัง ถ้าเสพพองามเป็นพระ
เสพมากไปนะก็เป็นมาร




---------—---------------
ว่าแต่อ่านๆมานี่มีเรื่องไหน เสพกันสนุกๆมั่ง ;D


1.ใช่แล้วครับซ้อเจินร้อยคนก็สู้ซือเฟยเซวียนคนเดียวไม่ได้


แต่ในเรื่องพระเอกออกแนวนายน้อยที่รวย young master เลยซื้อทาสสาวมาฝึกได้หลายคน


และพยายมจะแก้ปัญหาคุณภาพของการฝึกโดยการใช้ระบบปิรามิดลูกโซ่ โดยให้คนหนึ่งที่มีพรสวรรค์สํงสุดเป็นหัวหน้า มีฮาเร็มของตนเอง
ด้วยการจัดหมวดหมู่แบบลูกโซ่ก็ไม่จำเป็นต้องมีอะไรกับร้อยคน แค่มีอะไรกับหัวหน้ากลุ่มแค่สิบคนก็พอ


และใช้ระบบ ตราเวทมนตร์ตรงท้อฝที่เห็นในโดจินล่ะครับ เก็บสะสมพลังปราณราคะไว้


แก้ปัญหาเรื่องประสิทธิภาพด้วยวิธีทางเวทมนตร์


2.อืมในเรื่องพูดเรื่องนี้เหมือนกันครับ คนเขียนมองว่ากล้ามเนื้อไม่มีผลอะไรเท่าไร เพิ่มกล้ามเนื้อได้ ไม่เท่ากับปล่อยไฟฟ้า พิษหรือเปลวไฟ


คือคนตะวันตกมองว่าอัศวินนั้นกระจอก จอมเวทย์นั้นดีกว่าน่ะครับ


3.นั่นล่ะครับ เสพแล้วมีความสุข ทำให้ถือว่าขยันมากกว่าการฝึกวิชาลับแบบอื่น อาณาจักรโบราณล่มสลายก็ด้วยวิชานี้


ผมว่าอยากจะลองเขียนเองเหมือนกันครับ


รํสึกว่าเดี๋ยวนี้มีการเขีบยเรื่องกลับชาติมาเกิดใหม่เยอะ


ผมว่าก็อยากลองบ้าง ในแนวที่กลับชาติมาเกิดใหม่และใช้แต้มเลือกเอาสกิลโกงได้


ผมว่าจะเขียนแนวเกิดใหม่เป็นนายน้อยตระกูลใหญ่น่ะครับ และพยายามใช้เงินตราในการแก้ปัญหาและทำให้ตนเองเก่งให้เร็วที่สุด


เป็นนายน้อยตามสไตล์ก็มีสาวติดตรึมอยู่แล้ว การเอาสาวมาเข้าฮาเร็มจึงไม่เป็นปัญหา


ผมเคยอ่านเจอวีามีเรื่องประมาณ ศิษย์พี่ใหญ่ที่ดข็งแกร่งที่สุด ที่พระเอกเกิดใหม่เป็นศิษย์พี่ใหญ่ที่ตามบทต้องโดนพระเอกนิยายอนวนี้มากระทืบ แต่ก็ใช้ไหวพริบรอดมาได้
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ deaddy

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 7,774
  • ถูกใจแล้ว: 1947 ครั้ง
  • ความนิยม: +213/-3
ไอ้เรื่องพลังเวทย์ พลังปราณ พลังกาย อันไหนดีกว่า


มันมีกฏแห่งความไม่เท่าเทียมอยู่ครับ
อินพุท ไม่เท่ากับ เอ้าพุท เช่น


กินอาหาร 1 ยูนิท
สามารถแปลงเป็น พลังงานเวทย์ ได้  1 หน่วย


พลังเวทย์ 1 หน่วย สามารถ ทำให้ เหล็ก 1 หน่วย
ร้อน 1000 องศา แต่ทำใหเย็น ติดลบ 200 ไรงี้


เวทย์ 1 หน่วยสามารถ ยกของ 1 ตัน สูง 1 เมตร
แต่ อาหาร 1 หน่วย ไม่สามารถทำให้ยก ของ 1 ตัน สูง 1 เมตรได้
แต่สามารถ ยกของ 10 kg สูง 1 เมตร ได้ 200 ครั้ง รวมเป็น 2 ตัน




คือที่จะพูดคือ มันก็ขึ้นกับคนแต่งล้วนๆว่าจะปรับสมดุลพลังยังไง
บางเรื่องกินไก่ กินกระต่าย 1 ยูนิทเท่ากัน


