แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก

ผู้เขียน หัวข้อ: แฟนตาซี:ทางโบสถ์ทำผิดหรือเปล่าที่ปราบผู้ใช้เวทมนตร์?/ทำไมคนถึงหันเข้าหาศาสตร์มืด  (อ่าน 5922 ครั้ง)

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,299
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +245/-433
อย่างที่ว่า ยุคสมัยปัจจุบัน แม้แต่จอมมารเราก็เปลี่ยนเป็นโลลิ ต่างๆนานาและให้โบสถ์เป็นคนชั่วช้าหัวโบราณสารพัด


อย่างที่ผมเคยตั้งกระทู้ คนเรามองว่านั่นคือโลกความเป็นจริงที่แสดงความกระหายอำนาจและบ้าคลั่งของโบสถ์ ความเห็นแก่ตัวของคนมีอำนาจที่จะยึดทรัพย์สินของคนที่ร่ำรวย


แต่นั่นคือแนวความคิดของคนปัจจุบัน ที่ออกไปในแนวไม่เชื่อในศาสนา

เวลาวิจารณ์ก็เหมือนกับเอาโลกความจริงมาคิด


ทั้งที่ในเรื่องที่มีเวทย์ ปีศาจ เทพเจ้าตัวเป็นๆ มีอยู่จริง แต่ก็ยังทำเหมือนกับโบสถ์เป็นคนโง่เขลา โหดร้าย บ้าอำนาจ?

ยกตัวอย่าง อลิซาเบธ บาโธรี่ ก็กลายเป็น โลลิน่ารัก ใน fgo

ในความเป็นจริง มีทฤษฎีว่าโดนใส่ร้ายเพราะต้องการยึดครองที่ดินและกิจการ

แต่ใน fgo อลิซาเบธ ไม่เคยปฏิเสธข้อกล่าวหา ยอมรับว่าทำทั้งหมดที่ว่ามานั้นจริง

เคราครามที่สังเวยเด็ก ก็ไม่เคยปฏิเสธเรื่องที่ตนเองทำเช่นกัน


ในโลกที่มีเคราครามและอลิซาเบธ วิ่งไปมาจริงๆ เราจะมองว่าโบสถ์เป็นพวกชั่วช้า เรซิสม์ ไร้หัวคิดได้จริงๆอยู่อีกหรือครับ?


คือแม้แต่โลกที่ทางโบสถ์มีเหตุผลที่ทำลงไป ทำไมคนเรายังเกลียดโบสถ์อีก?

ก็เข้าใจว่าเราสลัดความรู้สึกคนปัจจุบันไม่ออก แต่หากเรายอมรับเรื่องเหนือธรรมชาติ ก็เท่ากับว่าเรายอมรับเทพเจ้าถูกไหมครับ?

ซึ่งตรงกันข้ามกับแนวคิดปัจจุบันทุกอย่าง


คือเรื่องที่ทำให้ผมคิดคือ

เจอคลิป ไพเรท ออฟคาริบเบียน

ที่มีพวกคาทอลิก  สเปน ส่งทหารมา


ตอนแรกเข้าใจนึกว่าจะแย่งชิงจอกแห่งความเยาว์วัยเพื่อชีวิตอมตะ


แต่เฉลยว่าต้องการทำลายจอกต่างหาก

ใช้เท้ากระทืบจอกและทำลายวิหาร

Only god can grant eternal life ,not this pagan water

มีแต่เพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถประทานชีวิตนิรันดร, ไม่ใช่น้ำของพวกนอกศาสนา ทหารทำลายวิหารที่ชั่วร้ายนี่ซะ


คิง เฟอร์ดินาน ผู้รอบรู้ แห่งสเปน มองว่ามีแต่วิญญาณที่เป็นนิรันดร์ ผ่านได้แต่ทางพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น เลยตัดสินใจเช่นนี้

และจากผลลัพธ์ ก็ไม่สามารถกล่าวได้ว่า สเปน เฟอดินาน ทำผิด


เพราะน้ำพุแห่งความเยาว์วัย เยาว์วัยได้ แลกกับชีวิตของคน ไม่ต่างอะไรกับที่ อลิซาเบธ บาโธรี่ทำ


ปัญหาอยู่ตรงนี้คือ โบสถ์ไม่ได้ปฏิเสธว่าที่ บาโธรี่หรือเคราคราม ทำเป็นเรื่องหลอกลวง

ฆ่าคนบูชายัญต่อปีศาจ ก็ได้พลังจริงๆอย่างที่ว่ามาทุกอย่าง

แค่พลังนั้นคือทางแห่งความเสื่อม Path of Damnation 

ซึ่งเรื่องนี้เห็นตรงกันแม้แต่ศาสนาพุทธ ว่าเป็น เดียรัจฉานวิชชา

พวกสเปน เขื่อเรื่องพระเจ้าและคิดว่าคนไม่ควรข้องเกี่ยวกับหนทางแห่งความเสื่อมนี้


คือผมลองศึกษาพวกนี้เพราะจะแต่งแฟนฟิค

แต่แทนที่จะพบความต่างกลับพบแต่แนวความคิดที่คล้ายๆกันน่ะครับ

ลองเล่นมุก ของอ.นาสุ ที่ว่า คับบาล่าห์ของชาวยิวและเวทย์อียิปต์ พบว่าไม่ต่างกันในโครงสร้างหลัก

และศาสนาก็เตือนไว้เหมือนกัน

ข้างซ้ายของคับบาล่าห์ แนววิถีมารต่างๆ ที่ทำบาปแบบสุดขั้วเพื่อแลกกับพลังและเป็นหนี่งเดียวกับพระเจ้า

ซึ่งเหมือนกันทั้งหมดในแง่นี้ ว่า ง่ายกว่า ยั่วยวนกว่า เก่งไวกว่า

ไม่แปลกที่คนฝึกจะเลือกทางที่ง่ายกว่าใช่ไหมล่ะครับ?

เคราครามกับอลิซาเบธ ไม่ใช่คนโง่ แต่พวกเขาก็เลือกทางที่เราเห็นแล้ว

"เลือกทางสายมาร ไม่เคยคิดเสียใจ" คือแนวความคิดแบบเซียนมารล่ะครับ

ประเด็นที่ผมอยากวิเคราะห์คือ ในความเสี่ยงที่จะมีคนอย่างเคราครามหรืออลิซาเบธ วิ่งไปมาบนพื้นปฐพี


ทำไมถึงด่าว่าโบสถ์ที่เซ็นเซอร์ความรู้เรื่องปีศาจและปราบผู้ใข้เวทย์อย่างเข้มงวด?

หากมองในแง่ cinematic universe ของจักรวาลเวทย์ไทย

ประชาชนจะดีใจด้วยซ้ำ หากโบสถ์มาปราบอังกอร์ กระสือ คุณยายวรนาถฯลฯ


เรียกง่ายๆว่า โบสถ์ในนิยายมาเป็นตัวเกะกะ จะฆ่าคนที่พระเอกพยายามปกป้องเท่านั้น ส่วนคนที่ควรจะกำจัด จะไม่โผล่มาให้เห็นหน้าแม้แต่น้อย ???


พอศึกษาตำราเวทย์แล้วรู้สึกอยากเชื่อในพระเจ้าขึ้นมาทันทีเลยครับ

อาจจะเป็นเพราะว่าผมไม่มีเวทมนตร์จริงๆก็ได้มั้ง

หากมีผมมีเวทย์จริงๆ อาจจะมองโบสถ์เป็นตัวร้ายอีกครั้งและคงทำยิ่งกกว่าเคราครามหรืออลิซาเบธอีกเพื่อพลังอำนาจ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 25, 2020, 11:50:51 AM โดย samuison »
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ tidday2521

  • เทพแรร์
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 7,920
  • ถูกใจแล้ว: 4835 ครั้ง
  • ความนิยม: +162/-104
  • ...ร่องนมและซอกอก...
ส่วนตัวคิดว่าไม่ผิด เพราะแทบทุกเรื่องไอ้คนที่ตัวเอกมาปกป้องแล้วประนามโบสถ์กับศาสนาป่าวๆ น่ะ...
ในอดีตคนพวกนั้นสร้างความวิบัติฉิบหายวายป่วงมาเท่าไหรแล้ว .... การที่จะถูกตัดไฟแต่ต้นลมมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่พอเอาหลักคติชนนิยมสมัยใหม่เข้าไปใส่ การกระทำแบบนั้นของโบสถ์กับศาสนา จะถูกมองว่าเลวร้ายก็ไม่แปลกเช่นกัน

อังกอร์กับคุณยายวรนาทเนี่ย ...เกิดเรื่องเพราะพวกใจบาปกับพวกโลภมากเห็นแก่ตัวเข้าไปเสือกไม่ใช่รึ เลยทำให้เกิดเป็นเรื่องใหญ่โตน่ะ
เป็นผลให้พวกหมอผีกับพระ ตลอดจนคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องต้องมาซวยไปด้วย เพราะพวกมนุษย์จิตใจต่ำช้า (จ้องจะฮุบสมบัติคนอื่นเขาแท้ๆ)


ท่านจะแต่งให้นิยามของโบสถ์กับศาสนาเอนเอียงไปทางไหนก็น่าไม่เป็นปัญหาเรื่องสมดุลย์หรอกมั้ง
เพราะมันโฮลพล๊อตของส่วนนี้ได้ตลอด นอกเสียจากว่าจะยืนยันแนวทางกันไปเลยว่าชั่วร้ายน่ะ

คิดว่างั้นน่ะ  :D
เพราะผมมีสไตรค์โซนค่อนข้างกว้างน่ะ ส่วนใหญ่เลยพอรับได้ไม่คิดมากเท่าไหร  ???
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: TamaNeko

ออฟไลน์ Overmars

  • นักปราชญ์แห่งเขาเซนนิคุมะ
  • แม่ทัพหมีอาวุโส
  • ****
  • กระทู้: 4,290
  • ถูกใจแล้ว: 1447 ครั้ง
  • ความนิยม: +230/-225
คือผมมองว่ามันเป็นเรื่องของดุลอำนาจครับ เคยมีคนพูดไว้ว่า

กฏหมายไม่ได้มีไว้เพื่อปกป้อง "ประชาชน" แต่เพื่อปกป้อง "ระบบ" ของสังคมให้ดำเนินต่อไปได้ตามปกติ


ผมก็ว่าจริงตามนั้น
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: TamaNeko

ออฟไลน์ pol

  • สาวกผู้สนับสนุนเซนนิคุง2Y
  • จอมทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 17,441
  • ถูกใจแล้ว: 14062 ครั้ง
  • ความนิยม: +377/-7
  • เพศ: ชาย
  • นักอู้มือหนึ่ง
ผมว่าเวทมนต์มันก็เหมือนกับอาวุธนะครับไม่ค่อยมีผู้มีอำนาจคนไหนที่อยากให้มีกลุ่มคนติดอาวุธที่ไม่ใช่คนของตัวเองหรอกครับ.  มันเสี่ยงเกินไป
คือผมมองว่ามันเป็นเรื่องของดุลอำนาจครับ เคยมีคนพูดไว้ว่า

กฏหมายไม่ได้มีไว้เพื่อปกป้อง "ประชาชน" แต่เพื่อปกป้อง "ระบบ" ของสังคมให้ดำเนินต่อไปได้ตามปกติ


ผมก็ว่าจริงตามนั้น
กฎหมายไม่ได้มีไว้ให้ประชาชนเข้าใจ. แต่มีไว้ให้ทำตามต่างหาก
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: cemeteryzx, Diamos, TamaNeko และมีอีก 0 หมีที่ถูกใจสิ่งนี้

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,299
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +245/-433
ส่วนตัวคิดว่าไม่ผิด เพราะแทบทุกเรื่องไอ้คนที่ตัวเอกมาปกป้องแล้วประนามโบสถ์กับศาสนาป่าวๆ น่ะ...
ในอดีตคนพวกนั้นสร้างความวิบัติฉิบหายวายป่วงมาเท่าไหรแล้ว .... การที่จะถูกตัดไฟแต่ต้นลมมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่พอเอาหลักคติชนนิยมสมัยใหม่เข้าไปใส่ การกระทำแบบนั้นของโบสถ์กับศาสนา จะถูกมองว่าเลวร้ายก็ไม่แปลกเช่นกัน

