เหมือนที่พูดมาตัวคนทำก็ทำจริงแต่เหตุผลที่โดนจับและถูกโบสท์ฆ่าสาเหตุใหญ่ๆมันไม่ใช่เพราะสิ่งที่ทำไง โบสทืต้องการสมบัติทรัพย์สินเลยใช้เหตุผลนั้นเข้าปราบปรามจับมาสังหารแล้วยึดทรัพย์มาเป็นของตน
ก็ลองทั้ง อลิซาเบธ และ จิล เดอ เรย์ ไม่มีทรัพย์สมบัติเป้นแค่ฆาตกรจนๆดูสิ โบสทืไม่มีทางสนใจจะไปจับมาประหารหรอก
ที่ผมพายามหากให้ทุกคนมองในแง่ที่ว่า ที่ว่าเวทมนตร์และทุกอย่างมีอยู่จริงน่ะครับ
อาจจะบอกว่าคนที่มีอำนาจเป็นที่จับตาอยู่ก็ว่าได้เพราะคนที่มีอำนาจ ตำแหน่งขุนนาง มีเวทมนตร์จะก่อความเสียหายร้ายแรงได้มากกว่าคนธรรมดาหลายเท่า
ยกตัวอย่าง คนธรรมดาก็อาจไล่ฆ่าคนได้ไม่กี่สิบคนแบบ ริวโนะสุเกะ
แต่คนที่เป็นผู้นำประเทศได้อย่้าง"ท่านพ่อ" ในเรื่องแอขนกลคนแปรธาตุ สังเวยได้นับแสนนับล้านคน
มีอะไรที่จะต้องตำหนิโบสถ์ที่จะตรวจสอบคนมีอำนาจในเคสนี้ล่ะครับ?
อีกอย่างที่ผมว่าเรื่อง ไพเรท คาริบเบียนทำได้น่าสนใจคือ
เฟอดินาน ผู้รอบรู้ ดันเป็นคนที่ดูเป็นคนมีความรู้แต่ก็เป็นผู้ศรัทธานั่นล่ะ
เห็นว่าพี่แกออกมาแค่ฉากเดียวในหนัง แต่แกก็มองสัญลักษณ์แปลกๆและรายละเอียดต่างๆออกเพราะอ่านหนังสือมามาก
มีโอกาสไดพ้ครองพลัีงอำนาจของความอมตะ แต่สั่งทหารให้ทำลายทิอ้งซะ อย่าไปข้องเกี่ยวกับของพวกนี้
เป็นการแสดงตัวอย่างของคนที่อยู่ศายศรัทธาและมีความรู้ได้ดีน่ะครับ
ว่าจุดยืนของเขานั้นเป็นอย่างไร
ฮืม... หากใช้หลักการการจิตใจตกต่ำเข้าด้านมืด หรือถลำเข้าวิถีมารจนกู่ไม่กลับอันนี้ก็โอเคน่ะ
เพราะถ้าทำแบบนี้ การปราบปรามของโบสถ์หรือศาสนาจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องขึ้นมาอย่างแน่นอน
แต่ถ้าแค่เป็นผู้ใช้ศาสตร์มืดแค่นั้นล่ะก็ ความหมายมันจะกำกวม ขึ้นกับว่าจะก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายหรือไม่ และมากน้อยแค่ไหน
ว่าง่ายๆ ก็คือเรื่องผลประโยชน์นั่นเอง ... ตรงนี้เรื่องการปราบปราบของโบสถ์หรือศาสนาจะเป็นเรื่องที่น่ากังขาขึ้นมาทันที
ตัวอย่างก็โมมอนกะของท่านน่ะแหละ ถึงเจ้าตัวจะใช้เวทมืด แต่ก็ใช้เพื่อประชาชนทั้งนั้น (ถึงจะไหลตามน้ำความคิดลูกน้องก็เถอะ)
ถึงโมมอนกะจะฆ่าผู้อื่นไปเยอะเหมือนกันก็ตาม แต่จะบอกว่าโมมอนกะชั่วร้ายก็ไม่ได้ ....