แต่ต้นเรื่อง เวลต่ำ ซัดหมัดระดับก้อนหิน 1 ก้อนแตก ซัด 6 ชม. หมดแรง
หิวข้าวแล้วก็เติมพลังมาฝึกต่อ


พอกลางเรื่อง พลังเยอะขึ้นมากซัดทีภูเขาหายทั้งลูก
แล้วก็หิว จนต้องมาเติมพลัง 1 มื้อเท่ากับต้นเรื่อง




หรือบางเรื่องดูดพลังฟ้าดินมาใช้
ตอนเลื่อนขั้นต้นเรื่อง ดูดมากเกินจนชาวบ้านสังเกตุได้จากการที่มันไหลมาจากจุดอื่น


พอกลางเรื่อง แค่สะบัดมือ ระดับพลังต้นเรื่อง ก็กลายเป็นฝุ่น
แต่ไม่ต้องดูพลังฟ้าดินมาเติมแบบ ตอนต้นเรื่องนะ ;D


คือพูดง่ายๆ ต้นเรื่องใช้พลัง 100 หน่วย แสดงผล 1
แต่กลางเรื่อง ใช้พลัง 1 หน่วย แสดงผล 100  :(






นี่แหล่ะกฏของความไม่เท่าเทียมที่คนแต่งหลายคนพลาดไปมาก
แต่หลายเรื่องก็แก้ด้วย การกินอาหารเทพๆตามเนื้อเรื่องช่วงนั้น


สรุป ความโกงของตัวเอกในนิยายหลายเรื่อง คือความไม่สมดุลนี่แหล่ะ
ยิ่งนิยาย ญี่ปุ่น จะยิ่งเข้าขั้นสูตรโกงเลย















 

ออฟไลน์ daijobu

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 985
  • ถูกใจแล้ว: 311 ครั้ง
  • ความนิยม: +28/-61
นิยายบางเรื่องเลยมีระดับปราณไง ขั้นแรกๆ
ลมปราณเหมือนหมอก
ต่อมา ก็กลั่นเป็นของเหลวสะสมเป็นทะเลปราณพอทะเลปราณเต็ม ก็ความแน่นเป็นผลึกปราณพอผลึกปราณใหญ่ ก็ต้องเพิ่มความบริสุทธิให้มันไร้ราคีพอไร้ราคีแล้ว ก็สร้างร่างทิพย์อาศัยผลึกเป็นแกนกลางจากนั้นก็ เพาะบ่มร่างทิพย์จนเหมือนร่างจริง
พอเหมือนร่างจริงก็เหมือนมีชีวิตที่สอง ก็ถึงเวลาแยกจิตกับกายหยาบ
แล้วผสานเข้าไปใหม่ เพื่อปลดขีดจำกัดของชีวิตกลายเป็น เซียนมีชีวิต
แต่ล่ะขั้นก็คิดว่าเหมือนน้ำ น้ำไปเป็นของเหลว หนาแน่นขึ้น 1000 เท่าของเหลวไปเป็นของแข็ง หนาแน่นไม่เปลี่ยนมาก แต่ลมปราณกลายเป็นมีสภาพจากมีสภาพ ก็มีจิตสำนึก พลังที่ปล่อยออก ก็โจมตีได้ตามใจสั่ง
มาตราฐานในนิยายจีน ก็ราวๆ นี้ครับ
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,342
  • ถูกใจแล้ว: 2434 ครั้ง
  • ความนิยม: +246/-434
ที่ผมอ่านมา คนแต่งฝรั่งนั้นชอบเล่นพวก table top game


มันมีคำกล่างว่า linear warrior quadratic wizard.


คือ นักรบ ตอนเลเวลอัพก็แค่เพิ่มสกิลในการฟันใหเแรงขึ้นหรือทนทานขึ้นเท่านั้น ส่วนพ่อมดทำได้ทุกอย่างแม้กระทั่งเอาเทพเจ้ามาเป็นทาสรับใช้


เป็นความหมายว่านักรบก้าวหน้าไปทีละขั้น ส่วนพ่อมดถึงจุดหนึ่งจะได้รับสกิลคาถา ที่สู้กับนักรบได้ จากนั้นนักรบไม่มีสิทธิแม้จะสู้ซึ่งๆหน้ากัยพ่อมดด้วยซ้ำเพราะเก่งเกินไปแล้ว