อังกอร์กับคุณยายวรนาทเนี่ย ...เกิดเรื่องเพราะพวกใจบาปกับพวกโลภมากเห็นแก่ตัวเข้าไปเสือกไม่ใช่รึ เลยทำให้เกิดเป็นเรื่องใหญ่โตน่ะ
เป็นผลให้พวกหมอผีกับพระ ตลอดจนคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องต้องมาซวยไปด้วย เพราะพวกมนุษย์จิตใจต่ำช้า (จ้องจะฮุบสมบัติคนอื่นเขาแท้ๆ)


ท่านจะแต่งให้นิยามของโบสถ์กับศาสนาเอนเอียงไปทางไหนก็น่าไม่เป็นปัญหาเรื่องสมดุลย์หรอกมั้ง
เพราะมันโฮลพล๊อตของส่วนนี้ได้ตลอด นอกเสียจากว่าจะยืนยันแนวทางกันไปเลยว่าชั่วร้ายน่ะ

คิดว่างั้นน่ะ  :D
เพราะผมมีสไตรค์โซนค่อนข้างกว้างน่ะ ส่วนใหญ่เลยพอรับได้ไม่คิดมากเท่าไหร  ???
มันเป็นเรื่องของการที่ผมพยายามจะทำตนสวมบทบาท role playing
แบบโมมอนกะน่ะครับ
จินตนาการว่าตนเองเป็นคนในเนื้อเรื่องนิยายต่างๆและมองด้วยมุมมองของคนในเรื่องไม่ใช่มุมมองของนักอ่านอย่้างเดียว
เราจะเผชิญหน้ากับ วิกฤติศรัทธา่
พวกเราอยู่ในโลกความเป็นจริงอย่างนย้อยก็ยังดีที่ไม่รู้ว่าโลกหน้่ามีจริงหรือเปล่า?
คนในเรื่องต้องเจอกับภูติผีปีศาจ เทพเจ้าของจริงมาหมดแล้ว
ทำให้ต้องตกอยู่ในภาวะสองทางเลือก หันหน้าเข้าหาพระเจ้าโดยความศรัทธา
หรือกลายเป็นพ่อมด ที่จะพิชิตความตายและอยู่เป็นนิรันดร์
มีอีกทางหนึ่งที่ีไม่ใช่ทางเลือกเสียนเท่าไร
คือเป็นคนไม่ศรัทธาและตกนรกหมดไหม้หรืออยู่ในลิมโบไปเมื่อเสียชีวิตไปแล้ว
มันเป็นเรื่องของการก้ามข้ามผ่านประสบการณ์ถ้าเจอเรื่องเหนือธรรมชาติไปเรื่อยๆน่ะครับ


อย่างเควสต์หรือนิยายที่ผมเคยเจอ
คนที่รอดชีวิตจากโลกเบื้องหลัง moonlit world ได้ มีแต่คนศรัทธาหรือไม่ก็คนที่บ้าคลั่งเท่านั้น
คนที่จิตใจไม่เข้มแข็งพอจะเป็นบ้า เสียชีวิตไปก่อน
เวทย์สามารถเปลี่ยนความเป็นจริงได้...ทำไมเราถึงไม่คิดว่าเวทย์ก็เปลี่ยนสมองและวิญญาณของเราได้เช่นกัน?
เมื่อเราจ้องมองไปในนรก นรกก็จ้องมองกลับมาที่เราเช่นกัน
คนที่่เชื่อมใต่อกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงความเป็นจริงได้ ก็จะถฤูกเปลี่ยนแปลงไปในสิ่งนั้นเช่นกัน

คนที่ใช้เวทย์สายศรัทธา่ คือคนที่เชื่อมั่นในพระเจ้า ใช้พระเจ้าเป็นสื่อกลางให้บันดาลปาโฏิหาริย์ให้ภาษาเกมส์ก็ cleric นักบวชต่างๆ
ปกป้องสมอง วิญญาณของตนเองจากอีกมิติหนึ่งโดยมีพระเจ้าเป็นสื่อกลาง
อีกประเภทหนึ่งคือ พ่อมด จอมเวทย์ต่างๆที่คิดจะเปลี่ยนโลกด้วยความรู้ของตนเอง
ซึ่งก็สามารถใช้ความรู้ต่างๆเพิ่มพลังเวทย์ได้ แต่ขายวิญญาณหรือทำสัญญากับปีศาจจะเก่งเร็วกว่า
และบูชายัญคนคือวิธีที่แน่นอนในการเพิ่มพลัง
มันเหมือนกับกดสูตจรโกง ที่คนที่ไร้พรสวรรค์แค่ไหนก็สามารถใช้เวทย์ได้หากการบูชายัญนั้นมากพอ
ที่ผมคิดมากเรื่องนี้เพราะผมจินตนาการอย่างจริงจังน่ะครับว่าผมคงจะเป็นอย่างตัวละครในนิ้บยาย
ประมาณว่าเพื่อนบ้าๆบอๆของพระเอก
ที่เจอเรื่องสยองขวัญมากๆเข้าจึงเข้าหาพลังเวทย์และค่อยๆเปลี่ยนไปจากการแสวงหาพลังนั้น แม้มาจากเจตนาที่ดี หรือเพียงแค่ความต้องการเอาชีววิตรอดในตอนแรกก็ตาม
เริ่มจากท่องจำบทพิธีจากพวกทพ่อมดศาสตร์มืดที่เคยสู้ด้วย จำเวทย์คาถาได้และก็มาฝึกเองพอฝึกได้ก็เริ่มที่จะก้าวเข้ามาเป็นพ่อมดเต็มตัวและยิ่งเจอพ่อมดด้านมืดมากเข้า จากการพยายามเอาตัวรอดก็เดริ่มจำเทคนิคด้านมืดของพ่อมดที่เคยสุ้ด้วยได้และต้องพยายามทำทุกอย่างวเพื่อเอาตัวรอดจากพ่อมดศาสตร์มืดที่มีพลังเหนือกว่าด้วยศาสตร์มืดต่างๆ

รู้ตัวอีกทีเราก็เป็นหนึ่งในพ่อมดด้านมืดอีกคนที่บังคับปีศาจให้สิงสุ่ซากศพเพื่อสู้กับพ่อมดด้านมืดอีกคนหนึ่้งไปเสียแล้ว :'(
กลายเป็นหนึ่งในอีกพ่อมดด้านมืดที่เราเคยตามล่า
ไปเจอคนหนึ่งเล่นมุก สวมบทบาทเป็นพาลาดีน พูดไว้ดีว่า
เขาใช้เวทมนตร์สายศรัทธาเพราะศาสตร์เวทย์ arcane magic ก้าวไปเพียงอีกครึ่งก้าวก็กลายเป็นศาสตร์มืดและปีศาจdark art/ daemonology
คือผมมองว่ามันเป็นเรื่องของดุลอำนาจครับ เคยมีคนพูดไว้ว่า

กฏหมายไม่ได้มีไว้เพื่อปกป้อง "ประชาชน" แต่เพื่อปกป้อง "ระบบ" ของสังคมให้ดำเนินต่อไปได้ตามปกติ


ผมก็ว่าจริงตามนั้น
ท่านยังคิดแบบแนว secular state รัฐสมัยใหม่อยู่น่ะครับ
ที่ให้มีการแบยยกศาสนาจากการเมืองและเสรีภาพทางศาสนาแบบเด็ดขาดที่รัฐไม่สามารถเข้ามาบังคับเสรีภาพนั้นไปจากประขาชนได้

แต่จากข้อเท็จจริงของจักรวาล
ศาสนามีผลกับวิญญาณของคนคนนั้นจริงๆ
ไปนับถือเทพเจ้าแห่งความมืดและซาตานหรือคูธฮลู
ก็มีโอกาสที่ตัวยึกยือแบบที่เคราครามอัญเชิญมาจะมาถล่มเมืองได้
ก่อนหน้านั้นก็อาจจะมีเด็กตายเพราะการบูชายัญไปกว่าสิบคน
ท่านอยากจะเสี่ยงอย่างนั้นหรือเปล่าล่ะครับ?
ซ้ำร้าย พ่อมดศาสตร์มืดนั้นแข็งแกร่งกว่าท่าน เพราะได้รับบัฟจากการบูชายัญมากกว่า
หากท่านไม่มีพลังโกงแบบพระเอกต่างโลก ท่านเป็นคนธรรมดา ท่านคิด่าท่านจะทำอย่างไรได้บ้างเพื่อเอาตัวรอดล่ะครับ?
คว้าปืนขึ้นมาแบบคิริสึงุ? หรือหันหน้าเข้าหาศาสนา?์ หรือศึกษาเวทมนตร์เองบ้าง?
มันคือทางเลือกที่จะเป็นตัวตัดสินชะตาชีวิตของท่านได้เลยนะครับ

ผมว่าเวทมนต์มันก็เหมือนกับอาวุธนะครับไม่ค่อยมีผู้มีอำนาจคนไหนที่อยากให้มีกลุ่มคนติดอาวุธที่ไม่ใช่คนของตัวเองหรอกครับ.  มันเสี่ยงเกินไป
[quote/] กฎหมายไม่ได้มีไว้ให้ประชาชนเข้าใจ. แต่มีไว้ให้ทำตามต่างหาก
ก้พอเข้าใจเรื่องการรักษาอำนาจน่ะครับ
แต่เมื่อคุณเกี่ยวพันกับเวทมนตร์แล้ว ก็มีแต่ให้ความมืดของรัตติกาลกลืนกินคุณหรือคุณจะสู้กับมันเท่านั้นล่ะครับ
ฮาพูดแบบจักรวาล typemoon :P
ผมจินตนาการตนเอง ค่อยๆเริ่มใช้วิธีด้านมืดขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดไม่ต่างจากพ่อมดศาสตร์มืดที่เคยสู้ด้วยน่ะครับ

เพราะรู้ว่าตนเองไม่มีพรสวรรค์ และวิธืที่แน่นอนในการเพิ่มพลังได้คือการบูชายัญ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 25, 2020, 11:54:09 AM โดย samuison »
http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: pol

ออฟไลน์ wingaura

  • หัวหน้าสมาคมหนองโพ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 9,942
  • ถูกใจแล้ว: 2066 ครั้ง
  • ความนิยม: +249/-326
เหมือนที่พูดมาตัวคนทำก็ทำจริงแต่เหตุผลที่โดนจับและถูกโบสท์ฆ่าสาเหตุใหญ่ๆมันไม่ใช่เพราะสิ่งที่ทำไง โบสทืต้องการสมบัติทรัพย์สินเลยใช้เหตุผลนั้นเข้าปราบปรามจับมาสังหารแล้วยึดทรัพย์มาเป็นของตน

ก็ลองทั้ง อลิซาเบธ และ จิล เดอ เรย์ ไม่มีทรัพย์สมบัติเป้นแค่ฆาตกรจนๆดูสิ โบสทืไม่มีทางสนใจจะไปจับมาประหารหรอก
 

ออฟไลน์ BlackLucky

  • จอมทัพหมี
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,736
  • ถูกใจแล้ว: 8716 ครั้ง
  • ความนิยม: +232/-131
  • เพศ: ชาย
  • มังกรเงินผู้คอยบินเคียงข้างมังกรทองเสมอ
มันขึ้นอยู่กับว่าโบสถ์ใช้วืธีไหนปราบ ใช้วิธัไหนตัดสิน แต่ในหลายๆเรื่องส่วนใหญ่โบสถ์ใช้วิธีเหวี่ยงแหฆ่าเรียบ เกิดมามีเวทมนตร์ ฆ่า พลังเวทตื่น ฆ่า เป็นลูกของผู้ใช้เวท ฆ่า
ในเมื่อโบสถ์ฆ่าทุกคนที่มีเวทมนตร์ ลุแก่อำนาจทำตัวตามใจ มันก็ดูเป็นตัวร้ายสำหรับหลายๆคนนั้นแหละ ต่อให้ใช้ตรรกะของคนยุคโบราณ ก็มองว่าโบสถ์ทำเรื่องชั่วช้าเหมือนกัน
ไม่ต้องดูไหนไกล โบสถ์โรมันคาทอลิกยุคหนึ่งก็ ไม่นับถือคริสต์ ฆ่า มีความเห็นรู้เห็นต่างจากโบสถ์ ฆ่า นับถือคริสต์นิกายอื่น ฆ่า
ทำให้เกิดสงครามหลายต่อหลายครั้งระหว่างคนนับถือโบสถ์โรมัน กับคนที่โดนกดขี่
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: TamaNeko

