แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: คิดว่าปัญหาเรื่องผลผลิตการเกษตรของไทยควรแก้ปัญหาอย่างไรให้ยั่งยืน  (อ่าน 97 ครั้ง)

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,726
  • ถูกใจแล้ว: 2861 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-344
ส่วนตัวผมไม่ชอบที่นักการเมืองใช้ความลำบากของเกษตรมาโฆษณาหาเสียง แล้วก็ใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบระยะสั้นแทนที่จะแก้ปัญหาระยะยาว
ผมเองสมัยเด็กก็เคยช่วยยายทำสวนผลไม้ทุกๆปิดเทอม ก็เลยพอเข้าใจปัญหาเกษตรกร

ปัญหาเกษตรกรของไทยใหญ่ มันแบ่งได้หลัก 2 ประเด็น
1.ปัญหาเรื่องการจัดการน้ำ
2.ปัญหาเรื่องราคาขาย

1.ปัญหาเรื่องจัดการน้ำ
-สำคัญเรื่องจัดการน้ำคือการเก็บ Data และสถิติ เรื่องนี้สำคัญมากๆ ต่อการ Forecast รอบปีน้ำท่วม, การจัดทำกราฟน้ำฝนและกราฟน้ำท่า และโมเดลการไหลของน้ำ
ผมมองว่ารัฐควรจะลงงบประมาณให้กับกรมชลประทานจัดทำฐานข้อมูลและอัพเดตฐานข้อมูลอยู่ตลอดเวลา แล้วควรมีการบูรณาการร่วมกับกรมอุตุฯ
อย่างปรากฎการลานีนโย่-ลานินย่ามันสามารถอธิบายด้วยวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ได้
-อย่าให้ท้องถิ่นสร้างฝาย สร้างอ่างเก็บน้ำเอง เรื่องน้ำจำเป็นต้องมีแผนแม่บทรองรับ เพราะการจัดการน้ำมันต้องดูทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำยันท้ายน้ำ
ถ้าสร้างแบบไม่ได้ศึกษาและมองภาพรวม ผลดีจะกลายเป็นผลเสีย เป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำโดยแท้

2.ปัญหาเรื่องราคาสินค้าเกษตร ส่วนใหญ่เกิดจากโครงสร้างที่เกิดจากการขนส่งภายในประเทศ
ผมเคยช่วยยายทำสวนมังคุดช่วงปิดเทอม เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ราคาขายจากสวนเกรดต่ำสุดประมาณ 30 บาท/กก. พอไปถึงห้างในกรุงเทพราคาประมาณ 60 บาท/กก.
คุณจะเห็นได้ว่าเกษตรกรถูกกดราคา ขณะที่ผู้ซื้อก็ถูกผลักภาระให้ต้องซื้อสินค้าในราคาที่แพงเมื่อเทียบกับราคาจากแหล่งผลิตเป็นเท่าตัว

นั่นเพราะในประเทศไทยใช้ระบบพ่อค้าคนกลางที่ซ้อนพ่อค้าคนกลางหลายต่อ

ผมจะอธิบายให้เห็นภาพ เกษตรกร > พ่อค้าคนกลางคนที่ 1(มารับซื้อจากสวนโดยตรง) > พ่อค้าคนกลางคนที่ 2(Hub จังหวัด) > พ่อค้าคนกลางคนที่ 3(Hub ตลาดไท) > พ่อค้าคนกลางคนที่ 4 > ห้าง,ตลาด,โรงงาน (ปลีก)
คุณจะเห็นว่าในโครงสร้างแบบนี้ กว่าแหล่งผลิต ถึง มือผู้บริโภคจริงๆ มันโครตจะหลายต่อเลย และเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ต่อให้ลูกค้าซื้อของแพงซักแค่ไหน แต่เกษตรกรก็ยังจนเหมือนเดิม