บ้านตัวเองมีสิทธิ์จะโดนบุกรุก จะให้อ้าแขนปล่อยให้ผู้บุกรุกเข้ามาแล้วอาจจะลงมือฆ่าคนของตัวเองมันก็ไม่ใช่เรื่องนี่น่ะ
และในขณะที่ผู้คนที่อยู่ภายใต้การปกครองของโมมอนกะ ก็อยู่ดีมีสุขตามปกติทั้งนั้น ....
แต่กลุ่มที่เสียผลประโยชน์ไปเยอะก็คงยอมไม่ได้ ที่จะมีกลุ่มอิทธิพลอื่นมาเบียดบังตัวเอง
พวกนี้เลยต้องอ้างเรื่องต่างๆ ไปทั่ว เพื่อหาศรัทธาเข้าตัวเอง แล้วเป็นเหตุผลไปปราบปรามผู้อื่น ....
เรื่องตรงนี้เลยชัดเจนว่า ... คนที่ร้ายกาจเป็นปีศาจใช้พลังอำจด้านมืด บางทีก็ไม่ใช่คนชั่วช้า หรือเลวทราม
ในขณะที่ คนที่ใช้พลังอำนาจด้านแสงสว่างและพลังศักดิ์สิทธิ์นั่น ก็ใช่ว่าจะเป็นคนดี ใสซื่อมือสะอาด มีความยุติธรรม
ดังนั้นพอมุ่งเน้นไปพิจารณาที่พฤติกรรมและความคิดแล้ว มันก็จะเข้าไปเป็นเรื่องของความศรัทธา
พอสองฝ่ายความเชื่อกับความเห็นไม่ตรงกัน มันก็เลยเป็นการปะทะกันด้วยความศัรทธา จนกลายเป็นสงครามศาสนาไป
"เพียงแค่ใช้พลังแห่งความมืดได้ ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคนเลว อย่ามาเหมาว่าเป็นตัวร้ายน่ะ" น้องคลอเดียกล่าวไว้
เอ๊ะ!? อะไรน่ะ น้องคลอเดียไม่กล่าว แต่นั่นมันชื่อนิยายที่น้องคลอเดียเป็นนางเอกเรอะ... !?
ก็นั่นล่ะครับ
แต่หากยกตัวโมมอนกะ
เวลาที่ก้าวไปข้างหน้าเจอพลังที่เหนือกว่า
ปู่ฟูลเดอร์ที่เป็นอัจฉริยะ มีลูกศิษย์ลุกหามากมายคนนรับถือ
ก็เลือกที่จะเข้าด้านมืด กลายเป็นลิช..นี่ล่ะครับคือความยั่วยวนและความทเสีั่ยงของคนที่เรียนเวทย์
armor of faith เกราะแห่งศรัทธา คือแนวทางของพาลาดีน ที่ไใม่ใช่แค่เป็นคาถาที่ปกป้องร่างกายเฉยๆ
แต่ความหมายยังรวมไปถึงศรัทธานั้นปกป้องจิตใจของพาาลาดีนนั้นด้วย
ในแนวนิยายมักจะพยายามบอกว่าโบสถ์ชั่วช้า ไม่มีดีอย่างที่ว่ามาทั้งหมด
ซึ่งผมก็คิดว่า่เป็นไปได้ที่จะมีคนชั่ว ใช้อำนาจในทางที่ผิด
แต่โดยรากฐานความคิดแล้ว ท่านคิดว่ามันเป็นเรื่องผิดอย่างที่นิยายชอบเยาะเย้นโบสถ์กันหรือครับ?
อย่างที่ผมบอก ว่าสวมบทบาท
สมทัยนี้นิยมแนวเกิดเป็นตัวประกอบ
นึกว่าท่านเป็นตัวปรกอบในจักวาลเฟท
ไม่มีตาเทพอย่างชิกิ ก็อปเทพอย่างชิโร่วงจรกระจอกแบบคนธรรมดา
ท่านจะเอาตัวงรอดอย่างไรล่ะครับ?