ออฟไลน์ Zelretch

  • หมีเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 16
  • ถูกใจแล้ว: 6 ครั้ง
  • ความนิยม: +0/-0
เคยได้ยินมาว่าพวกเทพเจ้าที่คนพื้นเมืองหรือประเทศต่างๆนับถือที่ไม่ใช่คาทอลิกนี่ โดนวาติกันหรือคริสตจักร ตีตราว่าเป็นมารปีศาจหมดนะครับ ตัวอย่างก็ Baal เมื่อก่อนเป็นเทพเจ้า แต่ด้วยอิทธิพลของศาสนาคริสต์นี่กลายเป็น Beelzebub ไปเลย ศาสตร์มืดที่ว่ามันมืดจริงหรือเปล่า ที่ว่าเสื่อมมันเสื่อมจริงหรือเปล่า เอาอะไรมาวัด คิดดูแล้วถ้าวาติกันโดนทำลายหรือรบแพ้จากขั้วอำนาจอื่น แล้วมีผลให้มีขั้วอำนาจที่นับถือศาสนาX เทพเจ้า A ขึ้นมาเป็นขั้วอำนาจใหม่ได้ และpropaganda ดีๆแล้วผ่านไปซัก100ปีรุ้นเก่าๆตายไปหมดแล้วนี่ พระเจ้าก็อาจโดนตีตราเป็นมารได้เหมือนกัน (แต่คงไม่ใช่ในยุคนี้)
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: TamaNeko

ออฟไลน์ Rumia

  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 8,353
  • ถูกใจแล้ว: 2270 ครั้ง
  • ความนิยม: +347/-403
อย่างแรกเลยครับจักรวาลเฟสเป็นเรื่องแต่งครับมันอ้างอิงบ้างมัวบ้างเมคบ้างอาเทอร์ยังกลายเป็นสาว แล้วตู้ทองตำนานนี้ประวัติชัดเจนมากเอากิลกาเมสมายำซะเละประวัติในตำนานพี่แก คือคอยปกป้องมนุษย์นะครับคือโคตรพระเอกมากพอมาอยู่ในเฟสกลายเป็นตู้ทองหลงตัวเองคิดว่าตัวเองโคตรเก่ง แต่คนที่สู้กับกิลกาเมสได้ในตำนานของพี่แกเยอะมากแล้วพี่แกในตำนานก็ไม่ได้หยิ่งอะไรเอาจริงๆแทบจะอ่อนน้อมด้วยซ้ำ ขนาดโดนกล่าวโทษในเรื่องที่ไม่ได้ผิดและเพื่อนรักอย่าคินดูเอ้ตายพี่แกยังไม่ไปแก้เเค้นเลย ผิดกับลุคในเฟสแบบคนละขัวและโบสสมัยก่อนกับแม่มดมันคนละเรื่องกับยุคนี้นะครับ อย่างแรกแม่มดในสมัยนั้นคือตัวแทนปีศาสครับที่เชื่อกันว่านำพาโรคระบาทและคำสาบแช่งมา ที่นี่พอแม่มดตายโรคระบาทและคนตายจากสาเหตุที่ไม่รู้หยุดจะไห้คนสมัยนั้นคิดว่ายังไงครับ จริงอยู่ว่าโบสอาจสังฆ่าคนนอกศาสนาแต่สมัยก่อนมันก็เป็นแบบนี้ทุกที่่นิ มีแค่พุทธเองมังที่เป็นศาสนาเกิดใหม่ในศาสนาเก่าได้เอาจริงๆมันขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจ และการเผาทำลายแม่มดและหมู่บ้านติดเชื้อมันง่ายสุดในการควบคุมโรคระบาทสมัยก่อนด้วยแถมเป็นข้ออ้างได้ด้วย

ออฟไลน์ wingaura

  • หัวหน้าสมาคมหนองโพ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 9,942
  • ถูกใจแล้ว: 2066 ครั้ง
  • ความนิยม: +249/-326
มันขึ้นอยู่กับว่าโบสถ์ใช้วืธีไหนปราบ ใช้วิธัไหนตัดสิน แต่ในหลายๆเรื่องส่วนใหญ่โบสถ์ใช้วิธีเหวี่ยงแหฆ่าเรียบ เกิดมามีเวทมนตร์ ฆ่า พลังเวทตื่น ฆ่า เป็นลูกของผู้ใช้เวท ฆ่า
ในเมื่อโบสถ์ฆ่าทุกคนที่มีเวทมนตร์ ลุแก่อำนาจทำตัวตามใจ มันก็ดูเป็นตัวร้ายสำหรับหลายๆคนนั้นแหละ ต่อให้ใช้ตรรกะของคนยุคโบราณ ก็มองว่าโบสถ์ทำเรื่องชั่วช้าเหมือนกัน
ไม่ต้องดูไหนไกล โบสถ์โรมันคาทอลิกยุคหนึ่งก็ ไม่นับถือคริสต์ ฆ่า มีความเห็นรู้เห็นต่างจากโบสถ์ ฆ่า นับถือคริสต์นิกายอื่น ฆ่า
ทำให้เกิดสงครามหลายต่อหลายครั้งระหว่างคนนับถือโบสถ์โรมัน กับคนที่โดนกดขี่ 

เอาตรงๆเลยนะช่วงยุคกลางเนี่ยโบส์ทคือตัวโกงตัวชั่วร้ายเลยแหละ บิดเบือนและใส่ไฟทุกอย่างเพื่อให้ศาสนาตัวเองกลายเป็นที่นับถือแทนความเชื่อพื้นเมืองไปเลย

เคยได้ยินมาว่าพวกเทพเจ้าที่คนพื้นเมืองหรือประเทศต่างๆนับถือที่ไม่ใช่คาทอลิกนี่ โดนวาติกันหรือคริสตจักร ตีตราว่าเป็นมารปีศาจหมดนะครับ ตัวอย่างก็ Baal เมื่อก่อนเป็นเทพเจ้า แต่ด้วยอิทธิพลของศาสนาคริสต์นี่กลายเป็น Beelzebub ไปเลย ศาสตร์มืดที่ว่ามันมืดจริงหรือเปล่า ที่ว่าเสื่อมมันเสื่อมจริงหรือเปล่า เอาอะไรมาวัด คิดดูแล้วถ้าวาติกันโดนทำลายหรือรบแพ้จากขั้วอำนาจอื่น แล้วมีผลให้มีขั้วอำนาจที่นับถือศาสนาX เทพเจ้า A ขึ้นมาเป็นขั้วอำนาจใหม่ได้ และpropaganda ดีๆแล้วผ่านไปซัก100ปีรุ้นเก่าๆตายไปหมดแล้วนี่ พระเจ้าก็อาจโดนตีตราเป็นมารได้เหมือนกัน (แต่คงไม่ใช่ในยุคนี้)
 

เนื่องจากทางโบส์ทเชื่อในเรื่อง "พระผู้สร้างมีหนึ่งเดียว" จึงทำให้มองว่าสิ่งที่ถูกเรียกว่าเทพเจ้าต่างๆของชนพื้นเมืองคือปีศาจที่แอบอ้างเป้นพระเจ้า
ซึ่งอันที่จริงก็ไม่ผิดหรอกถ้าอยากจะเชื่อกันแบบนั้น แต่มันผิดเพราะอยากขยายความเชื่อของศาสนาตัวเอง เลยประนามเทพของความเชื่อพื้นเมืองเป็นปีศาจ
เพื่อให้ศาสนาตัวเองกลายเป้นหลักขึ้นมา เหมือนกับวันเกิดพระเยซูที่เอาจริงๆไม่ใช่ 24 ธันวา หรอกแต่มันเป็นวันอีสเตอร์ เอ๊ก หรืออะไรซักอย่างของ
คนในพื้นที่ๆเชื่ออย่างกว้างขวาง โบสทืต้องการเข้าไปใหย่แทนเลยอุปโลกท์ให้วันที่ 24 ธันวา นั้นเป็นวันเกิดของพระเยซู เพื่อกลืนเรื่องวัน อีตเตอร์ เอ๊ก
ที่เชื่อกันเข้ามาแทน

อย่างแรกเลยครับจักรวาลเฟสเป็นเรื่องแต่งครับมันอ้างอิงบ้างมัวบ้างเมคบ้างอาเทอร์ยังกลายเป็นสาว แล้วตู้ทองตำนานนี้ประวัติชัดเจนมากเอากิลกาเมสมายำซะเละประวัติในตำนานพี่แก คือคอยปกป้องมนุษย์นะครับคือโคตรพระเอกมากพอมาอยู่ในเฟสกลายเป็นตู้ทองหลงตัวเองคิดว่าตัวเองโคตรเก่ง แต่คนที่สู้กับกิลกาเมสได้ในตำนานของพี่แกเยอะมากแล้วพี่แกในตำนานก็ไม่ได้หยิ่งอะไรเอาจริงๆแทบจะอ่อนน้อมด้วยซ้ำ ขนาดโดนกล่าวโทษในเรื่องที่ไม่ได้ผิดและเพื่อนรักอย่าคินดูเอ้ตายพี่แกยังไม่ไปแก้เเค้นเลย ผิดกับลุคในเฟสแบบคนละขัวและโบสสมัยก่อนกับแม่มดมันคนละเรื่องกับยุคนี้นะครับ อย่างแรกแม่มดในสมัยนั้นคือตัวแทนปีศาสครับที่เชื่อกันว่านำพาโรคระบาทและคำสาบแช่งมา ที่นี่พอแม่มดตายโรคระบาทและคนตายจากสาเหตุที่ไม่รู้หยุดจะไห้คนสมัยนั้นคิดว่ายังไงครับ จริงอยู่ว่าโบสอาจสังฆ่าคนนอกศาสนาแต่สมัยก่อนมันก็เป็นแบบนี้ทุกที่่นิ มีแค่พุทธเองมังที่เป็นศาสนาเกิดใหม่ในศาสนาเก่าได้เอาจริงๆมันขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจ และการเผาทำลายแม่มดและหมู่บ้านติดเชื้อมันง่ายสุดในการควบคุมโรคระบาทสมัยก่อนด้วยแถมเป็นข้ออ้างได้ด้วย


Fate เอามาได้ใกล้เคียงกับการตีความในปัจจุบันที่สุดแล้วครับ(แน่นอนว่าบ้างส่วนมีดัดแปลงด้วย) ตัวละครที่สลับเพศจากประวัติศาสตร์มันจะมีความนัยซ่อนอยู่จากทาง Type-Moon ครับ
ตัวละครที่เกิดจากการรวมตำนานจากหลายแห่งและตัวละครที่มีการตีความใหม่จะทำให้ออกมาสลับเพศ เช่น อาเธอร์ที่ออกมาเป็นหญิงนอกจากความน่าสนใจแล้ว(เพราะของโปรโตไทป์ก็ให้เป้นเพศชาย)
ยังมีส่วนของประวัติศาสตร์ด้วยซึ่งเกิดจากการรวมเรื่องเล่าของทุกตำนานเข้าด้วยกัน อย่างตำนานเอ็กคาลิเบอร์มันก็มีทั้งที่ดึงออกมานั้นแหละคือเอ็กคาลิเบอร์หรือต้องหักก่อนแล้วเอาไปแลกกับ
เลดี้วิเวียนมาหรือตำนานที่ยกดาบเอ็กคาริเบอร์ให้กาเวนใช้(ดังนั้นกาเว่นถึงได้มีดาบเอ็กคาริเบอร์ที่ต่อท้ายชื่อว่าคาลาทีน) และเอาจริงๆชื่อเอ็กคาริเบอร์ก็ยังมีมากกว่านี้ด้วยเหมือนในเรื่องโฮไรซอน SS2
ที่เจ้านินจาเท็นโซพาแมรี่และอลิซาเบธไปดึงเอ็กคาริเบอร์ออกมา เอ็กคาริเบอร์ที่แมรี่ได้มาก็ถูกเรียกว่าโคบลันเดลที่เป็นอีกชื่อมา