นี่ยังไม่รวมกับยี่ปั้วหรือซาปั้วจีนที่มาทำให้โครงสร้างที่ไม่ดีอยู่แล้วยิ่งเละหนักกว่าเดิม นักการเมืองที่มีอำนาจเป็นรัฐบาลเองก็ไม่เคยคิดจะแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างแบบจริงๆจังๆ
ดังนั้นถ้าจะทำให้ เกษตรกรขายได้ราคามากขึ้น และผู้บริโภคซื้อของได้ถูกลง ผมว่าเพื่อนๆทุกคนน่าจะมองออกว่าควรจะทำอย่างไร
คำตอบก็คือ ต้องตัดพ่อค้าคนกลางออกให้เหลือจำนวนพ่อค้าคนกลางน้อยที่สุดในโครงสร้างการขนส่งซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคา ยิ่งจำนวนพ่อค้าคนกลางน้อยลงราคาซื้อที่ถูกกด กับราคาขายที่ถูกโก่งก็จะมีช่องแคบที่ลดลง

คำถามของประเด็นนี้ คือ "จะตัดโครงสร้างพ่อค้าคนกลางหลายๆต่อนี้ลงได้อย่างไรให้เหลือน้อยที่สุด"
ในวิชาด้านการขนส่ง จะแบ่ง Mode การขนส่งได้แบบนี้
1.เครื่องบิน = ขนส่งได้เร็ว แต่ต้นทุนแพง
2.เรือ = ขนส่งได้ไกลข้ามประเทศ ปริมาณขนส่งต่อเที่ยวได้มาก
3.รถไฟ = ขนส่งได้ไกลภายในประเทศ ปริมาณขนส่งต่อเที่ยวได้มาก
4.รถบรรทุก = ขนส่งได้ยืดหยุ่น(ส่งที่ไหนก็ได้) แต่ต้นทุนแพง

ประเทศไทยส่วนใหญ่ใช้แบบที่ 4 คือ รถบรรทุกเป็นหลัก แถมใช้กันหลายต่อทำให้ราคาสินค้าปลายทางแพงเมื่อเทียบกับต้นทางมากๆ

ซึ่งจริงๆ ผมมีไอเดียหนึ่ง ที่จะนำเสนอ คือ การแก้กฎหมายบางตัวเพื่อปลดล็อค ผู้ที่จะสามารถไล่ตบพ่อค้าคนกลางหลายต่อให้เหลือไม่กี่ต่อ
นั่นคือ ทำให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) สามารถดำเนินการเป็นพ่อค้าคนกลางซะเองได้ โดยโครงสร้างจะเป็นแบบนี้

เกษตรกร(ต้นทาง) > รฟท. Hub จังหวัด > รฟท.Hub กลาง(กรุงเทพฯหรือภูมิภาค) > พ่อค้าปลีก+ห้าง > ผู้บริโภค(ปลายทาง)

ผมมองว่าถ้าเป็นโครงสร้างแบบนี้ ผมมองว่ามันจะช่วยลดช่องว่างของราคาผลผลิตทางการเกษตร และทำให้ รฟท.มีรายได้จากการเป็นพ่อค้าคนกลาง
ส่วนพ่อค้าคนกลางจีน(ยี่ปั้ว) ปล่อยให้มันม่องเท่งไปนั่นแหละดีแล้ว
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 

ออฟไลน์ humandroy

  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,224
  • ถูกใจแล้ว: 329 ครั้ง
  • ความนิยม: +23/-23
ร.9 ทรงแนะนำส่งเสริมสหกรณ์
ประเด็นคือ เกษตรกร ไม่มีอำนาจในการต่อรอง ไม่ว่าจะเป็นราคาผลผลิต ราคาต้นทุน
เรื่องตลกคือ ในขณะที่ราคาขายผลผลิตตกต่ำจนต้องเททิ้ง ผู้ยริโภคไม่ซื้อกินเพราะราคาซื้อมันแพงจนลี่ยงได้ก็เลี่ยง