ท่านจะจำคาถาที่จำได้บ้างไม่ได้บ้าง ใช้อาวุธปืนเท่าที่หาได้และคิดว่าตนเองจะรอดไปจากกองทัพกูลที่เป็นแค่ลูกน้องของพวกแวมไพร์ทั่วไปในโลกนั้น
จินตนาการว่า ท่านเริ่มจากตัวเปล่า
เริ่มเรียนรู้ รอดชีวิตจากพ่อมดที่จะจับท่านไปเป็นถังพลังเวทย์ กูลทมที่จะกินเนื้อท่าน แวมไพร์ที่จะดูดเลือด มนุษย์หมาป่าที่จะฆ่าฯลฯ
ถ้าท่านตายก็ตายไประหว่างทาง
แต่หากท่านรอดมาได้ ท่านจะกลายเป็นคนอย่างไรล่ะครับ
เริ่มจากคนที่ไม่เป็นด้านการต่อสู้ ก็เริ่มผ่านประสบการณ์ต่อสู้ ผ่านการใช้คาถา เรียนรู้พิธีกรรมต่างๆจากประสบการณืที่ลืมไม่ลงเพราะต้องเสี่ยงชีวิตมาตลอด
สุดท้ายยท่านจะเลือกฝึกเวทมนตร์หรือจะยอมเป็นแค่มักเกิ้ล?
หรืออีกทางที่ผมว่าคือหาศาสนาและใช้ศรัทธาที่มีต่อพระเจ้าปกป้องตัวท่าน?
กฏหมายและศาสนาสมัยก่อน ถูกใช้เพื่อรักษาอำนาจในมือคนที่ถือ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น เมื่อก่อนเป็นไง สมัยนี้ยังคงเดิม ต่างกันตรงความมั่นคงตามอาวุธในมือ กับการแทรกแซงของผู้มีอาวุธรอบข้าง จะเปลี่ยนอำนาจ ต้องใช้อำนาจชนเท่านั้น ความดีความยุติธรรม มันบ้าบอสิ้นดีพวกนี้ช่วยอะไรใครไม่ได้ แต่ถ้าไม่มีจะสร้างความโกรธแค้นให้ฝ่ายตรงข้ามรวมตัวกันจนเป็นอำนาจ จนวันดีคืนดีอำนาจปืนในมืออาจจะคุมีไม่อยู่มันเลยต้องมีหลายอำนาจมาผสม เห็นง่ายที่สุด คืออ้างเทพ ขัดเทพคือเลว เพราะเทพแตะต้องไม่ได้ ห้ามขัด
ปัจจุบันใช้อยู่กันไม่ไกล เห็นได้แถวนี้แหละ
คือไม่เถียงว่าทำเพื่อรักษาอำนาจ
แต่ผมหมายถงให้ท่านมองว่าเป็นโลกที่มีกระสือยายสายในหมู่บ้าน เสืออังกอร์ในป่า
คุณยายวรนาถเปลี่ยนร่างไปเรื่อยๆสิครับ?
ท่านเป็นชาวบ้านจะภาวนาให้ กองทัพมากระทืบอังกอร์แบบเดียวกับที่ท่านจะบ่นว่า "ทำไมตำรวจไม่ยอมจับผู้ร้าย ปล่อยให้โจรเต็มเมืองอย่างนี้?" หรือเปล่าล่ะครับ?
หากท่านเป็นลุกหลานคุณยายวรนาถ ที่กำลังโดนตะขาบไต่ตัวอยู่
แต่มีโบสถ์ส่งกองทัพมาช่วยท่านไว้พอดี ท่านจะมีมุมมองเปลี่ยนไปหรือเปล่า?
เพราะภูตผีปีศาจ การเป็นแม่มด ไม่ใช่แค่ข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง
ปีศาจใต้เตียง กูลในหนองน้ำและวิญญาณที่ซ่อนอยู่ในเงามืด ทุกอย่างมีจริงทั้งหมด
[quote/]
เอาตรงๆเลยนะช่วงยุคกลางเนี่ยโบส์ทคือตัวโกงตัวชั่วร้ายเลยแหละ บิดเบือนและใส่ไฟทุกอย่างเพื่อให้ศาสนาตัวเองกลายเป็นที่นับถือแทนความเชื่อพื้นเมืองไปเลย
[quote/]
เนื่องจากทางโบส์ทเชื่อในเรื่อง "พระผู้สร้างมีหนึ่งเดียว" จึงทำให้มองว่าสิ่งที่ถูกเรียกว่าเทพเจ้าต่างๆของชนพื้นเมืองคือปีศาจที่แอบอ้างเป้นพระเจ้า
ซึ่งอันที่จริงก็ไม่ผิดหรอกถ้าอยากจะเชื่อกันแบบนั้น แต่มันผิดเพราะอยากขยายความเชื่อของศาสนาตัวเอง เลยประนามเทพของความเชื่อพื้นเมืองเป็นปีศาจ
เพื่อให้ศาสนาตัวเองกลายเป้นหลักขึ้นมา เหมือนกับวันเกิดพระเยซูที่เอาจริงๆไม่ใช่ 24 ธันวา หรอกแต่มันเป็นวันอีสเตอร์ เอ๊ก หรืออะไรซักอย่างของ
คนในพื้นที่ๆเชื่ออย่างกว้างขวาง โบสทืต้องการเข้าไปใหย่แทนเลยอุปโลกท์ให้วันที่ 24 ธันวา นั้นเป็นวันเกิดของพระเยซู เพื่อกลืนเรื่องวัน อีตเตอร์ เอ๊ก
ที่เชื่อกันเข้ามาแทน
[quote/]
Fate เอามาได้ใกล้เคียงกับการตีความในปัจจุบันที่สุดแล้วครับ(แน่นอนว่าบ้างส่วนมีดัดแปลงด้วย) ตัวละครที่สลับเพศจากประวัติศาสตร์มันจะมีความนัยซ่อนอยู่จากทาง Type-Moon ครับ
ตัวละครที่เกิดจากการรวมตำนานจากหลายแห่งและตัวละครที่มีการตีความใหม่จะทำให้ออกมาสลับเพศ เช่น อาเธอร์ที่ออกมาเป็นหญิงนอกจากความน่าสนใจแล้ว(เพราะของโปรโตไทป์ก็ให้เป้นเพศชาย)
ยังมีส่วนของประวัติศาสตร์ด้วยซึ่งเกิดจากการรวมเรื่องเล่าของทุกตำนานเข้าด้วยกัน อย่างตำนานเอ็กคาลิเบอร์มันก็มีทั้งที่ดึงออกมานั้นแหละคือเอ็กคาลิเบอร์หรือต้องหักก่อนแล้วเอาไปแลกกับ
เลดี้วิเวียนมาหรือตำนานที่ยกดาบเอ็กคาริเบอร์ให้กาเวนใช้(ดังนั้นกาเว่นถึงได้มีดาบเอ็กคาริเบอร์ที่ต่อท้ายชื่อว่าคาลาทีน) และเอาจริงๆชื่อเอ็กคาริเบอร์ก็ยังมีมากกว่านี้ด้วยเหมือนในเรื่องโฮไรซอน SS2
ที่เจ้านินจาเท็นโซพาแมรี่และอลิซาเบธไปดึงเอ็กคาริเบอร์ออกมา เอ็กคาริเบอร์ที่แมรี่ได้มาก็ถูกเรียกว่าโคบลันเดลที่เป็นอีกชื่อมา
หรือเนโรซึ่งนักประวัติศาสตร์เริ่มมีการตีความใหม่แล้วว่า "เนโรออาจถูกใส่ร้าย" นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าผู้บันทึกประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเนโรมีใจลำเอียงเพราะเกลียดเนโร จึงใส่ไฟลงในบันทึกทำให้บันทึก
ดูมีอะไรไม่ปะติดปะต่อกันเท่าที่ควรจะเป็น อีกคนก็คือมุจังในบทเร็มเน็นท์ที่ 3 ที่ตอนนี้ทำตัวเป็นดีเคทออกเดินทางไปตามโลกต่างๆแล้วซะงั้น กรณีนี้ไทป์มูนเคยตีตำนานนี้ไปแล้วในภาค Stay Night
ที่บอกว่า "โคจิโร่เป็นเพียงตัวละครที่แต่งขึ้น เพราะหวังจะให้มุซาชิมีคุ่ปรับที่แข็งแกร่งทันเทียมกัน" เนื่องจากตามบันทึกของมุซาชิจริงๆไม่เคยมีการเอ่ยถึงนักดาบนาม ซาซากิ โคจิโร่ ที่ถ้าเป็นนักดาบ
ที่แข็งแกร่งีท่สุดเท่าที่มุซาชิรุ้จักมาจริงควรจะมีเอ่ยถึงบอก เซอร์แวนท์โคจิโร่ถึงได้บอกว่าตนเป้นนักดาบนิรนามที่ยืมชื่อนักดาบคนหนึ่งนั้นคือ เขาคือตัวตนที่ไม่เคยมีอยู่จริงเนื่องจากสื่อเชิญคือเมเดีย
ที่เป็นเซอร์แวนท์เหมือนกันนั้นคือตัวตนที่ไม่มีอยู่จริงอีกต่อไปแล้ว ดังนัน้ในไฃเวิรล์ไลน์หลักมุซาชิจะเป้นผู้ชายและไม่มีโคจิโร่อยู่จริง(ในเร็มแน็ท์ 3 โคจิโร่จากโลกอื่นก็จะมาพบมุซาชิที่เฝ้ารออยากพอ
กับนักดาบในฝันคนนี้มานานแม้มุซาชิจะชราเกินกว่าจะจับดาบได้แล้วก็ตามที) มุจังเลยเป็นหญิงจากตีตำนานไปในกรณีว่ามีโคจิโร่อยู่จริงๆ(และอาจจะล้อเลียนเรื่องโปเกมอนด้วยละนะ)
กรณีกิลกาเมสก็มีการตีความแยกเป้นสองช่วงถึงได้มีกิลสองแบบที่เป็นอาร์เชอร์กับแคสเตอร์ ในส่วนของการล่าแม่มดนั้นเชื่อว่าเป้นเพราะโบสท์ต้องการทำลายคนที่มีความเห็นต่างมากกว่าเพื่อรักษาอำนาจ
ของตัวเอง ซึ่งรวมเข้ากับสันดานมนุษย์ที่เลือกจะทำลายสิ่งที่ไม่เข้าใจไม่รู้และควบคุมไม่ได้แล้วเสียใจทีหลังในตอนที่รู้และควบคุมได้แล้วมากกว่าจะปล่อยให้เป็นหอกข้างแคร่ต่อไป รวมทั้งเป็นไปได้ว่าโบสท์
แอบอ้างเรื่องนี้เพื่อทำลายกลุ่มที่มีอำนาจที่จะคัดค้านโบส์ทเวลานั้น(ชั่วสัสๆเลยละแอบอ้างนามพระเจ้ามากระทำชั่ว)
โบสถ์เป็นตัวร้ายก็ไม่เถียงล่ะครับ
มีคนชั่วทุกองค์กร
ผมหมายถึงว่าการที่จะไล่กระทืบพวกแม่มดที่จับเด็กไปกินนี่เป็นเรื่องที่ผิดหรือ?หรือกระทืบเคราครามและบาโธรี่เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำหากมองในแง่นโยบาย?
หรือเอาแบบเทพเจ้าที่ยอมรับการสังเวยด้วยเลือดของทารกในจานรองเลือดแบบภาพต่างๆ
ท่านว่าโบสถ์ทำผิดหรือครับที่ปราบลัทธิแบบนั้น?และเซ็ํนเซอร์ความรู้เรื่องพิธีกรรมในการอัญเชิญปีศาจและทำสัญญากับปีศาจ
อย่า่งที่บอกว่าผมเข้าใจเรื่องของโลกความเป็นจริง
แต่ในโลกที่เรื่องเหนือธรรมชขาติมีจริง
ข้อมูลที่เรามองไม่ควรจะเปลี่ยนไปด้วยข้อมูลใหม่นี้หรือครับ?