หรือเนโรซึ่งนักประวัติศาสตร์เริ่มมีการตีความใหม่แล้วว่า "เนโรออาจถูกใส่ร้าย" นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าผู้บันทึกประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเนโรมีใจลำเอียงเพราะเกลียดเนโร จึงใส่ไฟลงในบันทึกทำให้บันทึก
ดูมีอะไรไม่ปะติดปะต่อกันเท่าที่ควรจะเป็น อีกคนก็คือมุจังในบทเร็มเน็นท์ที่ 3 ที่ตอนนี้ทำตัวเป็นดีเคทออกเดินทางไปตามโลกต่างๆแล้วซะงั้น กรณีนี้ไทป์มูนเคยตีตำนานนี้ไปแล้วในภาค Stay Night
ที่บอกว่า "โคจิโร่เป็นเพียงตัวละครที่แต่งขึ้น เพราะหวังจะให้มุซาชิมีคุ่ปรับที่แข็งแกร่งทันเทียมกัน" เนื่องจากตามบันทึกของมุซาชิจริงๆไม่เคยมีการเอ่ยถึงนักดาบนาม ซาซากิ โคจิโร่ ที่ถ้าเป็นนักดาบ
ที่แข็งแกร่งีท่สุดเท่าที่มุซาชิรุ้จักมาจริงควรจะมีเอ่ยถึงบอก เซอร์แวนท์โคจิโร่ถึงได้บอกว่าตนเป้นนักดาบนิรนามที่ยืมชื่อนักดาบคนหนึ่งนั้นคือ เขาคือตัวตนที่ไม่เคยมีอยู่จริงเนื่องจากสื่อเชิญคือเมเดีย
ที่เป็นเซอร์แวนท์เหมือนกันนั้นคือตัวตนที่ไม่มีอยู่จริงอีกต่อไปแล้ว ดังนัน้ในไฃเวิรล์ไลน์หลักมุซาชิจะเป้นผู้ชายและไม่มีโคจิโร่อยู่จริง(ในเร็มแน็ท์ 3 โคจิโร่จากโลกอื่นก็จะมาพบมุซาชิที่เฝ้ารออยากพอ
กับนักดาบในฝันคนนี้มานานแม้มุซาชิจะชราเกินกว่าจะจับดาบได้แล้วก็ตามที) มุจังเลยเป็นหญิงจากตีตำนานไปในกรณีว่ามีโคจิโร่อยู่จริงๆ(และอาจจะล้อเลียนเรื่องโปเกมอนด้วยละนะ)

กรณีกิลกาเมสก็มีการตีความแยกเป้นสองช่วงถึงได้มีกิลสองแบบที่เป็นอาร์เชอร์กับแคสเตอร์ ในส่วนของการล่าแม่มดนั้นเชื่อว่าเป้นเพราะโบสท์ต้องการทำลายคนที่มีความเห็นต่างมากกว่าเพื่อรักษาอำนาจ
ของตัวเอง ซึ่งรวมเข้ากับสันดานมนุษย์ที่เลือกจะทำลายสิ่งที่ไม่เข้าใจไม่รู้และควบคุมไม่ได้แล้วเสียใจทีหลังในตอนที่รู้และควบคุมได้แล้วมากกว่าจะปล่อยให้เป็นหอกข้างแคร่ต่อไป รวมทั้งเป็นไปได้ว่าโบสท์
แอบอ้างเรื่องนี้เพื่อทำลายกลุ่มที่มีอำนาจที่จะคัดค้านโบส์ทเวลานั้น(ชั่วสัสๆเลยละแอบอ้างนามพระเจ้ามากระทำชั่ว)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 25, 2020, 05:02:10 AM โดย wingaura »
 

ออฟไลน์ sechan

  • แม่ทัพหมีชั้นสูง
  • ***
  • กระทู้: 3,151
  • ถูกใจแล้ว: 1229 ครั้ง
  • ความนิยม: +183/-262
กฏหมายและศาสนาสมัยก่อน ถูกใช้เพื่อรักษาอำนาจในมือคนที่ถือ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น เมื่อก่อนเป็นไง สมัยนี้ยังคงเดิม ต่างกันตรงความมั่นคงตามอาวุธในมือ กับการแทรกแซงของผู้มีอาวุธรอบข้าง จะเปลี่ยนอำนาจ ต้องใช้อำนาจชนเท่านั้น ความดีความยุติธรรม มันบ้าบอสิ้นดีพวกนี้ช่วยอะไรใครไม่ได้ แต่ถ้าไม่มีจะสร้างความโกรธแค้นให้ฝ่ายตรงข้ามรวมตัวกันจนเป็นอำนาจ จนวันดีคืนดีอำนาจปืนในมืออาจจะคุมีไม่อยู่มันเลยต้องมีหลายอำนาจมาผสม เห็นง่ายที่สุด คืออ้างเทพ ขัดเทพคือเลว เพราะเทพแตะต้องไม่ได้ ห้ามขัด :o  ปัจจุบันใช้อยู่กันไม่ไกล เห็นได้แถวนี้แหละ
 
เหล่าหมีที่ถูกใจสิ่งนี้: humandroy

ออฟไลน์ tidday2521

  • เทพแรร์
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 7,920
  • ถูกใจแล้ว: 4835 ครั้ง
  • ความนิยม: +162/-104
  • ...ร่องนมและซอกอก...
 ฮืม... หากใช้หลักการการจิตใจตกต่ำเข้าด้านมืด หรือถลำเข้าวิถีมารจนกู่ไม่กลับอันนี้ก็โอเคน่ะ
เพราะถ้าทำแบบนี้ การปราบปรามของโบสถ์หรือศาสนาจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องขึ้นมาอย่างแน่นอน

แต่ถ้าแค่เป็นผู้ใช้ศาสตร์มืดแค่นั้นล่ะก็ ความหมายมันจะกำกวม ขึ้นกับว่าจะก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายหรือไม่ และมากน้อยแค่ไหน
ว่าง่ายๆ ก็คือเรื่องผลประโยชน์นั่นเอง ... ตรงนี้เรื่องการปราบปราบของโบสถ์หรือศาสนาจะเป็นเรื่องที่น่ากังขาขึ้นมาทันที

ตัวอย่างก็โมมอนกะของท่านน่ะแหละ ถึงเจ้าตัวจะใช้เวทมืด แต่ก็ใช้เพื่อประชาชนทั้งนั้น (ถึงจะไหลตามน้ำความคิดลูกน้องก็เถอะ)
ถึงโมมอนกะจะฆ่าผู้อื่นไปเยอะเหมือนกันก็ตาม แต่จะบอกว่าโมมอนกะชั่วร้ายก็ไม่ได้ ....
บ้านตัวเองมีสิทธิ์จะโดนบุกรุก จะให้อ้าแขนปล่อยให้ผู้บุกรุกเข้ามาแล้วอาจจะลงมือฆ่าคนของตัวเองมันก็ไม่ใช่เรื่องนี่น่ะ
และในขณะที่ผู้คนที่อยู่ภายใต้การปกครองของโมมอนกะ ก็อยู่ดีมีสุขตามปกติทั้งนั้น ....
แต่กลุ่มที่เสียผลประโยชน์ไปเยอะก็คงยอมไม่ได้ ที่จะมีกลุ่มอิทธิพลอื่นมาเบียดบังตัวเอง
พวกนี้เลยต้องอ้างเรื่องต่างๆ ไปทั่ว เพื่อหาศรัทธาเข้าตัวเอง แล้วเป็นเหตุผลไปปราบปรามผู้อื่น ....

เรื่องตรงนี้เลยชัดเจนว่า ... คนที่ร้ายกาจเป็นปีศาจใช้พลังอำจด้านมืด บางทีก็ไม่ใช่คนชั่วช้า หรือเลวทราม
ในขณะที่ คนที่ใช้พลังอำนาจด้านแสงสว่างและพลังศักดิ์สิทธิ์นั่น ก็ใช่ว่าจะเป็นคนดี ใสซื่อมือสะอาด มีความยุติธรรม
ดังนั้นพอมุ่งเน้นไปพิจารณาที่พฤติกรรมและความคิดแล้ว มันก็จะเข้าไปเป็นเรื่องของความศรัทธา
พอสองฝ่ายความเชื่อกับความเห็นไม่ตรงกัน มันก็เลยเป็นการปะทะกันด้วยความศัรทธา จนกลายเป็นสงครามศาสนาไป

"เพียงแค่ใช้พลังแห่งความมืดได้ ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคนเลว อย่ามาเหมาว่าเป็นตัวร้ายน่ะ" น้องคลอเดียกล่าวไว้
เอ๊ะ!? อะไรน่ะ น้องคลอเดียไม่กล่าว แต่นั่นมันชื่อนิยายที่น้องคลอเดียเป็นนางเอกเรอะ... !?
 ;D ;D ;D
 

ออฟไลน์ samuison

  • ยอดกวีแห่งเขาเซนนิคุมะ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 9,299
  • ถูกใจแล้ว: 2424 ครั้ง
  • ความนิยม: +245/-433
เหมือนที่พูดมาตัวคนทำก็ทำจริงแต่เหตุผลที่โดนจับและถูกโบสท์ฆ่าสาเหตุใหญ่ๆมันไม่ใช่เพราะสิ่งที่ทำไง โบสทืต้องการสมบัติทรัพย์สินเลยใช้เหตุผลนั้นเข้าปราบปรามจับมาสังหารแล้วยึดทรัพย์มาเป็นของตน

ก็ลองทั้ง อลิซาเบธ และ จิล เดอ เรย์ ไม่มีทรัพย์สมบัติเป้นแค่ฆาตกรจนๆดูสิ โบสทืไม่มีทางสนใจจะไปจับมาประหารหรอก
ที่ผมพายามหากให้ทุกคนมองในแง่ที่ว่า ที่ว่าเวทมนตร์และทุกอย่างมีอยู่จริงน่ะครับ
อาจจะบอกว่าคนที่มีอำนาจเป็นที่จับตาอยู่ก็ว่าได้เพราะคนที่มีอำนาจ ตำแหน่งขุนนาง มีเวทมนตร์จะก่อความเสียหายร้ายแรงได้มากกว่าคนธรรมดาหลายเท่า
ยกตัวอย่าง คนธรรมดาก็อาจไล่ฆ่าคนได้ไม่กี่สิบคนแบบ ริวโนะสุเกะ
แต่คนที่เป็นผู้นำประเทศได้อย่้าง"ท่านพ่อ" ในเรื่องแอขนกลคนแปรธาตุ สังเวยได้นับแสนนับล้านคน
มีอะไรที่จะต้องตำหนิโบสถ์ที่จะตรวจสอบคนมีอำนาจในเคสนี้ล่ะครับ?
อีกอย่างที่ผมว่าเรื่อง ไพเรท คาริบเบียนทำได้น่าสนใจคือ
เฟอดินาน ผู้รอบรู้ ดันเป็นคนที่ดูเป็นคนมีความรู้แต่ก็เป็นผู้ศรัทธานั่นล่ะ
เห็นว่าพี่แกออกมาแค่ฉากเดียวในหนัง แต่แกก็มองสัญลักษณ์แปลกๆและรายละเอียดต่างๆออกเพราะอ่านหนังสือมามาก
มีโอกาสไดพ้ครองพลัีงอำนาจของความอมตะ แต่สั่งทหารให้ทำลายทิอ้งซะ อย่าไปข้องเกี่ยวกับของพวกนี้
เป็นการแสดงตัวอย่างของคนที่อยู่ศายศรัทธาและมีความรู้ได้ดีน่ะครับ
ว่าจุดยืนของเขานั้นเป็นอย่างไร
 ฮืม... หากใช้หลักการการจิตใจตกต่ำเข้าด้านมืด หรือถลำเข้าวิถีมารจนกู่ไม่กลับอันนี้ก็โอเคน่ะ
เพราะถ้าทำแบบนี้ การปราบปรามของโบสถ์หรือศาสนาจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องขึ้นมาอย่างแน่นอน

แต่ถ้าแค่เป็นผู้ใช้ศาสตร์มืดแค่นั้นล่ะก็ ความหมายมันจะกำกวม ขึ้นกับว่าจะก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายหรือไม่ และมากน้อยแค่ไหน
ว่าง่ายๆ ก็คือเรื่องผลประโยชน์นั่นเอง ... ตรงนี้เรื่องการปราบปราบของโบสถ์หรือศาสนาจะเป็นเรื่องที่น่ากังขาขึ้นมาทันที

ตัวอย่างก็โมมอนกะของท่านน่ะแหละ ถึงเจ้าตัวจะใช้เวทมืด แต่ก็ใช้เพื่อประชาชนทั้งนั้น (ถึงจะไหลตามน้ำความคิดลูกน้องก็เถอะ)
ถึงโมมอนกะจะฆ่าผู้อื่นไปเยอะเหมือนกันก็ตาม แต่จะบอกว่าโมมอนกะชั่วร้ายก็ไม่ได้ ....
บ้านตัวเองมีสิทธิ์จะโดนบุกรุก จะให้อ้าแขนปล่อยให้ผู้บุกรุกเข้ามาแล้วอาจจะลงมือฆ่าคนของตัวเองมันก็ไม่ใช่เรื่องนี่น่ะ
และในขณะที่ผู้คนที่อยู่ภายใต้การปกครองของโมมอนกะ ก็อยู่ดีมีสุขตามปกติทั้งนั้น ....
แต่กลุ่มที่เสียผลประโยชน์ไปเยอะก็คงยอมไม่ได้ ที่จะมีกลุ่มอิทธิพลอื่นมาเบียดบังตัวเอง
พวกนี้เลยต้องอ้างเรื่องต่างๆ ไปทั่ว เพื่อหาศรัทธาเข้าตัวเอง แล้วเป็นเหตุผลไปปราบปรามผู้อื่น ....