ปัญหามันไปตกที่ขั้นตอน คนกลาง และสต๊อก


โดยเนื้อแท้จะ สหกรณ์ หรือจะ OTOP มันมีเป้าหมายเดียวกัน คือให้ผู้ผลิตรวมกลุ่มกันเป็นผู้จำนายถึงมือผู้บรอโภคเอง จะได้มีอำนาจที่ควรจะมีไว้ในมือ


ถามว่าทำไมถึงยังไม่สำเร็จมาจนป่านนี้ นั่นก็เพราะเราไม่มีสำนึกส่วนรวม มักง่าย เห็นแก่ตัวเอาแต่ประโยชน์พวกพ้อง ชอบใช้อารมณ์ตัดสินใจเอาต่สะใจตนเอง สุดท้ายก็เลยรวมตัวกันไม่ได้ ถึงรวมตัวกันหลวมๆได้ก็ไม่สามารถพีฒนาแข่งขันได้กับบริษัทที่มีเจ้าของเพียงคนเดียว
นักการเมืองเราก็ส่วมมากเป็นพรรคพวกกับบรรดาคนกล้างเหล่านั้นอยุ่แล้ว และไม่ได้สนใจจะผลักดันกลุ่มก้อนเกษตรกรอย่างจริงจัง


หัวใจของปัญหาคือตัวเกษตรกรเอง ปัจจัยแวดล้อมทั้งหมดก็ไม่อำนวย แม้บางคนจะมองอกว่าปัญหาอยู่ที่ไหน แต่เห็นเล้วเข้าใจแล้วก็หมดกำลังใจจะแก้ไข
 

ออฟไลน์ thpimpf

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,615
  • ถูกใจแล้ว: 498 ครั้ง
  • ความนิยม: +71/-32
ร.9 ทรงแนะนำส่งเสริมสหกรณ์
ประเด็นคือ เกษตรกร ไม่มีอำนาจในการต่อรอง ไม่ว่าจะเป็นราคาผลผลิต ราคาต้นทุน
เรื่องตลกคือ ในขณะที่ราคาขายผลผลิตตกต่ำจนต้องเททิ้ง ผู้ยริโภคไม่ซื้อกินเพราะราคาซื้อมันแพงจนลี่ยงได้ก็เลี่ยง


ปัญหามันไปตกที่ขั้นตอน คนกลาง และสต๊อก


โดยเนื้อแท้จะ สหกรณ์ หรือจะ OTOP มันมีเป้าหมายเดียวกัน คือให้ผู้ผลิตรวมกลุ่มกันเป็นผู้จำนายถึงมือผู้บรอโภคเอง จะได้มีอำนาจที่ควรจะมีไว้ในมือ


ถามว่าทำไมถึงยังไม่สำเร็จมาจนป่านนี้ นั่นก็เพราะเราไม่มีสำนึกส่วนรวม มักง่าย เห็นแก่ตัวเอาแต่ประโยชน์พวกพ้อง ชอบใช้อารมณ์ตัดสินใจเอาต่สะใจตนเอง สุดท้ายก็เลยรวมตัวกันไม่ได้ ถึงรวมตัวกันหลวมๆได้ก็ไม่สามารถพีฒนาแข่งขันได้กับบริษัทที่มีเจ้าของเพียงคนเดียว
นักการเมืองเราก็ส่วมมากเป็นพรรคพวกกับบรรดาคนกล้างเหล่านั้นอยุ่แล้ว และไม่ได้สนใจจะผลักดันกลุ่มก้อนเกษตรกรอย่างจริงจัง


หัวใจของปัญหาคือตัวเกษตรกรเอง ปัจจัยแวดล้อมทั้งหมดก็ไม่อำนวย แม้บางคนจะมองอกว่าปัญหาอยู่ที่ไหน แต่เห็นเล้วเข้าใจแล้วก็หมดกำลังใจจะแก้ไข
เคยมีสหกรณ์แล้วครับ ตามที่ว่าเลย แย่งชิงกันเอง




อีกอย่างคือ เกษตรบ้านเราขอยโถมปลูกครับ พอปีหนึ่งราคาก็แห่ปลูกกัน ปีต่อมาราคาครอปลงบ้าง แต่ยังดี ก็ปลูกต่อ จนถึงปีที่ ความต้องการขายมันล้น
 