เรียกว่าในความคิดผม มันคือเรื่องสยองขวัญขนาดใหญ่เลยล่ะครับ
ภาษาหนังมีมุกที่เรียกว่า the ending change everything ฉากจบเปลี่ยนความเข้าใจที่มีต่อหนังมาตลอดทั้งเรื่อง
การพิภากษา แม่มดของซาเล็ม โลกของความจริง มองว่าน่าจะเป็นการเมืองในการยึดครองที่ดิน
แต่ในโลกที่มีเวทมนตร์อยู่จริง
ท่านจะคิดอย่างไรครับว่าหากเด็กสิบคนพูดตรงกันว่า แพะสีดำได้พูดกับพวกเขาให้ละทิ้งพระเจ้า?
ป้าของท่านอ้วกออกมาเป็นน้ำมันและหนอน
ผู้หญิงหลายคนเปลือยกายในป่าข้างๆบ้านท่านและบินขึ้นไปบนท้องฟ้า
สุดท้ายแพะสีดำพูดกับท่านว่า "หันหลังให้พระเจ้าและข้าจะมอบโลกนี้ให้ เจ้าจะมีแต่ชีวิตที่มีความสุขบนโลกใบนี้"
ผมมองว่าคนเราไม่ใส่ใจอย่างจริงจักับเซ็ตติ้งของเรื่องนั้นๆน่ะครับ
ว่ามันจะเปลี่ยนเนื้อหาทั้งหมดในประวัติศาสตร์ที่เราได้รู้ไปเลยหากเอาข้อเท็จจริงที่ว่าเรื่องเหนือธรรมชาติทุกอย่้างที่ว่ามาจริงทั้งหมด
มันขึ้นอยู่กับว่าโบสถ์ใช้วืธีไหนปราบ ใช้วิธัไหนตัดสิน แต่ในหลายๆเรื่องส่วนใหญ่โบสถ์ใช้วิธีเหวี่ยงแหฆ่าเรียบ เกิดมามีเวทมนตร์ ฆ่า พลังเวทตื่น ฆ่า เป็นลูกของผู้ใช้เวท ฆ่า
ในเมื่อโบสถ์ฆ่าทุกคนที่มีเวทมนตร์ ลุแก่อำนาจทำตัวตามใจ มันก็ดูเป็นตัวร้ายสำหรับหลายๆคนนั้นแหละ ต่อให้ใช้ตรรกะของคนยุคโบราณ ก็มองว่าโบสถ์ทำเรื่องชั่วช้าเหมือนกัน
ไม่ต้องดูไหนไกล โบสถ์โรมันคาทอลิกยุคหนึ่งก็ ไม่นับถือคริสต์ ฆ่า มีความเห็นรู้เห็นต่างจากโบสถ์ ฆ่า นับถือคริสต์นิกายอื่น ฆ่า
ทำให้เกิดสงครามหลายต่อหลายครั้งระหว่างคนนับถือโบสถ์โรมัน กับคนที่โดนกดขี่
เคนข้างบน โบสถ์อภัยให้เด็กแต่จับตาอยู่ครับว่าเด็กไม่รู้อะไรที่เอ่ยล่ะทิ้งพระเจ้า
ให้ท่านนึกภาพนะครับว่า
ลัทธิที่จับยเด้กไปกรีดเลือดบูชายัญมีอยู่่จริงนะครับ
แม้แต่เบอร์เซิร์ก ก็แสดงว่าโบสถ์บ้าๆบอๆ ไม่ได้แปลว่าพวกปาร์ตี้บูชาปีศาจไม่มีอยู่จริง
น่าเสียดายแสดงตอลดว่าโบสถ์เป็นเรื่องหลอกลวงเพระาไม่มีพลังอำนาจ แต่แม่มดนี่สิมีเวทมนตร์จริงๆคือแนวเรื่องทำนองนี้