เรื่องตรงนี้เลยชัดเจนว่า ... คนที่ร้ายกาจเป็นปีศาจใช้พลังอำจด้านมืด บางทีก็ไม่ใช่คนชั่วช้า หรือเลวทราม
ในขณะที่ คนที่ใช้พลังอำนาจด้านแสงสว่างและพลังศักดิ์สิทธิ์นั่น ก็ใช่ว่าจะเป็นคนดี ใสซื่อมือสะอาด มีความยุติธรรม
ดังนั้นพอมุ่งเน้นไปพิจารณาที่พฤติกรรมและความคิดแล้ว มันก็จะเข้าไปเป็นเรื่องของความศรัทธา
พอสองฝ่ายความเชื่อกับความเห็นไม่ตรงกัน มันก็เลยเป็นการปะทะกันด้วยความศัรทธา จนกลายเป็นสงครามศาสนาไป

"เพียงแค่ใช้พลังแห่งความมืดได้ ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคนเลว อย่ามาเหมาว่าเป็นตัวร้ายน่ะ" น้องคลอเดียกล่าวไว้
เอ๊ะ!? อะไรน่ะ น้องคลอเดียไม่กล่าว แต่นั่นมันชื่อนิยายที่น้องคลอเดียเป็นนางเอกเรอะ... !?
 ;D ;D ;D
ก็นั่นล่ะครับ
แต่หากยกตัวโมมอนกะ
เวลาที่ก้าวไปข้างหน้าเจอพลังที่เหนือกว่า
ปู่ฟูลเดอร์ที่เป็นอัจฉริยะ มีลูกศิษย์ลุกหามากมายคนนรับถือ
ก็เลือกที่จะเข้าด้านมืด กลายเป็นลิช..นี่ล่ะครับคือความยั่วยวนและความทเสีั่ยงของคนที่เรียนเวทย์

armor of faith เกราะแห่งศรัทธา คือแนวทางของพาลาดีน ที่ไใม่ใช่แค่เป็นคาถาที่ปกป้องร่างกายเฉยๆ
แต่ความหมายยังรวมไปถึงศรัทธานั้นปกป้องจิตใจของพาาลาดีนนั้นด้วย

ในแนวนิยายมักจะพยายามบอกว่าโบสถ์ชั่วช้า ไม่มีดีอย่างที่ว่ามาทั้งหมด
ซึ่งผมก็คิดว่า่เป็นไปได้ที่จะมีคนชั่ว ใช้อำนาจในทางที่ผิด
แต่โดยรากฐานความคิดแล้ว ท่านคิดว่ามันเป็นเรื่องผิดอย่างที่นิยายชอบเยาะเย้นโบสถ์กันหรือครับ?

อย่างที่ผมบอก ว่าสวมบทบาท
สมทัยนี้นิยมแนวเกิดเป็นตัวประกอบ
นึกว่าท่านเป็นตัวปรกอบในจักวาลเฟท
ไม่มีตาเทพอย่างชิกิ ก็อปเทพอย่างชิโร่วงจรกระจอกแบบคนธรรมดา

ท่านจะเอาตัวงรอดอย่างไรล่ะครับ?
ท่านจะจำคาถาที่จำได้บ้างไม่ได้บ้าง ใช้อาวุธปืนเท่าที่หาได้และคิดว่าตนเองจะรอดไปจากกองทัพกูลที่เป็นแค่ลูกน้องของพวกแวมไพร์ทั่วไปในโลกนั้น
จินตนาการว่า ท่านเริ่มจากตัวเปล่า
เริ่มเรียนรู้ รอดชีวิตจากพ่อมดที่จะจับท่านไปเป็นถังพลังเวทย์ กูลทมที่จะกินเนื้อท่าน แวมไพร์ที่จะดูดเลือด มนุษย์หมาป่าที่จะฆ่าฯลฯ
ถ้าท่านตายก็ตายไประหว่างทาง
แต่หากท่านรอดมาได้ ท่านจะกลายเป็นคนอย่างไรล่ะครับ
เริ่มจากคนที่ไม่เป็นด้านการต่อสู้ ก็เริ่มผ่านประสบการณ์ต่อสู้ ผ่านการใช้คาถา เรียนรู้พิธีกรรมต่างๆจากประสบการณืที่ลืมไม่ลงเพราะต้องเสี่ยงชีวิตมาตลอด

สุดท้ายยท่านจะเลือกฝึกเวทมนตร์หรือจะยอมเป็นแค่มักเกิ้ล?
หรืออีกทางที่ผมว่าคือหาศาสนาและใช้ศรัทธาที่มีต่อพระเจ้าปกป้องตัวท่าน?

กฏหมายและศาสนาสมัยก่อน ถูกใช้เพื่อรักษาอำนาจในมือคนที่ถือ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น เมื่อก่อนเป็นไง สมัยนี้ยังคงเดิม ต่างกันตรงความมั่นคงตามอาวุธในมือ กับการแทรกแซงของผู้มีอาวุธรอบข้าง จะเปลี่ยนอำนาจ ต้องใช้อำนาจชนเท่านั้น ความดีความยุติธรรม มันบ้าบอสิ้นดีพวกนี้ช่วยอะไรใครไม่ได้ แต่ถ้าไม่มีจะสร้างความโกรธแค้นให้ฝ่ายตรงข้ามรวมตัวกันจนเป็นอำนาจ จนวันดีคืนดีอำนาจปืนในมืออาจจะคุมีไม่อยู่มันเลยต้องมีหลายอำนาจมาผสม เห็นง่ายที่สุด คืออ้างเทพ ขัดเทพคือเลว เพราะเทพแตะต้องไม่ได้ ห้ามขัด :o  ปัจจุบันใช้อยู่กันไม่ไกล เห็นได้แถวนี้แหละ
คือไม่เถียงว่าทำเพื่อรักษาอำนาจ
แต่ผมหมายถงให้ท่านมองว่าเป็นโลกที่มีกระสือยายสายในหมู่บ้าน เสืออังกอร์ในป่า
คุณยายวรนาถเปลี่ยนร่างไปเรื่อยๆสิครับ?
ท่านเป็นชาวบ้านจะภาวนาให้ กองทัพมากระทืบอังกอร์แบบเดียวกับที่ท่านจะบ่นว่า "ทำไมตำรวจไม่ยอมจับผู้ร้าย ปล่อยให้โจรเต็มเมืองอย่างนี้?" หรือเปล่าล่ะครับ?
หากท่านเป็นลุกหลานคุณยายวรนาถ ที่กำลังโดนตะขาบไต่ตัวอยู่
แต่มีโบสถ์ส่งกองทัพมาช่วยท่านไว้พอดี ท่านจะมีมุมมองเปลี่ยนไปหรือเปล่า?

เพราะภูตผีปีศาจ การเป็นแม่มด ไม่ใช่แค่ข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง
ปีศาจใต้เตียง กูลในหนองน้ำและวิญญาณที่ซ่อนอยู่ในเงามืด ทุกอย่างมีจริงทั้งหมด

[quote/]

เอาตรงๆเลยนะช่วงยุคกลางเนี่ยโบส์ทคือตัวโกงตัวชั่วร้ายเลยแหละ บิดเบือนและใส่ไฟทุกอย่างเพื่อให้ศาสนาตัวเองกลายเป็นที่นับถือแทนความเชื่อพื้นเมืองไปเลย

[quote/]

เนื่องจากทางโบส์ทเชื่อในเรื่อง "พระผู้สร้างมีหนึ่งเดียว" จึงทำให้มองว่าสิ่งที่ถูกเรียกว่าเทพเจ้าต่างๆของชนพื้นเมืองคือปีศาจที่แอบอ้างเป้นพระเจ้า
ซึ่งอันที่จริงก็ไม่ผิดหรอกถ้าอยากจะเชื่อกันแบบนั้น แต่มันผิดเพราะอยากขยายความเชื่อของศาสนาตัวเอง เลยประนามเทพของความเชื่อพื้นเมืองเป็นปีศาจ
เพื่อให้ศาสนาตัวเองกลายเป้นหลักขึ้นมา เหมือนกับวันเกิดพระเยซูที่เอาจริงๆไม่ใช่ 24 ธันวา หรอกแต่มันเป็นวันอีสเตอร์ เอ๊ก หรืออะไรซักอย่างของ
คนในพื้นที่ๆเชื่ออย่างกว้างขวาง โบสทืต้องการเข้าไปใหย่แทนเลยอุปโลกท์ให้วันที่ 24 ธันวา นั้นเป็นวันเกิดของพระเยซู เพื่อกลืนเรื่องวัน อีตเตอร์ เอ๊ก
ที่เชื่อกันเข้ามาแทน

[quote/]


Fate เอามาได้ใกล้เคียงกับการตีความในปัจจุบันที่สุดแล้วครับ(แน่นอนว่าบ้างส่วนมีดัดแปลงด้วย) ตัวละครที่สลับเพศจากประวัติศาสตร์มันจะมีความนัยซ่อนอยู่จากทาง Type-Moon ครับ
ตัวละครที่เกิดจากการรวมตำนานจากหลายแห่งและตัวละครที่มีการตีความใหม่จะทำให้ออกมาสลับเพศ เช่น อาเธอร์ที่ออกมาเป็นหญิงนอกจากความน่าสนใจแล้ว(เพราะของโปรโตไทป์ก็ให้เป้นเพศชาย)
ยังมีส่วนของประวัติศาสตร์ด้วยซึ่งเกิดจากการรวมเรื่องเล่าของทุกตำนานเข้าด้วยกัน อย่างตำนานเอ็กคาลิเบอร์มันก็มีทั้งที่ดึงออกมานั้นแหละคือเอ็กคาลิเบอร์หรือต้องหักก่อนแล้วเอาไปแลกกับ
เลดี้วิเวียนมาหรือตำนานที่ยกดาบเอ็กคาริเบอร์ให้กาเวนใช้(ดังนั้นกาเว่นถึงได้มีดาบเอ็กคาริเบอร์ที่ต่อท้ายชื่อว่าคาลาทีน) และเอาจริงๆชื่อเอ็กคาริเบอร์ก็ยังมีมากกว่านี้ด้วยเหมือนในเรื่องโฮไรซอน SS2
ที่เจ้านินจาเท็นโซพาแมรี่และอลิซาเบธไปดึงเอ็กคาริเบอร์ออกมา เอ็กคาริเบอร์ที่แมรี่ได้มาก็ถูกเรียกว่าโคบลันเดลที่เป็นอีกชื่อมา


หรือเนโรซึ่งนักประวัติศาสตร์เริ่มมีการตีความใหม่แล้วว่า "เนโรออาจถูกใส่ร้าย" นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าผู้บันทึกประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเนโรมีใจลำเอียงเพราะเกลียดเนโร จึงใส่ไฟลงในบันทึกทำให้บันทึก
ดูมีอะไรไม่ปะติดปะต่อกันเท่าที่ควรจะเป็น อีกคนก็คือมุจังในบทเร็มเน็นท์ที่ 3 ที่ตอนนี้ทำตัวเป็นดีเคทออกเดินทางไปตามโลกต่างๆแล้วซะงั้น กรณีนี้ไทป์มูนเคยตีตำนานนี้ไปแล้วในภาค Stay Night
ที่บอกว่า "โคจิโร่เป็นเพียงตัวละครที่แต่งขึ้น เพราะหวังจะให้มุซาชิมีคุ่ปรับที่แข็งแกร่งทันเทียมกัน" เนื่องจากตามบันทึกของมุซาชิจริงๆไม่เคยมีการเอ่ยถึงนักดาบนาม ซาซากิ โคจิโร่ ที่ถ้าเป็นนักดาบ
ที่แข็งแกร่งีท่สุดเท่าที่มุซาชิรุ้จักมาจริงควรจะมีเอ่ยถึงบอก เซอร์แวนท์โคจิโร่ถึงได้บอกว่าตนเป้นนักดาบนิรนามที่ยืมชื่อนักดาบคนหนึ่งนั้นคือ เขาคือตัวตนที่ไม่เคยมีอยู่จริงเนื่องจากสื่อเชิญคือเมเดีย
ที่เป็นเซอร์แวนท์เหมือนกันนั้นคือตัวตนที่ไม่มีอยู่จริงอีกต่อไปแล้ว ดังนัน้ในไฃเวิรล์ไลน์หลักมุซาชิจะเป้นผู้ชายและไม่มีโคจิโร่อยู่จริง(ในเร็มแน็ท์ 3 โคจิโร่จากโลกอื่นก็จะมาพบมุซาชิที่เฝ้ารออยากพอ
กับนักดาบในฝันคนนี้มานานแม้มุซาชิจะชราเกินกว่าจะจับดาบได้แล้วก็ตามที) มุจังเลยเป็นหญิงจากตีตำนานไปในกรณีว่ามีโคจิโร่อยู่จริงๆ(และอาจจะล้อเลียนเรื่องโปเกมอนด้วยละนะ)

กรณีกิลกาเมสก็มีการตีความแยกเป้นสองช่วงถึงได้มีกิลสองแบบที่เป็นอาร์เชอร์กับแคสเตอร์ ในส่วนของการล่าแม่มดนั้นเชื่อว่าเป้นเพราะโบสท์ต้องการทำลายคนที่มีความเห็นต่างมากกว่าเพื่อรักษาอำนาจ
ของตัวเอง ซึ่งรวมเข้ากับสันดานมนุษย์ที่เลือกจะทำลายสิ่งที่ไม่เข้าใจไม่รู้และควบคุมไม่ได้แล้วเสียใจทีหลังในตอนที่รู้และควบคุมได้แล้วมากกว่าจะปล่อยให้เป็นหอกข้างแคร่ต่อไป รวมทั้งเป็นไปได้ว่าโบสท์
แอบอ้างเรื่องนี้เพื่อทำลายกลุ่มที่มีอำนาจที่จะคัดค้านโบส์ทเวลานั้น(ชั่วสัสๆเลยละแอบอ้างนามพระเจ้ามากระทำชั่ว)

โบสถ์เป็นตัวร้ายก็ไม่เถียงล่ะครับ
มีคนชั่วทุกองค์กร
ผมหมายถึงว่าการที่จะไล่กระทืบพวกแม่มดที่จับเด็กไปกินนี่เป็นเรื่องที่ผิดหรือ?หรือกระทืบเคราครามและบาโธรี่เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำหากมองในแง่นโยบาย?

หรือเอาแบบเทพเจ้าที่ยอมรับการสังเวยด้วยเลือดของทารกในจานรองเลือดแบบภาพต่างๆ

ท่านว่าโบสถ์ทำผิดหรือครับที่ปราบลัทธิแบบนั้น?และเซ็ํนเซอร์ความรู้เรื่องพิธีกรรมในการอัญเชิญปีศาจและทำสัญญากับปีศาจ

อย่า่งที่บอกว่าผมเข้าใจเรื่องของโลกความเป็นจริง
แต่ในโลกที่เรื่องเหนือธรรมชขาติมีจริง

ข้อมูลที่เรามองไม่ควรจะเปลี่ยนไปด้วยข้อมูลใหม่นี้หรือครับ?

เรียกว่าในความคิดผม มันคือเรื่องสยองขวัญขนาดใหญ่เลยล่ะครับ
ภาษาหนังมีมุกที่เรียกว่า the ending change everything ฉากจบเปลี่ยนความเข้าใจที่มีต่อหนังมาตลอดทั้งเรื่อง
การพิภากษา แม่มดของซาเล็ม โลกของความจริง มองว่าน่าจะเป็นการเมืองในการยึดครองที่ดิน
แต่ในโลกที่มีเวทมนตร์อยู่จริง
ท่านจะคิดอย่างไรครับว่าหากเด็กสิบคนพูดตรงกันว่า แพะสีดำได้พูดกับพวกเขาให้ละทิ้งพระเจ้า?
ป้าของท่านอ้วกออกมาเป็นน้ำมันและหนอน
ผู้หญิงหลายคนเปลือยกายในป่าข้างๆบ้านท่านและบินขึ้นไปบนท้องฟ้า
สุดท้ายแพะสีดำพูดกับท่านว่า "หันหลังให้พระเจ้าและข้าจะมอบโลกนี้ให้ เจ้าจะมีแต่ชีวิตที่มีความสุขบนโลกใบนี้"

ผมมองว่าคนเราไม่ใส่ใจอย่างจริงจักับเซ็ตติ้งของเรื่องนั้นๆน่ะครับ
ว่ามันจะเปลี่ยนเนื้อหาทั้งหมดในประวัติศาสตร์ที่เราได้รู้ไปเลยหากเอาข้อเท็จจริงที่ว่าเรื่องเหนือธรรมชาติทุกอย่้างที่ว่ามาจริงทั้งหมด
มันขึ้นอยู่กับว่าโบสถ์ใช้วืธีไหนปราบ ใช้วิธัไหนตัดสิน แต่ในหลายๆเรื่องส่วนใหญ่โบสถ์ใช้วิธีเหวี่ยงแหฆ่าเรียบ เกิดมามีเวทมนตร์ ฆ่า พลังเวทตื่น ฆ่า เป็นลูกของผู้ใช้เวท ฆ่า
ในเมื่อโบสถ์ฆ่าทุกคนที่มีเวทมนตร์ ลุแก่อำนาจทำตัวตามใจ มันก็ดูเป็นตัวร้ายสำหรับหลายๆคนนั้นแหละ ต่อให้ใช้ตรรกะของคนยุคโบราณ ก็มองว่าโบสถ์ทำเรื่องชั่วช้าเหมือนกัน
ไม่ต้องดูไหนไกล โบสถ์โรมันคาทอลิกยุคหนึ่งก็ ไม่นับถือคริสต์ ฆ่า มีความเห็นรู้เห็นต่างจากโบสถ์ ฆ่า นับถือคริสต์นิกายอื่น ฆ่า
ทำให้เกิดสงครามหลายต่อหลายครั้งระหว่างคนนับถือโบสถ์โรมัน กับคนที่โดนกดขี่
เคนข้างบน โบสถ์อภัยให้เด็กแต่จับตาอยู่ครับว่าเด็กไม่รู้อะไรที่เอ่ยล่ะทิ้งพระเจ้า
ให้ท่านนึกภาพนะครับว่า
ลัทธิที่จับยเด้กไปกรีดเลือดบูชายัญมีอยู่่จริงนะครับ
แม้แต่เบอร์เซิร์ก ก็แสดงว่าโบสถ์บ้าๆบอๆ ไม่ได้แปลว่าพวกปาร์ตี้บูชาปีศาจไม่มีอยู่จริง
น่าเสียดายแสดงตอลดว่าโบสถ์เป็นเรื่องหลอกลวงเพระาไม่มีพลังอำนาจ แต่แม่มดนี่สิมีเวทมนตร์จริงๆคือแนวเรื่องทำนองนี้



http://goshujin.tk/index.php?topic=944.0
นิยาย crossover Harry Potter/Type Moon ดูว่าคนที่มีเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จะเอาตัวรอดอย่างไร ในโลกที่โหดร้ายของ ไทป์มูน
 

ออฟไลน์ Diamos

  • นักปราชญ์แห่งเขาเซนนิคุมะ
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,014
  • ถูกใจแล้ว: 4581 ครั้ง
  • ความนิยม: +446/-110
  • เพศ: ชาย
ถ้ามองในมุมของผู้ปกครอง คือมันเป็นความหวาดระแวงต่อทุกสิ่งที่อาจมีผลกระทบต่อสวัสดิภาพตัวเองครับ

มันเป็นปกติของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ทีเดียวครับ

ผมมองว่าเวทมนตร์ก็ไม่ต่างอะไรไปจากปืน มันคือพลังอำนาจที่มีมากพอจะใช้สังหารผู้อื่นได้ง่าย ๆ

ถ้าบังเอิญว่าพลังอำนาจนั้นอยู่ฝ่ายเดียวกับพวกเรา มันก็ไม่น่ากลัวหรอก

แต่ถ้าหากอยู่ฝ่ายตรงข้าม มันจะน่ากลัวขึ้นมาทันที

สังเกตุว่าหลายเรื่องชอบหยิบยกประเด็น ทั้งที่ทั้งสองฝ่ายใช้เวทมนตร์เหมือนกัน แต่กลับกลายเป็นว่า แต่ละฝ่ายมักจะมองเวทมนตร์ของอีกฝ่ายเป้นสิ่งเลวร้าย รังเกียจ และกีดกั้นอย่างรุนแรงครับ

บางกรณีก็เกิดจากความไม่รู้ ไม่เข้าใจ เลยทำให้หวาดกลัว

บางกรณีก็เพราะเข้าใจถึงพลังของมัน เลยต้องรีบเด็ดยอดอ่อนทิ้งเสียแต่เนิน ๆ ดีกว่าปล่อยให้มันโตขึ้นมาทำลายเราเอง

เรียกว่าเป็นมุมมองที่สีเทาอย่างแท้จริงครับ

***

หรือถ้าหากจะให้มองในมุมนี้ คือให้องค์กรพวกนี้ปล่อยไม่สนใจควบคุมพวกศาสตร์ตรงกันข้าม แล้วยึดถือ "ข้าไม่ยุ่งกับเอ็ง เอ็งอย่ามายุ่งกับข้า"

วิธีนี้อาจทำได้จริง แต่มันไม่มีอะไรมายืนยันได้ว่าจะเป็นเช่นนั้นตลอดไปได้

ผมมองว่าสภาวะที่ทั้งสองฝ่ายจะไม่ยุ่งเกี่ยวข้องกันนั้น สามารถทำได้จริงในกรณีที่อีกฝ่ายไม่รับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของอีกฝ่ายเท่านั้นครับ

***

ถ้าถามว่าอิงตามมุมมองขององค์กรที่ป้ายสีฝ่ายตรงข้าม แล้วปกป้องตัวเองสุดชีวิตเพื่อคงอำนาจเอาไว้มันผิดหรือถูก คงต้องบอกว่าถูกต้องในมุมของฝ่ายองค์กรเอง

เพราะเขาเองก็มีครองครัว มีเพื่อนฝูง มีลูกน้อง มีพลเมืองอีกหลายพันชีวิตที่ต้องดูแล

แต่ถ้ามมองในระยะยาว ผมมองว่ามันคือการกระทำที่โง่เขลามาก

การสร้างศัตรูโดยไม่เข้าใจฝ่ายตรงข้ามว่าทำไมเขาถึงเลือกปฏิบัติแบบนั้น มันจะกลายเป็นศรที่ย้อนกลับมาแทงตัวเอง

เพราะยังไงอีกฝ่ายก็ต้องปกป้องตัวเอง มันเลยทำให้เกิดการต่อสู้กลับจนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องพินาศสิ้นไป

***

สรุปคือผมมองว่าโบสถ์ไม่ได้ทำผิดที่ปราบผู้ใช้เวทมนตร์อย่างรุนแรง แต่มันเป็นการกระทำที่โง่มาก เพราะมันจะกลับมาทำร้ายตัวเองจนย่อยยับได้ครับ

ไม่เอ็งก็ข้าต้องตายซะสักฝ่ายหนึ่ง ... มันเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายมากครับ

การผูกมิตรย่อมดีกว่าสร้างศัตรู การไม่มองข้ามดีกว่ามองข้าม คนเขลาสร้างกำแพง คนฉลาดจะสร้างสะพานเชื่อมฝั่ง ผมมองเช่นนั้นครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 25, 2020, 01:04:22 PM โดย Diamos »
สถาปนิก, นักออกแบบและสร้างสรรค์เพื่อเหล่าหมีผู้น่ารัก
โครงการนิยายแต่ง หน้าหลัก;Age of War;DSU Board
 

ออฟไลน์ tidday2521

  • เทพแรร์
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *
  • กระทู้: 7,920
  • ถูกใจแล้ว: 4835 ครั้ง
  • ความนิยม: +162/-104
  • ...ร่องนมและซอกอก...
ส่วนตัวแล้วไม่คิดจะเลือกหรอกครับ ถ้าหากเงื่อนไขคือต้องเอาชีวิตรอด จะพลังด้านไหน ศรัทธาพระเจ้าหรือสัญญาปีศาจ
อันไหนทำให้รอด ณ วิกฤติขณะนั้นได้ก็เอาครับ ตัวเลือกมันมีสองอย่างก็จริง แต่ในสถานการณ์จริงมันไม่ได้มาถึงทันทีทั้งสองอย่างนี่
ปัญหาก็คือหลังจากนั้นแหละ รอดออกไปแล้วจะกำหนดเส้นทางต่อไปยังไง จะใช้ชีวิตแบบไหนต่า่งหาก
อย่างที่บอกล่ะนะ ว่าเพราะถึงจะเลือกเอาพลังด้านมืดมาใช้ แต่ถ้าไม่สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว การจะโดนชี้ว่าชั่วร้ายก็เป็นไปได้ยาก
กลับกัน ต่อให้เอาพลังเทพมาใช้ แต่ถ้าหากเอาไปก่อเรื่องวุ่นวาย สร้างความปั่นป่วน ต่อให้เป็นพลังเทพก็โดนกล่าวว่าเป็นมารจำแลงอยู่ดี

ดังนั้นที่ผมเอ่ยก็ไม่ใช่ว่าผมจะบอกว่า โบสถ็หรือศาสนาทำไม่ดีอย่างในนิยายปัจจุบันชอบเขียนกัน
บอกไปแต่แรกอ่ะนะว่า ไอ้ที่เขียนกันปัจจุบันที่พวกตัวเอกไปปกป้องว่าที่ตัวการน่ะ.... มันใช่เรื่องที่ว่าพวกตัวเอกมันทำถูกจริงเหรอ
เพราะแทบทุกเรื่องที่โบสถ์และศาสนาทำลงไป เพราะอดีตมันเคยเกิดหายนะมาแล้ว ดังนั้นมีโอกาสก็ต้องจบสาเหตุไปซะ
นั่นก็ถูกของพวกโบสถ์และศาสนา ... การเอาคติชนสมัยใหม่ไปอวดอ้างโดยไม่มีหลักค้ำประกันต่างหากที่ควรจะผิดน่ะ
แต่ที่พวกตัวเอกยุคใหม่มันดูทำถูกต้องหรือสมควร เพราะปัจจุบันเขียนให้มีพลังเวอร์วังแถมโกงแบบหน้าด้านๆ กันต่างหาก

ลองโดนอย่างเรื่องสแครปปริ๊นเซส หรือโลลิแบกโลงดูสิ ... ถ้าไม่มีพลังเวอร์วังหรือพลังขนาดเปลี่ยนกฏของเอกภพได้
ถามว่าคติชนสมัยใหม่ที่พวกตัวเอกปัจจุบันชอบใช้ มันจะช่วยใครได้ ... โบสถ์และศาสนาตามฆ่าเด็กที่อาจจะเป็นตัวการ ก็เรียกว่าไม่ผิดอะไรเลยน่ะ
(แต่ดีว่าผู้แต่งไม่ได้พวกอินดี้หรืออาร์ทเกิน อย่างนักเขียนสมัยใหม่น่ะ เลยหาเหตุผลที่ลงตัวมาจบได้)
 ;D :P
 

ออฟไลน์ BlackLucky

  • จอมทัพหมี
  • ยอดขุนพลหมี
  • *****
  • กระทู้: 5,736
  • ถูกใจแล้ว: 8716 ครั้ง
  • ความนิยม: +232/-131
  • เพศ: ชาย
  • มังกรเงินผู้คอยบินเคียงข้างมังกรทองเสมอ
ก็บอกแล้วไงว่ามันขึ้นอยู่กับวิธีการของโบสถ์ ลัทธิบูชายัญมีจริงไม่สำคัญ  ถ้าโบสถ์มันเหวี่ยงแหฆ่าไม่เลือกยังไงก็โดนมองว่าชั่วร้ายอยู่ดี
เด็กบริสุทธิ์แรกเกิดโบสถ์ให้อภัย ไม่มีทาง ฆ่ายกเมืองเพราะคนๆเดียว โบสถ์ก็เคยทำมาแล้ว

ออฟไลน์ soulzero

  • พลทหารหมี
  • **
  • กระทู้: 115
  • ถูกใจแล้ว: 58 ครั้ง
  • ความนิยม: +6/-3
ต้องเข้าใจก่อนครับว่าโบส์ถส่วนใหญ่ที่ปรากฎในนิยายส่วนใหญ่คือ โบส์ถที่เสียผู้นำหลักคือพระเจ้าไปแล้ว ไม่ว่าจะหายไปหรือไม่สนใจหรือไม่สามารถลงมาติดต่อได้โดยตรงเหมือนตอนก่อตั้งโบส์ถใหม่ๆ ทำให้โบส์ถที่ปรากฎในเนื้อเรื่องคือพวกที่ยึดติดในอำนาจ คือเคยมีอำนาจมากตอนที่พระเจ้ายังอยู่ พอพระเจ้าจากไปไม่สามารถคุมอำนาจไว้ได้แล้วเลยทำทุกอย่างเพื่อคงอำนาจไว้ ไม่ว่าจะเอาพระเจ้ามาอ้างหรือใส่ร้ายความเชื่ออื่นไม่ว่าความเชื่อนั้นจะเป็นศัตรูจริงๆหรือเคยเป็นพวกเดียวกันขอแค่ยังคงอำนาจไว้ได้ไม่ว่าจะทำอะไร
แถมพอพระเจ้าไม่อยู่นานๆพวกนี้ก็เริ่มไม่เชื่อเอาแต่ผลประโยชน์เข้าว่า พวกที่ศรัทธาจริงๆถ้าไม่โดนล้างสมองก็หนีไปอยู่ที่ไกลแล้วโดนโบส์ถหลักตามล่าเพราะกลัวเสียอำนาจไปอีก

ในหลายเรื่องผู้ใช้เวทย์ก็เป็นหนึ่งในลูกน้องพระเจ้า ร่วมมือกับโบส์ถแต่พอพระเจ้าหายไปโบส์ถก็ตั้งตัวเป็นผู้นำสูงสุดแล้วพยายามกลืนกลุ่มอื่น
ในบางเรื่องพอต่อมาพระเจ้ากลับมาพอเจอว่าโบส์ถเปลี่ยนไป พอจะกลับมาแก้ไขก็โดนพวกผู้นำโบส์ถปัจจุบันปฏิเสธจนทำให้ พระเจ้าเลือกที่จะตั้งโบส์ถใหม่พร้อมพระเอกมาเป็นตัวแทนคนใหม่ ทำให้โบส์ถเก่าหาเรื่องกลายเป็นตัวร้ายก็มี
 

ออฟไลน์ KAGUYA

  • ผู้สนับสนุนเซนนิคุงY2
  • จอมพลหมีผู้เกรียงไกร
  • *****
  • กระทู้: 21,850
  • ถูกใจแล้ว: 6324 ครั้ง
  • ความนิยม: +622/-548
ต้องดูเป็นเคส บางเคสที่โบสถ์ทำนะไม่ใช่เรื่องผิดเพราะมันเป็นเรื่องต้องทำ แต่บางกรณีโบสถ์ทำโดยเอาตนเองเป็นที่ตั้งใช้มาตรฐานและอคติตนเองในการตัดสินใครแตกต่างต่างจากตนเองก็ตัดสินว่าเป็นมารร้าย ใครไม่เชื่อก็ตัดสินเป็นพวกนอกรึต ไม่สนเหตุผลไม่รับฟังความจริงที่ต่างจากศรัทธาหรือความเชื่ออะไรทั้งนั้นที่ต่างตนเอง แบบนั้นจะบอกว่าถูกก็ไม่ได้นะ
 

ออฟไลน์ wingaura

  • หัวหน้าสมาคมหนองโพ
  • จอมทัพหมีหนุ่ม
  • *****
  • กระทู้: 9,942
  • ถูกใจแล้ว: 2066 ครั้ง
  • ความนิยม: +249/-326
[quote/]
ที่ผมพายามหากให้ทุกคนมองในแง่ที่ว่า ที่ว่าเวทมนตร์และทุกอย่างมีอยู่จริงน่ะครับ
อาจจะบอกว่าคนที่มีอำนาจเป็นที่จับตาอยู่ก็ว่าได้เพราะคนที่มีอำนาจ ตำแหน่งขุนนาง มีเวทมนตร์จะก่อความเสียหายร้ายแรงได้มากกว่าคนธรรมดาหลายเท่า
ยกตัวอย่าง คนธรรมดาก็อาจไล่ฆ่าคนได้ไม่กี่สิบคนแบบ ริวโนะสุเกะ
แต่คนที่เป็นผู้นำประเทศได้อย่้าง"ท่านพ่อ" ในเรื่องแอขนกลคนแปรธาตุ สังเวยได้นับแสนนับล้านคน
มีอะไรที่จะต้องตำหนิโบสถ์ที่จะตรวจสอบคนมีอำนาจในเคสนี้ล่ะครับ?
อีกอย่างที่ผมว่าเรื่อง ไพเรท คาริบเบียนทำได้น่าสนใจคือ
เฟอดินาน ผู้รอบรู้ ดันเป็นคนที่ดูเป็นคนมีความรู้แต่ก็เป็นผู้ศรัทธานั่นล่ะ
เห็นว่าพี่แกออกมาแค่ฉากเดียวในหนัง แต่แกก็มองสัญลักษณ์แปลกๆและรายละเอียดต่างๆออกเพราะอ่านหนังสือมามาก
มีโอกาสไดพ้ครองพลัีงอำนาจของความอมตะ แต่สั่งทหารให้ทำลายทิอ้งซะ อย่าไปข้องเกี่ยวกับของพวกนี้
เป็นการแสดงตัวอย่างของคนที่อยู่ศายศรัทธาและมีความรู้ได้ดีน่ะครับ
ว่าจุดยืนของเขานั้นเป็นอย่างไร
[quote/]
ก็นั่นล่ะครับ
แต่หากยกตัวโมมอนกะ
เวลาที่ก้าวไปข้างหน้าเจอพลังที่เหนือกว่า
ปู่ฟูลเดอร์ที่เป็นอัจฉริยะ มีลูกศิษย์ลุกหามากมายคนนรับถือ
ก็เลือกที่จะเข้าด้านมืด กลายเป็นลิช..นี่ล่ะครับคือความยั่วยวนและความทเสีั่ยงของคนที่เรียนเวทย์

armor of faith เกราะแห่งศรัทธา คือแนวทางของพาลาดีน ที่ไใม่ใช่แค่เป็นคาถาที่ปกป้องร่างกายเฉยๆ
แต่ความหมายยังรวมไปถึงศรัทธานั้นปกป้องจิตใจของพาาลาดีนนั้นด้วย

ในแนวนิยายมักจะพยายามบอกว่าโบสถ์ชั่วช้า ไม่มีดีอย่างที่ว่ามาทั้งหมด
ซึ่งผมก็คิดว่า่เป็นไปได้ที่จะมีคนชั่ว ใช้อำนาจในทางที่ผิด
แต่โดยรากฐานความคิดแล้ว ท่านคิดว่ามันเป็นเรื่องผิดอย่างที่นิยายชอบเยาะเย้นโบสถ์กันหรือครับ?

อย่างที่ผมบอก ว่าสวมบทบาท
สมทัยนี้นิยมแนวเกิดเป็นตัวประกอบ
นึกว่าท่านเป็นตัวปรกอบในจักวาลเฟท
ไม่มีตาเทพอย่างชิกิ ก็อปเทพอย่างชิโร่วงจรกระจอกแบบคนธรรมดา

ท่านจะเอาตัวงรอดอย่างไรล่ะครับ?
ท่านจะจำคาถาที่จำได้บ้างไม่ได้บ้าง ใช้อาวุธปืนเท่าที่หาได้และคิดว่าตนเองจะรอดไปจากกองทัพกูลที่เป็นแค่ลูกน้องของพวกแวมไพร์ทั่วไปในโลกนั้น
จินตนาการว่า ท่านเริ่มจากตัวเปล่า
เริ่มเรียนรู้ รอดชีวิตจากพ่อมดที่จะจับท่านไปเป็นถังพลังเวทย์ กูลทมที่จะกินเนื้อท่าน แวมไพร์ที่จะดูดเลือด มนุษย์หมาป่าที่จะฆ่าฯลฯ
ถ้าท่านตายก็ตายไประหว่างทาง
แต่หากท่านรอดมาได้ ท่านจะกลายเป็นคนอย่างไรล่ะครับ
เริ่มจากคนที่ไม่เป็นด้านการต่อสู้ ก็เริ่มผ่านประสบการณ์ต่อสู้ ผ่านการใช้คาถา เรียนรู้พิธีกรรมต่างๆจากประสบการณืที่ลืมไม่ลงเพราะต้องเสี่ยงชีวิตมาตลอด

สุดท้ายยท่านจะเลือกฝึกเวทมนตร์หรือจะยอมเป็นแค่มักเกิ้ล?
หรืออีกทางที่ผมว่าคือหาศาสนาและใช้ศรัทธาที่มีต่อพระเจ้าปกป้องตัวท่าน?

[quote/]
คือไม่เถียงว่าทำเพื่อรักษาอำนาจ
แต่ผมหมายถงให้ท่านมองว่าเป็นโลกที่มีกระสือยายสายในหมู่บ้าน เสืออังกอร์ในป่า
คุณยายวรนาถเปลี่ยนร่างไปเรื่อยๆสิครับ?
ท่านเป็นชาวบ้านจะภาวนาให้ กองทัพมากระทืบอังกอร์แบบเดียวกับที่ท่านจะบ่นว่า "ทำไมตำรวจไม่ยอมจับผู้ร้าย ปล่อยให้โจรเต็มเมืองอย่างนี้?" หรือเปล่าล่ะครับ?
หากท่านเป็นลุกหลานคุณยายวรนาถ ที่กำลังโดนตะขาบไต่ตัวอยู่
แต่มีโบสถ์ส่งกองทัพมาช่วยท่านไว้พอดี ท่านจะมีมุมมองเปลี่ยนไปหรือเปล่า?

เพราะภูตผีปีศาจ การเป็นแม่มด ไม่ใช่แค่ข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง
ปีศาจใต้เตียง กูลในหนองน้ำและวิญญาณที่ซ่อนอยู่ในเงามืด ทุกอย่างมีจริงทั้งหมด

[quote/]
โบสถ์เป็นตัวร้ายก็ไม่เถียงล่ะครับ
มีคนชั่วทุกองค์กร
ผมหมายถึงว่าการที่จะไล่กระทืบพวกแม่มดที่จับเด็กไปกินนี่เป็นเรื่องที่ผิดหรือ?หรือกระทืบเคราครามและบาโธรี่เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำหากมองในแง่นโยบาย?

หรือเอาแบบเทพเจ้าที่ยอมรับการสังเวยด้วยเลือดของทารกในจานรองเลือดแบบภาพต่างๆ

ท่านว่าโบสถ์ทำผิดหรือครับที่ปราบลัทธิแบบนั้น?และเซ็ํนเซอร์ความรู้เรื่องพิธีกรรมในการอัญเชิญปีศาจและทำสัญญากับปีศาจ

อย่า่งที่บอกว่าผมเข้าใจเรื่องของโลกความเป็นจริง
แต่ในโลกที่เรื่องเหนือธรรมชขาติมีจริง

ข้อมูลที่เรามองไม่ควรจะเปลี่ยนไปด้วยข้อมูลใหม่นี้หรือครับ?

เรียกว่าในความคิดผม มันคือเรื่องสยองขวัญขนาดใหญ่เลยล่ะครับ
ภาษาหนังมีมุกที่เรียกว่า the ending change everything ฉากจบเปลี่ยนความเข้าใจที่มีต่อหนังมาตลอดทั้งเรื่อง
การพิภากษา แม่มดของซาเล็ม โลกของความจริง มองว่าน่าจะเป็นการเมืองในการยึดครองที่ดิน
แต่ในโลกที่มีเวทมนตร์อยู่จริง
ท่านจะคิดอย่างไรครับว่าหากเด็กสิบคนพูดตรงกันว่า แพะสีดำได้พูดกับพวกเขาให้ละทิ้งพระเจ้า?
ป้าของท่านอ้วกออกมาเป็นน้ำมันและหนอน
ผู้หญิงหลายคนเปลือยกายในป่าข้างๆบ้านท่านและบินขึ้นไปบนท้องฟ้า
สุดท้ายแพะสีดำพูดกับท่านว่า "หันหลังให้พระเจ้าและข้าจะมอบโลกนี้ให้ เจ้าจะมีแต่ชีวิตที่มีความสุขบนโลกใบนี้"

ผมมองว่าคนเราไม่ใส่ใจอย่างจริงจักับเซ็ตติ้งของเรื่องนั้นๆน่ะครับ
ว่ามันจะเปลี่ยนเนื้อหาทั้งหมดในประวัติศาสตร์ที่เราได้รู้ไปเลยหากเอาข้อเท็จจริงที่ว่าเรื่องเหนือธรรมชาติทุกอย่้างที่ว่ามาจริงทั้งหมด[quote/]
เคนข้างบน โบสถ์อภัยให้เด็กแต่จับตาอยู่ครับว่าเด็กไม่รู้อะไรที่เอ่ยล่ะทิ้งพระเจ้า
ให้ท่านนึกภาพนะครับว่า
ลัทธิที่จับยเด้กไปกรีดเลือดบูชายัญมีอยู่่จริงนะครับ
แม้แต่เบอร์เซิร์ก ก็แสดงว่าโบสถ์บ้าๆบอๆ ไม่ได้แปลว่าพวกปาร์ตี้บูชาปีศาจไม่มีอยู่จริง
น่าเสียดายแสดงตอลดว่าโบสถ์เป็นเรื่องหลอกลวงเพระาไม่มีพลังอำนาจ แต่แม่มดนี่สิมีเวทมนตร์จริงๆคือแนวเรื่องทำนองนี้






- ตำหนิตรงโบสท์ไม่ได้กระทำเพื่อความถูกต้องอย่างที่กล่าวอ้าง แต่หวังผลประโยชน์ที่ตัวคนร้ายมีและใช้อำนาจช่วงชิงมา เหมือนกับที่ผมบอกไงถ้าทั้งสองคนไม่มีทรัพย์สินให้ชิงมีรึโบสท์จะมาสนใจ
มันไม่ใช่ความถูกต้องอย่างที่ว่าผู้มีอำนาจสามารถก่อความเสียหายได้มากกว่า เพราะถ้าเป้นผู้มีอำนาจต้องจัดการได้ตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่ปล่อยจนประชาชนแทบจะต้องจัดการเองแล้วถึงเสนอหน้ามา
เป็นคนฃ่วยและไม่ใช่เพื่อเอาทรัพย์สินไปเองด้วยมันต้องแจกจ่ายคืนให้ประชาชน มันมองได้ด้วยซ้ำว่าโบสท์รู้มานานแล้วว่าสองคนนี้กระทำผิดแต่โบสท์ไม่เข้าไปยุ่ง โบสท์จะรอจนกว่าเรื่องแดงรอจนกว่า
ผู้คนจะเริ่มทนไม่ได้เพื่อฉวยโอกาสมายึดทุกอย่างไปโดยอ้างความชอบธรรมของพระเจ้าและผู้คนมาเป็นเครื่องมือ


- มันไม่ใช่การทำดีอย่างสุจริตยังไงละเหมือนที่กล่าวไปในด้านบน

มนุษย์จะทำอะไรมันก็เป้ฯสิทธิ์ของเขาตราบเท่าที่ไม่ได้ล้ำสิทธิ์ของผู้อื่น นัน้คือสิ่งที่พระเจ้ามอบให้หลังจากที่บรรพบุรุษอดัมกับอีฟไม่เชื่อฟังพระเจ้าแล้ว ท่านก็ให้อิสระกับมวลมนุษยืแล้วว่า เจ้าจะเลือกเชื่ออะไรก้แล้วแต่เจ้า
เจ้าจะเลือกเชื่อปีศาจพระองค์ก็ไม่เคยห้ามนั้นคือสิทธิ์อิสระภาพที่พระองค์ให้กับมนุษย์ที่ทำให้ท่านผิดหวังมาแล้ว แล้วทำไมพวกมนุษย์ถึงถือดีมาอวดอ้างนามท่านทั้งๆที่ท่านไม่เคยบอกแบบนั้น ท่านไม่เคยบอกว่าให้ยึดครอง
ความเชื่อทำลายสิ่งีที่อยุ่ตรงข้ามกับสิ่งที่พระองค์เป็นให้หมดสิ้น ท่านไม่เคยขอให้ชำระบาปกับผุ้คนที่ไม่เชื่อในท่านหรือพระเยซูท่านก้ไม่เคยเอ่ยว่าต้องทำลายท่านแค่เทศนาถ้าคนจะเชื่อก็เชื่อไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร ทุกอย่างล้วนแล้ว
แต่โมเมอ้างนามพระเจ้าสนองความถูกต้องในใจตัวเองเท่านั้นเอง โบสท์ในยุคนั้นมันก็แค่พวก SJW ในยุคนั้นเท่านั้นเอง เหมือนยุคนี้นั้นแหละทำเป็นกระแด๊กอวดอ้างตนเองเป็นผู้ปกป้องสิทธิ์สตรีว่ามังก้าเรื่องนั้นเกมนั้นอนิเมนี้มัน
ล่วงละเมิดทางเพศแบบนั้นแบบนี้ไม่ดีงามอย่างนั้นนี้ มันก็เรื่องของเขาๆจะสร้างอะไรออกมาถ้ามันไม่ทำร้ายใครโดยตรงมันก็เรื่องของเขา SJW ไปเจือกอะไรมาอวดอำนาจอะไรที่จะบอกให้หยุด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 25, 2020, 03:17:52 PM โดย wingaura »
 

ออฟไลน์ AlexW

  • หัวหน้าฝูงหมีเล็ก
  • ***
  • กระทู้: 324
  • ถูกใจแล้ว: 89 ครั้ง
  • ความนิยม: +16/-30
 - เรื่องที่ว่าถ้าในโลกแฟนตาซีมีพวกศาสตร์มืดอยู่จริง โบสถ์ปราบปรามผิดหรือป่าว อันนี้ถ้าทำอย่างตรงไปตรงมา มีวิธีหลักการที่พิสูจน์ได้แม่นยำแน่นอน ไม่เหวี่ยงแหกวาดเรียบสังหารคนทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องเหมือนใช้ยาฆ่าแมลง ผมก็มองว่าไม่ผิดนะ สังเกตุว่าเรื่องที่แต่งแนวโบสถ์เป็นตัวร้าย ส่วนใหญ่จะมาจากเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานที่ไร้ความสามารถ อคติ สติไม่เต็ม หรือชั่วร้ายต่างหาก โบสถ์มันก็คือหน่วยงานทางศาสนาที่ขับเคลื่อนโดยมนุษย์ ซึ่งถ้าได้ชื่อว่าเกี่ยวข้องกับมนุษย์ การจะปนเปื้อนด้วยความชั่วร้ายก็ไม่ใช่เรื่องแปลก


- เรื่องใช้ศาสตร์มืดแล้วเก่งเร็ว จนต้องมีการแบนหรือกำจัดความรู้ด้านนี้นั้น มันมีความเชื่อเบื้องหลังในโลกของเราอย่างหนึ่งคือ วิญญาณจะบิดเบี้ยวขึ้นเรื่อยๆทุกครั้งที่ทำความชั่ว ยิ่งทำสิ่งชั่วร้ายมากๆ วิญญาณก็จะบิดเบี้ยวจนไม่มีรูปร่างแบบมนุษย์อีกต่อไปแต่มีสภาพทางวิญญาณเหมือนอสูรกายหรือสัตว์ประหลาดน่าสยองขวัญที่อาศัยในนรกมากกว่า และเป็นสาเหตุให้ต้องลงนรกเพราะสภาพวิญญาณมันไปจุติในโลกอื่นนอกจากในนรกไม่ได้
 

 

Tags:
แหล่งนิยายแปล แหล่งนิยาย นิยายแปล นิยายแต่ง มังงะ การ์ตูน อนิเมะ นายท่าน เว็บไซต์นายท่าน กระทู้สไลม์ สไลม์ยอดรัก