ออนไลน์ wanit000

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 947
  • ถูกใจแล้ว: 256 ครั้ง
  • ความนิยม: +64/-67
ควรระดมทุนไปกว้านชื้อที่ดินเยอะๆ ทำชลประทานเอง ทำแข่งกับชาวบ้านเลยครับ เน้นจ้างคนเอา และออกแบบให้ต้นทุนต่ำที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เราไม่ควรปล่อยพวกเกษตรทำเอง เราควรจ้างพวกเขามาทำให้ดีกว่า หมดยุคปล่อยให้ทำกันเองละ และที่สำคัญสุดเลย ต้นทุนอ่ะ โคตรสำคัญเลยในการเกษตร แต่หลายๆคนมักจะมองข้าม เมื่อก่อนเทคโนมันยังไม่ถึง เอาคนจนไปทำเกษตรมันยังโอเคอยู่ แต่ตอนนี้่ ถึงเวลาเปลี่ยนระบบใหม่หมดละ พวกนี้ต้องไม่ให้ทำเอง แต่ต้องมาเป็นลูกจ้างแทน
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,726
  • ถูกใจแล้ว: 2861 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-344
ผมมองว่าธรรมชาติของมนุษย์ล้วนทำเพื่อตัวเอง เพื่อให้ได้ประโยชน์และผลกำไรเข้าตัวเองให้ได้มากสุด อันนี้เป็นสัจธรรม ถ้ามันเอื้อให้ทำย่อมมีคนทำแน่นอนครับ
ดังนั้นผมจึงอยากถกในเรื่องปัญหาเชิงโครงสร้างมากกว่าจะไปด่าว่ากล่าวว่าคนนี้โลภมากอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะ ทุกคนล้วนมีความโลภ ไม่มีใครเป็นอรหันต์


ผมมีเหตุผลว่าทำไมควรแก้กฎหมายให้ "การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)" สามารถทำหน้าที่เป็นพ่อค้าคนกลาง
1.การขนส่งด้วยรถไฟถูกกว่ารถบรรทุกเมื่อคิดราคา/ปริมาณ ดังนั้นถ้ารฟท.สามารถเป็นพ่อค้าคนกลางได้ พวกพ่อค้าคนกลางโดนรฟท.ตบหัวทิ่มหมดแน่นอน
2.เมื่อรฟท.สามารถขนส่งในฐานะพ่อค้าคนกลางได้ เขาจะเป็นพ่อค้าคนกลางที่ตัวใหญ่ที่สุดในประเทศ
ดังนั้นรฟท.จะมีอำนาจในการควบคุมราคาการเกษตรจากการรับซื้อและขายต่อสินค้าการเกษตร แล้วรัฐเป็นเจ้าของรฟท. ดังนั้นรัฐสามารถควบคุมราคาสินค้าเกษตรได้ง่ายยิ่งกว่าเดิม
3.รฟท.สามารถควบคุมให้แต่ละพื้นที่กำหนดชนิดพืชที่จะปลูกได้ ยกตัวอย่าง ถ้าซื้อยางจากภาคใต้ก็จะให้ราคา 80 บาท แต่ถ้าซื้อจากภาคอื่นก็จะให้ราคาที่ต่ำกว่า ผ่านการมีอำนาจกำหนดราคาในฐานะพ่อค้าคนกลางที่ใหญ่ที่สุด
มันเป็นการกดดันให้เกษตรกรต้องเพาะปลูกในพื้นที่ที่รัฐกำหนดให้
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: humandroy

ออฟไลน์ DDAvatar

  • หัวหน้าฝูงหมีกลาง
  • ****
  • กระทู้: 941
  • ถูกใจแล้ว: 327 ครั้ง
  • ความนิยม: +38/-20
รฟททำอะไรก็เจ็ง เหมือน กับ TOT แหละ วัฒนธรรมองค์กรมันเน่าไปแล้ว ขยับตัวยากมาก
การพยายามดันให้องค์กรรัฐไปทำตัวเป็น พ่อค้าคนกลาง ก็กลับมาคำถามเดิมๆ คือ รัฐทำอะไรก็เจ็ง
ยังจำคดี น้องแก้มได้ไหม นั่นแหละ คุณภาพคนของ รฟท


เคยดูสารคดี ย้อนอดีต ท่าข้าวกำนันทรง เขาบอกว่า เคยมีความคิดที่จะขนข้าวด้วยรถไฟ ซึ่งตอนทดลอง
แล้วมันทำได้จริง และต้นทุนต่ำลงอย่างมหาศาล จนสามารถแข่งกับนโยบายจำนำข้าวได้
แต่ ตายแค่เรื่องเดียวคือ รฟท ไม่สามารถการันตี
การตรงเวลาของรถไฟได้ ซึ่ง สำหรับ การขนส่ง ขึ้นลงเรือเวลาเป็นเรื่องสำคัญมาก ผลลัพท์ก็เลยจบ
ท่าข้าวกันนันทรงก็ปิดตัวไปในที่สุด


ยังจำได้เลยว่า คนรู้จักเคยไปทำงานชิ้นนึงให้ รฟท ตอนนั้น รฟท ยังจัดทำตารางเวลารถไฟด้วยมือ ในยุคปี 2000
คิดดูละกัน ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเวลารถเกิดล่าช้า ต้องจอดรอกันเป็น 30-40 นาที

ดังนั้น การแยก การสร้างราง ออกจาก การเดินรถ นะถูกต้องแล้ว แล้วเอาการเดินรถ ไปให้เอกชนทำ เอกชนจะทำอะไรก็เรื่องของเอกชน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2026, 06:20:40 PM โดย DDAvatar »
 

ออฟไลน์ gundam666

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 3,369
  • ถูกใจแล้ว: 623 ครั้ง
  • ความนิยม: +101/-87
ควรเริ่มพัฒนาเกษตรแนวตั้ง แบบ ALL IN ONE  ทำ 1 ได้มากกว่า 1  อย่าง ทำบ่อปลา  ก็เลี้ยงสัตว์บนบ่อปลา  แล้วก็ปลูกผักบนที่เลี้ยงสัตว์  เอาแม่งให้คุ้ม ???
 

ออฟไลน์ thepingman

  • นักปราชญ์แห่งเขาเซนนิคุมะ
  • หัวหน้าฝูงหมีใหญ่
  • *****
  • กระทู้: 1,737
  • ถูกใจแล้ว: 1691 ครั้ง
  • ความนิยม: +118/-31
  • ไม่ใช่หมีสักหน่อย
ผมมองว่าธรรมชาติของมนุษย์ล้วนทำเพื่อตัวเอง เพื่อให้ได้ประโยชน์และผลกำไรเข้าตัวเองให้ได้มากสุด อันนี้เป็นสัจธรรม ถ้ามันเอื้อให้ทำย่อมมีคนทำแน่นอนครับ
ดังนั้นผมจึงอยากถกในเรื่องปัญหาเชิงโครงสร้างมากกว่าจะไปด่าว่ากล่าวว่าคนนี้โลภมากอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะ ทุกคนล้วนมีความโลภ ไม่มีใครเป็นอรหันต์


ผมมีเหตุผลว่าทำไมควรแก้กฎหมายให้ "การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)" สามารถทำหน้าที่เป็นพ่อค้าคนกลาง
1.การขนส่งด้วยรถไฟถูกกว่ารถบรรทุกเมื่อคิดราคา/ปริมาณ ดังนั้นถ้ารฟท.สามารถเป็นพ่อค้าคนกลางได้ พวกพ่อค้าคนกลางโดนรฟท.ตบหัวทิ่มหมดแน่นอน
2.เมื่อรฟท.สามารถขนส่งในฐานะพ่อค้าคนกลางได้ เขาจะเป็นพ่อค้าคนกลางที่ตัวใหญ่ที่สุดในประเทศ
ดังนั้นรฟท.จะมีอำนาจในการควบคุมราคาการเกษตรจากการรับซื้อและขายต่อสินค้าการเกษตร แล้วรัฐเป็นเจ้าของรฟท. ดังนั้นรัฐสามารถควบคุมราคาสินค้าเกษตรได้ง่ายยิ่งกว่าเดิม
3.รฟท.สามารถควบคุมให้แต่ละพื้นที่กำหนดชนิดพืชที่จะปลูกได้ ยกตัวอย่าง ถ้าซื้อยางจากภาคใต้ก็จะให้ราคา 80 บาท แต่ถ้าซื้อจากภาคอื่นก็จะให้ราคาที่ต่ำกว่า ผ่านการมีอำนาจกำหนดราคาในฐานะพ่อค้าคนกลางที่ใหญ่ที่สุด
มันเป็นการกดดันให้เกษตรกรต้องเพาะปลูกในพื้นที่ที่รัฐกำหนดให้ 

จะทำแบบนั้นได้ ต้องปรับปรุงรถไฟกันขนานใหญ่ก่อนให้

1 เข้าถึงได้ทุกจังหวัด
2 ความเร็วในการขนส่งในระดับที่ของไม่เน่าก่อนถึงตลาด สมญานามรถไฟหวานเย็นของรฟท. น่ะไม่ได้ได้มาเพราะความบังเอิญนะครับ

ไทยน่ะได้อิทธิพล Car Culture จากอเมริกามามาก การขนส่งทางรางเลยถูกลดระดับความสำคัญลงไป แล้วไปเน้นรถ เน้นสร้างมอเตอร์เวย์ ซึ่งในประเทศที่เจริญแล้วอื่นๆ นอกจากอเมริกาเขาพิสูจน์มาแล้วว่า "One More Lane" ไม่มีทางเวิร์ค


ดังนั้นจะใช้รถไฟได้ ต้องเริ่มตั้งแต่เปลี่ยนแนวคิดกันเลยครับ ซึ่งคงทำไม่ได้เพราะ

1 คนไทยใช้รถเป็นหลัก
2 รถติด เพราะคนซื้อรถเพิ่มเรื่อยๆ โวย
3 ถ้ารัฐบาลไม่ผลักดันเพิ่มเลนเพิ่มถนน - สมัยหน้าไม่ต้องหวัง
4 วนลูป 1-3 ไป

ถ้าเปลี่ยนทัศนคติของคนไทยไม่ได้ อย่าหวังเลยครับ
นิยายหัดแต่ง เชิญจิ้มได้ครับ
http://goshujin.tk/index.php?topic=2904.0
โฮ่ง!
 

ออฟไลน์ richter

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • แม่ทัพหมีชั้นกลาง
  • **
  • กระทู้: 2,254
  • ถูกใจแล้ว: 1116 ครั้ง
  • ความนิยม: +52/-25
ผมสงสัยว่าทำไมผู้มีอำนาจทั้งโลกถึงพากันกดหัวเกษตรกร กดราคาผลผลิตทางการเกษตร ทั้งๆ ที่มันเป็นเสาหลักของความมั่นคงและอยู่รอดของแต่ละชนชาติ
มันเป็นของที่ไม่สามารถนำเข้าเป็นหลักได้เพราะถ้าโดนชาติส่งออกบีบคอตรงนี้ละตายแน่นอนแต่ทุกชาติดันกดหัวตรงนี้หมด
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: Black7nos

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,726
  • ถูกใจแล้ว: 2861 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-344
รฟททำอะไรก็เจ็ง เหมือน กับ TOT แหละ วัฒนธรรมองค์กรมันเน่าไปแล้ว ขยับตัวยากมาก
การพยายามดันให้องค์กรรัฐไปทำตัวเป็น พ่อค้าคนกลาง ก็กลับมาคำถามเดิมๆ คือ รัฐทำอะไรก็เจ็ง
ยังจำคดี น้องแก้มได้ไหม นั่นแหละ คุณภาพคนของ รฟท