ผมถามว่า อย่างนี้ก็ไม่ยุติธรรมน่ะสิ ?
เขาก้บอกว่าพยายามสร้างโลกที่คล้ายกับโลกจริงที่ไม่จำเป็นต้องยุติธรรม เช่นเวทย์ไฟไม่ใช่แค่ลด hp อย่างเกมส์ แต่ถ้าโดนลูกไฟไปก็เนื้อไหม้และอาจบาดเจ็บจนตายได้
หรืนักรบจะเอาอะไรไปสู้หากต้องเข้าระยะประชิดในขณะที่พ่อมดใช้เวทย์ยิงพื้นที่จากระยะไกล?
ระบบเกมสร้างมาให้สมดุล แต่พอใช้ในโลกแห่วความจริงนั้นต่างไป


เทียบระบบเกมส์ให้นึกถึง โมมอนกะแห่ง Overlord ครับ เอาหลายอย่างมาจากเกม table top ที่ผมว่ามา


มีนักเล่นเกมที่วิจารณ์ว่า ทุกคนประเมิณโมมอนกะต่ำไป ใช่ครับ เซียนเกมมองว่าโมมอนกะและคนในเรื่องเองยังใบ้เวทที่ตนมีได้ไม่เต็มประสิทธิภาพที่สุด


มีคนตกใจว่า ไอ้เวทที่ one hit kill นี่มันควรจะอนุญาตให้ใช้ได้เหรอ? ยิ่งเวทแห่งความตายชั้นสูง หรือเวทแห่งความตายที่ร่ายได้ทันทีในขณะที่นักรบยังไม่ทันขยับก็คือความโกงที่เรียกได้ว่าไม่สมดุลมาตั้งแต่ต้นแล้ว


และนั่นคือสาเหตุที่พระเอกในนิยายมักต้องเป็นสายนักสู้ เพราะหากเป็นสายนักเวทที่มีเวทแปลกๆล่ะก็จะเขียนเรื่องยากมาก


นิยายบางเรื่องเลยมีระดับปราณไง ขั้นแรกๆ
ลมปราณเหมือนหมอก
ต่อมา ก็กลั่นเป็นของเหลวสะสมเป็นทะเลปราณพอทะเลปราณเต็ม ก็ความแน่นเป็นผลึกปราณพอผลึกปราณใหญ่ ก็ต้องเพิ่มความบริสุทธิให้มันไร้ราคีพอไร้ราคีแล้ว ก็สร้างร่างทิพย์อาศัยผลึกเป็นแกนกลางจากนั้นก็ เพาะบ่มร่างทิพย์จนเหมือนร่างจริง
พอเหมือนร่างจริงก็เหมือนมีชีวิตที่สอง ก็ถึงเวลาแยกจิตกับกายหยาบ
แล้วผสานเข้าไปใหม่ เพื่อปลดขีดจำกัดของชีวิตกลายเป็น เซียนมีชีวิต
แต่ล่ะขั้นก็คิดว่าเหมือนน้ำ น้ำไปเป็นของเหลว หนาแน่นขึ้น 1000 เท่าของเหลวไปเป็นของแข็ง หนาแน่นไม่เปลี่ยนมาก แต่ลมปราณกลายเป็นมีสภาพจากมีสภาพ ก็มีจิตสำนึก พลังที่ปล่อยออก ก็โจมตีได้ตามใจสั่ง
มาตราฐานในนิยายจีน ก็ราวๆ นี้ครับ






ขอบคุณครับ ผมจะเอาแนวคิดประมาณนี้ไปใช้ในเรื่องเหมือนกัน


ที่ผมอ่านมาคือ การที่คนเร่งทะลวงไปขั้นสูงกว่าโดยยอมเสี่ยงธาตุไฟแทรกนั้นมีเหตุผลอยู่ เพราะขั้นสูงกว่านั้นประสิทธิภาพในการสะสมพลังปราณหรือประสิทธิภาพในการใช้ปราณนั้น สูงกว่าจนขั้นต่ำกว่าเทียบไม่ได้


ว่าแต่แต่ละขั้นตอนต้องใช้เวลาประมาณกี่ปีครับ?


ตเนนี้ผมพยายามจะก็อบแนวคิดxianxia มาน่ะครับ การแสวงหาเต๋า คือการสร้างโลกภายในของตน มันไม่ใช่แค่พลังแต่มันคือตัวตนของเรา แบบเดียวกับ reality marble น่ะครับ


จะอธิบายแบบxianxia ที่ชิโร่โชว์อันลิมิตเบลดเวิร์ก ได้เพราะมีสูตรโกงคือตนเองจากอนาคต ย่นระยะเวลาการสร้างโลกภายในจากหลายสิบปีจนเหลือแค่ไม่กี่วัน



http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก