หากพลังไททั่นมันสืบทอดด้วยวิธีอื่นนอกจากการกิน ไม่ได้ เอเรน ก้อน่าจะล้างโลก
แต่ในตอนล่าสุด กลบรู้สึกแปลกๆ ตอนที่ฮันจิตาย คนเขียนไม่เคยเล่นเรื่องภาพหลอนก่อนตายมาก่อน แต่ของฮันจินี่มันเด่นชัดจนไม่เหใอนภาพหลอนก่อนตายเลย เหมือนไปอยู่อีกโลกอ่ะ
คงไม่อยากให้ตอนตายของแต่ละคนมันซ้ำกันหล่ะมั้ง เดี๋ยวจะหาว่าหมดมุก ขายมุกเก่า ฉากตายของแต่ละคน
ชอบๆทั้งนั้น อย่างฉากที่ไม่น่าจะมีอะไรให้จดจำ อย่างของชาช่า กลับรู้สึกติดตา ตรึงใจยังไงไม่รู้ ฉากที่
อยากกินเนื้อ มันเรียกอารมณ์มากๆ ทำให้นึกฉากตายของเออร์วินอีก เป็นฉากอยากทำความฝัน อยากทำ
อุดมการณ์ที่เชื่อมั่นมาตลอดทั้งชีวิตให้เป็นจริง
ในเรื่องนี้ชอบสำอรที่สุด(ลีไว) เสียดายที่พอขึ้นภาคนอกเกาะ บทเท่ๆของลีไวแทบหมด ความสำคัญหายดื้อๆ
อาจเพราะบางทีผู้เขียนไม่ได้แต่งบทของลีไวเอาไว้ เพราะกะให้ตายตั้งกะแต่ก่อนแล้ว ภาคนอกเกาะชอบซีค
และชอบเอเรนตอนเป็นผู้ใหญ่ ดูอมหิตที่แฝงไว้ด้วยกินดีขม รอคอยจังหวะ มอบโอกาสสันติ รู้ซึ้งว่า พลัง
มันต้องมี มีพลังก็มีสันติ มีพลังก็มีอำนาจต่อรองในโต๊ะกลม(ในการเจรจา)
มันเหมือนเหตุการณ์บ้านเมืองในตอนนี้อยู่หน่อยๆ ที่ผู้คนต่างก็เป็นห่วงประเทศชาติ แต่ต่างอุดมการณ์กัน
และต่อให้อุดมการณ์เดียวกัน ก็มีทั้งสายนกพิราบ สายนกเหยี่ยว มีแง่คิดอยากให้ประเทศชาติไปทางนู้นทางนี้
ทุกคนทำไปเพื่อสิ่งเดียวกัน แต่วิธีการต่างกัน และต่างกันที่การวางประเทศให้ควรอยู่ ณ จุดใด พวกเขา
ฆ่ากันด้วยแนวคิดที่แตกต่างก็แค่นั้น ต่างฝ่ายต่างเปื้อนโคลน ก็เหมือนคำโปรยตอนหนึ่งของเรื่องไททัน
ยังจำคำโปรยคำนั้นได้ดี คำโปรยว่า "ตอน ช่วงกลางคืนของเหล่าคนบาป" ทุกๆคนที่ต่างก็เปรอะเปื้อน
ไปด้วยบาป ต่างมานั่งชุมนุมกัน ต่อยกัน ชำระแค้นความในใจซึ่งกันและกัน ด่าทอในสิ่งที่อีกฝ่ายเคยกระทำ
แล้วก็..... ร่วมเดินทางอีกครั้งไปด้วยกัน นักการเมือง ทหาร นักอุดมการณ์ ณ ปัจจุบัน ก็คงกำลังเป็นแบบนี้
มันไม่มีโลลิในกลุ่มตัวหลักนิจะมีอะไรไห้คุยอะ
ฮา ลืมไป นี่เวปหมีนี่เนอะ ฮา