เคยดูสารคดี ย้อนอดีต ท่าข้าวกำนันทรง เขาบอกว่า เคยมีความคิดที่จะขนข้าวด้วยรถไฟ ซึ่งตอนทดลอง
แล้วมันทำได้จริง และต้นทุนต่ำลงอย่างมหาศาล จนสามารถแข่งกับนโยบายจำนำข้าวได้
แต่ ตายแค่เรื่องเดียวคือ รฟท ไม่สามารถการันตี
การตรงเวลาของรถไฟได้ ซึ่ง สำหรับ การขนส่ง ขึ้นลงเรือเวลาเป็นเรื่องสำคัญมาก ผลลัพท์ก็เลยจบ
ท่าข้าวกันนันทรงก็ปิดตัวไปในที่สุด


ยังจำได้เลยว่า คนรู้จักเคยไปทำงานชิ้นนึงให้ รฟท ตอนนั้น รฟท ยังจัดทำตารางเวลารถไฟด้วยมือ ในยุคปี 2000
คิดดูละกัน ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเวลารถเกิดล่าช้า ต้องจอดรอกันเป็น 30-40 นาที

ดังนั้น การแยก การสร้างราง ออกจาก การเดินรถ นะถูกต้องแล้ว แล้วเอาการเดินรถ ไปให้เอกชนทำ เอกชนจะทำอะไรก็เรื่องของเอกชน


ผมเล่าเรื่องเกี่ยวกับรถไฟให้ฟัง สมัยก่อนเนี่ยรถไฟญี่ปุ่นเนี่ยก็ขาดทุนแบบยับหมา
ถ้าของไทยขาดทุนเป็นหนี้หลายพันล้าน ของญี่ปุ่นหนักกว่าคือหมื่นกว่าล้าน


เหตุผลของมันคือเรื่องกฎหมายครับ ที่เป็นข้อจำกัด เพราะสมัยก่อนรถไฟไทยกับรถไฟญี่ปุ่นหารายได้แค่ทางเดียวคือรายได้จากการขายตั๋วโดยสาร
ซึ่งยังไงมันก็ไม่พอครับ ผลของมันก็คือขาดทุนทั้งคู่ครับ


ทีนี้ญี่ปุ่นก็เลยทำการแก้กฎหมายใหม่ครับ เขาเปลี่ยนการรถไฟของญี่ปุ่นให้ขึ้นมาเป็นกระทรวงรถไฟ
และยกสัมปทานให้กับเอกชน โดยที่ถ้าใครไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วสังเกตดีๆ จะเห็นทางเชื่อมรถไฟใต้ดิน มันเชื่อมเข้ากับห้างสรรพสินค้า
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญนะครับ เพราะเจ้าของสัมปทานรถไฟญี่ปุ่น กับ ห้างสรรพสินค้าในญี่ปุ่นคือคนเดียวกัน
ดังนั้นผู้ให้บริการรถไฟญี่ปุ่น จึงไม่ได้สักแต่ขายตั๋วอย่างเดียว แต่เขาคือผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์พื้นที่บริเวณสถานีรถไฟด้วยครับ


................


จริงๆ ถ้าผมเล่าเรื่องปัญหาการรถไฟที่ทำไมไม่ได้รับการพัฒนาเนี่ย ถ้าผมเขียนลงไปในนี้แบบละเอียด หลายคนจะรับไม่ได้กัน ดังนั้นผมจะไม่เล่าย้อนความละกัน
การรถไฟไทยไม่ใช่เพราะไม่อยากพัฒนาครับ แต่มันถูกกดโดยกฎหมายให้แทบไม่สามารถหารายได้อื่นนอกจากรายได้โดยสาร(ตรงนี้เขียนในกฎหมายเลยครับ)


ทั้งที่ถ้าเรามาคิดไตร่ตรองดีๆแล้ว รฟท.สามารถกลายเป็นนักพัฒนาอสังหาฯ หรือ พ่อค้าคนกลางรายใหญ่ที่สุดในประเทศได้อย่างสบายเพราะมีทางรถไฟ+สถานีอยู่แล้ว


สำหรับผมนะ ผมจะไม่โทษเรื่องคน เพราะการโทษคนว่าห่วยอย่างนั้นเลวอย่างนี้ มันเป็นอะไรที่ง่ายเกินไปและไม่ได้นำไปสู่การแก้ปัญหา
เราเปลี่ยนผู้ว่าการรถไฟมากี่คนมากี่ครั้งแล้วครับ ตำแหน่งผว.การรถไฟเป็นตำแหน่งที่ถูกปลดออกบ่อยที่สุดเลยนะครับ
แต่มันก็ไม่เคยแก้ปัญหาได้เลย แสดงว่าปัญหามันไม่ได้อยู่ที่คนครับ หากแต่อยู่ที่ระบบ กฎหมายและกระบวนการเสียมากกว่า


ยกตัวอย่างง่ายๆ ใครเคยอ่านเรื่องคดีพื้นที่มักกะสันบ้างครับ นี่คือตัวอย่างของกฎหมายที่กดหัวรฟท.ไม่ให้สามารถหารายได้นอกเหนือไปจากรายได้โดยสาร
ไม่มีทางเลยที่รายได้โดยสารจะเพียงพอกับค่าอะไหล่+ซ่อมแซมรถไฟ+รางรถไฟ ต่อให้ผู้โดยสารอัดแน่นเป็นปลากระป๋อง มันก็ไม่พอครับ


เพื่อนๆเคยเห็นรถไฟอินเดียที่ผู้โดยสารแน่นทะลักมั้ยครับ



ผู้โดยสารแน่นรถไฟขนาดนี้เกือบทุกเที่ยว แต่รายได้-รายจ่ายของการรถไฟอินเดีย ยังแค่กำไรแบบปริ่มน้ำ


นั่นแสดงให้เห็นว่ารายรับจากค่าโดยสารอย่างเดียวมันไม่พอกับรายจ่ายของทั้งระบบรถไฟ ดังนั้นมันต้องมีรายได้มาเสริมแบบกรณีญี่ปุ่น เช่น การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 

ออฟไลน์ Black7nos

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY3
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 4,726
  • ถูกใจแล้ว: 2861 ครั้ง
  • ความนิยม: +217/-344
ผมสงสัยว่าทำไมผู้มีอำนาจทั้งโลกถึงพากันกดหัวเกษตรกร กดราคาผลผลิตทางการเกษตร ทั้งๆ ที่มันเป็นเสาหลักของความมั่นคงและอยู่รอดของแต่ละชนชาติ
มันเป็นของที่ไม่สามารถนำเข้าเป็นหลักได้เพราะถ้าโดนชาติส่งออกบีบคอตรงนี้ละตายแน่นอนแต่ทุกชาติดันกดหัวตรงนี้หมด


มันมี Quote อยู่อันหนึ่งที่อธิบายข้อสงสัยของเพื่อนๆได้



ทำไมเขาไม่แก้ปัญหาแบบยั่งยืน แต่เลือกที่จะแก้แบบฉาบฉวยครับ
เพราะเขาต้องการสร้างบุญคุณไปได้เรื่อยๆไงครับ เขาเลยจะแก้ปัญหาแบบระยะสั้นและฉาบฉวยเพื่อความนิยม ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง


ถ้าแก้แบบยั่งยืน เขาจะไม่สามารถสร้างบุญคุณได้อีกครับ นี่คือการอธิบายได้ตรงประเด็นที่สุด
พวกเขาจึงเลือกที่จะแก้ปัญหาแบบฉาบฉวย แทนที่จะแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้าง
ผู้กล้าอาณาจักรกุหลาบ https://goshujin.tk/index.php/topic,15078.0.html
ึคุณพ่อผมถูกเอาเงินจ้างฟาดหัว ผมเลยต้องมาเป็นนักมวยไทยที่ต่างแดน https://goshujin.tk/index.php?topic=32172.msg796105#msg796105
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก